บทรักสุดเร่าร้อนบรรเลงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเตียงสีขาวสะอาดเปรอะเปื้อนและยับยู่ยี่จนดูแทบไม่ได้ ครั้งแล้วครั้งเล่ากับลีลารักสุดหฤหรรษ์ เล่นเอาหมดเรี่ยวหมดแรงกันเลยทีเดียว
ช่วงสายของวันต่อมา...
ติ้ง!
เสียงแจ้งเตือนในโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของพลีสดังขึ้น ทำให้คนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดของนาวีสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ
“เฮ้ย!!” แต่พอมาคิดว่าทุกอย่างเป็นเพราะเธอเริ่มเอง แม้ว่าเมื่อคืนสติจะไม่ครบองค์สักเท่าไหร่แต่ก็เอาเถอะ จะไปมัวเสียใจมันไม่ใช่เธอเอาซะเลย “อ๊ะ...” และเมื่อจะลุกออกจากเตียง ความปวดหนึบที่กลางกายสาวก็แล่นเข้ามาเล่นงานจนเธอต้องชะงักแล้วหันไปตาขวางใส่ผู้ชายหัวแดงที่หลับอย่างสบายใจ
เมื่อคืนมองไม่ชัดเลย ครั้งแรกได้กับคนหล่อขนาดนี้ก็นับว่าไม่เลวนะเอาจริงๆ
“เหอะ...เพราะหล่อหรอกนะไอ้หัวแดง ไม่งั้นฉันจะปลุกขึ้นมาด่าว่าทำฉันเจ็บขนาดนี้...จิ๊” พูดจบก็ค่อยๆ หอบร่างที่ไร้เรี่ยวแรงลงจากเตียง ก้มเก็บชุดวิวาห์สีดำที่อยู่บนพื้นด้วยความหงุดหงิด
“หึ่ย!! ชุดดำอัปมงคลจริงๆ ด้วย” กล่าวด้วยความหัวเสีย แต่ก็เดินเข้าห้องน้ำไปเพื่อเปลี่ยนชุดหวังจะออกจากห้องไป
“แหม...ใจคอ...เอากันเสร็จ...ก็จะทิ้งกันเลยเหรอ...ลืมไปแล้วเหรอครับคุณเจ้าสาวคนสวย...ว่าเมื่อคืนนี้ผมทำหน้าที่แทนเจ้าบ่าวของคุณได้ดีแค่ไหน” นาวีกล่าวด้วยท่าทีกวนๆ นั่งพิงผนังพิงเตียง เปลือยท่อนบน เผยให้เห็นกล้ามแน่นๆ จนอยากจะเข้าไปสัมผัส ส่วนด้านล่างมีผ้าห่มปกปิดความเป็นชายที่ตื่นตัวในตอนเช้าเอาไว้
“นะ...นั่นอะไรน่ะ” พลีสไม่คิดที่จะฟัง แต่ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจเพราะเห็นลำแข็งๆ นั้นชูชันดันผ้าห่มขึ้นมา
“อยากรู้ไหม...มาดูใกล้ๆ สิมา” ยักคิ้ว แล้วกระดิกนิ้วชี้ ทำท่าทียียวนกวนประสาทเสียจนน่าหมั่นไส้
หมับ!! พรึ่บ!!
“นี่แน่ะ!! มาดูใกล้ๆ งั้นเหรอไอ้บ้า!!” ท่าทางของนาวีทำให้ร่างเล็กหันไปหยิบผ้าขนหนูแล้วปาให้หน้านาวีอย่างแรงด้วยความหัวเสีย
นี่เธอเอากับคนกวนประสาทพันธุ์นี้ได้ยังไงเนี่ย บ้าเอ๊ย หน้าตาก็ดี แต่ทำไมมันถึงได้กวนตีนแบบนี้นะพลีสคิด แต่เอาเถอะได้หน้ามืดตามัวไปแล้วก็ถือว่าจบๆ ไม่ขอเอาอีกก็แล้วกัน
“นี่...เข้าใจแล้ว...ว่าทำไมเจ้าบ่าวถึงทิ้ง...ก็ดูทำตัวสิใครจะเอา”
“นายไงเอา...”
“งั้นขอเอาอีกหน่อยดิ” ยกยิ้มร้ายแล้วกล่าวออกไปด้วยความหน้ามึน
“เหอะ!! ไม่มีทางย่ะ...เอาไปนี่เงินค่าตัวนายเมื่อคืน” พูดพร้อมกับหยิบเช็คเงินสดมาเซ็นแล้วกรอกจำนวนเงินลงไป
“อะไรอ่ะ” รับเช็กจากมือเธอมาถือไว้แล้วเงยหน้าถามด้วยความสงสัย
“10%ของสินสอด...ฉันยกให้แล้วกัน ถือว่าทำหน้าที่แทนเจ้าบ่าวเมื่อคืน...แต่ทีหลังไม่ต้องแล้ว...” พูดจบก็เดินออกจากห้องไป โดยที่ไม่สนใจแม้ว่านาวีจะพยายามเรียกเธอไว้แค่ไหน
“นี่...เธอชื่ออะไรอ่ะ...ยังไม่รู้จักชื่อเลย”
ปึ้ง!!
ประตูห้องปิดลงในเวลาต่อมา ส่วนนาวีก็มองเช็กในมือจำนวนมาก มากแบบมากๆ
“หนึ่งล้านเลยเหรอ...10%...งั้นยัยนั่นก็ได้เงินสินสอด10ล้านเลยเหรอ...เฮ้ย...พูดเป็นเล่นน่า...10ล้าน...แต่ไม่เอากันในคืนเข้าหอเนี่ยนะ...ไอ้นั่นมันบ้าหรือมันโง่วะน่ะ” นั่งเถียงกับตัวเองอยู่พักใหญ่ก็รีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว
“ไอ้ดำ...ไอ้แดง...”
“ครับนาย” ดำและแดงคนสนิทของนาวีรีบกรูเข้ามาหาเจ้านายทันทีที่เสียงเข้มเอ่ยเรียก
“ไปสืบเรื่องผู้หญิงเมื่อคืนให้กูหน่อย”
“ผู้หญิงเมื่อคืน...สืบยังไงครับ” ดำถาม
“ถ้ากูต้องสืบเอง...กูจะจ้างมึงมาทำบ้าอะไร!!” นาวีตะคอกใส่ดำ จากนั้นก็ปัดมือไล่ดำออกไป “มึงไปสืบ...” แล้วหันไปบอกแดงแทน
“ครับนาย...มึงนี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆ ...ต้องถึงมือกูทุกที” แดงก่นด่าดำแล้วดึงดำออกจากห้องไป
ส่วนนาวีก็ยกมือขึ้นคลึงขมับตัวเอง กำลังชั่งใจว่าจะไล่ลูกน้องออกไปเมื่อไหร่ดี ทำไมชีวิตกูถึงได้มาเจอมือซ้ายมือขวาแบบนี้ก็ไม่รู้ ทำไมคนอื่นมันได้ดีกันจังวะ ขนาดไอ้ขั้นเทพโง่ๆ ทีลูกน้องมันก็ยังเป็นงาน แล้วนี่อะไร? จะบ้าตาย
@บ้านจิระธาดา
“หายหัวไปไหนมาทั้งคืน...ปกติได้เสร็จก็กลับบ้านไม่ใช่เหรอ” นาวาละสายตาจากไอแพดด้านหน้าแล้วช้อนสายตามองนาวี ใบหน้าเรียบนิ่ง ดูสงบซึ่งต่างจากนาวีที่ดูเป็นคนอารมณ์ร้อนกว่า
“เป็นพ่อกูหรือไง...เป็นแค่แฝดนะรู้สึก” ไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจแล้วเดินขึ้นบ้านไป
“ทำไม...ติดใจคนนี้หรือไงถึงต้องนอนค้าง”
“ติดใจบ้าอะไร...ยัยนั่นมีผัวแล้วต่างหาก”
“แล้วมึงไปยุ่งกับคนมีผัวแล้วเนี่ยนะ...มึงอย่าทำตัวเหมือนแม่ได้ไหมไอ้วี...น่ารังเกียจ”
“ก็ยัยนั่นเสนอเอง แถมได้เงินมาฟรีๆ ตั้งล้านนึง”
“หัดเป็นผู้ชายขายบริการแล้ว”
“โอ๊ยเบื่อว่ะ มึงเลิกทำตัวเป็นพ่อได้ปะ รำคาญว่ะ กูรู้กูโตแล้วเดี๋ยวกูตัดสินใจเอง” บอกปัดๆ แล้วชิงหนีขึ้นบ้านไป
“นาน่าขา...” เสียงหวานใสตะโกนเรียกนาวา จากที่หน้าขรึมๆ เมื่อคู่กลับระบายยิ้มออกมาทันที
“ครับ...”
“เหอะกับกูเสียงแข็ง กับน้องเขาเสียงหวาน” เบะปากแล้วส่ายหน้าแบบเอือมระอา
วันต่อมา...
