เจ้าสาวของใคร??

1436 Words
“เฮียคะ...เฮียชอบสีไหนพลีสจะได้สั่งตัดชุดแต่งงาน” เสียงหวานเอ่ยถามว่าที่เจ้าบ่าวอย่างขั้นเทพ เมื่อทั้งคู่ต้องมานั่งปั้นหน้าเล่นละครกันที่บ้านของเขาต่อหน้าพ่อ แสดงว่าเราสองคนรักกัน ทั้งที่ความจริงไม่เลย “สีดำ...เฮียชอบสีดำ...” ตอบเสียงเย็นชา แววตาไร้ความรู้สึก และทำให้ทุกคนชะงักไป เพราะสีดำที่ไหนกันจะเหมาะสมกับงานแต่ง “เก๋ดีนะคะ...พลีสก็ชอบ...จริงๆ แล้วสีดำไม่ใช่สีไม่มงคลนะคะ...สีดำเป็นสีแห่งอำนาจ...อีกอย่างพลีสก็ไม่อยากแต่งเหมือนกับใคร...แล้วก็จะได้เสริมบารมีเฮียด้วย...เข้าท่าทีเหมือนกันนะคะ” เธอกล่าวเอาใจขั้นเทพอย่างชาญฉลาด แต่ทว่าไม่ว่าเธอจะพยายามเอาใจแค่ไหน ขั้นเทพก็ไม่แม้แต่จะชายตามองเธอเลย “แต่หนูพลีส...” พรเทพหวังจะขัด ทว่าด้วยเพราะลูกสะใภ้อย่างเธอก็ยังยืนยันที่จะใส่ เขาเลยจำเป็นต้องปล่อยให้ทั้งคู่ตัดสินใจกันเอง “คุณพ่อคะ...งานแต่งมันมีครั้งเดียว...ให้พลีสได้เลือกนะคะ” เธอร้องขอ เมื่อลูกสะใภ้ยืนกรานมาขนาดนี้ ใครกันจะขัด เขาเองก็อยากให้ทั้งคู่มีความสุขที่สุด และอยากให้เห็นความดีความงามของเขาด้วยว่า สิ่งที่เขาเลือกให้มันเหมาะกับเขาและลูกชายเขาต้องมีความสุขกับสิ่งที่เขาเลือกให้ แล้วสักวันจะต้องหันมาขอบคุณเขาที่เขาเลือกพลีสให้ในวันนี้ ทว่าขั้นเทพ นอกจากใจจะไม่ขอบคุณเเล้วเขายังไม่คิดจะเลือกเธอมาเป็นคู่ชีวิต เพราะเขาถือคติ อะไรที่พ่อชอบ เขาไม่ชอบ!! ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไปด้วยดี ไม่ว่าจะบรรยากาศในงาน เสื้อผ้า หน้าผม การ์ดเชิญ อาหารในงาน ของชำร่วย ครบและพร้อมแล้ว จนกระทั่งเวลาเดินมาถึงวันวิวาห์ของทั้งคู่ ท่ามกลางบรรยากาศในงานที่ดูครึกครื้น เสียงปรบมือ เสียงเพลงบรรเลงขึ้นในงาน พร้อมกับใบหน้าของแขกในงานที่เต็มไปด้วยความยินดี ทว่าภายในงานกลับไม่มีเจ้าบ่าว!! “หนูพลีส...ติดต่อไอ้เทพได้ไหม” พรเทพเอ่ยถามว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยท่าทีกระวนกระวาย งานแต่งจัดตั้งใหญ่โต แขกก็มากันหมดแล้ว แต่ลูกชายตัวดีของเขากลับไม่มาตามนัด “เฮียไม่รับเลยค่ะ...” “บ้าเอ๊ย...” พรเทพสบถออกมาเสียงดังจากนั้นก็ตวัดสายตาส่งสัญญาณให้ลูกน้องออกไปตามหา “นี่ก็จะถึงเวลาเดินรอดซุ้มแล้ว...เราจะทำยังไงคะพ่อ” “พ่อขอโทษแทนลูกชายของพ่อด้วย...พ่อไม่คิดว่ามันจะหัวดื้อขนาดนี้...” “งั้น...ถ้าเป็นแบบนั้นพลีสว่าเฮียคงจะไม่มาแล้ว...” “แล้วหนูพลีส...จะทำยังไง...งานแต่งยกเลิกไม่ได้นะ...พ่อบอกแล้วใช่ไหมว่าสีดำมันไม่เป็นมงคล” “พลีสว่า...ไม่เกี่ยวกับสีไหนหรอกค่ะ...คนที่ไม่มีใจ...ใส่สีอะไรก็ไม่เข้าตาอยู่ดี” คำตอบของพลีสทำพรเทพจุกอกเลยทีเดียว “...” “งั้น...พลีสจะไปแก้ไขสถานการณ์ก่อน...จะไปบอกว่าเฮียเกิดอุบัติเหตุทำให้มางานไม่ได้...” “มันจะดีเหรอหนูพลีส” “พลีสว่าวิธีนี้...น่าจะดีที่สุด พลีสเซฟทุกคนได้แค่นี้ค่ะ” ว่าแล้วเธอก็เดินขึ้นเวทีพร้อมกับประกาศเปิดงาน ก่อนที่จะแจ้งให้แขกในงานทราบถึงการผิดนัดของขั้นเทพ “ต้องขอ...ฮึก...อภัยแขกผู้มีเกียรติทุกท่านจริงๆ ค่ะที่มาร่วมแสดงความยินดีกับเราสองคน...ฮือ...พลีสเองก็ไม่คิดว่าเฮียจะโชคร้าย...เกิดอุบัติเหตุในงานมงคลของเรา...” ร่างเล็กบีบน้ำตาเรียกร้องความสงสาร ซึ่งแขกก็ต่างตกใจกันอยู่ไม่น้อย บางคนก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงชุด ว่าชุดที่เธอใส่มันเป็นการแช่งเจ้าบ่าวหรือเปล่า คำพูดต่างๆ นานาที่ดังขึ้นตลอดทั้งงาน สร้างความอับอายขายหน้าแก่ครอบครัวของพลีสและพรเทพอยู่ไม่น้อย แต่สุดท้ายก็จบงานนี้ไปได้ “แม่เอาคนบ้าที่ไหนมาแต่งงานกับพลีสคะ แม่เห็นไหมว่าไอ้บ้านั่นทำพลีสขายหน้าแค่ไหน” พลีสโวยวายเสียงดังลั่นเมื่อกลับมาถึงบ้าน นี่ถ้าพ่อแม่เธอไม่ใกล้ล้มละลาย เธอก็จะไม่มีวันแต่งงานกับเขาเด็ดขาด “พลีส...เราจำเป็นไง...ถือว่าแม่ขอนะพลีสนะ” “คนอื่นไม่มีให้แต่งหรือไง ทำไมต้องคนนี้” “มันเป็นสัญญาระหว่างแม่กับเพื่อนรักไง...แล้วเพื่อนรักแม่ก็เป็นแม่เขา...ถือว่าช่วยเขาเถอะนะพลีส แค่นี้ชีวิตขั้นเทพก็น่าสงสารมากพอแล้ว” วารินทร์เอ่ยบอกลูกสาว “หึ่ย...น่าหงุดหงิดชะมัด...” พูดจบก็หมุนตัวเดินออกจากบ้านหลังใหญ่ของตัวเองไป “แล้วนั่นลูกจะไปไหน...” “พลีสจะออกไปดื่ม...พลีสเซ็ง...แม่อย่ามาห้ามพลีสเลยนะคะ” สิ้นคำตอบเธอก็เดินออกจากบ้านไปทันที @สกายบาร์ผับ “ไหนมึงบอกว่าวันนี้งานแต่งมึงไง ทำไมถึงมานั่งแดกเหล้าตั้งแต่หัววันแบบนี้” นาวีเอ่ยถามขั้นเทพพร้อมกับนั่งลงข้างๆ ในมือถือไอแพดเลื่อนดูอะไรเพลินๆ ตาไปเรื่อยๆ แต่หูก็ยังฟังเพื่อนที่นั่งหน้าไม่จอยพูด พร้อมยกซดแอลกอฮอล์ราวกับว่ามันคือน้ำเปล่า “มึงก็รู้ กูก็ไม่ได้อยากแต่ง” ขั้นเทพตอบเสียงเรียบ “แล้วแบบนี้พ่อมึงจะไม่เสียหน้าแย่เหรอวะ” “เรื่องของพ่อดิ ก่อนแต่งกูจดทะเบียนไปแล้ว นับว่ากูก็ทำตามที่ตกลงแล้ว” ก็ในเมื่อตามสัญญาบอกให้แต่ง ให้จดทะเบียน แต่ไม่ได้ระบุนี่นาว่าต้องไปร่วมงานแต่ง บอกรายละเอียดไม่หมด แบบนี้โทษเขาไม่ได้ “มึงนี่ก็กวนส้นตีนใช่ย่อย...เอ้า...แล้วนั่นจะไปไหน” ไม่วายตะโกนถามไล่หลัง เมื่อเห็นว่าขั้นเทพลุกพรวดเดินออกไปแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย “ไปหาความสุขใส่ตัว” ตอบกลับเพียงเท่านั้นแล้วตั้งหน้าตั้งตาเดินต่อ “เอ้า...แล้วเหลือกูกับไอ้วา...เอาไงทีนี้...” นาวีบ่น พลางยกแก้วเหล้าตรงหน้ากระดก “กูว่าจะกลับไปหาน้องหน่อย...มึงก็จ่ายค่าเหล้าวันนี้ด้วยนะ” นาวาลุกออกจากห้องวีไอพีไปอีกคน “น้องอีกและไอ้ฉิบหาย...อย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่ามึงเลี้ยงน้องเขาไว้กินเอง” ไม่วายสบถอย่างรู้ทันแฝดตัวเอง ที่ดันไปเอาน้องสาวของคนสนิทมาเลี้ยง หลังจากที่คนสนิทตายในหน้าที่ แต่ดูไปดูมา เด็กที่แฝดเขาเลี้ยง ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่พี่น้องน่ะสิ เพราะนาวาทรงจะเป็นอาหวังแบบสุดๆ แค่เก็บอาการเพราะเด็กนั่นเพิ่งจะอยู่มัธยมปลาย เมื่อทุกคนพร้อมใจทิ้งเขาไว้คนเดียว ห้องวีไอพีก็ไม่มีความหมาย สุดท้ายก็เดินไปนั่งดื่มที่เคาน์เตอร์บาร์แทน ทว่า สายตาคมๆ แสนแพรวพราวของนาวีกลับมองไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ในชุดวิวาห์สีดำ นั่งดื่มแอลกอฮอล์อย่างบ้าคลั่งด้วยใบหน้าที่ดูเหมือนจะผิดหวัง ปนแค้นหน่อยๆ เรียกได้ว่าทั้งผับเธอคือจุดเด่นและน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลย “ชุดวิวาห์สีดำ...เข้าท่าดีนะ” นั่งลงที่เก้าอี้บาร์ข้างๆ แล้วเอ่ยทัก จากนั้นก็หันไปสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเนอร์ “แล้วอยากลอง...เข้าหอกับเจ้าสาวดูไหม” ร่างเล็กเงียบไปพักใหญ่ พร้อมกับถามเสียงเรียบ น้ำเสียงที่ดูออกไปทางประชดชีวิตหน่อยๆ แต่ใบหน้าที่หันมาทางเขานั้นดูเย่อหยิ่ง ซึ่งในแววตาของเธอมีไฟโทสะสุมอยู่ในนั้น แล้วสาวสวยขนาดนี้ ใครกันจะกล้าปฏิเสธ ในใจก็คิดว่าเจ้าสาวสวยปานนางฟ้าขนาดนี้ ไอ้หน้าโง่ที่ไหนมันกล้าปล่อยให้มาอยู่นี่วะ “สามีทิ้ง? หรือหนีงานแต่งมา?” “ฉันถาม...ว่าอยากเข้าหอกับฉันไหม” เธอย้ำเสียงเข้มขึ้น “หึๆ ...งั้นไม่เกรงใจแล้วนะ” ยกยิ้มร้ายแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้บาร์ ตามด้วยช้อนร่างเล็กลอยขึ้น แล้วเดินขึ้นชั้นบนของร้านทันที “น้องเปิดห้องให้หน่อย ขอห้องสวีทที่แพงที่สุด” หันไปบอกกับบริกรให้รีบจัดเตรียมให้โดยเร็ว อย่างน้อยๆ ก็ถือว่าคั่นเวลาแก้เบื่อ ที่โดนเพื่อนเท กับเจ้าสาวของใครก็ไม่รู้ที่โคตรจะแจ่มเลยนาวีคิด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD