3.1 เรื่องราวที่เปลี่ยนไปเพราะ...

2431 Words
เช้าที่สดใสอีกวันได้เริ่มขึ้นอีกวัน เสียงของโฮกิร้องเป็นจังหวะเพื่อปลุกให้เจ้าของเขานั้นตื่นขึ้น แต่เหมือนว่าไม่มีทีท่าจะตื่น โฮกิแมวน้อยเลยไปร้องข้างๆหูของร่างหนาแทน เมี๊ยว เมี๊ยว เสียงของโฮกิร้องอีกครั้งเพื่อปลุกร่างหนาให้ตื่นขึ้นและก็ได้ผล ร่างหนาได้ตื่นขึ้นมา อ่า..เจ้านี่ ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าโฮกินี่เอง ว่ายังไงโฮกิ เมี๊ยว โฮกิที่มาคลอเคลีย พร้อมร้องออกมาแล้วมองที่หน้าเขา ทำให้รู้ว่าคงต้องไปเทอาหารให้ได้แล้ว เขามองหน้าแมวตรงหน้าสักพัก ก่อนจะลุกออกจากเตียงแล้วไปเทอาหาร เมื่อเทเสร็จ ตัวร่างหนาคิดว่าตื่นมาแล้วคงไม่หลับอีก เลยเข้าครัวทำอาหารเช้าของเช้านี้ ตู้นี่มีอะไรบ้าง..ไข่ อันนี้เนื้อแพะ? เขายืนพูดคนเดียวไปสักพัก ตาเขาเหลือบไปเห็น หมูบดเลยตัดสินใจเอาหมูออกมาทำถึงแทนเนื้อแพะ ทำทุกอย่างเหมือนชำนายและทำเป็นประจำเมื่อทำเสร็จร่างหนาวางทุกอย่างแล้วเดินไปปลุกอีกคนที่กำลังนอนอยู่ ห้องนอน… ตื่นได้แล้ว เสียงของร่างหนาและได้เปิดม่านออกทำให้แสงกระทบเข้าที่ตาของซึกิเลยทำให้เจ้าตัวตื่นขึ้นมา อื้ออ… เสียงของซึกิที่แสดงให้เห็นว่ากำลังจะตื่นขึ้นแต่ก็แค่เหมือนร่างหนาที่เห็นแบบนั้นเลยอุ้มโฮกิขึ้นมาที่เตียงเพื่อให้ปลุกซึกิ โฮกิที่ทับบนตัวของร่างบาง พร้อมทั้งร้องและเลียที่หน้า ทำให้ร่างางตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นร่างหนายืนขำอยู่เขาอยู่ ซึกิเลยบอกให้ร่างหนามาอุ้มแมวออกไป เพราะหนัก เมื่อลุกขึ้นนั่งที่เตียงสักพัก เขารับรู้รู้ได้ว่าได้กลิ่นของอาหาร เพราะมันมีกลิ่นหอมที่ได้กลิ่นก็รู้ “กลิ่นหอมอะไรครับ” เดินไปที่ครัวสิ สิ้นสุดเสียงของร่างหนาที่อุ้มแมวอยู่ ร่างบางรีบดีดตัวขึ้นออกไปจากห้องนอนทันที ก่อนที่ตัวเขาจะเดินไปห้องครัว ทันทีที่ซึกิเดินเข้ามาที่ครัว ใช้สายตามองที่โต๊ะ ก็ว้าวทันที เพราะเมนูวันนี้คือ ข้าวผัดหมูสับ ข้าวหนืดๆ นุ่มๆ เหมือนโจ๊ก และมีไข่ตุ่น ซุปให้ซดอุ่นๆ อีก ร่างบางเห็นแบบนั้นเลยหันไปโค้งขอบคุณร่างหนาพร้อมรอยยิ้มแต่ว่าซึกิก็สงสัยว่าเขาทำได้ไง “ว่าแต่พี่รู้จักอาหารพวกนี้ได้ไงอ่ะ” ร่างหนาที่ได้ยินคำถามก็เดินไปที่ตู้เก็บพวกเครื่องปรุงและหยิบสมุดขึ้นมา