ร่างหนาได้ทำการสะกิดที่ไหล่ของซึกิไปมา แต่ก็ไม่มีทีท่าจะตื่นเขาเลยต้องลุกขึ้นมานั่งและอุ้มซึกิขึ้นมา สักพักซึกิก็ได้ตื่นขึ้นด้วยความตกใจที่คนตรงหน้าอุ้มเขาอยู่
“อื้อ… เห้ย! ปล่อยเราลงเดี๋ยวนี้นะ”
สิ้นสุดเสียงของซึกิร่างหนาจึงปล่อยเขาลงมาวางเบาๆ ซึกิเลยถามไปว่า
“นี่คุณอุ้มเราทำไม ปลุกก็ได้หนิ” เขาได้ยืนนิ่งไปสักพักและได้พูดขึ้นมาว่า
ก็เจ้าไม่ตื่น ข้าก็เลยอุ้มเจ้าเพิ่อจะเขย่า
“ห้ะ เขย่าเราเนี่ยนะ” ซึกิได้ตอบกลับไป
ใช่ ตอนข้าปลุกหมาที่หลับลึกเกินไปก็แบบนี้แหละ
“นี่คุณว่าเราเป็นหมาหรอ ไอ้บ้า”
เมื่อร่างหนาพูดคุยกับคนตรงหน้าได้สักพักก็สังเกตว่าเจ้าแมวคลอเคลียร์ที่ขาซึกิไม่หยุด เลยนั่งยองๆเพื่อมองแมวชัดไม่ได้สนใจที่ซึกิพูดสักนิด
“นี่ คุณเข้าใจที่เราพูดไหมเนี่..”
พูดอะไร
…. ( ขอบคุณคงไม่ได้ฟังกันเลยสินะ )
ร่างบางคิดในใจ พอเลิกพูดแล้วเขาก็หันไปเห็นเจ้าแมวน้อยคลอเคลียร่างหนาอยู่เลยเปิดคำถามขึ้นมาว่า
“ที่คุณบอกเราเมื่อวานว่าตามเราว่าเพราะเราเป็นคนปล่อย คุณจะกลับเข้าไปได้อีกไหม”
ไม่ ข้ากลับเข้าไปไม่ได้อีกถ้าได้ออกมาแล้ว
“จริงหรอ คุณแบบไม่มีบ้านให้กลับหรอ”
ข้าไม่มีที่ให้ไปหรอก
เขาได้ตอบซึกิกลับไปแล้วหันมาเกาที่คางแมวต่อ ซึกิเห็นแบบนั้นก็คิดในใจว่าถ้าไล่ไปเขาจะไปอยู่ที่ไหนแต่ถ้าห้องอยู่ด้วยกัน…ก็คงต้องมีข้อแลกเปลี่ยนหรือกฏการอยู่ร่วมกันนั่นเอง
“งั้นเอาแบบนี้คุณอยู่กับเราก็ได้แต่ต้องทำข้อแลกเปลี่ยนกัน โอเคไหม? กฏง่ายๆ เลย หนึ่งห้ามทำลายข้าวของในห้องนี้ สองต้องให้อาหารแมวทุกๆ เจ็ดโมงหรือแปดโมงก็ได้ สามถ้าจะออกไปไหนคุณต้องบอกเราเพราะเราเป็นเจ้าของบ้าน โอเคะ
อืมม..ง่าย ข้าตกลง
“โอเคถือว่าเราตกลงกันเรียบร้อย”
ซึกิพอพูดจบแล้วก็ลงไปนั่งที่พื้นและเล่นกันแมวน้อยต่อ สักพักก็ถามชื่อของคนที่อยู่ตรงหน้า
ว่าคุณชื่ออะไร เราจะได้เรียกถูก ให้เรียกแต่คุณๆทั้งๆที่อยู่ด้วยกันมันก็แปลกๆ อยู่นะ เมื่อซึกิพูดจบเขาก็ตอบซึกิว่า
ชื่อ “วรเชษฐ์”
“ชื่อเพราะจัง ความหมายก็ดีวรเชษฐ์ที่แปลว่า ผู้เป็นเชษฐาอันประเสริฐ” ยังไม่ทันที่ร่างหนาจะเอ่ยปากถามซึกิก็ได้พูดขึ้นว่า
ส่วนเราชื่อ “ซึกิโยะ” ซึกิโยะที่แปลว่า ค่ำคืนแห่งจันทร์
ทั้งสองก็ได้นั่งพูดคุยกัน เวลาผ่านไปก็หลายชั่วโมง แต่เป็นหลายชั่วโมงที่เร็วสำหรับเขาสองคนและทันใดนั้น หน้าของซึกิก็ใกล้ชิดร่างหนามากขึ้น จนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันทั้งสองไม่มีใครพูดอะไรแต่กลับสบตากัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบ และแล้วร่างหนาได้เอามือประคองที่หัวของซึกิแล้วเริ่มประกบฝีปากนุ่มเบาๆ ใช้ลิ้นสอดเข้าไปในปากของซึกิจนเขาเผลอเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา
อื้อ ~
เสียงของซึกิที่เปล่งออกมาเบาๆนี่คือจูบแรกของเขาแต่เขาไม่มีแรงที่จะสู้เลย ซึกิไม่รู้มาก่อนว่าการสัมผัสกันที่ปากจะดีขนาดนี้ ร่างหนาที่มองซึกิเป็นระยะก็เห็นว่าตัวของซึกิไม่มีท่าทีจะขัดขืน เขาก็เลยจูบต่อพร้อมกับล้วงมือไปคลึงที่เอวเบาๆ เริ่มไล่ลงมาคลอเคลียร์ที่คอ ซึกิที่คิดขึ้นมาได้ก็พยายามผลักเขาออกแต่ไม่ได้ผล ร่างหนาก็จูบไล่ลงมาเรื่อยๆ ที่เอว ขา และเท้า
ซึกิที่นอนหอบแก้มแดง เขาที่มองมานั้นก็ก้มลงมากระซิบที่หูของซึกิว่า
เจ้าน่ารักจัง ไม่คิดว่าว่าเจ้าจักแก้มแดงถึงเพียงนี้
ซึกิที่นอนอยู่ก็ได้แต่แก้มแดง ส่วนร่างหนานั้นก็สนุกที่ได้แกล้งเขาก็ได้คิดในใจว่า วันนี้ซึกิไม่ได้เป็นของเขาสักวันก็จะได้ป็นอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่าหวังว่าใครจะได้ไปของๆ เขาไม่ว่าใครหน้าไหนก็ห้ามแตะ ซึกิที่เห็นร่างหนาที่อยู่บนตัวเขานิ่งไปมัวแต่มองที่หน้าซึกิเลยเอ่ยปากขึ้นมา
“นะ..นี่ ลุกออกไปได้แล้ว เราจะลุกไป….อาบน้ำ”
อาบน้ำตอนนี้รึ?
“ใช่! แปลกตรงไหนล่ะ ไปแล่ว!”
ซึกิได้ลุกออกไปแล้วตรงไปที่ห้องน้ำแล้วปิดประตูลงพร้อมตัวชิดกำแพงและถอนหายใจ
“เกือบไปแล้ว แต่เมื่อกี้...หัวใจเรา”
เขาได้จับที่หน้าอกของตัวเองและนึกถึงภาพในตอนนั้นที่ปากสัมผัส ลิ้นที่สอดเข้ามา สักพักเขาก็สลัดความคิดนี้ออกแล้วอาบน้ำ เมื่อซึกิทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วก็แต่งตัวเรียบร้อบเสร็จสับเลยเดินออกมาแล้วตรงไปที่ครัว เขารีบเดินเพื่อหลบหน้าคนที่นั่งอยู่ห้องนั่งเล่นกับโฮกิ
แต่เขานั้นเห็นแต่ก็ทำตัวไม่เห็น เมื่อซึกิคิดว่าเขาไม่เห็นเลยเดินไปทำอาหารเช้าของวันนี้ ซึกิที่กำลังทำอาหารอยู่ก็ร้องเพลงส่ายสะโพกเบาๆ พลำเพลงไปเรื่อยๆ ร่างหนาที่เดินมาเงียบๆก็ยืนดูซึกิที่ซ่ายสะโพกไปมาอยู่แบบนั้น เขาก็ยืนอมยิ้มอยู่คนเดียวแบบนั้นนซึกิทำอาหารจนเสร็จและได้หันมา
"มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย" ซึกิได้ถามคนตรงหน้าออกไป
มาตั้งแต่เจ้าส่ายก้นแล้วร้องเพลง
ซึกิไม่ได้ตอบอะไรและตั้งใจทำอาหารเช้าจนเสร็จ เตรียมจานอะไรให้เรียบร้อยแล้วเดินไปให้อาหารแมวน้อยโฮกิ และมานั่งที่โต๊ะอาหารพร้อมเรียกวรเชษฐ์มานั่งร่วมโต๊ะ
“นั่งด้วยกันสิ ใช้ช้อนเป็นรึเปล่า”
เจ้าลองใช้ให้ข้าดูสิ
“โอเค ดูนะ ใช้ง่ายๆ ช้อนใช้แบบนี้นะ”
เขาก็ได้อธิบายการใช้ช้อนส้อมให้ร่างหนาฟังว่าใช้แบบไหน ตะเกียบ มีด ต่างๆ พอเข้าใจแล้วทั้งสองก็รับประทานอาหารเช้ากันต่อจนเสร็จ กินจนเสร็จซึกิที่กำลังจะเก็บจานแต่ร่างหนาก็ได้หยุดเอาไว้แล้วบอกว่าตัวเขาจะเก็บเอง และให้ซึกิไปทำธุระที่ตัวเองมีเถอะซึกิที่เห็นแบบนั้นเลยตอบกลับไปว่า
“เราไม่ได้มีธุระอะไรหรออกเก็บช่วยกันนี่แหละ” ซึกิได้กล่าว
งั้นเจ้าเก็บข้าจะล้างเอง ถือว่าข้าได้ช่วยเจ้า จะได้ข้าอยู่แบบไม่ทำอันใดมันผิดวิสัยของข้า
“โอเคละกัน อย่าทำถ้วยแตกนะ เราจะไปทำงานที่โต๊ะนะ”
อืม อันเป็นว่าเข้าใจ
ร่างหนาที่ล้างจานเสร็จแล้วก็เดินไปหาซึกิ เมื่อเห็นซึกิกำลังตั้งใจทำงานเลยไม่อยากรบกวนเพราะหน้าคิ้มขมวดขนาดนั้น เขาเลยเกิดไปที่ครัวอีกครั้งและเปิดที่ตู้เย็นเพื่อดูว่ามีน้ำอะไรบ้างในตู้เย็น ร่างหนาก็หันเหลือบไปเห็นน้ำที่เหมือนผลไม้สีชมพู แต่เขาไม่รู้ว่าคือน้ำอะไรหน้าตาดูน่ากิน เลยมองหาแก้วและรินน้ำใส่ ยกไปให้ซึกิดื่ม น้ำได้ถูกวางลงข้างๆโต๊ะทำงานของซึกิ
ซึกิที่เห็นแบบนั้นก็หันไปกล่าวขอบคุณที่เขาเอามาให้ และหันไปทำงานต่อ เขาที่ไม่รู้อะจะทำอะไรเลยทำความความสะอาดทั้งห้อง ปัด กวาด เช็ด ถู ทำทุกอย่างประดุจพ่อบ้านคนหนึ่งมารับจ๊อบ
เวลาก็ได้ล่วงเลยไปตอนเที่ยงแมวน้อยที่ร้องขึ้นด้วยความหิว ร่างหนาที่เห็นแบบนั้นเลยเทอาหารให้ ดีที่เขาเคยเห็นร่างบางเทให้เจ้าโฮกิอยู่ว่าทำยังไง แต่เขาคงกะปริมาณเอาว่าเท่าไหร่ แต่พอจ้องดูดีๆแมวตัวนี้โคตรจะอ้วนแบบ ตุ๊ต๊ะๆ ก้อนกลมๆ ไม่สิ เหมือนวัสดุที่ใช้อะไรสักอย่างขนาดใหญ่ เขาก็ไม่รู้ว่าซึกกิเอาอะไรให้กินถึงได้ตัวใหญ่ขนาดนี้ แต่พอมองสักพักก็รู้สึกว่าแมวตัวนี้ต้องได้รับการทำความสะอาด เขาเลยจับแมวเข้าไปอาบน้ำ เพราะตอนนี้เขาไม่มีอะไรจะทำ เลยจับแมวทำความสะอาดร่างกาย
ทำไมตัวไม่ยุบเลยล่ะ ยังก้อนกลมเหมือนเดิม
โฮกิที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะโดนจับทำแบบนี้ก็สบายใจแต่พอเดินมาห้องน้ำเท่านั้นแหละขู่ฟ้อๆ ไม่หยุด แต่ก็ยอมให้อาบไม่ขยับไม่ดิ้นไปไหนจนอาบเสร็จเรียบร้อยเลยอุ้มไปถามซึกิว่าถ้าแมวตัวเปียกต้องทำยังไงต่อจากนี้ ซึกิก็ได้ตอบร่างหนากลับไปว่า
