ระเบียงห้อง…
ซึกิที่เดินออกมารับลมตอนกลางคืน ยืนเงียบๆ แสงจันทร์ที่สาดทั่วท้องนภาในยาม ค่ำคืน ดวงดาวที่มีไม่มากนักแต่ก็มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ดาวที่ระยิบระยับ เพลงที่ถูกเปิดขึ้นคลอเบาๆเหมาะกับบรรยากาศ และคนที่เปิดคงไม่ใช่แมวหรอก แต่เป็นชายหนุ่มที่ชื่อวรเชษฐ์เป็นคนเปิดเพลงนี้ ซึกิที่ยืนเอามือวางไว้ที่ขอบระเบียงและค่อยๆหันหน้าพร้อมมือที่จับผมทัดหูที่ถูกลมพัดบังหน้า
สวย…
ร่างหนาที่กำลังเดินเข้าไปได้พูดออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนจะเดินมาถึงตัวของซึกิที่ยืนหันหน้ามาให้เขาแล้ว
เปิดเพลงด้วยหรอ เข้าใจเลือกเพลงนะ เพลงโปรดเราเลยเพลงนี้
เพลงนี้หรอ
ใช่ เราชอบทั้งทำนองและความหมาย สรุปแล้ว เราชอบเพลง
ซึกิพูดจบก็ก้มหน้าลงและเงยหน้ามองท้องฟ้าในคืนนี้พร้อมเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมา
เราชอบเพลงเพราะว่ามันมีมากกว่าเพลงที่บรรเลงขึ้น
เราชอบเขียนเพราะมันเพราะมันลึกซึ้ง
ชอบวาดรูปเพราะมันคือความรู้สึก
และสุดท้าย ชอบมันทุกอย่างที่กล่าวมาเพราะมันคือตัวเรา เราชอบตัวเองที่ตัวเองมีความสุข มีสิ่งที่รัก เรารู้สึกดีทุกครั้งที่หันมาก็ยังมีสิ่งที่รักยังอยู่ ก็คือเราไง เรารักตัวเอง รักที่เรามีความสุขกับอะไรง่ายๆแบบนี้
ร่างหนาที่เห็นซึกิพูดเขาก็ฟังด้วยความตั้งใจสายตาของเขาที่มองไปที่ใบหน้าที่เขามองแล้วรู้สึกว่า คนเรามีความสุขได้ขนาดนี้ตอนพูดขนาดนี้เลยหรอ
เก่ง เธอเก่ง
ซึกิได้ยินก็หันมาขอบคุณคนข้างๆที่เอ่ยปากชมเขา และยิ้มเบาๆให้อีกเช่นเคย
“แล้วพี่ มีอะไรที่ชอบไหม”
เขาได้นิ่งไปสักพัก นึกคิดใจในว่าตัวเองมีอะไรที่ชอบบ้าง เขาก็ได้เงยหน้ามองพระจันทร์และก้มหน้าลงพร้อมหัวเราะเบาๆ
“ขำอะไรอ่ะ” ซึกิได้ถามขึ้นเพราะจู่เขาก็หัวเราะขึ้นมาดื้อๆ
เปล่า ไม่มีอะไรแค่คิดอะไรนิดหน่อย สิ่งที่ชอบ..
เขามองสิ่งรอบตัวไปสักพักก่อนจะหันหน้ามาหาซึกิ ซึกิที่เห็นแบบนั้นก็คิดในใจว่า ชอบอะไรทำไมหันหน้ามาทางล่ะ ซึกิที่รอคำตอบจากร่างหนา พร้อมมองตาแป๋วใส่เขา
ชอบเวลานี้แหละ..ตอนนี้ ชอบมันที่สุดแล้ว
เขาได้ตอบออกไป ร่างบางเองก็หันกลับมาและคิดในใจว่า ทำไมใจเรามั่นเต้นแรงจัง หน้าที่เริ่มแดงและซึกิก็เอามือทาบที่หน้าอกของตัวเอง ร่างหนาที่เห็นแบบนั้นก็หันไปถามซึกิ
เป็นอะไรหรือเปล่า
“เราไม่เป็นอะไร เดี๋ยวเราเข้าไปก่อนนะ”
เขาก็คิดเหมือนกันว่าชีวิตที่เขาเติบโตมา มันก็ดีเหมือนกันมีความสุข คิดแล้วเขาก็เดินเข้าไปข้างในแล้วปิดประตูกระจกเลื่อน และเดินเข้าไปข้างในห้องและก็หันไปเห็นร่างบางที่เดินออกมาด้วยผ้าขนหนูผืนเดียว ใช่ มันปกติแต่ซึกิที่ปกปิดแค่ข้างล่างทำให้ช่วงอกไม่ได้ปิดเอาไว้ คนที่เห็นก็เป็นเขานี่แหละที่เห็น ทั้งสองเมื่อเห็นหน้ากันทั้งซึกิและร่างหนาก็ยืนอื้งไปสักพักต่างคนต่างก็ทำตัวไม่ถูกเลิ่กลักไปตามๆกัน ก่อนที่ร่างหนาจะเปิดบทสนทนาขึ้น
เอ่อ..เธอไปแต่งตัวดีกว่านะ ยืนนานไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ฮึม
“อะ..อื้อ โอเค”
เมื่อบทสนทนาจบลงซึกิก็รีบเดินสับขาเข้าไปที่ห้องแต่งตัวเพราะที่เขาเจอกันเมื่อกี้คือห้องนอน ที่ซึกิเข้าไปเพราะจะเข้าไปเอาเซรั่มผมก็เลยเข้าไปเจอกันเพราะตัวเขาก็คิว่าร่างหนาจะยังอยู่ด้านนอกระเบียง เมื่อทำธุระอะไรเรียบร้อยก็เดินออกมาจากห้องแต่งตัว ทำเหมือนทุกวันชีวิตประจำวันของซึกิก็ไม่มีอะไรมาก ตื่น กิน ทำงาน อาบน้ำ นอนสลับกันไปทุกๆวัน นั่งวุ่นอยู่กับนิยายตัวเอง ส่วนร่างหนาชีวิตประจำวันไม่ต่างกันมาก ตื่น ทำอาหาร กิน
ทำความสะอาดบ้านเพราะขยัน อยู่เฉยๆไม่ได้ นั่งเล่นกับแมว ให้อากหารแมวบ้างบางครั้งถ้าเจ้าของไม่ลืมอ่ะนะ ทำทุกอย่างประดุจพ่อบ้านที่ถูกจ้าง จนซึกิเองจะกลายเป็นง่อย ทำให้ทุกอย่าง เห็นซึกินั่งเคลียดก็เอาของว่างไปให้ ความใส่ใจของร่างหนานั้นเป็นสิ่งที่ซึกิไม่ได้รับมาก่อนในชีวิต เขาเหมือนครอบครัวคนนึงในชีวิตของซึกิ ร่างหนาที่ทำทุกอย่างให้โดยร่างบางไม่ต้องเอ่ยปาก
เขารู้ว่า…
เขารู้ว่าซึกิเหนื่อยที่ต้องทำความสะอาด เขาเลยทำให้
เขารู้ว่าซึกิ ไม่กินเผ็ด ทุกเมนูเลยไม่ใส่พริก
รู้ว่าซึกิป่วยง่าย เลยคอยดูแลเรื่องอาหาร ความสะอาดในบ้าน
รู้ว่าตัวของซึกิขี้หนาว ตอนกลางคืนเขาจะคอยเบาแอร์ลงเสมอ
และรู้ว่าซึกิชอบพูด เขาก็เป็นผู้รับฟังที่ดีให้กับซึกิในทุกๆเรื่อง
การที่ใส่ใจแบบนี้มันทำให้ซึกิเองก็สัมผัสมันได้อย่างชัดเจนถึงร่างหนาจะไม่เคยพูดมันออกมาเลยสักนิด ตอนนี้ซึกิเป็นฝ่ายที่นอนมองหน้าของร่างหนาแทนที่จะเป็นร่างหนาที่นอนของเขานอน แต่วันนี้มัรกลับสลับกัน ซึกิมองแล้วก็คิด ผู้ชายที่ดีขนาดนี้ใครได้ไปคงจะโชคดีมากๆเลยเนาะ แต่เสียงในใจของซึกินั้นดังออกมาจนเผลอเปลงเสียงออกมา
“พี่เป็นคนใจดี ใส่ใจ และน่ารักมาก ไม่เคยทำให้เราปวดหัวกับพี่สักครั้ง เราก็เลยคิดว่าว่า ถ้าคนนั้นมีพี่เป็นคนรัก คนนั้นที่ได้ไปคงเป็นที่โชคดีที่สุดเลย”
พูดจบซึกิก็ได้เอามือแตะเบาๆที่ใบหน้าของร่างหนาที่นอนอยู่ข้างๆพร้อมกับยิ้มเบาๆ ก่อนที่จะพลิกตัวหันหลังแล้วนอน เมื่อเป็นแบบนั้นแล้วเขาที่ไม่ได้นอนหลับแต่แค่พักสายตารอซึกิมานอน เพราะเขาทำธุะเสร็จก็มานอนรอที่เตียงเลย พอเขาค่อยๆลืมตาขั้น เขานอนมองแผ่นหลังนี้ที่นอนหันหลังให้ คิดกับคำพูดที่ซึกิได้พูดไปก่อนหน้านี้ เพราะเขาได้ยินทุกประโยคที่คนข้างๆเขาพูด ทำให้ความคิดผลุดขึ้นมาในชั่วขณะ
แล้วเธอไม่อยากเป็นคนนั้นบ้างหรอ พี่อาจจะปักตำแหน่งนี้ให้หนูตั้งแต่แรกที่เห็นแล้วก็ได้
ร่างหนาได้คิดมันใจได้แต่ไม่ได้เอ่ยมันออกไปพร้อมกับความคิดของตัวเองที่ดังก้องในหัว และหลับไปในห้วงนิทราและทุกๆดช้าก็ผ่านไป สลับไปมาทุก ค่ำคืน ชีวิตประจำวันที่ไม่มีอะไรมาก ทำเหมือนเดิมในทุกๆวัน แต่ก็มีสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่นั่นก็คือซึกิป่วย เพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาเาไม่เคยป่วยเลย แต่น่าจะป่วยเพราะอากาศที่เห็นมลพิษทำให้เป็นภูมิแพ้และเขาก็เพลียช่วงนี้ เพราะนั่งนั่งงานที่หน้าคอมหนักไปหน่วย ปวดตาบ้าง เขานั่งทำงานจนไม่แตะอาหารที่ร่างหนาเอามาให้แม้แต่น้อย ร่างหนาก็เป็นห่วงคอยกำชับให้ซึกิทานอะไรบ้างแต่เขาก็ตอบรับไปแบนั้นแต่ก็ไม่แตะอาหารสักแอะเดียว ทำให้ความเหนื่อยล้าในร่างกาย และสมองที่ใช้งานหนักแต่ไม่ป้อนอาหารเข้าเลย ทำให้เริ่มไม่สบาย ตัวเขาเริ่มร้อนเมื่อร่างหนาแตะที่ตัว
เธอควรพักได้แล้วนะ หักโหมไปมันไม่ดี
“เราอยากเขียนให้เรื่องมันจบ มันใกล้แล้ว”
แต่ถ้าไม่พักผ่อนร่างกายมันจะไม่ไหว ถ้าเป็นอะไรไปใครจะต่อบท รอให้หายดีแล้วค่อยมาเขียนต่อเป็นยังไงครับ
ร่างหนาได้บอกซึกิออกไปแบบนั้นด้วยความเป็นห่วงเพราะไม่อยากให้ตัวของซคกินั้นป่วย ซึกินั่งเบะปากสักพัก ก็อ้าแขนขึ้นพร้อมตากลมโตเหมือนลูกแมวที่รอเจ้าของมาอุ้มไป เห็นแบบนั้นแล้วร่างหนาเลยเดินไปอุ้มมาวางเบาๆที่เตียงและห่มผ้าให้พร้อมปรับแอร์ให้เบาลง ร่างหนาที่กำลังเดินไปเอาอาหารและยาแต่ก็มีดึงเอาไว้
“จะไปไหน ไม่มานอนด้วยกันหรอ”
ไอ้ประโยคนี้มันยังไงกันถึงเขาจะนอนด้วยกันทุกวันแต่ชวนด้วยประโยคแบบนี้มันคืออะไรไหนจะทำหน้าตาอ้อนๆแบบนี้อีก เมื่อคิดจบเขาก็ได้ตอบคำถามของซึกิ
จะไปเอาข้าวมาให้ครับ กินข้าวแล้วจะได้กินยา
เขาพูดจบก็เดินไปที่ครัวและตักข้าวที่ทำไว้ก่อนหน้านี่ ดีที่เขาทำโจ๊กหมูพอดี พร้อมกับไข่ที่ได้ต้มเอาไว้ ตักข้าวเสร็จก็เดินไปที่ตู้ยา หยิบยาแก้หวัดออกมาจากตู้ยาและได้พูดขึ้นมา
ป่วยแล้วชอบอ้อนสินะ หึ
เมื่อพูบจบก็ได้ยิ้มเบาๆพร้อมเตรียมข้าว ยา อะไรให้เรียบร้อยแล้วเดินไปที่ห้องนอนที่ซึกินอนรอเขาอยู่ ป่วยก็ถือว่าไม่ดื้อแต่ขี้อ้อนมากกว่าที่หมายถึงซึกิ
“หอมจัง น่ากินมากเลยแต่เราไม่ค่อยอยากกินเท่าไหร่ ถ้ากินไม่หมดล่ะ”
ไม่เป็นไร ขอแค่เธอกินสักหน่อยแล้วกินยาแค่นี้ก็พอแล้ว
“อื้อ เราจะกินแล้วนะ”
ครับ
ร่างหนาที่ไม่ได้พูดอะไรมากก็นั่งข้างๆเตียงดูซึกิที่กินข้าวที่เขาทำให้อยู่ มองอีกทีถ้วยที่ใส่โจ๊กหมดเกลี้ยง คงจะเป็นคนป่วยที่เจริญอาหารที่สุดแล้ว ความคิดที่กำลังดังขึ้นในหัวก็ยังไม่ทันได้คิดต่อก็มีเสียงที่พูดขึ้น
“นี่ เรากินหมดแล้วนะ”
ซึกิโชว์ถ้วยให้ร่างหนาที่นั่งอยู่ข้างๆเขาดูว่าตัวเขากินหมดแล้วนะ หน้าที่ดูดื้อๆนั่นเหมือนกลับว่าต้องการให้เขาชม
เก่งมากครับ
พูดจบเขาลูบที่หัวของซึกิเบาๆเพื่อเป็นรางวัลมองดูดีๆซึกิก็ทำตัวเหมือนแมวที่ตากลมๆน่ารักๆขนนุ่มฟู เขาคิดแล้วหัวเราะออกมา ทำให้ซึกิสงสัยว่าเขาหัวเราะอะไร