ปั่ก ปั่ก ปั่ก!!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นห้องเคล้าคลอไปกับเสียงครางกระเส่าของทั้งคู่ที่ดังไปพร้อมๆ กัน วินาทีนี้บอกได้เลยไม่มีใครยอมใคร ทั้งคู่ตอบสนองทุกท่วงทำนองกันอย่างเร่าร้อนบนเตียงสีขาวสะอาดนับครั้งไม่ถ้วน
หมับ!! พรึ่บ!!
มือหน้าจับขาเรียวพับไปอีกข้างหนึ่งให้นอนอยู่ในท่าตะแคงข้าง ส่วนเขาก็สอดท่อนรักเข้าทางด้านหลัง แขนแกร่งข้างหนึ่งกอดไปที่เอว ตามด้วยล็อกไว้เพื่อส่งแรงให้เขาได้ตอกอัดและกระแทกได้สุดแรงกว่าเดิม
ปั่ก ปั่ก ปั่ก!!
“อ๊ะ...อ๊ะ...เบาหน่อย...อ๊าส์...” เอ่ยบอกหวังยั้งแรงเขา แต่ไม่เลย ยิ่งเธอห้ามเขาก็ยิ่งโถมแรงเข้าใส่รุนแรงยิ่งขึ้น ใบหน้าหล่อซุกไซ้ดอมดม สูดความหอมกรุ่นเข้าปอดด้วยความหลงใหล พร้อมกับฝังรอยเขี้ยวคมๆ ไว้ทั่วตัวเธอ
ขณะที่เขาตอกอัดและสาดซัดความรุนแรงใส่เธอจนร่างเล็กนั้นสั่นคลอนไปตามแรงโยกของเขา มือหนาลูบไปที่หน้าท้องแบนราบ แล้วเลื่อนขึ้นไปบีบเคล้นหน้าอกหน้าใจของเธอที่เด้งกระเพื่อมอย่างเมามัน
ปั่ก ปั่ก ปั่ก!!
“อ๊าส...เสียวสุดๆ ...อื้ม...ซี๊ด”
ปั่ก ปั่ก ปั่ก ปั่ก ปั่ก!
“อ๊ะ...อ๊ะ...เบาหน่อย...อื้อ...ฉันบอกให้เบา...อ๊ะ...อ๊ะ...”
ผ่านไปกว่าสามชั่วโมงและแล้วเขาก็ยอมหยุดลง แต่กว่าจะยอมหลุดได้ สติของพลีสก็แทบหลุด ตอนนี้เบลอไปหมดแล้ว หมดเรี่ยวหมดแรงจนเดินแทบไม่ไหว
“นี่ยา...นี่น้ำ”
“แล้ว...กินยังไง...” เอียงคอแล้วถามด้วยความสงสัย จากนั้นก็รับยามาถือไว้
“หลังจากกินเม็ดที่แรก12ชั่วโมงค่อยกินอีกเม็ด”
“ละ...แล้วฉันจะท้องปะ”
“ไม่ท้อง...มันยังไม่เกิน72ชั่วโมงเลย” เขากล่าว
“อื้ม...”
“แล้วเธอชื่ออะไร”
“เราไม่ต้องรู้จักกันก็ได้...แค่เอากันเอง”
“ได้เหรอวะ...แต่เอากันไปหลายรอบเลยนะ...สมควรรู้ได้แล้วมั้ง”
“ไว้...อยากบอกค่อยบอก”
“เม็ดเยอะชะมัด”
“ว่างไหม...” เงยหน้าถามเขาหลังกินยาเสร็จ ยื่นแก้วให้เขารับไปวางไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง
“ทำไม จะเอาต่อเหรอ”
“ไม่ใช่...จะให้ไปส่งที่คอนโด...พอดี...กลับไม่ไหว” เอ่ยบอกไปตามตรง บอกได้เลยว่าวินาทีนี้เรี่ยวแรงของเธอไม่มีแล้ว
“บอกชื่อมาก่อน...เดี๋ยวไปส่ง”
“เฮ้อ...จะรู้ให้ได้เลยใช่ไหม” ขมวดคิ้วมุ่น
“งั้นก็กลับไปเอง”
“พลีส!”
“ลูกพีชเหรอ”
“พลีสที่แปลว่าได้โปรดไม่ใช่ลูกพีช”
“ว๊าว...ชอบว่ะ...ได้โปรดเย...ฉันงี้ปะ”
หมับ!! พึ่บ!!
“นี่...ไอ้ทุเรศ” ได้ยินดังนั้นก็คว้าหมอนฟาดไปที่หน้าเขาด้วยความหมั่นไส้ คนอะไร กวนประสาทเป็นบ้า
“หยอก...”
“หึ่ย!!” หน้าตาก็ดีอยู่หรอก เอวก็ดี ลีลาก็เลิศ แต่ปากเสียสุดๆ แถมโคตรจะหน้ามึน เมื่อคืนเธอคงจะเมาแหละ ถึงได้หน้ามืดตามัวชวนเขาขึ้นเตียงแบบนั้น
“ไปลุก...เดี๋ยวไปส่ง...”
“อ๊ะ...โอ๊ยๆ ...เจ็บ...” คนโดนดึงแขนให้ลุกขึ้นจากเตียงถึงกับชะงักและหยุดเดิน ก็เพราะตรงกลางกายของเธอมันเจ็บและแสบจนก้าวขาแทบไม่ได้น่ะสิ
“จะให้อุ้ม?” เลิกคิ้วแล้วถาม
“เปล่า...ไม่ได้ให้อุ้ม...แต่...เดี๋ยวค่อยๆ เดินไปเอง...” ว่าแล้วก็ค่อยๆ ก้าวทีละก้าว อย่างเชื่องช้า เท้าไถไปกับพื้นเพราะไม่กล้าที่จะยกขากลัวว่ามันจะแสบยิ่งกว่าเดิม
“เดินช้าแบบนั้นเมื่อไหร่จะถึง ถ้างั้นก็นอนที่นี่”
“จะบ้าหรือไง ไม่เอา ฉันจะกลับคอนโด”
หมับ!
“อ๊ะ...นี่นาย...ทำอะไรเนี่ย...ปล่อยฉันลงนะ...” คนตัวเล็กที่ถูกนาวีอุ้มขึ้นพาดบ่าดิ้นขลุกขลัก ด้วยความตกใจที่อยู่ๆ เขาก็อุ้มเธอแล้วเดินตรงดิ่งไปยังรถของเธอที่จอดอยู่หน้าร้าน
พรึ่บ!!
ปล่อยเธอลงที่ข้างรถ พร้อมกับพูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง
“ก็เดินแบบนั้นเมื่อไหร่จะถึง ก็เลยอุ้มมาไง ไม่ดีเหรอ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี ยังจะมาโวยวายใส่ฉันอีก ใช้ได้ที่ไหนเนี่ย”
“จิ๊...ก็ฉันตกใจนี่อยู่ๆ ก็โดนอุ้ม” เอ่ยตอบแล้วล้วงกุญแจรถที่อยู่ในกระเป๋าออกมายื่นให้เขา “ขับเป็นใช่ปะ” ถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ เพราะคิดว่าคนแบบเขาน่าจะไม่เคยมีรถสปอร์ตหรอก ซึ่งความจริงเธอคิดผิด เพราะนาวีเป็นถึงมาเฟียที่ผลิตยาขาย ทั้งยาทางการแพทย์และยานรก อย่าว่าแต่รถสปอร์ตเลย รถ เรือ เครื่องบิน เขาก็มีหมด เพียงแค่เขาทำธุรกิจเภสัชต๊อกต๋อยบังหน้าก็เท่านั้นเอง และก็ไม่แปลก ที่เธอจะมองว่าเขาไม่มีอะไร ก็เขาจงใจให้เป็นแบบนั้น
“ก็...น่าจะได้...”
“นี่!! อย่าพูดคำว่าน่าจะดิ...รถฉันแพงนะ”
“งั้นก็สอนหน่อยสิ...” ว่าแล้วก็อุ้มเธอไปทางประตูรถฝั่งคนขับ เปิดประตูรถ จากนั้นก็ดึงร่างเล็กเข้ามานั่งบนตักเขาแทน
หมับ พรึ่บ!!
“ว๊าย...นี่ไอ้บ้า...ทำอะไรเนี่ย”
“ก็...ให้สอนขับไง...ก็ไม่เคยมีบุญวาสนาจะได้ขับรถคันหรูขนาดนี้” แสร้งตีหน้าซื่อ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วรถของเธอถูกกว่ารถเขาตั้งเกือบสิบล้าน แล้วรถกิ๊กก๊อกนี่หลับตาขับก็ยังได้เลย
“คิดถูกคิดผิดเนี่ยให้นายไปส่ง...”