“เอาไปเป่าแห้งสิ ตรงโต๊ะข้างๆ กระจกจะมีที่เป่าสำหรับแมวอยู่”
เมื่อตอบจบก็ทำงานต่อ ส่วนฝั่งร่างหนานั้นก็เอาเครื่องเป่ามาเป่าขนแมว ไม่รู้จะรอดไหมแต่แมวดูชอบนะ เขาเลยทำต่อไปเรื่อยๆจนเสร็จจนขนแห้งสนิทเลยล่ะ เสร็จแล้วเขาก็เดินไปหยินบขนมแมวเลียฉีกให้โฮกิกินเป็นรางวัล ตอนนี้แมวกลับมาสะอาดตาเหมือนเดิม เมื่อทำตรงนี้เสร็จแล้วเขาก็ที่ห้องน้ำไปขัดพื้น ไปห้องแต่งตัวเพื่อพับผ้า ไปห้องนอนเพื่อจัดเตียงให้เรียบร้อย
ซึกิที่ทำงานอยู่ก็ไม่ได้สังเกตว่าห้องตัวเองตอนนี้เป็นยังไงจนเวลาตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มยี่สิบเจ็ดแล้ว ซึกิเลบบิดร่างกายเล็กน้อยเพื่อให้ความเมื้อยล้าในร่างกายนั้นหายไป พอหลุดโฟกัสแล้วหันกลับไปมองห้องตัวเองถึงกับตาค้าง และได้เดินไปแต่ละห้องเพื่อเช็ค อึ้งอีก ห้องน้ำที่กระจกเงาวับ ห้องครัวที่เหมือนคนไม่ได้ใช้ พื้นที่สะอาด ห้องแต่งตัวที่เป็นะเบียบ ส่วนห้องนั่งเล่นนั้นก็ไร้ที่ติและมีร่างหนาที่นั่งอยู่กับโฮกิแมวน้อย ซึกิเลยเดินไปหา
“ทั้งหมดนี่คุณทำหมดเลยหรอ เอ๊ะ หรือจะเรียกคุณว่าพี่ น่าจะเหมากว่าดูอายุเยอะกว่าเราพอเรียนคุณมันก็แปลกๆด้วย”
เอาที่เจ้าอยากพูดเถอะ
“อื้ม งั้นพี่แล้วกัน แล้วนี่ทำเองหมดเลยหรอ”
ใช่
“ห้ะ เราก็นึกว่าจะล้างแค่จาน ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะ แต่ยังไงเราก็ขอบคุณมากๆ นะ เหมือนได้ห้องใหม่เลย”
พูดจบก็ยิ้มเล็กน้อยให้กับร่างหนาและกล่าวขอบคุณที่เขาทำให้ขนาดนี้ ซึกิก็เป็นคนขยันนะแต่ก็ไม่ได้ทำขนาดนี้ถือว่าได้ห้องใหม่เลยล่ะ
“แต่ครั้งหน้าไต้องทำแบบนี้ก็ได้นะเดี๋ยวเหนื่อยเปล่าๆ”
ตาของซึกิก็เหลือบไปเห็นแมวของเขาที่ดูสะอาดสะอ้านสุดๆ ซึกิเลยอุ้มขึ้นมาแล้วพูดขึ้นว่า
“โห่ ทำความสะอาดแมวด้วยแหะ แต่อ้วนจังเลยน้าา”
แง่วว ~
“โอเค ไม่บูลลี่ก็ได้ หุ่นแบบนี้ออกจะน่ารักเนาะๆ”
ซึกิก็ได้อุ้มโฮกิมาที่ครัวแล้ววางลง เพราะว่าจะทำกับข้าว แต่ก็เห็นอาหารวางอยู่ที่โต๊ะ เขาเลยหันปมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วชี้ที่อาหารและเขาเป็นการถามว่า คุณทำเองหรอ เขาพยักหน้าเบาๆเป็นการตอบรับว่าเขาทำมันเอง มีแต่อาหารไทยเต็มไปหมด
“ไม่อยากจะรู้เลยนะเนี่ยว่าพี่ทำอาหารเป็นด้วย น่ากินทังนั้นเลย หอมจังเลย ไม่รู้จะขอบคุณยังไงดีเนี่ย งั้นๆ มานั่งตรงนี้เดี๋ยวเราไปเอาจานกับช้อนซ้อมเอง นั่งรอเลย”
ซึกิก็ไปเดินไปหยิบของที่ครัว จาน ช้อนซ้อมเอาไว้สำหรับอาหารมื้อนี้ด้วยอารมณ์ที่ดีสุดๆเพราะปกติเขาจะทำอาหารเอง อยู่คนเดียวแบบเหงาๆมีร่างหนาเข้ามาอยู่ด้วยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีคิดเสร็จเดินออกจากครัวแล้วเอาจานไปวางที่โต๊ะฝั่งของร่างหนาและวางของตัวเอง พูดขึ้นมาว่า
「いただきます 」 อิ-ตะ-ดะ-คิ-มัส
พูดจบซึกิก็รับประทานอย่างเอร็ดอร่อยหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสสุดๆ เขาที่เห็นแบบนั้นก็รับประทานเช่นกันลึกๆ เขาดีใจที่อีกคนชอบฝีมือเขาเหมือนเดิม แต่ก่อนเคยเป็นแบบไหนตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ คิดแล้วเขาก็เผลอยิ้มออกมา ซึกิที่เห็นก็พูดขึ้นมาว่า
“ยิ้มได้ด้วยหรอเนี่ยย”
พอพูดจบก็ตักกุ้งให้คนตรงหน้าและยิ้มให้ไปทีนึงเขาที่เห็นแบบนั้นก็ถามซึกิขึ้นว่า
กินแล้วมีความสุขเพียงนี้รึ
ซึกิที่ยินคำถามก็คิดคำตอบสักพักแล้วตอบร่างหนาไป
เพคะท่านพี่ น้องนี่กินอิ่มนอนอิ่มถึงเพียงเพราะท่านที่เลยนะเจ้าคะ
ซึกิที่ตอบกลับไปแบบนั้นเพราะอยากพูดหยอกล้อกับเขาเท่านั้นแต่ก็สร้างเสียงหัวเราะให้กับโต๊ะอาหารในค่ำคืนนี้ได้ย่างดี ทั้งสองที่รับประทานเสร็จเรียบร้อยแล้วคนนึงก็เก็บจาน คนนึงก็เช็ดโต๊ะอาหาร ทั้งสองก็ได้เดินมาที่ห้องนอน
“เดี๋ยวเราจะไปอาบน้ำก่อน แล้วเดี๋ยวพี่ค่อยไปอาบทีหลังเรา”
อืม ไปอาบก่อนเถิด
ตัวของซึกิได้ไปอาบ น้ำชำระร่างกาย พออาบเสร็จ ก็เรียกให้ร่างหนาเข้ามาในห้องน้ำ จะบอกวิธีใช้ครีมแต่ละตัวว่าใช้ยังไงกันยังไงส่วนไหนบ้างเพื่อไม่ให้เป็นการใช้ผิด
“พี่ มาหาหน่อย”
เสียงตะโกนของซึกิที่เรียกร่างหนาไปหา เมื่อเขามาถึงก็หยุดที่หน้าห้องน้ำและถามขึ้นอีกรอบว่า
เจ้าเรียกข้ามาทำไม ซึกิจึงได้เปิดประตูห้องน้ำออกมาใส่แค่ผ้าขนหนูตัวเดียวปิดทั้งช่วงล่างและบน กวักมือให้เขาเข้าไป
“เข้ามาสิ เราจะบอกว่าใช้ยังไง”
สิ้นสุดเสียงของซึกิร่างหนาก็เดินเข้าไปตามที่คนตรงหน้านั้นบอก และหยุดตรงหน้าซึกิ
“นี่นะ อันนีแชมพู เอาไว้สระผม อันนีเอาไว้อาบน้ำเพราะเรียกว่าครีมอาบน้ำ ถูที่ตัวกับฟองน้ำ แปรงให้บีบยาสีฟันใส่แบบนี้แล้วแปรงทีฟันของเรา พี่เข้าใจเราใช่ไหม”
เข้าใจแล้ว
พูดเสร็จซึกิก็ออกไปแล้วยืนผ้าเช็ดตัวให้เอาไว้เช็ดตัว ทั้งสองได้ทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยเตรียมเข้านอนอีกเช่นเคย ซึกิบอกให้คนพี่ที่นอนอยู่ข้างๆปิดโคมไฟลงและเริ่มพูด