บทสนทนาได้ถูกต่อหลังจากเสียงหัวเราะที่กิดขึ้นเมื่อสักครู่
“พี่ หัวเราะอะไร”
แค่มองเธอแล้วนึกถึงแมว
“หรอ แมวแบบนี้หรอ”
ซึกิที่ได้ยินคำตอบแบบนี้ก็คิดแล้วทำท่าทางขึ้นมา โดยการเอามือสองข้างอกขึ้นประมาณอกแล้วกำมือให้เป็นกำปั้นแล้วขยับมือเล็กน้อยพร้อมร้อง เมี๊ยว ให้ร่างหนาดู เขาเห็นแบบนั้นก็ยิ้มแล้วจับซึกิเข้ามาจูบทันที โดยที่ซึกิยังไม่ทันตั้งตัว ซึกิก็ตกใจแต่ไม่ได้ขัดขืนอะไร ตัวเขาก็เริ่มงงกับตัวเองเหมือนว่าความสัมพันธ์ตัวเขาเองกับร่างหนามันเป็นแบบไหน ตอนนี้ร่างหนาก็ได้หยุดจูบและมองหน้าซึกิแล้วถามขึ้นว่า
คิดอะไรอยู่ครับ
“เรา..เราแค่คิดว่าความสัมพันธ์ของเรามัน…”
เธอกังวลหรอ
“อือหึ เราพอคิดได้ก็จริงว่า พี่เน้นการกระทำแต่ก็ไม่แน่ใจว่าพี่รู้สึกยังไง”
พี่ชอบเธอ…
บรรยากาศได้เงียบลงอีกครั้ง ทั้งสองได้สบตากัน ในตาซึกิได้บอกอะไรมากมายถึงจะไม่ได้พูดมันออกมา เขาว่กันว่าสายตามันหลอกกันไม่ได้ แต่ซึกิมีความคิดมากมายแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป พูดแค่ประโยคเดียวว่า
“เราก็ชอบพี่นะ”
เหมือนตอนนี้ทั้งสองสารภาพรักกันอยู่เลย ทั้งสองต่างก็ชอบคอกัน พอเกิดเรื่องขึ้นแบบนี้แล้วมันดูจะแฮปปี้มากเลย เพราะต่างฝ่ายต่างก็รู้สึกดี ทั้งสองได้เงียบไปสักพักก่อนที่เขาจะบอกให้ร่างบางนอนพักเพราะเขาไม่สบาย
เธอพักเถอะ ไม่สบายต้องพักผ่อน
ร่างหนาได้บอกคนที่นอนอยู่ข้างๆ เขาให้นอนพักผ่อน ร่างหนาก็ได้ลูบที่หัวของซึกิเป็นการกล่อมให้ตัวของซึกินั้นนอน เขารอให้อีกคนนอนหลับ ตัวเขาเองก็ลุกไปเช็คความเรียบร้อยในบ้านว่ามีส่วนไหนที่ยังไม่ได้ทำ แต่ก็เรียบร้อยหมดแล้ว ตอนนี้เป็นเวลาสิบสี่นาฬิกาสิบสี่นาที ยังไม่ถึงตอนเย็น ตัวเขาก็นั่งข้างๆ เตียงเฝ้าซึกินอน ตัวของเขาเองก็ยังเป็นเหมือนเดิม
ไม่ว่าจะตอนไหนก็ยังรอให้ซึกินอนก่อนเสมอ กล่อมให้ซึกินอนแล้วเขาค่อยนอนหลังจากที่ซึกิหลับไปแล้ว เพื่อให้ซึกิได้สบายใจในการนอนและรู้สึกปลอดภัย สักพักก็มีเสียงของแมวร้องร้องขึ้นไม่ใช่แมวที่ไหนเสียงที่ได้ยินก็คือเสียงเจ้าแมวน้อยโฮกินี่เอง ที่ร้องเรียกเหมือนต้องการอะไรก่อนจะเดินมาทางที่ร่างหนานั่งอยู่แล้วคลอเคลียที่ขาของเขา
เมี๊ยว
เสียงของโฮกิแมวน้อยได้ดังขึ้นหลังจากเดินมาคลอเคลียที่ขาของร่างหนาอีกครั้งก่อนที่จะกระโดดขึ้นมาที่เตียง
ชู่วว อย่างเสียงดังสิโฮกิ
ร่างหนาได้บอกแมวน้อยที่ร้องออกมาอย่างแผ่วเบาแต่ก็ทำให้ได้ยินเสียงที่ร้องออกมาได้ ยังไม่ทันที่ร่างหนาได้จะได้จับตัวของแมวน้อย เจ้าโฮกิก็เดินไปนั่งมองเจ้าของตัวองสักพักก่อนจะหันหน้ามามองที่เขา ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ ซึกิเหมือนรับรู้ว่าเจ้าของของตนไม่สบาย เมื่อร่างหนาเห็นแบบนั้นก็ลูบที่หัวของโฮกิก่อนจะล้มตัวลงนอนเช่นเดียวกัน ทั้งสามคนรวมถึงเจ้าแมวน้อยก็หลับไปพร้อมกัน รู้สึกตัวอีกทีก็เป็นเสียงร้องของแมวน้อยที่ร้องข้างๆ หูเขาทำให้ร่างหนานั้นตื่นขึ้นมา
มีอะไร หื้ม โฮกิ
แมวน้อยข้างๆ ก็ได้แต่ร้องแล้วส่งสายตาบอกว่าดูซึกิให้หน่อย สายตาที่ร้องหาเขาและก็หันไปทางร่างบางที่นอนอยู่ ร่างหนาเห็นดังนั้นจึงเขยิบตัวลุกขึ้นเล็กน้อยเพื่อเอามือจับที่หน้าผากของคนที่นอนอยู่ก็พบว่าตัวของซึกินั้นร้อนแล้วรู้สึกว่าซึกิจะเริ่มงอแง เขาเลยลูบไปที่หัวเบาๆ ก่อนจะลุกไปหยิบปะหลอดวัดไข้มาสอดเข้าที่ใต้รักแร้ของซึกิ รอสักพักก็ได้ผลสรุป
สามสิบแปดจุดแปดองศา เมื่อเห็นแบบนั้นเขาก็ลุกไปเอาน้ำใส่กับถ้วยแก้วใบใหญ่พร้อมผ้าที่เอาไว้ชุบน้ำเช็ดตัว เมื่อเดินมาถึงหัวเตียงแล้วเขาวางของข้างๆ เตียงก่อนจะเริ่มเช็ดตัวให้คนป่วยที่นอนอยู่ ในระหว่างที่เช็ดก็มีเสียงแมวร้องขึ้นมาเพราะโฮกิเองก็คงห่วงซึกิเช่นเดียวกัน เช็ดตัวไปสักพักซึกิก็เริ่มขยับตัวและเริ่มงอแง
“อื้อ..ไม่เอา ฮึก”
ชู่วว เช็ดแปปเดียวครับ
“ไม่เอา ฮึกฮือ…”
ร่างบางเริ่มร้องไห้ออกมาเพราะไม่อยากเช็ดตัว น้ำมันเย็นทำให้ตัวของซึกินั้นรู้สึกหนาว ร่างหนาก็ไม่มีทีท่าจะหยุดเช็ดตัวแต่ค่อยๆ เช็ดแทน ในระหว่างที่แมวของซึกิก็ร้องออกมาพร้อมหันไปมองหน้าร่างหนา เสียงค่อนข้างออกทางขู่เพราะโฮกิคิดว่าร่างหนาทำให้ซึกิเจ็บ
โฮกิ นี่ไม่ใช่การทำร้ายแต่มันคือการเช็ดตัวเพื่อให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง เข้าใจไหม
เมี๊ยวว
เหมือว่าโฮกิจะฟังรู้เรื่องในสิ่งที่เขาได้บอกไป เลยทำให้โทนเสียงที่ร้องออกมาเบาลง โฮกิเองก็ได้แต่คลอเคลียที่ตัวเชิงอ้อนซึกินั่นเอง ซึกก็ได้พยายามเขยิบมือไปจับตัวโฮกิแมวของเขาเพื่อเป็นการขอบคุณ โฮกิ่รู้ว่าเจ้าของ ของตนพยายามจะเอื้อมมือมาลูกที่ตัวก็ขยับตัวเองไปใกล้ๆ เพื่อให้ซึกิลูบได้สะดวก ร่างหนาที่เช็ดตัวเสร็จแล้วก็เดินเอาของไปเก็บและเดินกลับมาที่เตียงซึกิที่ยังไม่หลับสนิทก็หันไปหาร่างหนาเพื่อพูดบางอย่าง
“กอดเราหน่อยได้ไหมนะๆ”
ไม่ใช่ประโยคสั่งแต่เป็นประโยคอ้อนให้ร่างหนาลงมานอนด้วยกัน ซึกิได้พูดขึ้นพร้อมทำหน้าอ้อนๆ ร่างหนาที่เห็นแบบนั้นแล้วใครจะไม่ใจอ่อนบ้าง พอได้ยินประโยคนั้นที่ซึกิบอกเท่านั้นเขาก็ลงไปกอดให้ความอุ่นทันทีซึกิที่ได้ตามคำที่ขอก็ไม่รอช้าเข้ามากอดร่างหนาเช่นกันพร้อมมุดหน้าลงปซุกที่อกของคนตรงหน้าทันที ซึกิได้จมในอ้อมอกของร่างหนาเรียบร้อย ถ้าเขาจะเป็นรายต่อไปที่จะติดไข้ก็คงไม่แปลก
ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก
เสียงของนาฬิกาที่ดังเป็นจังหวะไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหยุด ทั้งสองที่หลับไปในหวงนิทรา หลับไม่รู้เวลา เวลาที่ไม่มีทีท่าจะหยุดและขณะนี้เวลา สามนาฬิกาตรงเป๊ะหรือที่เรียกว่าตีสามนั่นเอง เวลานี้ร่างหนาได้รู้สึกตัวขึ้นมาพร้อมกับคนในอ้อมกอดเขาที่กอดเอาไว้แน่นที่หมายถึงซึกิกอดไม่ยอมปล่อย ตัวเขารู้สึกตัวแล้วลมหายใจที่รดต้นคอเขาอยู่ทำให้ตื่นขึ้นมา
เมื่อเป็นแบบนั้นแล้วเขาก็เลยขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้ตำแหน่งมันออกห่างจากคอเล็กน้อย ถ้านอนแบบนี้ต่อไปเขาคงไดตื่นขึ้นมาอีกเป็นแน่ แต่ดูเหมือนว่าร่างบางจะไม่ให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่นัก ยิ่งขยับยิ่งเขยิบเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่มีทางเลือกตัวของร่างหนาเองก็ได้เขยิบให้ตัวเองสูงขึ้นจากหมอนแล้วกอดซึกิให้จมอกเพื่อไม่ให้เขยิบขึ้นมาระหว่างคอเขาอีก คิดว่าถ้ามีอีกครั้งคงจะได้ตื่นและไม่ได้นอนอีกเป็นแน่ และตัวของเขาเองก็ได้นอนต่ออย่างสบายใจ
ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก ติ๊ก…
เสียงนาฬิกาที่ดังเป็นจังหวะๆ อีกครั้งและแน่นอนว่าเขาไม่ได้ตื่นเพราะนาฬิกาแต่เป็นเพราะ ซึกิ…ที่ขึ้นมานอนทับบนตัวเขา เรื่องที่นอนบนตัวไม่เท่าไหร่แต่ซึกิท้งเอามือล้วงเข้ามาในเสื้อเขาและกอดไม่ปล่อย ยังไม่ทันขาดคำซึกิก็เขยิบตัวไปมา ร่างหนาก็ได้ตัดสินใจตีไปที่ตูดของซึกิก่อนจะกอดเอวเอาไว้ให้อยู่กับที่แล้วก็นอนหลับต่อแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น วันนี้รูสึกว่าซึกิจะติดสกินชิปเป็นพิเศษหรือนอนดิ้นกันแน่ เพราะปกติซึกิเองก็นอนปกติไม่ได้ถึงขนาดนี้แต่น่าจะเป็นเพราะป่วยด้วยเลยเป็นขนาดนี้ เมื่อควาคิดของร่างหนาสิ้นสุดลงเขาก็นอนต่อแบบนั้นแหละที่ซึกินอนทับตัวเขาอยู่
แต่ก็ไม่ถือว่าทับหรอกเพราะซึกิที่เอวเล็ก ความรู้สึกที่ร่างหนาได้จับเอวของซึกิ เหมือนเขากำลังจับอะไรที่เล็กๆ อยู่จะใช้มือเดียวในการโอบเอวยังไงได้เลยหรือฝ่ามือเขารวมถึงน้ำหนักของซึกิเองที่ดูเหมือนเบาหวิว ถ้าให้เดาก็คงหนักสี่สิบต้นๆ เพราะตัวเขาเองก็เคยอุ้มซึกิหลายครั้งเหมือนกันถึงจะไม่บ่อยมาก แต่ก็พอจะรู้ว่าซึกิก็ตัวเบาไม่น้อยเลย นี่คือความร่างหนาที่ได้อุ้มและสัมผัสที่เอวค่อนข้างบ่อยครั้ง เมื่อผ่านพ้นค่ำคืนนี้ไป ท้องฟ้าที่สดใสก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
ตอนนี้เป็นเวลา เจ็ดนาฬิกาสามสิบนาที..
ร่างหนาได้ตื่นเป็นที่เรียบร้อย เมื่อเขาตื่นขึ้นก็ได้เช็คอาการของซึกิเป็นลำดับแรก ว่าดีขึ้นรึเปล่าจากเมื่อคืน เขาก็ได้หยิบปะหลอดที่วัดไข้อยู่ข้างเตียงเอาขึ้นวัดที่ใต้จักแร้อีกครั้งว่าไข้ลดแล้วหรือยัง
ตี้ดๆ ตี้ดๆ
เครื่องได้ทำการวัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขึ้นเป็น สามสิบห้าจุดสี่องศา ถือว่าเป็นเลขที่ดี ที่แปลว่าไข่ของซึกิลดลงมาแล้วแต่ก็ยังต้องกินข้าวกินยารอบสุดท้ายเขาเลยลุกออกมาที่นอนเบาๆ แมวน้อยโฮกิที่รับรู้ได้ถึงเตียงนอนี่ขยับเล็กน้อยเลยยืดแขนขาของตัวเองก่อนจะร้องออกมา
เมี๊ยววว
เมื่อได้เปล่งเสียงออกมาโฮกิก็ได้เดินตามร่างหนาไปที่ห้องครัว เพราะโฮกิรู้ว่าต้องได้อาหารแน่ๆ เมื่อร่างหนาเห็นโฮกิเดินตามาเลยไปเทอาหารให้โฮกิกิน แมวน้อยก็กินอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนตัวเขาก็ตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารให้ซึกิรับประทานตอนที่ซึกิตื่นขึ้นจากอาการป่วยของเมื่อวาน เมื่อทำเสร็จแล้วเขาก็จัดแจงแล้วยกเข้าไปในห้องนอน ตอนนี้ซึกิก็ยังนอนหลับปุยอยู่เลย ไมมีท่าทีว่าจะตื่น ร่างหนาที่เห็นแบบนั้นเลยทำการปลุกซึกิให้ตื่นโดยการอุ้มโฮกิมาทับที่ตัวเหมือนเช่นเคย
แต่คราวนี้ได้ผลซึกิตื่นขึ้นพร้อมกับน้ำลายเต็มหน้าซึ่งก็คือของโฮกิเอง ที่เลียหน้าซึกิพร้อมเสียงที่เรียกเจ้านายของตน ร้องเมี๊ยว ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ที่ร่างหนาไม่ปลุกเองเพราะวิธีปลุกของเขาไม่ใช่วิธีแบบนี้น่ะสิ เขาเลยใช้แมวปลุกซึกิทุกครั้งๆ ถ้าปลุกไม่ตื่นเขาก็มีวิธีที่จะทำให้ซึกิตื่น
“อื้ออ…”
ซึกิได้บิดตัวไปมาก่อนจะลุกขึ้นนั่งด้วยความรู้สึกี่ก่ำๆ กึ่งๆ หัวก็ฟูๆ ตาที่ยังไม่เปิด ซึกิที่เป็นแบบนั้นกำลังจะหลับลงอีกรอบร่างหนาที่เห็นแบบนั้นเลยเดินเข้าไปใกล้แล้วอุ้มซึกิมาวางที่เคาน์เตอร์และเอามือของเขาทั้งสองข้างกันทางเอาไว้ เจ้าตัวก็ยังไม่ไม่ลืมตาสักทีพร้อมปล่อยร่างกายตัวเองให้เอนลงไปพักที่ไหล่ขอร่างหนาตามเคย
เหมือนจะไม่ตื่นจริงๆ สินะ