“เธอ...เสียบกุญแจรถตรงไหนอ่ะ”
“เฮ้อ...มันไม่ต้องเสียบกุญแจ” ตอบด้วยใบหน้าเอือมๆ ส่วนเขาก็เอาคางเกยไหล่เธอแล้วยื่นหน้าเนียนๆ เข้าไปถามเธอ เอียงใบหน้าแล้วซุกไปที่ซอกคอเธอ สูดดมความหอมราวกับคนโรคจิต
“อ๊ะ...นี่...อยู่นิ่งๆ” เบี่ยงตัวหลบเพราะเริ่มรู้สึกว่าเขาจะอยู่ไม่สุข
“ก็อยากรู้อ่ะว่าขับยังไง...เอ้าแล้วเกียร์ล่ะ ไม่มีเกียร์เหรอ”
“เกียร์อยู่ที่พวงมาลัยด้านขวา ด้านซ้ายเป็นไฟเลี้ยว...ส่วนนี่ปุ่มสตาร์ท...” เธออธิบายเสียงแอบสั่น เพราะรู้สึกประหม่า ตอนนี้เธอไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ แต่ให้ท่อนลำของเขามันทิ่มก้นเธออีกแล้ว “อย่าแม้แต่จะคิดเลยนะไอ้หมอหัวแดง”
“อุ๊ย! รู้ได้ไงเนี่ยว่าคิดอะไร”
“ก็มันทิ่มก้นฉัน...ถอยไปเลยไปฉันจะขับเอง”
“ถอยได้ไงเธอนั่งทับฉันอยู่” กล่าวหน้าตาย แต่พอเธอจะลุกเขาก็ล็อกตัวเขาไว้บนตัก ไม่พอดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดเธอและเขา จากนั้นก็กดปุ่มสตาร์ทและขับพุ่งออกไปย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญ
บรื้น!!!
“ว๊าย!!” ด้วยความตกใจทำได้แค่ร้องแล้วเอนตัวไปด้านหลังเพื่อพิงเขา สองมือจิกไปที่ข้างๆ เบาะทั้งสองข้าง “ไหนบอกขับไม่เป็นนี่...หลอกฉันเหรอ”
“หึหึ บอกทางมาสิ...คอนโดอยู่ไหน”
“เจ้าเล่ห์ที่สุด...ตรงไปข้างหน้านั่นแหละ...แล้วก็เลี้ยวซ้าย”
“นั่งนิ่งๆ อย่าขยับบ่อย...เดี๋ยวแตก”
“อะ...อะไรแตก!”
“ก็คิดว่าอะไรล่ะ” ไม่สลดแต่กลับพูดออกไปราวกับว่ามันเป็นเรื่องทั่วไปที่คุยกันได้ปกติ
คนอะไรหน้ามึน พูดออกมาได้ไม่รู้จักอายปากบ้างเลย ร่างเล็กสบถกับตัวเองในใจ แอบหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยที่โดนเขาหลอกให้ขึ้นมานั่งตักแบบนี้
“ห้องไหนชั้นไหน...”
“ไม่ต้อง...เดี๋ยวฉันขึ้นไปเอง” รีบปฏิเสธ เพราะกลัวว่าเขาจะรู้ตำแหน่งที่อยู่ของเธอ แต่ถึงจะรู้ ยังไงเขาก็ขึ้นไปไม่ได้หากเจ้าของห้องอย่างเธอไม่อนุญาต
“เดินสองก้าวก็ร่วงแล้ว...ยังจะปากเก่งอีก” บอกเสียงเรียบ ทำทีไม่ใส่ใจคำพูดของเธอแล้วเปิดประตูดันเธอออกก่อน จากนั้นก็ลุกออกจากรถแล้วช้อนตัวเธอขึ้น และไม่ลืมใช้เท้าตวัดปิดประตูรถดังปึ้ง
“ไอ้บ้า...ใช้เท้ากับรถฉันได้ไง...รถฉันแพงนะ” เธอร้องโวยวายด้วยความหัวเสีย แต่เขาก็ไม่สนใจเดินเข้าคอนโดไป แถมยังถามอีกว่าห้องอยู่ไหน