พลีส : ไปดูหนังกันไหม
ขณะที่กำลังนั่งเล่นอยู่ที่ร้านขายยาด้วยความเบื่อหน่าย เสียงข้อความของสาวสวยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียคนอื่นก็เด้งขึ้นมา
นาวี : หลังจากไปดูหนัง ได้รางวัลไหม?
ร่างสูงยกยิ้มร้ายอย่างพอใจ ขณะที่พิมพ์ข้อความกลับไปหาพลีส
พลีส : ชิ งั้นฉันไปคนเดียวก็ได้
คำตอบของพลีสทำร่างสูงแอบขัดใจอยู่หน่อยๆ แต่ก็ต้องละเลงนิ้วพิมพ์ข้อความกลับไป
นาวี : ไปคนเดียว เหงานะ
พลีส : ฉันไปคนเดียวจนชินแล้วย่ะ ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องตอบกลับมาอีก
สิ้นข้อความนั้น เธอก็หายไปเลย และก็กลายเป็นว่าเขาเองนี่แหละที่ทรมานใจ สุดท้ายเลยให้ลูกน้องไปสืบมาว่าเธอไปโรงหนังที่ไหน
ด้านพลีส...
“ไอ้สามีเฮงซวย แค่มานั่งกินข้าวด้วยกันจะตายไหม แล้วฉันอยากไปมากมั้ง เฮอะ...ทำเป็นรังเกียจฉัน...ฉันชอบนายตายแหละ” คนตัวเล็กบ่นอุบอิบออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ของพรเทพ พ่อสามีของเธอที่นัดมาทานมื้อเย็น ทว่าลูกชายตัวดีของเขากลับไม่ยอมมา สุดท้ายเธอเลยขอตัวกลับ และโกหกว่ามีงานที่บริษัทต้องเข้าไปเคลียร์ด่วน
แต่จังหวะที่เธอกำลังจะขับรถกลับคอนโดด้วยความหัวเสียก็นึกอยากจะไปดูหนังแก้เซ็ง เลยทักแชทไปหานาวี ทว่าเขากลับหวังเรื่องอย่างว่าจนเธอหงุดหงิด และต้องไปดูคนเดียวแทน
@ฟินฟินซีนิม่า
“ทำไมคนยังไม่เข้าโรงอีกนะ...” พลีสอุทานกับตัวเอง เมื่อเข้ามานั่งในโรงหนังนานสองนานแล้ว แต่ภายในโรงกลับไม่มีคนเลยสักคน ซึ่งก่อนหน้านั้นที่เธอซื้อตั๋วหนัง รอบนี้ที่นั่งเต็มหมด “ของฉันมันบัตรใบสุดท้ายนี่นา...งั้นก็แปลว่าต้องมีคนเต็มโรงหนังสิ...ทำไม...ถึงไม่มีเลยแปลกๆ แฮะ” ร่างเล็กพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้สนใจนั่งกินป๊อปคอร์นถังใหญ่และดื่มน้ำอัดลมรอหนังฉายด้วยความชิว
ก็ดีเหมือนกันไม่วุ่นวาย บอกตัวเองในใจ ซึ่งในเวลาต่อมาก็มีร่างสูงเป็นเงาตะคุ่มๆ เดินมานั่งข้างๆ
“คงเริ่มทยอยกันมาแล้วมั้ง” เธอกล่าวกับตัวเองแล้วละสายตาจากเงานั่นไปมองที่หน้าจอยักษ์ตรงหน้าแทน
ตุบ!!