อีกด้าน...
หลังออกมาจากโรงแรมเธอก็เอาแต่ทักแชทรัวๆ ไปด่าขั้นเทพ ด่าชนิดที่ว่าหากกกผู้หญิงอยู่ก็คงมีเข้าใจผิดกันไปข้างหนึ่งแหละ และเธอรู้ว่าขั้นเทพมีเด็กในปกครองที่ดูแลอยู่ แล้วคอยดูนะ กล้าที่จะทิ้งเธอให้อับอายขายหน้าในงานแบบนี้ เธอไม่มีวันปล่อยให้เขาได้มีความสุขกับใครแน่นอน
“เหอะ!! ขั้นเทพ...นายทำฉันก่อนนะ เพราะงั้นหลังจากนี้ไป อย่าหวังเลยว่าจะได้สุขสมหวังอย่างที่ตั้งใจน่ะ...รอพบกับความวิบัตินับจากนี้ต่อไปเลย” พลีสลั่นวาจาบอกกับตัวเองแล้วเดินขึ้นรถของตัวเองที่จอดทิ้งไว้ตรงลานจอดรถของสถานบันเทิงที่เธอมาดื่มมาดริ้งค์เมื่อคืนนี้
ครืดดดด ครืดดดด
ขณะที่กำลังขับรถกลับบ้านเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น พอหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ของพ่อสามีเธอที่เป็นคนโทรเข้ามา
“จิ๊! แม่นะแม่...แล้วความลำบากใจก็ต้องมาตกที่พลีสสินะ...ไม่เข้าใจว่านายนั่นจะน่าสงสารอะไรนักหนา...พลีสสิที่น่าสงสารที่โดนทิ้งในงานแต่ง...” โยนโทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋าดังเดิมแล้วสบถออกมาด้วยความหัวเสีย จากนั้นก็เปลี่ยนทิศทางจากบ้านเป็นคอนโดส่วนตัวของเธอแทน
ตู๊ด...ตู๊ด...
และทันทีที่ถึงคอนโด เธอก็ต่อสายหาพรเทพทันที ซึ่งพรเทพรับไวมากราวกับว่ากำลังรอเธออย่างใจจดใจจ่อ
“หนูพลีส...พ่อโทรหาตั้งหลายสาย...”
“เอ่อ...ขอโทษค่ะพอดีว่าพลีสกับเฮียเพิ่งตื่นค่ะ”
“ขะ...ขั้นเทพ...อยู่กับหนูพลีสเมื่อคืนเหรอลูก” จากน้ำเสียงที่ดูกังวลในตอนแรก ก็แปลเปลี่ยนเป็นดูโล่งใจขึ้นมา
“ค่ะ...พอดีว่าตอนนี้เฮีย...อาบน้ำอยู่ค่ะ...คุณพ่อ...มีอะไรให้พลีสรับใช้หรือเปล่าคะ”
“อะ...เอ่อ...ไม่จ้ะไม่...แค่ขั้นเทพอยู่กับหนู...พ่อก็สบายใจแล้ว นึกว่ามันจะทำตัวเกเรไม่ยอมไปเข้าหอกับหนูเสียอีก...แล้ววันนี้ตอนเย็น...มาทานมื้อเย็นกับพ่อได้ไหม”
“อะ...เอ่อ...ขอโทษนะคะคุณพ่อ...พอดีเมื่อคืนนี้เรา...ถ้าพลีสพูดไปคงน่าอาย...แต่พลีสกับเฮีย...คงจะไปกันไม่ไหว...”
“อ้อ...จริงสิ...งั้นก็...พักผ่อนเถอะนะลูก...พ่อไม่กวนแล้ว...ไว้พลีสกับขั้นเทพสภาพร่างกายโอเคขึ้นแล้วเราค่อยนัดกันใหม่ก็ได้...พ่อรอเลี้ยงหลานอยู่นะ...หวังว่าลูกชายพ่อคงจะมีน้ำยาทำแฝดให้พ่อสักคู่”
“ค่ะคุณพ่อ...งั้น...พลีสขอตัวนะคะ...คุณพ่อก็อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะคะ” พูดจบก็กดวางสายไป จากนั้นก็โยนโทรศัพท์ทิ้งลงบนเตียงกว้าง พร้อมกับทิ้งตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า
“ไอ้บ้าเอ๊ย...ทำฉันขายหน้าขนาดนี้...ฉันยังมีกระจิตกระใจปกป้องนายอีก...หึ่ย!! ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อกับแม่ขอไว้นะ...ฉันไม่มีทางทำหรอกย่ะ!!”