ปั่ก ปั่ก ปั่ก!!
สุดท้ายเขาก็ยัดเยียดตัวเอง จนขึ้นมาส่งถึงห้องจนได้ แต่เมื่อถึงหน้าห้องเธอกลับไล่เขากลับไป
“กลับไปสิ...” พยักพเยิดหน้าไปทางลิฟต์เพื่อให้เขากลับไป
“ก็ไขประตูเข้าไปก่อนสิ เข้าห้องไปก่อน จะได้รู้ว่าเธอปลอดภัย”
“คอนโดฉันปลอดภัยตั้งแต่เข้าลิฟต์มาแล้วย่ะ...ลงไปเลยไม่ต้องมาเนียน”
“แหม...ฉันขับรถมาเหนื่อยๆ ...ไม่คิดจะให้ฉันเข้าไปกินน้ำกินท่าเลยเหรอใจร้ายจัง...”
“จิ๊...กินน้ำแล้วกลับเลยเข้าใจไหม” ใครจะไปคิดว่าเธอจะหลงกลเขา ยอมให้เขาเข้าไปในห้องอย่างง่ายดาย
ในทางกลับกัน เธอไม่ได้อยากให้เขาเข้ามาเลย เพียงแค่ต้องการตัดความรำคาญมากกว่า
แกร๊ก แอ๊ด!!
ร่างเล็กใช้นิ้วแตะไปที่ประตูก่อนที่จะดันประตูเข้าไปด้านใน และทันทีที่เธอเสียบคีย์การ์ดไฟทั้งห้องก็สว่างวาบ
“ว๊าว...ห้องน่าอยู่นะเนี่ย”
“น้ำอยู่นู้น...” ชี้ไปทางตู้เย็นโซนครัวที่เดินไปอีกไม่ถึงสิบก้าวก็ถึง ส่วนเธอก็เดินไปนั่งที่โซฟา ทิ้งกระเป๋าถือลงที่โต๊ะชา จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น
พรึ่บ!!
“อ๊ะ...นี่...” หันไปโวยวายทันทีที่เขามานั่งลงที่โซฟาข้างๆ เธอ
“ก็มันเหนื่อยอะ...พักก่อนไม่ได้เหรอ”
“ไม่ได้!! ออกไปเลยนะ” ดันไหล่เขาหวังให้เขาออกจากห้องไป แต่เขากลับขืนตัวแล้วล้มตัวลงนอนด้วยความหน้ามึน
“ไม่เอาอ่ะ...โอ๊ย...ไม่มีแรงลุก...”
“ไอ้บ้านี่ ออกไปเดี๋ยวนี้นะ...ถ้าแม่ฉันขึ้นมาเห็นได้ซวยแน่ๆ”
“อะไรเนี่ย...โตจนโดนเลีย...”
เพี๊ยะ!!
“ไอ้ทุเรศอย่าพูดมันออกมานะ แล้วก็ออกไปได้แล้ว...วันนี้ฉันมีนัดกินข้าวกับแม่”
“ไม่เชื่อ...ถ้าเธออยากอยู่กับแม่...มีสัมพันธ์ทางครอบครัวที่เหนียวแน่นจริง เธอไม่มาอยู่คอนโดหรอก...เพราะดูท่าแล้ว...คนแบบเธอ...ชอบอยู่กับตัวเอง...ถ้าให้เดาก็คงกลับบ้านอาทิตย์ละครั้ง ไม่ก็เดือนละครั้ง” ไอ้บ้านี่มันรู้มากเกินไปแล้ว พลีสคิด ก็ที่เขาพูดมาทั้งหมดก็ถูกหมดเลย
“...ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ...นายก็ไม่มีสิทธิ์มาอยู่ในห้องฉันแบบนี้”
“มีสิ...สิทธิ์ของผัวไง”
“อี๋...ไม่ใช่สักหน่อย...นายไม่ใช่ผัวฉัน...นายมันก็แค่ผู้ชายที่ฉันซื้อกิน...ได้เงินไปแล้วก็ออกไปสิ...ออกไป!!”
“โห...พูดแบบนี้เลยเหรอ...” แรงนะ แต่ไม่สนใจ ไม่สะทกสะท้าน ไม่พอหยิบเช็คเงินสดที่เธอให้เขาคืนนั้นส่งคืนให้เธออีก “เอาไป...งั้นไม่เอา...แต่จะขอเอาอีก...”
“ฉันมีสามีแล้ว...ไม่เข้าใจหรือไง”
“ก็ในเมื่อสามีเธอมันทำหน้าที่บกพร่อง ฉันก็แค่อยากทำหน้าที่ตรงนั้นแทน”
“ไม่เอา...อย่าหน้าด้านยัดเยียดให้ฉันได้ไหม...แล้วก็ออกไปได้แล้ว”
“ไม่ยัดเยียดก็ได้...งั้นนัดอย่างอื่นให้แทน” ว่าแล้วก็จับคนตัวเล็กกดลงบนโซฟาในท่านอน ส่วนเขาก็ตามขึ้นไปคร่อมร่างเธอเอาไว้
“นี่...อื้ม!” พลีสจิกตาใส่แล้วอ้าปากจะโวยวาย ทว่าคนตัวโตไวกว่า ก้มลงมาใช้ปากปิดปากเธอเอาไว้ ตามด้วยบดจูบอันดูดดื่มแก่เธอแทน
ปากหยักจูบและดูดจนเธอเผลอเผยอปากอ้ารับเรียวลิ้นของเข้า เข้าไปสำรวจในโพรงปากนุ่มๆ ก่อนที่จะตวัดกวาดเอาความหอมหวานในปากของเธอ ดูดกลืนความหวานลงท้องราวกับมันคือของโปรดที่เขาไม่อาจหยุดกินได้
จ๊วฟ จ๊วฟ จ๊วฟ!!
“อื้ม” เสียงแลกลิ้นเล่นน้ำลาย และเสียงครางระงม เคล้าคลอกันอย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายเธอและเขาก็ได้วาดลวดลายรักสุดเร่าร้อนกันอีกครั้งบนโซฟาตัวยาวตัวนี้
และด้วยเพราะก่อนหน้านี้เขาและเธอก็พลอดรักกันไปแล้วหลายบทที่ร้านขายยา ทำให้พลังที่เธอมีเหลืออยู่เพียงน้อยนิดหมดไป เพราะหลังจากเธอเสร็จและเขาได้ปลดปล่อยเธอก็หมดสติไปเลย
“หึหึ...อะไรกัน...แค่นี้ก็หมดแรงเลยเหรอ...” เอ่ยกับตัวเองเบาๆ แล้วใช้หลังมือลูบเบาๆ ไปที่ใบหน้าเนียนใสของเธอด้วยความหลงใหล
“ผู้หญิงอะไรโคตรจะสวย...” พูดจบก็ช้อนตัวเธอเข้าไปนอนดีๆ ในห้องนอน ห่มผ้าเปลี่ยนเสื้อให้เรียบร้อย แต่ก็แอบมีบ่นอยู่หน่อยๆ เพราะชุดที่เธอใส่ในตู้น้อยชิ้นจนเขาปวดหัว ก็เข้าใจแหละว่าแฟชั่นผู้หญิงสมัยนี้มันไปไกลแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะไปไกลขนาดนี้
เขานั่งมองพินิจพิจารณาใบหน้าเธอเนิ่นนาน จนกระทั่งหันไปมองที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ วินาทีแรกรู้สึกขัดตา เห็นแล้วขัดใจจนอยากจะถอดออกแล้วโยนทิ้งลงชักโครกให้มันจบๆ
“แต่งงานยังไงวะ...ทำไม...ไม่มีรูปอะไรที่บ่งบอกว่าแต่งงานเลย...นึกว่าสาวโสด...” พึมพำกับตัวเองแล้วถือวิสาสะเดินดูรอบๆ ห้อง
“ต้องเป็นผู้หญิงยังไงวะ ถึงได้วางของระเกะระกะแบบนี้” ไม่วายบ่นเรื่องห้องที่มันรกของเธออีก แล้วมือก็ไวมาก เปิดดูนั่นดูนี่ไปเรื่อย ราวกับจะจับผิดเธอยังไงอย่างนั้น
ผ่านไปชั่วโมงกว่าคนที่ไม่ได้สติก็เริ่มรู้สึกตัวและตื่นขึ้นมา วินาทีที่ตื่นขึ้นมาก็รีบดีดตัวแล้วมองไปรอบห้องนอน แต่มองไปแล้วไม่เจอใครก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา
“เฮ้อ...กลับไปสักทีสินะ...” เอ่ยบอกกับตัวเองก่อนที่จะลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ และล้างหน้าล้างตัวให้ตัวเองสดชื่นขึ้น
แวปแรกก็ต้องแปลกใจ เพราะห้องที่เคยรกก่อนหน้านั้น กลับเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้นทุกมุม
“ไอ้บ้านี่ กล้าดียังไงมาจัดห้องให้ฉันตามอำเภอใจ...ไม่ใช่เก็บห้องให้กลบเกลื่อนนะ...แอบขโมยของปะเนี่ย” ด้วยความคิดมากจึงรีบวิ่งไปเปิดลิ้นชักที่เธอเก็บของมีราคาเอาไว้ แต่ก็ไม่พบว่าจะมีอะไรหายไปเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
“เฮ้อ...โล่งอก...นึกว่าจะเป็นขโมยซะอีก” ยกมือขึ้นทาบอกด้วยความโล่งใจ ทว่าอยู่ๆ ก็เผลอยกมือขึ้นและเห็นว่าแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอมันหายไปจากนิ้ว “ขโมยแหวนเพชรฉันเหรอ...ไอ้หัวขโมย!!” นึกโมโหขึ้นมาในทันที จากนั้นก็รีบวิ่งไปหยิบโทรศัพท์หวังจะแจ้งความ ซึ่งจังหวะที่เธอหยิบโทรศัพท์กลับต้องชะงัก เพราะแหวนของเธอ มันอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง วางใกล้กับโทรศัพท์มือถือของเธอนั่นแหละ
“เกือบไปและ...เกือบโดนตำรวจรวบแล้วไหม...เฮ้อ” ถอนหายใจกับตัวเองแล้วหมุนตัวเตรียมไปอาบน้ำ
ปั่ก!!
“อ๊ะ!!” จังหวะที่เธอหมุนตัวกลับไป กลับชนเข้ากับร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีแดงเข้มอย่างจัง “นะ...นี่นาย...ยังไม่กลับไปอีกเหรอ” ถามด้วยความหัวเสียเมื่อเห็นว่าเขายังลอยหน้าลอยตาอยู่ที่นี่
“แล้วเห็นว่ายังอยู่ไหมล่ะ ถ้าเห็น...ก็แปลว่ายังไม่กลับไงยัยโง่”
ป๊อก!!
“อ๊ะ!”พูดจบก็โน้มใบหน้าลงไปอยู่ตรงหน้าเธอแล้วยกยิ้มมุมปาก จากนั้นก็ใช้นิ้วดีดไปที่หน้าผากเธออย่างแรง “เจ็บนะ...แล้วก็กลับไปได้แล้ว...ไม่มีมารยาท...แล้วนี่มาจัดข้าวของห้องฉันแบบนี้...ถ้าของฉันหายหาของไม่เจอจะทำยังไง”
“ก็ถามฉันไง...เพราะฉันรู้หมดทุกซอกทุกมุมหมดแล้ว...ทั้งห้อง...ทั้งตัวเธอ...”
ปั่ก ปั่ก ปั่ก!!
“กรี๊ดดดดด...ไอ้บ้าหยุดพูดจาลามกกับฉันได้แล้ว...แล้วก็ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้ก่อนที่ฉันจะเรียกรปภ.มาลากคอนายออกไป”ยกมือขึ้นทุบไปที่ไหล่เขาด้วยความหัวเสีย หงุดหงิดสุดๆ กับความหน้ามึนของเขา แล้วดูสิเอาแต่ใจสุดๆไปเลย