ทำให้ซึกิเข้าใจว่าเขาอาสูตรมาจากสมุดนี่เองและทั้งสองก็นั่งรับประทานอาหารกัน “อร่อยจัง เป็นอาหารเช้าที่ดีสุดๆ มีซุปร้อนๆด้วยชอบมาก ว่าแต่พี่ในสูตรไม่มีใครกินข้าวแบบนี้กับซุปนะ เพราะนี่คือซุปญี่ปุ่น” เห็นว่าเธอเป็นคนญี่ปุ่นก็เลยลองหาดูว่ามีซุปอะไรบ้างที่กินแล้วจะอร่อย “ง้อววว~ ใส่จายนะเนี่ย” ซึกิพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มแล้วกินต่อ เมื่อทั้งสองกินเสร็จแล้วก็ต่างกันต่างช่วยกันจัดเก็บทำความสะอาดช่วยกันจนเรียบร้อย เดี๋ยวเราต้องไปซื้อเสื้อผ้ากันนะ รีบอาบน้ำด้วย อ้อ…แล้วก็ เราจะหาเสื้อผ้าให้ใส่ไปก่อน พี่ตัวใหญ่เป็นบ้าเลย ซึกิที่หันหลังพูดอยู่ก็ไม่ได้สังเกตว่าคนที่เขาพูดให้ฟังอยู่นั้น “อ่าว…คือ? เราพูดอยู่คนเดียวหรอ” เสียงประตูห้องน้ำก็ได้เปิดขึ้นและแล้ว ร่างหนาที่ออกมาใช้แค่ผ้าขนหนูผืนเดียว ปิดแค่ช่วงล่างเอาไว้ส่วนท่อนบนนั้น…น้ำหยดลงมาตามร่างกาย ผมเปียกทำให้เพิ่มความหล่อไปในตัว ซึกิยืนเหม่อจนไม่รู้ตัวและได้เดินเข้าไปใกล้ร่างหนามากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆจนชิด ซึกิได้เอามือไปลูปที่ซิคแพ็กเป็นก้อนขนมปัง ลูบจนถึงส่วนล่าง ร่างหนาเห็นแบบนั้น จึงได้จับที่มือของคนตรงหน้าเพื่อให้ยุดเดี๋ยวนี้ไม่งั้นคงได้จับซึกิทำเมียตรงนี้แน่ จะจับอีกนานไหม ร่างหนาได้เอ่ยขึ้น พร้อมมือข้างนึงเช็ดผมไปด้วย แต่ดูเหมือนว่าซึกิจะยังไม่หยุด อีกคนยังเหม่ออยู่เหมือนเดิม ร่างหนาเองเห็นแบบนั้นเลยจับเอวแล้วยกไปที่เคาน์เตอร์ครัว เอามือจับที่คางของซึกิเพื่อให้พอดีกับการจูบของเขา ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเช่นเคย ซึกิโดนจูบตามเคย แต่ก็ดูจะชอบนะดูจากหน้าตาแล้ว ชอบขนาดนั้นเลยหรอ ตาเยิ้มเชียว “ไม่สักหน่อย! ปล่อยเลยนะ” ร่างบางพูดพร้อมกับทำหน้างอใส่ เขาพยายามจะสลัดให้หลุดแต่ก็ถูกดึงกับไปที่เดิม ครั้งนี้มือทั้งสองข้างของร่างหนาก็ได้วางขวางเอาไว้ทั้งสองข้าง ซึกิที่เห็นสถานการณ์แบบนั้น ก็มองเห็นช่องว่างระหว่างขาเลยคิดว่าจะออกไปแต่ร่างหนาก็เขยิบเข้ามาให้ชิดและแทรกตัวเข้าไปตรงกลางให้ชิดขึ้นกว่าเดิม เพื่อไม่ให้มีช่องว่างให้ซึกิออกไปได้ คิดจะหนีหรอ “ใช่ ก็ปล่อยเราไปสิ” ไม่ปล่อย ลูบจนขึ้นขนาดนี้จะไม่รับผิดชอบหน่อยหรอ ซึกิก็ได้แต่หน้าแดงทำตัวไม่ถูก ได้แต่ก้มหน้าลง ในระยะที่ก้มลงทำให้เห็นบางอย่าง มันกำลังชี้ชันขึ้นมา จนผ้าขนหนูที่ใส่คุมอยู่นั้น มองเห็นด้วยตาเปล่า ทำให้เขาเอามือปิดหน้าและส่ายหัวไปมาพร้อมตัวแดงไล่ถึงหู แดงจนเห็นได้ชัด ร่างหนาที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มและเดินออกไป ปล่อยให้ซึกินั่งเขินอยู่ตรงนั้นแล้วคิดได้ว่าต้องไปอาบน้ำ ก็เลยวิ่งไปอาบน้ำในระหว่างที่ อาบน้ำในใจก็คิดว่าถ้าเขามีอารมณ์ขึ้นมาแบบนั้น มันแปลว่าอะไร แล้วมันจะเจ็บไหม แต่ก็ได้สลัดความคิดออกไป อาบน้ำต่อไปทำธุระจนเสร็จเดินออกมาแล้วไปห้องแต่งตัวก็เจอร่างหนาที่กำลังแต่งตัว “ใส่ได้ไหมครับ” พอใส่ได้ไม่อึดอัดมาก พูดจบแล้วก็หันมา ซึกิที่เห็นหน้าเขาก็เกิดหน้าแดงขึ้นมา “คือแบบเราถามหน่อยสิ ไอ้นั่นมันขึ้นแบบนั้นถ้าไม่ปลดปล่อยมันจะเจ็บไหม” ซึกิพูดจบแลวก็หยิบผ้าที่หยิบได้มาปิดที่หน้าตัวเองเอาไว้ ครับ. ร่างหนาได้ตอบออกไปแบบนั้นและเดินไปใกล้ร่างบางแล้วพูดต่ออีกว่า ไม่เคยหรอ ร่างบางค่อยๆ ว่างผ้าที่เอามาปิดหน้าตัวเองลงแล้วก็ตอบกลับไปว่า “เรา..ไม่เคยหรอก เราเลยไม่รู้ขอโทษนะที่ทำให้ปวดหัว" เขาก็ไม่คิดเหมือนกันว่าซึกิจะหงอยเพราะเรื่องแบบนี้แถมยังไม่เคยเรื่องพวกนี้ ดีแล้ว…ที่ไม่เคย ร่างหนาได้พึมพัมเบาๆกับตัวเองพร้อมยิ้มขึ้นมาที่มุมปากเบาๆ “พูดอะไรน่ะ เราไม่ได้ยิน” ไม่มีอะไรหรอก รีบแต่งตัวสิ บทสนทนาของทั้งสองก็ได้จบลง ร่างหนาได้เดินออกไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อรออีกคนแต่งตัว นั่งไปสักพักซึกิก็เดินออกมาวันนี้เขาใส่เอี๊ยมยีนกับเสื้อสีขาว เป็นชุดที่เขาชอบที่สุดแล้วแหละ “ไปกันเถอะ ไปช๊อปปิ้งกัน” ทั้งสองก็ไปเดินทางไปที่ร้านเสื้อผ้า นั่งรถไป ชมวิวของกรุงเทพ เสพบรรยากาศก่อนจะมาถึงที่หมาย ร้านเสื้อผ้า… สวัสดีค่ะคุณลูกค้า สนใจอะไรถามได้นะคะ “เดี๋ยวเราขอเดินดูกันสองคนนะครับ” ได้ค่ะ เชิญตามสบายเลยนะคะ ทั้งสองก็เดินในร้านเรื่อยๆเพื่อเลือกชุดให้ร่างหนา แต่ว่าตัวเขาใหญ่ขนาดนี้ จะหาไซส์เจอไหมนะ คิดจบก็ได้เรียกพี่พนักงาน “พี่ครับ มีเสื้อตัวที่ใหญ่กว่านี้ไหนครับ” เดี๋ยวพี่ขอวัดตัวหน่อยได้ไหมคะ วัดคนไหนดีคะ “คนนี้เลยครับพี่” สินสุดเสียงร่างบาง พนักงานก็เข้ามาวัดที่ตัวของร่างหนาที่ยืนอยู่ข้างๆแล้วไปเอาชุดที่มีไซส์เขามา มาแล้วค่ะ ลองดูนะคะว่าชอบไหม ที่เราเอามามีแต่ไซส์สำหรับคุณผู้ชายท่านนี้โดยเฉพาะค่ะ พูดจบเธอยิ้มให้กับซึกิก่อนจะเดินออกไป “อื้ม...ตัวนี้ก็สวยแหะ สีดำสีกรมดูเข้ากับพี่นะ เดี๋ยวเราใส่ให้ นุู่นห้องเปลี่ยนชุด” เมื่อถึงห้องเปลี่ยนชุดร่างบางก็ได้เข้าไปด้วยเพื่อเปลี่ยนชุดให้กับร่างหนาเปลี่ยนไปมาหลายชุดก็เข้าทุกชุดเลย ไม่ว่าจะทางการหรือใส่สบายๆ ก็ดูดีไปหมด “งื้อดีทุกชุดเลยจริงๆ หุ่นเหมือนนายแบบแหนะ ใครจะโชคดีเนี่ย” พูดไปเขาก็ยิ้มไปด้วยส่วนร่างหนานั้นก็ฟังที่ซึกิพูดชมเขาไม่หยุด แล้วตัวเองไม่อยากโชคดีหรอ “บ้าน่า..อย่ามาหยอดเลยนะ แต่งตัวเสร็จแล้วก็ไปจ่ายเงินกัน” ซึกิที่ได้เดินออกมาจากห้องก่อนก็ไปชำระเงินที่หน้าเคาร์เตอร์ของร้าน คุณลูกค้าคะ พอทางร้านมีส่วนลดแปดสิบเปอร์เซ็นให้กับลูกค้าใหม่ค่ะ รวมทั้งหมดหกร้อยห้าสิบบาทถ้วนค่ะ สิบสองชุดนะคะ “ครับ ดีจังมีโปรโมชั่นแบบนี้ด้วย ขอบคุณนะครับ” ซึกิที่ขอบคุณพี่พนักงานเสร็จเขาก็เดินออกมาจากห้องแต่งตัว “นี่ ร้านนี้มีโปรโมชั่นให้ลูกค้าใหม่ด้วยนะ ดูสิ” ร่างบางโชว์ใบเสร็จให้ร่างหนา ร่างบางยิ้มดีใจ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กๆหรือเรื่องไหนคนนี้ก็จะยิ้มเสมอ ยิ้มให้กับความสุขเล็กๆที่ไม่ควรมองข้าม เห็นแล้ว กระโดดวิ่งมาแบบนี้เดี๋ยวก็ล้ม เดี๋ยวถือให้ครับ “สุภาพบุรุษสุดๆ ไปกันเถอะเรามีที่ต้องไปต่อนะ” และที่ ที่สองที่ซึกิหมายถึงคือ โรงหนัง… “เดี๋ยวเราไปกดบัตรกัน” ร่างบางจูงมือร่างหนาไปกดบัตรและเดินซื้อ ป๊อปคอร์น น้ำโค้ก หนังเราเล่นตอน...ใกล้จะเริ่มแล้วไปกันเถอะ” ทั้งสองได้เดินเข้าโรงไปแล้วนั่งเก้าอี้ที่จองเอาไว้ เลือกดูหนังผี ไม่กลัวหรอ? “ก็มันน่าสนุกนี่ เกี่ยวกับสืบสวน ลึกลับดี” หลังจากนั้น หนังก็ได้เริ่มฉายไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะหนังหรือเพลง เนื้อเรื่อง ทำให้ดูแล้วขนลุกสุดๆจน “กรี้ดดด” เสียงของซึกิดังขึ้นพร้อมเกาะที่แขนของร่างหนาเอาไว้คงไม่ใช่แค่เขาที่กรี้ด คนในโรงก็เช่นเดียวกันที่มีอาการแบบนี้ “แหะๆ ก็มันตกใจนี่นาาา” กลัวแต่ก็ดู ร่างหนาพูดจบก็ส่ายหัวและยิ้มให้กับซึกิและหันไปดูหนังต่อจนจบ เมื่อดูไปดูมาหนังที่ฉายก็จบทุกคนก็ทยอยออกจากโรงซึกิและคนข้างๆเขาก็ลุกเหมือนกัน เป็นยังไงบ้างสนุกไหม ร่างหนาที่เอ่ยถาม. “อะไรกัน เราต้องถามพี่ไม่ใช่หรอ” ภายใต้คำถามที่ร่างหนานั้นส่งออกมา เหมือนเป็นบทที่สลับกัน กลับทำให้มีเสียงหัวเราะของทั้งสองออกมาหลังจากคำถามและคำตอบสิ้นสุด หลังจากที่เสียงหัวเราะหยุดลงร่างบางก็หันหน้าไปหาคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็คือร่างหนานั่นเอง “วันนี้เรามีความสุขมากเลยนะ ไม่ได้ทำแบบนี้มานานแล้ว” ซึกิพูดจบก็ยิ้มอ่อนๆ ให้กับร่างหนาที่ยืนมองตนอยู่ เขาพูดด้วยความซาบซึ้งจากใจเพราะตัวเขาก็ไม่ได้มาแบบนี้นานมาก แล้วตั้งแต่ยังเด็ก ร่างหนาที่ยืนอยู่ข้างๆก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาพร้อมยืนฟังเงียบๆ “เราเคยมาที่นี่ตอนเด็กนะ แม่เคยพาเรามากับพ่อแม่ ตอนยังเด็กเรามายืนตรงนี้กับพ่อแม่เลยนะ และเราก็บอกพ่อกับแม่ว่าเราจะกลับมาด้วยกันที่ตรงนี้” ตอนที่ร่างบางพูดอยู่ น้ำตาที่ไหลหยดลงพื้น จึงทำให้ร่างหนาเห็นเลยยื่นกระดาษทิชชู่ให้ ก่อนที่ซึกิจะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ตาแดง จมูกแดง ถึงหู ร่างหนาที่ยืนอยู่ข้างๆค่อยเอามือเกลี่ยที่แก้มเบา อีกคนที่กำลังจะพูดต่อ ร่างหนาเลยไม่ให้ซึกิพูดแล้ว ถ้าพูดแล้วทำให้ร้องไห้ ก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้ดีกว่านะ พูดแล้วทำให้เป็นแบบนี้ “แต่เราพูดแล้วเรามีความสุขนะ ถึงจะทำให้ร้องไห้ แต่มันมีความสุข” เขาพูดจบก็รับทิชชู่ที่ร่างหนายื่นให้มาเช็ดคราบน้ำตาของตัวเอง “ไอศกรีม..เราไปกินไอศกรีมกัน เติมพลังด้วยความเย็น” ทั้งสองก็เดินมาที่ร้านไอศกรีมที่เป็นรถ ร่างบางยิ้มแย้มให้กับพ่อค้าแลัวหันไปถามร่างหนาที่ยืนข้างๆ “พี่ จะเอารสอะไร” ไม่เป็นไร เธอกินเถอะ “คุณลุงครับ เอาขนมปัง แล้วก็ใส่ทั้งข้าวเหนียวและถั่วนะครับ เอารสกะทิหนึ่งกับช็อคโกแลตหนึ่งครับ” พอสิ้นสุดเสียงพูดของซึกิพ่อค้าที่อยู่ตรงหน้าก็ตักไอศกรีมตามสเต็ปจนเรียบร้อยทั้งสองเมนูที่สั่งมา ทั้งหมดสี่สิบจะหนู “นี่ครับคุณลุง ไม่ต้องทอนเรานะ เราให้ไปเลยครับ” ลุงขอบคุณหนูมากเลยนะลูก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD