ต้องการวีไหมNC+

1380 Words
พลีส : ไปดูหนังกันไหม ขณะที่กำลังนั่งเล่นอยู่ที่ร้านขายยาด้วยความเบื่อหน่าย เสียงข้อความของสาวสวยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียคนอื่นก็เด้งขึ้นมา นาวี : หลังจากไปดูหนัง ได้รางวัลไหม? ร่างสูงยกยิ้มร้ายอย่างพอใจ ขณะที่พิมพ์ข้อความกลับไปหาพลีส พลีส : ชิ งั้นฉันไปคนเดียวก็ได้ คำตอบของพลีสทำร่างสูงแอบขัดใจอยู่หน่อยๆ แต่ก็ต้องละเลงนิ้วพิมพ์ข้อความกลับไป นาวี : ไปคนเดียว เหงานะ พลีส : ฉันไปคนเดียวจนชินแล้วย่ะ ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องตอบกลับมาอีก สิ้นข้อความนั้น เธอก็หายไปเลย และก็กลายเป็นว่าเขาเองนี่แหละที่ทรมานใจ สุดท้ายเลยให้ลูกน้องไปสืบมาว่าเธอไปโรงหนังที่ไหน ด้านพลีส... “ไอ้สามีเฮงซวย แค่มานั่งกินข้าวด้วยกันจะตายไหม แล้วฉันอยากไปมากมั้ง เฮอะ...ทำเป็นรังเกียจฉัน...ฉันชอบนายตายแหละ” คนตัวเล็กบ่นอุบอิบออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ของพรเทพ พ่อสามีของเธอที่นัดมาทานมื้อเย็น ทว่าลูกชายตัวดีของเขากลับไม่ยอมมา สุดท้ายเธอเลยขอตัวกลับ และโกหกว่ามีงานที่บริษัทต้องเข้าไปเคลียร์ด่วน แต่จังหวะที่เธอกำลังจะขับรถกลับคอนโดด้วยความหัวเสียก็นึกอยากจะไปดูหนังแก้เซ็ง เลยทักแชทไปหานาวี ทว่าเขากลับหวังเรื่องอย่างว่าจนเธอหงุดหงิด และต้องไปดูคนเดียวแทน @ฟินฟินซีนิม่า “ทำไมคนยังไม่เข้าโรงอีกนะ...” พลีสอุทานกับตัวเอง เมื่อเข้ามานั่งในโรงหนังนานสองนานแล้ว แต่ภายในโรงกลับไม่มีคนเลยสักคน ซึ่งก่อนหน้านั้นที่เธอซื้อตั๋วหนัง รอบนี้ที่นั่งเต็มหมด “ของฉันมันบัตรใบสุดท้ายนี่นา...งั้นก็แปลว่าต้องมีคนเต็มโรงหนังสิ...ทำไม...ถึงไม่มีเลยแปลกๆ แฮะ” ร่างเล็กพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้สนใจนั่งกินป๊อปคอร์นถังใหญ่และดื่มน้ำอัดลมรอหนังฉายด้วยความชิว ก็ดีเหมือนกันไม่วุ่นวาย บอกตัวเองในใจ ซึ่งในเวลาต่อมาก็มีร่างสูงเป็นเงาตะคุ่มๆ เดินมานั่งข้างๆ “คงเริ่มทยอยกันมาแล้วมั้ง” เธอกล่าวกับตัวเองแล้วละสายตาจากเงานั่นไปมองที่หน้าจอยักษ์ตรงหน้าแทน ตุบ!! นั่งดูหนังไปสักพัก ผู้ชายข้างๆ เธอก็ดันลุกออกจากที่นั่ง แถมยังก้มๆ เงยๆ อยู่ที่พื้น ราวกับกำลังหาของบางอย่างอยู่ ซึ่งมันทำให้เธอขัดตา เพราะดูหนังไม่รู้เรื่อง จึงอดไม่ได้ที่จะหันไปถาม และอาสาจะช่วยหาของให้ “ไม่ทราบว่าหาอะไรคะ...ให้ฉันช่วยหาไหม” แต่เนื่องจากเสียงในโรงหนังมันดัง เธอเลยคิดว่าสิ่งที่เธอพูดเขาอาจจะไม่ได้ยิน จึงมองซ้ายมองขวาเพราะกลัวจะบังคนอื่น ทว่าในโรงหนังกลับไม่มีคนเลยสักคน มีเพียงแค่เขาและเธอเท่านั้นที่อยู่ในโรงหนังนี้ หมับ!! “หาถุงยางครับ” นานสองนานหลังจากที่ก้มๆ เงยๆ คลำหาของในที่มืด สุดท้ายเขาก็ตอบกลับมาพร้อมกับชูกล่องถุงยางโชว์ให้เธอดู และทำให้เธอหน้าเหวออยู่ไม่น้อย แถมเสียงนั้นกลับเป็นเสียงที่ทำให้ร่างเล็กถึงกับตาโตจนแทบทะลักออกจากเบ้า เพราะเจ้าของเสียงก็คือเภสัชกรผมแดงที่เป็นชู้กับเธอนั่นเอง “นาย!! มาได้ไงอะ” “เดินเข้ามาไง...”ตอบกวนๆ “ละ...แล้ว...เมื่อกี้...” พอนึกได้ว่าสิ่งที่เขาหาคืออะไรก็ถึงกับอึ้งเข้าไปใหญ่ ไอ้บ้านี่มันจะพกถุงยางเข้าโรงหนังมาทำไม “ก็ทำถุงยางตก...” “อึก...อ้อ...หาเจอแล้ว...ก็แล้วไป” พูดด้วยเสียงตะกุกตะกัก จากนั้นก็หันหน้าไปที่จอยักษ์ ทำเป็นเมินเขา ทั้งที่ตอนนี้หัวใจของเธอมันเต้นเเรงจนเเทบกระเด็นออกมาด้านนอกแล้ว ประหม่าสุดๆ หมับ!! “นี่ฉันเหมาทั้งโรง...เพื่อเธอเลยนะ...” มือหน้าคว้าหมับไปที่ต้นขาของเธอ ไม่พอลูบเบาๆ จนร่างเล็กนั้นสติแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว “เฮือก!! มะ...หมายความว่ายังไง” ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเขาหมายถึงอะไร แต่ก็ยังดั้นด้นที่จะถามเพื่อตอกย้ำตัวเองอยู่ได้ “อ้าขากว้างๆ สิครับที่รัก...เดี๋ยวก็รู้เอง” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นที่ข้างใบหู วินาทีนี้เสียงที่ดังกระหึ่มลั่นโรงก็ยังกลบเสียงที่ดังอยู่ข้างหูเธอไม่ได้ แล้วท่าทีและสัมผัสจากฝ่ามือเย็นๆ ของเขาที่ลูบไล้ขึ้นมาจนปลายนิ้วแตะไปโดนของสงวนของเธออย่างจัง ทำร่างเล็กนั้นเผลอร้องครางออกมาหลังจากที่ถูกนิ้วใหญ่ๆ เย็นๆ ลูบขึ้นลงเบาๆ ไปตามร่องรอยแยก “อ๊ะ...” “ในโรงหนัง...ก็เสียวดีนะว่าไหม” “นะ...นาวี...อ๊าส์...มะ...ไม่ได้...” ส่ายหน้ารัวๆ แล้วพยายามใช้มือของตัวเองดันมือเอาออกไปให้พ้นหว่างขาของเธอ “เรียกชื่อวีเสียงหวานจัง...วีชอบ...” กระซิบบอกตามด้วยใช้มืออีกข้างประคองใบหน้าเธอมารับจูบที่แสนดูดดื่มของเขาในเวลาต่อมา “อื้ม...นาวี...นี่มันโรงหนัง...อ๊าส์...อ๊ะ...” ปฏิเสธเสียงสั่น มือเล็กดันหน้าอกเขาออก แต่แรงที่ใช้ดันกลับน้อยนิดเหลือเกิน “ก็โรงหนังน่ะสิ...แต่ไม่ต้องกลัว...ในนี้มันมืด...ไม่มีใครเห็น...และไม่มีคนเข้ามาแน่นอน...ในนี้มีแค่เรานะพลีส...อื้ม...” “อื้อ...มะ...ไม่เอา...” นิ้วใหญ่ๆ ตวัดเข้าออกในร่องรักของเธอถี่ๆ พร้อมกับปากที่บดจูบเธออย่างหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเขาปลุกปั่นเธอมากเท่าไหร่ อารมณ์และความต้องการเขาก็ยิ่งเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ สองขาเรียวเผลออ้าออก แถมสะโพกมนก็ร่อนตอบสนองจังหวะที่เขากระหน่ำใส่เธอรัวๆ “อื้ม...ชอบไหม...ชอบที่วีทำให้ไหม...หืม...” ผละจูบออกแล้วถามคนตัวเล็กด้วยเสียงกระเส่า ปากหยักขบเม้มไปตามใบหู เพียงสัมผัสนั้นก็ทำร่างเล็กนั้นอ่อนยวบไปทั่วทั้งกายแล้ว “วี...อื้ม...พลีสเสียว...” บอกความต้องการออกไปตรงๆ มือที่เอาแต่ผลักดันอกเขาออกในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นโอบไปที่ลำคอแกร่ง แล้วดึงเขาเข้าหาตัว และเห็นทีจะนิ่งเฉยไม่ได้ จึงลุกจากที่นั่งของตัวเองลงไปนั่งที่พื้นตรงหว่างขาของเธอแทน “ต้องการวีไหม...แค่พลีสตอบ...วีพร้อมทำให้ทุกอย่าง” ไม่ถามเปล่า มือหนายังลูบไล้ไปที่ขาอ่อน จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงไป จูบซับและใช้ลิ้นเลียไปที่ขาของเธอด้วยท่าทีสุดยั่วยวน ทำร่างเล็กหายใจหายคอแทบไม่ทั่วท้องกันเลยทีเดียว “อ๊าส์...ซี๊ด...พลีสต้องการวีค่ะ...ต้องการมากเลย” ก้มลงไปเชยคางเขาขึ้น สบตากับเขาท่ามกลางความมืดที่เดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่างตามแสงกระทบจากจอยักษ์ด้านหน้าที่ฉายไปเรื่อยๆ จ๊วฟ! และทันทีที่ได้สบตาคู่สวยของเธอ บวกกับใบหน้าที่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ก็ทำให้เขาอดใจไม่ไหว ป้อนจูบให้เธออีกครั้ง และครั้งนี้ไม่ใช่จูบที่ฉกฉวยโอกาสอย่างที่ผ่านมา ทว่ากลับเป็นจูบที่นุ่มนวล อ่อนโยน และเป็นจูบที่ตราตรึงใจเธอสุดๆ จูบที่บอกให้รู้ว่าเขาคลั่งไคล้เธอจนแทบบ้า เพียงแค่เธอบอกว่าจะมาดูหนัง เขาก็พร้อมจะเหมาโรงเพื่อเธอคนเดียว นี่เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ถึงได้กล้าทำอะไรแบบนี้กับเมียชาวบ้าน และเมื่อนึกถึงสามีของเธอทีไร ก็พลันร้อนรุ่มอยู่ในใจทุกที ทั้งที่ก็รู้จักกันแค่ไม่กี่วันด้วยซ้ำ มันอารมณ์บ้าอะไรกัน เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD