ซึกิยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะเดินออกไป ตอนนี้ก็เป็นเวลา สิบหกนาฬิกาหรือสี่โมงเย็น พวกเขาทั้งสองเดินขึ้นเอ็มอาร์ที มาที่ลงที่อโศก แล้วเดินไปอีกสักหน่อยตามทาง คนที่ชอบเดินรับลมชมวิว พอเดินไปมาเจอสวนสาธารณะที่นี่เลยเดินเข้าไป
สวนป่าเบญจกิติ…
“คนเยอะดีนะเนี่ย แถมบรรยากาศดีด้วย”
ร่างบางเดินไปเรื่อยๆเพื่อรับบรรยากาศตอนเย็นของสวนสาธารณะแห่งนี้
“สดชื่นจัง พื้นที่สีเขียวแบบนี้”
ชอบอะไรแบบนี้หรอ
“ใช่ เราชอบมากอะไรที่ธรรมชาติๆ สงบ เงียบ ดีสุดๆ”
ร่างหนาที่นั่งอยู่ข้างๆก็ไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากนั่งดูบรรยากาศที่สวนสาธารณะแห่งนี้เงียบๆ พร้อมกินไอศกรีมต่อ
เลอะแล้ว ทิชชู่
“ใส่ใจ เทคแคร์ประดุจเจ้าหญิง”
ร่างหนาหัวเราะออกมาเล็กน้อยและยิ้มที่มุมปากก่อนจะพูดเบาๆขึ้นมา
เจ้าหญิง…
“หือ อะไรหรอ” เสียงของร่างบางที่เอ่ยถามอกมาด้วยความสงสัย
ไม่มีอะไรหรอกครับ กินต่อเถอะ เดี๋ยวมันละลายเอา
“โอเคะ เข้าใจแล้ว”
หลังจากที่นั่งไปพร้อมกินไอศกรีมก็เกือบลืมเวลาว่าตอนนี้ใกล้จะมืดแล้ว
เราเดินไปอีกที่ดีกว่า มีอีกทีนะ เปิดไฟตรงสะพานด้วย
ซึกิไม่รอช้าซึกิ ก็ลากร่างหนาเดินปตรงที่มีสะพาน สะพานที่เห็นแล้วทุกคนจะรู้ว่าคือที่ไหน เป็นจุดเช็คอินเลยก็ว่าได้ ว่าแล้วก็มาถึงสะพานสักที
นี่ ตรงนี้แหละ สวยจังเห็นในเน็ตว่าสวยแล้วที่จริงๆก็สวย
ซึกิที่เดินไปเรื่อยๆพร้อมจับมือร่างหนาเดินไปตามสะพานและเดินลงไปตรงสนามหญ้าที่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับสะพาน
“นั่งตรงนี้กัน ตรงนี้ก็ดี”
พูดจบซึกินั่งลงและหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋า ก็คือ
สมุดโน๊ต? เธอเอามาด้วยหรอ
“อือหึ เอามาด้วยสิ เราเอามาวาดรูปและจด”
เขาก็นั่งดูร่างบางที่วาดรูปไปเรื่อยๆนั่งเงียบๆ และซึมซับบรรยากาศตรงนี้ ต่างคนต่างไม่พูดอะไรมาก คนนึงนั่งวาดรูปคนนึงนั่งดู จนซึกิวาดรูปจนเสร็จและเอาให้คนที่นั่งข้างๆเขาดู
“สวยไหม”
ซึกิได้เอ่ยถามขึ้นด้วยรอยยิ้มรูปภาพที่ไม่มีสีสันมีแค่สีเทาออกดำๆไหมนะ ดินสอที่วาดลงไปถึงไม่มีสีสัน แต่มีความสวยและมีเสน่ห์ของการลงดินสอ ลายเส้น เงาของดินสอที่ถูกวาดขึ้นมาตามสิ่งที่เห็นและอารมณ์ของคนวาด
สวยครับ ถึงภาพไม่มีสี แต่มีสเน่ห์
“จริงอ๊ะป่าวเนี่ย”
ร่างบางได้ยิ่งคำถามหยอกล้อชวนติดตลกออกไปเพื่อสร้างเสียงหัวเราะให้กับบทสนทนาที่คุยกันระหว่างเขาและร่างหนานั่นเอง
“แต่ตอนนี้จะหนึ่งทุ่มแล้ว เรากลับกันดีกว่า” ได้บอกร่างหนา
ตัวเขาที่ไม่ได้ตอบอะไรก็พยักหน้าเบาๆ อันเป็นว่ารับทราบสิ่งที่ซึกิพูดออกมาและทั้งสองก็เดินทางกับคอนโด
คอนโด…
“ถึงสักที โอ่ยย..”