นั่งดูหนังไปสักพัก ผู้ชายข้างๆ เธอก็ดันลุกออกจากที่นั่ง แถมยังก้มๆ เงยๆ อยู่ที่พื้น ราวกับกำลังหาของบางอย่างอยู่ ซึ่งมันทำให้เธอขัดตา เพราะดูหนังไม่รู้เรื่อง จึงอดไม่ได้ที่จะหันไปถาม และอาสาจะช่วยหาของให้
“ไม่ทราบว่าหาอะไรคะ...ให้ฉันช่วยหาไหม” แต่เนื่องจากเสียงในโรงหนังมันดัง เธอเลยคิดว่าสิ่งที่เธอพูดเขาอาจจะไม่ได้ยิน จึงมองซ้ายมองขวาเพราะกลัวจะบังคนอื่น ทว่าในโรงหนังกลับไม่มีคนเลยสักคน มีเพียงแค่เขาและเธอเท่านั้นที่อยู่ในโรงหนังนี้
หมับ!!
“หาถุงยางครับ” นานสองนานหลังจากที่ก้มๆ เงยๆ คลำหาของในที่มืด สุดท้ายเขาก็ตอบกลับมาพร้อมกับชูกล่องถุงยางโชว์ให้เธอดู และทำให้เธอหน้าเหวออยู่ไม่น้อย แถมเสียงนั้นกลับเป็นเสียงที่ทำให้ร่างเล็กถึงกับตาโตจนแทบทะลักออกจากเบ้า เพราะเจ้าของเสียงก็คือเภสัชกรผมแดงที่เป็นชู้กับเธอนั่นเอง
“นาย!! มาได้ไงอะ”
“เดินเข้ามาไง...”ตอบกวนๆ
“ละ...แล้ว...เมื่อกี้...” พอนึกได้ว่าสิ่งที่เขาหาคืออะไรก็ถึงกับอึ้งเข้าไปใหญ่ ไอ้บ้านี่มันจะพกถุงยางเข้าโรงหนังมาทำไม
“ก็ทำถุงยางตก...”
“อึก...อ้อ...หาเจอแล้ว...ก็แล้วไป” พูดด้วยเสียงตะกุกตะกัก จากนั้นก็หันหน้าไปที่จอยักษ์ ทำเป็นเมินเขา ทั้งที่ตอนนี้หัวใจของเธอมันเต้นเเรงจนเเทบกระเด็นออกมาด้านนอกแล้ว ประหม่าสุดๆ
หมับ!!
“นี่ฉันเหมาทั้งโรง...เพื่อเธอเลยนะ...” มือหน้าคว้าหมับไปที่ต้นขาของเธอ ไม่พอลูบเบาๆ จนร่างเล็กนั้นสติแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“เฮือก!! มะ...หมายความว่ายังไง” ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเขาหมายถึงอะไร แต่ก็ยังดั้นด้นที่จะถามเพื่อตอกย้ำตัวเองอยู่ได้
“อ้าขากว้างๆ สิครับที่รัก...เดี๋ยวก็รู้เอง” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นที่ข้างใบหู วินาทีนี้เสียงที่ดังกระหึ่มลั่นโรงก็ยังกลบเสียงที่ดังอยู่ข้างหูเธอไม่ได้
แล้วท่าทีและสัมผัสจากฝ่ามือเย็นๆ ของเขาที่ลูบไล้ขึ้นมาจนปลายนิ้วแตะไปโดนของสงวนของเธออย่างจัง ทำร่างเล็กนั้นเผลอร้องครางออกมาหลังจากที่ถูกนิ้วใหญ่ๆ เย็นๆ ลูบขึ้นลงเบาๆ ไปตามร่องรอยแยก
“อ๊ะ...”
“ในโรงหนัง...ก็เสียวดีนะว่าไหม”
“นะ...นาวี...อ๊าส์...มะ...ไม่ได้...” ส่ายหน้ารัวๆ แล้วพยายามใช้มือของตัวเองดันมือเอาออกไปให้พ้นหว่างขาของเธอ
“เรียกชื่อวีเสียงหวานจัง...วีชอบ...” กระซิบบอกตามด้วยใช้มืออีกข้างประคองใบหน้าเธอมารับจูบที่แสนดูดดื่มของเขาในเวลาต่อมา
“อื้ม...นาวี...นี่มันโรงหนัง...อ๊าส์...อ๊ะ...” ปฏิเสธเสียงสั่น มือเล็กดันหน้าอกเขาออก แต่แรงที่ใช้ดันกลับน้อยนิดเหลือเกิน
“ก็โรงหนังน่ะสิ...แต่ไม่ต้องกลัว...ในนี้มันมืด...ไม่มีใครเห็น...และไม่มีคนเข้ามาแน่นอน...ในนี้มีแค่เรานะพลีส...อื้ม...”
“อื้อ...มะ...ไม่เอา...” นิ้วใหญ่ๆ ตวัดเข้าออกในร่องรักของเธอถี่ๆ พร้อมกับปากที่บดจูบเธออย่างหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเขาปลุกปั่นเธอมากเท่าไหร่ อารมณ์และความต้องการเขาก็ยิ่งเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ
สองขาเรียวเผลออ้าออก แถมสะโพกมนก็ร่อนตอบสนองจังหวะที่เขากระหน่ำใส่เธอรัวๆ
“อื้ม...ชอบไหม...ชอบที่วีทำให้ไหม...หืม...” ผละจูบออกแล้วถามคนตัวเล็กด้วยเสียงกระเส่า ปากหยักขบเม้มไปตามใบหู เพียงสัมผัสนั้นก็ทำร่างเล็กนั้นอ่อนยวบไปทั่วทั้งกายแล้ว
“วี...อื้ม...พลีสเสียว...” บอกความต้องการออกไปตรงๆ
มือที่เอาแต่ผลักดันอกเขาออกในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นโอบไปที่ลำคอแกร่ง แล้วดึงเขาเข้าหาตัว และเห็นทีจะนิ่งเฉยไม่ได้ จึงลุกจากที่นั่งของตัวเองลงไปนั่งที่พื้นตรงหว่างขาของเธอแทน
“ต้องการวีไหม...แค่พลีสตอบ...วีพร้อมทำให้ทุกอย่าง” ไม่ถามเปล่า มือหนายังลูบไล้ไปที่ขาอ่อน จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงไป จูบซับและใช้ลิ้นเลียไปที่ขาของเธอด้วยท่าทีสุดยั่วยวน ทำร่างเล็กหายใจหายคอแทบไม่ทั่วท้องกันเลยทีเดียว
“อ๊าส์...ซี๊ด...พลีสต้องการวีค่ะ...ต้องการมากเลย” ก้มลงไปเชยคางเขาขึ้น สบตากับเขาท่ามกลางความมืดที่เดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่างตามแสงกระทบจากจอยักษ์ด้านหน้าที่ฉายไปเรื่อยๆ
จ๊วฟ!
และทันทีที่ได้สบตาคู่สวยของเธอ บวกกับใบหน้าที่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ก็ทำให้เขาอดใจไม่ไหว ป้อนจูบให้เธออีกครั้ง และครั้งนี้ไม่ใช่จูบที่ฉกฉวยโอกาสอย่างที่ผ่านมา ทว่ากลับเป็นจูบที่นุ่มนวล อ่อนโยน และเป็นจูบที่ตราตรึงใจเธอสุดๆ จูบที่บอกให้รู้ว่าเขาคลั่งไคล้เธอจนแทบบ้า
เพียงแค่เธอบอกว่าจะมาดูหนัง เขาก็พร้อมจะเหมาโรงเพื่อเธอคนเดียว นี่เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ถึงได้กล้าทำอะไรแบบนี้กับเมียชาวบ้าน และเมื่อนึกถึงสามีของเธอทีไร ก็พลันร้อนรุ่มอยู่ในใจทุกที ทั้งที่ก็รู้จักกันแค่ไม่กี่วันด้วยซ้ำ มันอารมณ์บ้าอะไรกัน เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน