**ระหว่างนั่งทานอาหารกัน
สายเรียกเข้า..มือถือภาคิน
ภาคิน : ว่าไง
กัส : อยู่ไหนเพื่อนคินนนน
ภาคิน : กินข้าวอยู่กับเก้า มีไร พูดเลย
กัส : กูรู้แล้วน๊าาา ตจว.คือที่ไหน..สายตัด ตุ๊ดๆ
ภาคิน : (มองหน้าจอ) เอ้า ไอ้นี่ กวนชิบ!!!
(ภาคินกำมือถือแน่น..หงุดหงิดปนโมโห )
เก้า : มีเรื่องอะไรหรือเปล่าค่ะ
ภาคิน : ป่าวๆ แปปนะ พี่ขอคุยกับไอ้กัสก่อน
*ภาคินกดโทรออกไป 3 สาย กัสก็ไม่ยอมรับสาย
ภาคินบ่นพึมพำ ยิ่งโมโหมากขึ้นจนหน้าแดง
เก้า : (กดมือถือโทรออกหาเพลง) ขอสายพี่กัสหน่อย
ภาคิน : (ได้ยินถึงกับตกใจ กัสกับเก้าแอบไปแลกเบอร์กันตอนไหน..ทำหน้าสงสัย)
เก้า : (ยื่นมือถือให้ภาคิน) พี่คุยเครื่องของเก้าก็ได้ค่ะ
ภาคิน : ขอบคุณครับ
(ภาคินรับมือถือจากเก้ามา ทำไม2คนนี้มีเบอร์กันด้วย แล้วที่กัสบอกว่ารู้แล้วว่าที่ไหนมันคือยังไง ตัวภาคินเองยังไม่รู้เลย หน้ากังวล คิดไปไกลมาก
แต่พอเห็นเมมชื่อว่าเป็น..“เพื่อนเพลง” ก็ทำให้ภาคินยิ้มออกทันที แล้วก็ด่ากัสรัวๆ แบบไม่ยั้ง เกือบเลิกเป็นเพื่อน ด้วยความโมโห)
กัสฟังไป หัวเราะไป อึ้งกับเก้ามากที่ใช้วิธีนี้เพื่อช่วยภาคิน จนกัสจำยอมต้องรับสาย ไม่งั้นเพลงก็จะโกรธเขาไปอีกคน
กัส : เพื่อนคินนนน หยุดด่าก่อน
กูขอโทษคร้าบ กูสำนึกผิดแล้วเพื่อนคิน
ภาคิน : (หยุดด่า..สูดหายใจเข้า) มึงนี่นะ ต้องให้ถึงมือลิงน้อยของกูมาจัดการตลอดเลยนะ
กัส : ลิงน้อยของมึงแม่งสุดยอดเลยวะ
ลบเหลี่ยมกูหมดเลย เล่นซะกูไปไม่ถูกเลย
ภาคิน : หึหึ สมควร มึงเริ่มก่อนนะกัส
กัส : เออ กูขอโทษ อยากแค่ปั่นมึงเล่น จะรอดูว่ามึงจะโทรมากสุดกี่สาย สรุปกูโดนปั่นซะเอง เออ ไอ้คิน
ภาคิน : ว่าไง ขอสาระ
กัส : มึงต้องทำยังไงก็ได้ รีบบอกความในใจ รู้สึกยังไงกับเขา อย่าให้ลิงน้อยของมึงหลุดมือไปเด็ดขาดนะ คนนี้แม่งของจริง ทำให้ชีวิตกูมีสีสันขึ้นเยอะ แล้วก็เข้าใจละ ทำไมเพื่อนคินเป็นไปได้ขนาดนี้ ตัวจี๊ดของรุ่นเลย ชอบๆ
ภาคิน : กูรู้แล้ว รอจังหวะอยู่ แต่อยากรู้ที่มึงโทรมาตอนแรก
กัส : เอาเป็นว่ามึงทำยังไงก็ได้ ขอให้มึงได้ไปกับลิงน้อยของมึงอ่ะ กูเชื่อระดับมึงทำได้ แล้วมึงจะรู้เรื่องทุกอย่างที่มึงอยากรู้ โอเคป่ะ
ภาคิน : อืม เข้าใจล่ะ
กัส : ไว้คุยกันใหม่
ภาคิน : เดี๋ยว สรุปมึงแอบมีแฟน แต่ไม่บอกกู?
กัส : ไอ้คิน วกมาเรื่องนี้ได้ไง ฮ่าๆ ไว้จะเล่าให้ฟัง ตอนนี้ไม่สะดวก ตาขวางอยู่ข้างๆ
ภาคิน : เรื่องนี้อีกยาว เคๆ
(วางสาย..ยืนมือถือคืนให้เก้า) ขอบคุณครับ
เก้า : (ยิ้ม) ไม่ตีกัน แล้วใช่ไหมค่ะ
ภาคิน : ครับ (ยิ้มหล่อ..กินข้าวต่อ)
**ออกจากร้านอาหาร ภาคินขับกลับไปส่งเก้า
ที่คอนโด..แต่ภาคินก็เดินตามขึ้นไปบนห้อง เอาวะ
เป็นไง เป็นกัน เขาไม่ชวน ขอไปเองก็ได้..นั่งโซฟาด้วยความว้าวุ่นใจ จะพูดยังไงให้คนน้องตรงหน้ายอมให้ไปด้วย
เก้า : (เห็นภาคินนั่งใจลอย) พี่ยังไม่กลับบ้านหรอค่ะ
ภาคิน : (ลุกจากโซฟาทันทีเดินเข้ามาหา) นี่ไล่พี่กลับบ้านเลยหรอ (เดินเข้ามากอดเอวจากด้านหลัง)
เก้า : ป่าวไล่ค่าาา แค่ถามเฉยๆ
ภาคิน : (เอาคางวางบนบ่า) ลิงน้อยครับ พี่ขอไป ตจว.ด้วยได้ไหมครับ (เสียงสั่นๆ)
เก้า : พี่อยากไปจริงๆหรอ
(ได้ยินเสียงสั่นขนาดนั้นใครจะกล้าตอบว่าไม่)
ภาคิน : คร้าบบ พี่อยากไปด้วย ให้พี่ไปช่วยขับรถก็ยังดี
(ก้มหอมแก้มไป 1 ฟอด อาศัยจังหวะเผลอ)
เก้า : แต่พี่ไม่มีเสื้อผ้านี่ค่ะ จะไปยังไงเอ่ยยย
ภาคิน : รอพี่ไม่เกิน 40 นาที พี่จะรีบกลับบ้าน
เก้า : อืม (คิดๆๆ) งั้นพี่รออยู่ที่นั่นเลยก็ได้ค่ะ
เดี๋ยวเก้าไปรับ
ภาคิน : นี่!! มันไม่ใช่มุขหลอกพี่กลับบ้าน แล้วลิงน้อยก็หนีไปคนเดียวใช่ไหม
เก้า : ฮ่า ๆ ไม่ใช่ค่าาา ทำไมพี่คิดไปขนาดนั้น
ภาคิน : ก็ฝีมือของใครหล่ะ ทั้งพี่ ทั้งเพื่อนๆของพี่
โดนลิงน้อยละลายนิสัยเดิมจนหมด บอกตรงๆตอนนี้ทั้งระแวงและกลัว
เก้า : โห้ เก้าดูเป็นคนแย่เลยนะคะ ทำพวกพี่ๆกลัวขนาดนี้
ภาคิน : (กอดกระชับแน่นขึ้น) ทำไงได้หล่ะ ก็ใจพี่มันไม่รักดี เชื่อฟังแต่ลิงน้อยหนิ
เก้า : ตบหัวแล้ว ไม่ต้องมาลูบหลังเลย ไม่ทันแล้ว เชอะ!!..แล้วตกลงพี่จะ..
ภาคิน : (ปล่อยมือจากกอดเอว..เอื้อมมือไปข้างหน้าเป็นสร้อยมีจี้ PK9) พี่ให้ลิงน้อยนะครับ
เก้า : (ตกใจ พูดไม่ออก) ให้เนื่องจาก..
ภาคิน : (จับไหล่เก้าค่อยๆหันไปสบตา) เนื่องจากเรารู้จักกันครบ 2 เดือน 15 วัน ครับ
เก้า : (จับดูจี้ พลิกไปมา) “PK9 = ภาคิน“ เอ๊ะ มันชื่อของพี่นี่ค่ะ
ภาคิน : (ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อ ดึงสร้อยออกมา) ส่วนอันนี้ของพี่ครับ “KMS = เก้าเมษา”
เก้า : (คนอย่างพี่ภาคิน มีมุมแบบนี้ด้วยหรอ แต่ก็น่ารักดีแหะ) อ่ออ ขอบคุณนะคะ มันน่ารักมากค่ะ
ภาคิน : พี่ดีใจนะที่ลิงน้อยชอบ , งั้นพี่จะรีบกลับบ้านไปอาบน้ำ เก็บกระเป๋ารอนะครับ
(เนียนหอมแก้มอีก 1 ฟอด..แอบยิ้ม) ชื่นใจจัง
เก้า : โอเคค่ะ เดี๋ยวเก้าก็จะไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเหมือนกัน ใกล้ๆถึงจะโทรบอกค่ะ
ภาคิน : เอาใกล้ถึงบ้านพี่นะ ไม่เอาใกล้ถึง ตจว.
เก้า : ค่าาา พี่ภาคินก็..
**ภาคินก็ยอมกลับบ้านไปอาบน้ำ เก็บกระเป๋า
พอถึงบ้าน เดินผ่านพ่อและน้า พุ่งขึ้นบันไดแบบไม่ได้ทักทาย
ภาคีย์ : นี่ผมเจอหน้าลูกชายครั้งล่าสุดเมื่อไหร่
ภรรยา : น่าจะอาทิตย์ที่แล้วมั้งค่ะ ปรางก็จำไม่ได้ หลังๆนี่ ตาคินไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน กับใคร ไม่ค่อยกลับบ้านเลยค่ะ (สีหน้ายิ้มบาง)
ภาคีย์ : แต่ผมกลับชอบเจ้าภาคินที่เป็นแบบนี้นะ ดูมันยิ้มมีความสุข อย่างบอกไม่ถูก (ยิ้มตามสิ่งที่คิด)
**เวลาผ่านไป 30 นาที มีรถขับมาจอดหน้าประตู ประตูค่อยๆเลื่อนเปิด ภาคีย์และภรรยา ก็พยายามมองว่าใครมา..เก้าลงจากรถ
ภาคีย์ : เอ้า หนูเก้านี่เอง (รีบเดินออกไปต้อบรับ)
เก้า : (ยกมือไหว้) สวัสดีค่ะคุณลุง/น้าปราง สบายดีนะคะ
ภาคีย์/ปราง : (รับไหว้) สบายดี/สบายดีจ้า
ภาคีย์ : เป็นไงบ้าง สบายดีนะ เรียนเป็นไง
เก้า : สบายดีค่ะ เรียนหนักอยู่ค่ะ เลิกเย็นเกือบทุกวันค่ะ แล้วพี่ภาคินยังไม่ลงมาหรอค่ะ
ภาคีย์ : (หันซ้าย หันขวา) ใครว่างไปตามตาคินที บอกว่าหนูเก้ามา
เก้า : เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะคุณลุง เก้ารอได้ค่ะ
**เก้านั่งรอห้องรับแขก แล้วก็พูดคุยกับภาคีย์และปรางเรื่องทั่วไป พอภาคินเปิดประตูห้องออกมาก็ได้ยินเสียงเจื่อยแจ้วที่คุ้นหู กำลังคุยสนุกอยู่ข้างล่าง ภาคินยิ้มกว้างทันที เพราะเขากลัวจะโดนหลอกให้กลับบ้าน พอรู้ว่าเก้ามาจริง ก็รีบวิ่งลงมา ทันที พร้อมรอยยิ้ม
ภาคิน : มานานหรือยัง ทำไมไม่เห็นโทรมา
บอกพี่ก่อน (ยิ้มหวาน..พร้อมยักคิ้วข้างเดียวใส่)
ภาคีย์ : (หันมองหน้าลูกชายสลับกับเก้า แล้วหันมายิ้มพร้อมพยักหน้าให้ภรรยา)
เก้า : เก้าพึ่งมาถึงค่ะ ไม่อยากโทรกลัวพี่รีบ
ภาคิน : (วางกระเป๋า หันไปบอกพ่อกับน้าปราง)
พ่อครับ น้าปรางครับ ผมจะไปต่างจังหวัดสัก 3-4 วัน นะครับ
ภาคีย์ : เห้อ นึกว่าจะลืมพ่อกับน้าไปแล้วซะอีก น้อยใจนะเนี้ย (อมยิ้ม)
ภาคิน : พ่อครับ ผมมีเรื่องขอคุยด้วยหน่อยครับ
ภาคีย์ : (ลุกขึ้นยืน) เอาสิ ไปห้องทำงานพ่อ
ภาคิน : ครับ (หันมาบอกเก้า) พี่ขอไม่เกิน 5 นาทีนะครับ (เอามือมาลูบหัวอย่างลืมตัว)
เก้า : ค่าา ได้ค่าา
**ระหว่างรอภาคิน..เก้าก็หันมาคุยกับน้าปรางต่อถึงเรื่องที่คุยค้างไว้ ส่วนน้าปรางได้แต่ยิ้มแล้วก็มองเก้าด้วยความรักและเอ็นดู
ฝั่ง พ่อกับภาคิน
ภาคีย์ : อ่ะนั่งก่อน ไหนมีอะไรจะคุยกับพ่อ
ภาคิน : ผมอยากแต่งงานครับ
ภาคีย์ : (ถึงกับสะดุ้ง ตกใจ) ห๊ะ แกว่าอะไรนะ!!!
ภาคิน : ผมบอกว่า อยาก..แต่ง..งาน..ครับพ่อ
ภาคีย์ : (ขมวดคิ้ว) แกจะแต่งกับใคร? พ่อไม่เคยเห็นแกพาผู้หญิงคนไหนมาที่บ้านเลย อยู่ๆแกจะมาบอกอยากแต่งงาน นี่แกเป็นบ้าไปแล้วหรอ
ภาคิน : (นั่งฟังพ่อบ่นแล้วก็อมยิ้ม)
ภาคีย์ : นี่พ่อด่าแกอยู่ ยังมายิ้มอยู่ได้
ภาคิน : โถ่ววว พ่อ พ่อก็เจอเธอออกจะบ่อย เผลอๆพ่อรู้จักเธอดีกว่าผมด้วยซ้ำ
ภาคีย์ : (ทำหน้าคิด) แกหมายถึงใคร..หรือว่า?
ภาคิน : (ยิ้มหน้าบาน)คิดออกหรือยังครับ ว่าใคร
ภาคีย์ : (ยิ้มทันที) อย่าบอกนะว่า..หนูเก้าเมษา?
ภาคิน : ใช่ครับพ่อ (ยิ้ม)
ภาคีย์ : แล้วก่อนหน้านี้ พ่อจะให้แกหมั้นกับหนูเก้าไว้ก่อน แกไม่ยอมท่าเดียว จะเป็นจะตายให้ได้
อยู่ๆมาบอกอยากแต่งงาน พ่อตามแกไม่ทัน
ภาคิน : เอาเป็นว่า ณ ตอนนี้ผมอยากแต่งงานกับเธอครับ ไม่หมั้นแล้ว มันช้าไป ไม่อยากรอ
ภาคีย์ : ตาคินแกช่วยใจเย็นๆหน่อยจะได้ไหม
ภาคิน : ผมเย็นกว่านี้ไม่ไหวแล้วพ่อ เดี๋ยวคนอื่นคาบไปซะก่อน หนูเก้าของพ่อยิ่งเนื้อหอมๆ อยู่
ภาคีย์ : (กลั้นขำ ไม่คิดว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้จากปากของลูกชาย) แล้วแกกับหนูเก้าคบกัน เป็นแฟนกันแล้วหรอ?
ภาคิน : ยังเลยครับ แต่ผมจะขอเป็นแฟนหลังคุยกับพ่อเสร็จ ผมอยากมาบอกพ่อก่อน
ภาคีย์ : คือที่แก เข้ามาคุยเรื่องแต่งงานนี่ แกทำหนูเก้าท้อง?
ภาคิน : พ่อจะบ้าหรอ แค่จะกอด จะหอมยังยากเลย เอาอะไรไปทำให้ท้องล่ะ (อารมณ์หงุดหงิดบางๆ)
ภาคีย์ : (ยิ้ม..เสือเปลี่ยนเป็นแมวแล้วสินะ) อืม ถ้าอย่างนั้น.
(ยืนยิ้ม พรางกอด อก เอามือลูบคางใช้ความคิด..
เดินไปเปิดลิ้นชัก หยิบกล่องกำมะหยี่เล็กๆมาวาง)
ภาคีย์ : อ่ะ พ่อให้แกเอาไปขอหนูเก้าเป็นแฟน
ส่วนเรื่องแต่งงานค่อยมาคุยกันอีกที
ภาคิน : (ยกมือไหว้) ขอบคุณมากครับพ่อ
(ลุกไปสวมกอดพ่อ..นานแค่ไหนแล้วที่ภาคินไม่เคยกอดพ่อเขาเลย ทั้งพ่อและภาคิน แอบน้ำตาคลอ
ทั้งคู่ ก่อนพ่อจะสะกิดหลังเบาๆว่า)
ภาคีย์ : ป่ะๆ หนูเก้าคงรอนานแล้ว
ภาคิน : (เอามือปาดน้ำตา) ครับ