ซึกิได้เดินตรงไปที่เตียงนอนและฟุบลงทันที เจ้าโฮกิกระโดดขึ้นมาที่เตียง คลอเคลียที่ตัว หน้า แขน ของร่างบาง
“หิวหรอ โฮกิ มาม้ะ เดี๋ยวให้กินเปียกนะ เดินมานี่ๆ”
ยังไม่ทันได้พัก ก็เดินมาป้อนอาหารเปียกให้โฮกิ ส่วนร่างหนานั้นเดินไปที่ห้องแต่งตัวเพื่อเอาเสื้อผ้าใส่ตะกร้าแยกเสื้อสีเอาไว้ซัก คิดแล้วเขาก็เอาเสื้อผ้าในตะกร้ายกไปซักที่เครื่องซักผ้า ร่างหนาเดินออกมาจากห้องน้ำ และตรงดิ่งไปที่ห้องนั่งเล่น ที่มีโฮกิแมวน้อยกับซึกินั่งอยู่ที่พื้นเพื่อป้อนเปียกอยู่ ร่างบางที่เห็นอีกคนเดินมาก็ถามเขาไปว่า
“เสียงอะไรหรอ พี่ซักผ้า?”
ใช่
“ได้แยกเสื้อสีไหม”
แยกครับ
ร่างบางที่นั่งป้อนอาหารเปียกให้แมวอยู่ จากที่นั่งหันข้างให้ก็เปลี่ยนท่านั่งเป็นท่าขัดสมาธิที่เราเรียกกัน ซึกิได้มองหน้าของร่างหนาสักพักก่อนจะพูดว่า
“พี่เรียนรู้เก่งจัง เราสอนแปปๆ ก็เข้าใจ ถ้าตัดเรื่องที่ออกมาจากรูปเราก็คิดว่าพี่อยู่ในยุคนี้แล้วนะ
….
ร่างหนาฟังแล้วไม่พูดอะไรได้ แต่นั่งเงียบๆ ดูโฮกิกินเปียกต่อ บทสนทนาเงียบลงและร่างบางก็เป็นคนที่เปิดบทสนทนาขึ้น
“พี่อยู่กับเรานานเท่าไหร่แล้วนะ”
หนึ่งเดือน
“พี่จำได้ด้วยหรอ เอ๊ะ เราไม่เคยสอนเรื่องนี้ พี่รู้ได้ไงอ่ะ” เขานิ่งไปสักพักก่อนจะตอบคำถามที่ซึกิถามไปว่า
ก็ค้นหาแล้วเรียนเอาไงครับ
“อ๋อ โอเคๆ เหมือนผ้าจะเสร็จแล้วนะ เดี๋ยวเราตากเองพี่นั่งอยู่นี่แหละ”
ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปทำอาหารรอ
พูดจบร่างบางก็เดินไปตากผ้าส่วนเขาก็ลุกขึ้นเดินไปที่ครัวเตรียมวัตถุดิบทำอาหาร เมื่อซึกิตากผ้าเสร็จแล้วเดินไปที่ครัวหาร่างหนาที่ทำอาหารอยู่
“ทำเสร็จรึยัง กลิ่นหอมเชียว มีอะไรให้เราช่วยไหม" เสียงของซึกิที่พูดขึ้นข้างๆ ร่างหนา
ไม่เป็นไร ทำเสร็จหมดแล้วครับ
โอเค เดี๋ยวเราถือช่วยนะ
ทั้งสองเดินไปที่โต๊ะอาหาร วางจากช้อนเรียบร้อย ร่างบางและร่างหนาก็เริ่มรับประทานอาหารกัน เมื่อรับประทานเสร็จแล้วทั้งสองก็ทำเหมือนเดิม มีหน้าที่กันชัดเจนว่าใครทำอะไรบ้าง เข้าขากันซะทุกอย่าง และบทสนทนาได้เริ่มขึ้น