ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
สวรรค์เมตตาพลีสแล้ว คำภาวนาของเธอเป็นจริง เพราะทันทีที่ร่างสูงเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้เธอเรื่อยๆ จนเธอที่เอนหลบแผนหลังเกือบแตะไปที่โซฟาอยู่รอมร่อ เสียงประตูก็ถูกเคาะขึ้น
“อุ๊ย...อาหารน่าจะมาแล้ว...เดี๋ยวพลีส...ไปเอาก่อนนะ” ใช้จังหวะที่เขาชะงักดันหน้าอกเข้าออกแล้วรีบลุกขึ้นจากตักของเขาทันที “ฟู่ว...เกือบแล้วนะยัยพลีสเกือบแล้ว” พึมพำกับตัวเองระหว่างที่สาวเท้าไปที่ประตูหน้าห้อง
แกร๊ก แอ๊ด!
“ทำไมเปิดประตูช้า...” เสียงทุ้มที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูเอ่ยถามเสียงแข็ง
“เฮือก!!” ร่างเล็กตาเบิกโพลงเมื่อตรงหน้าไม่ใช่พนักงานส่งอาหารอย่างที่เข้าใจ แต่คือพ่อของเธอตัวเป็นๆ
และเสียงนั่นก็ทำให้นาวีนั่งแทบไม่ติด รีบวิ่งหาที่ซ่อนเพราะคิดว่านั่นคงจะเป็นสามีเธอที่เข้ามาทวงความเป็นผัวคืนแน่ๆ วินาทีนี้รีบแอบก่อนดีกว่า
ว่าแล้วก็หยิบของที่คิดว่าจะถูกจับได้โกยมากอดไว้แล้ววิ่งเข้าไปที่ห้องนอนของเธอ มองซ้ายมองขวาอย่างรีบร้อน หวังหาที่เหมาะๆ ซุกซ่อนตัวเอง
“อ๊ะ...คุณพ่อ...มาได้ไงคะ...”
“พ่อแวะมาทางนี้พอดี เห็นแม่เขาบอกว่าหนูเครียดๆ เรื่องขั้นเทพ...”
“พลีสไม่ได้เครียดค่ะ พลีสแค่ไม่พอใจ ก็อีตานั่นไม่ยอมทำตามแผนที่คุยกันไว้ หักหน้าพลีสในงาน พลีสอายที่ถูกเทในงานแต่งพ่อเข้าใจพลีสไหม”
“พ่อเข้าใจ...งั้น...เข้าไปคุยกันข้างในหน่อยสิ”
“อะ...เอ่อ...ไม่ได้...” เผลอห้ามพ่อเสียงดังอย่างลืมตัว จนพิทักษ์เลิกคิ้วแล้วจ้องมองใบหน้าที่ดูมีพิรุธราวกับเธอซ่อนใครเอาไว้ด้านในนั้น
“ทำไมไม่ได้ หรือพลีสซ่อนใครไว้ในนั้น”
“ปะ...เปล่านะคะพ่อ...พลีสไม่ได้ซ่อนใครไว้...คือว่า...ห้องพลีสรกมากเลยค่ะ...พลีสไม่อยากให้พ่อเข้าไปเห็นสภาพรกๆ ของพลีส”
“อ๋อ...” พยักหน้ารับรู้ แต่ก็ไม่ได้เท้าความอะไรต่อ ด้วยเพราะพิทักษ์ค่อนข้างเจ้าระเบียบ ไม่ชอบอะไรรกๆ เลยคิดว่าลูกสาวก็คงจะมีเหตุผลนั้นเลยไม่ยอมให้เข้าไป
“ขอโทษด้วยนะคะ...ทีหลังถ้าพ่อจะมาบอกพลีสก่อนนะคะ...พลีสจะได้เก็บห้องรอ...อะ...เอ่อ...ดูสิคะ...ว่ามันรกแค่ไหน” หันไปมองที่โซฟาเพียงแวปเพื่อดูว่านาวีอยู่ตรงนั้นไหม เมื่อเห็นว่าไม่อยู่ก็อ้าบานประตูกว้างขึ้นเพื่อให้พิทักษ์ได้เห็นความรกด้านในจริงๆ และเธอไม่ได้โกหก
“อื้มๆ ...พ่อไม่ได้ว่าอะไร...งั้นเย็นนี้กลับบ้านหน่อยนะ...ไปทานมื้อเย็นกับแม่เขาหน่อย...”
“ทานมื้อเย็นกับแม่ หรือแม่นัดพ่อเฮียมาคะ?” ถามออกไปอย่างรู้ทัน
“อื้ม...ก็นั่นแหละ...อดทนหน่อย...บางทีขั้นเทพอาจจะไม่เลวร้ายก็ได้...”
“พ่อคะ...” กดเสียงต่ำ ไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น รู้แหละว่าพ่อและแม่เธอเอ็นดูขั้นเทพมาก จะเอ็นดูกันก็ไม่ว่า แต่ตอนนี้เธอไม่สบอารมณ์กับสิ่งที่เขาทำกับเธอ นั่นก็คือโดนเขาหักหน้าในงานแต่ง และเธอก็ไม่อยากพูดถึงเขา
“ก็ได้ๆ ...ไม่พูดถึงก็ได้...งั้นพักผ่อนเถอะ...ตอนเย็นอย่าลืมกลับบ้านล่ะ”
“ค่ะ” ตอบรับอย่างจำใจแล้วยืนมองพิทักษ์เดินเข้าลิฟต์ไป พร้อมกับความรู้สึกที่โล่งใจ ดีหน่อยที่พ่อของเธอไม่ใช่คนที่จะมาละลาบละล้วงบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของเธอ
หมับ!!
“ว๊าย”
“ตกใจอะไรเนี่ย...ฉันดิควรตกใจ”
“ตกใจอะไร...”
“ก็ตกใจที่พ่อเธอมาไง...นึกว่าผัวเธอซะอีก...ว๊า...ถ้ารู้ว่าเป็นพ่อคงเดินไปสวัสดีพ่อตาแล้วนะ” ดูพูดเข้า แล้วต่อให้เขาจะไปไหว้พ่อเธอ เธอก็ไม่ยอมเด็ดขาด เพราะพ่อของเธอน่ะเอ็นดูขั้นเทพจะตาย ถ้ารู้ว่าเธอซ่อนชู้ไว้ที่นี่มีหวังนาวีคงได้โดนเนรเทศออกไปชัวร์
“เหอะ...ฉันไม่ตลก...ถ้าพ่อฉันรู้ว่าคนที่อยู่ในห้องไม่ใช่สามีฉัน...นายคงจะโดนพ่อฉันยิงหัวกระจุย” ตอบเสียงเรียบแล้วเดินกลับเข้าห้องไป
ด้วยเพราะสถานการณ์เมื่อครู่นี้ทำให้เธอรอดไปโดยปริยาย และมันทำให้เธอและเขาหลงลืมไปแล้ว ว่ากำลังจะได้กินตับกันบนโซฟา
“หลังจากนี้ไป...อย่ามาที่นี่อีกได้ไหม...ฉันไม่อยากทำผิดต่อสามี” พูดไปงั้นแหละ ความจริงเธอไม่อยากจะวุ่นวายกับเขาแล้ว เธอกลัวเหลือเกินว่าหากสักวันหนึ่งความลับของเธอและเขามันดันแตก ขั้นเทพจับได้ว่าเธอมีชู้ ขั้นเทพอาจจะมีหลักฐานฟ้องหย่าเธอได้ แล้วแบบนั้นเธอก็คงไม่ได้แก้แค้นเขาแถมสินสอดที่ได้มาก็คงต้องคืนเขาหมด ธุรกิจครอบครัวที่ตอนนี้โดนพยุงก็คงจะล่มไม่เป็นท่าชัวร์ เพราะงั้น จะให้เขารู้ว่าเธอมีนาวีไม่ได้
“หึ...เกิดรักสามีขึ้นมาเชียว...” แค่นเสียงหัวเราะในลำคอถามเธอออกไป อย่างไม่ค่อยพอใจ
“ไม่ได้รัก แต่ไม่อยากถูกฟ้องหย่า...เรื่องการแต่งงานมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่เขาตกลงกัน...ฉันกับสามีไม่ได้รักกัน...แต่ถึงอธิบายไปนายก็คงจะไม่เข้าใจหรอก...ว่าไม่รักกันแล้วจะเลิกยุ่งกับนายทำไม...เอาเป็นว่า...ถ้าสามีฉันจับได้ที่ฉันมีนายเป็นชู้...ครอบครัวฉันแย่แน่”
“ทำไม โดนจับคลุมถุงชนเหรอ? ฟีลนางเอกจะล้มละลายงี้? แล้วแต่งงานทั้งที่ไม่ได้รักกัน เพื่อพยุงธุรกิจงั้นสิ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ซึ่งใช่ สิ่งที่เขาพูดประชดขึ้นมา มันก็คือความจริงทั้งหมด ความจริงในชีวิตเธอที่เหมือนละครน้ำเน่าหลังข่าวเลยนั่นแหละ
“...กลับบ้านนายไปได้แล้ว...เดี๋ยวฉันต้องกลับบ้าน”
“ไม่...เธอต้องสัญญาก่อน...ว่าต้องตอบข้อความฉัน...”
“นี่นาวี...ฉันตอบข้อความนายตลอดเวลาไม่ได้หรอกนะ...นายก็รู้ว่าฉันมีสามีแล้ว”
“ก็ตอบ...ตอนสามีไม่อยู่ไง...เธอไม่ได้มีความรู้สึกกับสามีเธออยู่แล้วนี่...”
“ตอนนั้นฉันคิดอะไรอยู่นะ...ถึงได้ชวนนายมา...ถ้ารู้ว่านายจะไม่จบ...ฉันคงไม่ชวนหรอก”
“แล้วมันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีเลยหรือไง...เอาน่าถือว่าสนุกๆ ...ยังไงซะเธอกับสามีก็ไม่ได้รักกันนี่...แก้เบื่อไง...” จริงอยู่ว่าตอนนี้เขาติดใจเธอ แต่เขาเองก็ไม่ได้รักเธอนะ แค่ติดใจร่างกายก็เท่านั้น
“อืม...แต่แก้เบื่อ...ก็ต้องมีข้อตกลงกัน...ถ้าเมื่อไหร่ที่ฉันต้องการให้นายออกไปจากชีวิตฉัน...นายก็ต้องไป”
“ได้ดิ...” ตอบรับทั้งที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับไฟ ที่นับวันๆ มันก้ยิ่งจะแผดเผาเขาให้ไหม้เป็นจุณ
“อืม...พูดง่ายๆ ...ก็ค่อยสบายใจหน่อย...”
“ถ้าเครียด...ก็ไปหาได้นะที่ร้าน...ต้อนรับเสมอ...”
“ถ้าฉันต้องการเดี๋ยวไปหาเอง...แต่ห้ามมาที่นี่อีก”
“เอางั้นก็ได้”
“ออกไปได้แล้ว...” หมุนตัวแล้วเดินออกจากห้องไป โดยที่ไม่คิดที่จะยื้อต่อ ก็นะได้ไปจนหนำใจทั้งคืนแล้ว สบายตัวสุดๆ เอาไว้ต้องการอีกเมื่อไหร่ก็ค่อยหาทางมาอีก
ด้านนาวี...
หลังจากที่ออกมาจากห้องของเธอ เขาก็เรียกลูกน้องให้มารับ วันนี้เขามีประชุมกับแก๊งของเขาเรื่องยาตัวใหม่ แล้วดูเหมือนว่าครั้งนี้ยาที่เขาผลิตมันจะแรงเกินไป จนไม่สามารถขายออกไปได้
“สงสัยผสมสนุกไปหน่อย...ก็ใครจะไปคิดล่ะว่ามันจะแรงขนาดนี้กูทดลองกับไอ้พวกขี้ยาแล้วนะ มันก็ไม่เห็นเป็นอะไร” นาวีกล่าว
“ลดความแรงลงอีกหน่อย” จอมทัพกล่าวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
“อืม...แล้วเรื่องอาวุธ กับไม้เถื่อนล่ะไปถึงไหนและ”
“เรียบร้อยดี ลูกค้าพอใจมาก แต่รอบหน้าคงจะเอาอีกน่าจะต้องเว้นไปก่อน เพราะตำรวจเล็ง นี่กูก็เพิ่งจะให้ลูกน้องไปจ่ายใต้โต๊ะมา รอบนี้เก็บโหดฉิบ” จอมทัพบ่น “ไอ้เทพล่ะ...ทำไมวันนี้ไม่เข้าประชุม”
“เห็นบอกว่าจะไปกินข้าวกับเมียมันมั้ง” นาวีตอบ
“เมีย...ที่แต่งงานไปน่ะเหรอ” เลิกคิ้วแล้วถามนาวี
“อืม...หรือมันมีเมียคนไหนอีก” นาวีถามกลับ
“ไม่รู้มัน...เดี๋ยวกูกลับก่อนนะ...ไปจัดการให้ด้วย...” พูดจบก็เดินออกไป แล้วดูเหมือนว่าจอมทัพจะรีบร้อนเหลือเกิน สงสัยเด็กที่แม่หามาให้จะดื้อ ทำให้จอมทัพหัวร้อนจนอยู่แทบไม่เป็นสุขแบบนี้
“เอาไงดีเรา กลับเลยไหม” หันไปถามแฝดอย่างนาวา
“เมื่อวานไปไหนมา...ทำไมไม่กลับบ้าน” นาวาถามนาวีเสียงเรียบ โดยที่ไม่คิดจะสนใจในสิ่งที่นาวีถามก่อนหน้านี้เลย
“ไป...หาของหวานกิน”
“ไอ้วี...มึงจะติดใจอะไรเมียคนอื่นนักหนา” นาวาออกไปทางหัวร้อน เพราะสิ่งที่นาวีทำนั้นมันไม่ถูกไม่ควร
“แล้วมึงจะเดือดร้อนทำไม ขำๆ น่า...”
“ครั้งแรกกูยังปล่อยผ่านนะ แต่มึงกลับไปซ้ำนี่กูว่าไม่ใช่แล้ว...”
“ไอ้วา...มึงก็คิดมากไปได้...เอาน่า...ไม่มีอะไรหรอก...เดี๋ยวเบื่อก็เลิกเองแหละ”
“หวังว่าผัวเขาจะไม่มาแหกอกมึงเอานะ”
“แหกอกก็เลิกไง คิดไรมาก...กูไม่ได้จริงจัง...เอาขำๆ เฉยๆ”
“กูก็ขอให้มึงแค่เอาขำๆ นะไอ้วี ไม่ใช่ถลำลึกรู้สึกไปกับเมียชาวบ้านจนถอนตัวไม่ขึ้น ถ้าวันนั้นมาถึง...หัวใจของมึง...คงฉิบหายแน่” พูดจบเขาก็เดินออกจากโกดังไปอย่างหัวเสีย
เรื่องผู้หญิงเขาไม่เคยห้ามเลยนะ จะไปเอากับใครที่ไหน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ไปยุ่งกับคนมีเจ้าของ เขาไม่โอเค แล้วผู้หญิงคนนั้นจะน่ารังเกียจขนาดไหน ขนาดมีสามีอยู่เเล้ว ก็ยังมาเอากับคนอื่น นิสัยมักมากเหมือนเเม่เขาเลย ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกขยะแขยง