ร่างหนาได้พูดออกมาพร้อมถอนหายใจให้กับความขี้เซาของคนตรงหน้า คงต้องการที่จะนอนจริงๆ แต่ตัวเขาก็ยากให้ร่างบางได้กินข้าวเช้าก่อน เมื่อคิดไปสักพักเขาเลยได้ใช้วิธีของเขาเองโดยการ ล้วงมือของเขาเองลงไปใต้เสื้อของซึกิแล้วคลึงที่เอวเบาๆ ทำให้ตัวซึกิหลุดเสียงออกมาเล็กน้อย
“อะ..อื้อ อย่าบีบสิ”
ซึกิทั้งพูดทั้งก้มหน้าลงไปซบที่ไหล่ของร่างหนา เขาได้ยินในสิ่งที่ซึกิพูดแต่ไม่สนใจคลึงที่เอวไปเรื่อยๆ จนซึกิเริ่มขยับไปาแล้วลืมขึ้นพร้อม ทำหน้างอๆ เล็กน้อย แต่วิธีของร่างหนาก็ทำให้ซึกิตื่นขึ้นมาในที่สุด
ตื่นสักทีนะเรา
“ให้เรานอนต่ออีกสักหน่อยแลวค่อยปลุกไม่ได้หรอ”
แล้วถ้าลุกมากินให้เรียบร้อยก่อนไม่ได้หรอครับ?
“ไม่ต้องมาปากหวานเลยนะ”
ชิมมาแล้วไม่ใช่หรอหลายครั้งแล้วด้วย หรือจะเอา…
“ไม่ ไม่ ไม่ๆ ไม่ฟัง ไปกินข้าวก่อนดีกว่า”
นี่ถือว่าเป็นบทสนทนาแรกของวันเลยก็ว่าได้อย่าว่าแต่ของวันเลย เมื่อคืนนี้ก็ไม่ได้คุยกันเพราะเจ้าตัวไม่สบาย ถือว่าไม่เลวบทสนทนาของเช้าวันนี้สดใสใช้ได้ ซึกิที่เดินไปโต๊ะอหารแล้วเห็นเมนูวันนี้ก็ตาลุกวาวสุดๆ
“ข้าวผัดปู ไข่ตุ๋น ต้มจืด ผัดดอกกะหล่ำใส่หมู…ทำเยอะจัง”
ซึกิได้ถามคนตรงหน้าที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ตัวเขาเองก็ตื่นเต้นเหมือนกันเพราะตลอเวลาที่อยู่ด้วยกันมา อาหารที่โต๊ะในแต่ละวันร่างหนาแทบจะไม่ทำซ้ำกันเลย
“เรารู้อยู่หรอกว่าพี่ทำอาหารเก่ง แต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ ทำเอาเราเป็นมือฝึกหัดไปเลยนะเนี่ย”
ไม่รอช้าซึกิได้นั่งลงที่โต๊ะอาหารแต่ก็ยังไม่ได้กินเพราะรอให้ร่างหนานั่งลงก่นถึงจะเริ่มรับประทานอาหารที่โต๊ะ และทุกๆ ครั้งที่จะกินข้าวซึกิจะเอ่ยคำๆนึงตลอดก่อนที่จะรับประทาน ถือว่าเป็นวัฒนธรรมและเป็นสีสันในโต๊ะอาหารก็แล้วกัน หลังจากที่ทั้งคู่รับปรทานเสร็จแล้วก็ทำเช่นเคยช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดแต่เหมือนเดี๋ยวนี้ซึกิคงไม่ได้เรื่องพวกนั้นแล้วเพราะคุณวรเชษฐ์รับจบทำทุกอย่างจนร่างบางจะเป็นง่อยแล้วตอนนี้
“จะไม่ให้เราช่วยทำอะไจริงๆ หรอ”
ไม่เป็นไร เราไปนอนเถอะ อยากนอนไม่ใช่หรอ
“แต่ตอนนี้เราไม่ง่วงแล้ว งั้นเราไปนั่งเขียนนิยายก็ได้”
ทั้งสองก็ได้เดินแยกออกจากกันร่างบางก็เข้าห้องทำงานโซนเล็กๆของตัวเองไปส่วนร่างหนาก็ทำคามสะอาดในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ประจำ เมื่อทำเสร็จแล้วตัวเขาก็เดินเข้าไปที่ห้องนอนแหละเหลียบไปเห็นซึกิที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะคอมใส่เสื้อตัวบางๆ ที่ทำให้เห็นทุกสัดส่วนเลยก็ว่าได้ ไม่สิเห็นแค่บาส่วนคงจะดีกว่า เสื้อที่มองไป เอวก็เห็น แผ่นหลังก็มองเห็นด้วยตาเปล่า ไหนจะกางเกงขาสั้นอีก
เห้อ…
ตัวเขาได้แต่ถอนหายใจใกับตัวเองว่าแต่ละวันก็เห็นอะไรแบบนี้บ่อยแค่ไหน ถึงเห็นบ่อยแต่ก็ไม่เคยรู้สึกชินสักครั้งเลยจริงๆ เหมือนว่าเสียงถอนหายของเขาจะทำให้ซึกิได้ยินก็เลยทำให้ซึกิหันมา และสิ่งที่ต้องทำให้หยุดชะงักตอนที่ร่างบางหันมาคือเสื้อตัวนั้นที่ซึกิใส่อยู่ เจ้าตัวที่งงๆ ว่าทำไมร่างหนานั่งเงียบไปแบบนั้นก็เลยเดินไปหาเขาที่นั่งอยู่ปลายเตียงแล้วยืนต่อหน้าสักพักก่อนที่จะค่อยๆ ก้มหน้าลงแล้วถามคนตรงหน้าขึ้นมาว่า
“พี่เป็นอะไรหรือเปล่า”
คำถามที่ยิงออกไปด้วยความไร้เดียงสาของซึกิที่ไม่ได้คิดอะไรมากกับคำถามนั้นแต่แล้ว
ฟึบ!
ร่างเล็กๆ ที่ถูกจับกดลงมาที่เตียงพร้อมมือสองข้างที่ถูกมือหนาล็อคเอาไว้เหนือหัวตัวเอง ซึกินั้นตกใจมากกับการกระทำนี้เพราะมันแตกต่างกันออกไป แตกต่างจากทุกๆ ที แต่ครั้งนี้สายตาของร่างหนาที่นอนคร่อมตัวเขาอยู่มันแตกต่างออกไป เหมือนคนกำลังหิว สายตาเจ้าเล่ห์ที่มองลงมาบนเรือนร่างของซึกิ ตอนนี้ร่างหนาที่มองซึกิเหมือนลูกแมวที่กำลังตกใจและก็สั่นเล็กน้อยเพราะเวลานี้ร่างหนาได้เอามือค่อยๆ ลูบไปที่เอวเบาๆ พร้อมทั้งเริ่มคลึงมันไปเรื่อยๆ ตอนนี้สายของร่างหนาก็มองแต่หน้าอกซึกิตอนนี้ มองผ่านเสื้อที่บางแสนบาง ไม่ต้องมีไฟก็มองผ่านได้สะดวก ซึกิที่อึ้งกับการทำแบบนี้ของเขา จึงได้เอ่ยปากออกไป
“พี่เป็นอะไรของพี่เนี่ยจู่ๆ ก็เข้ามาทำแบบนี้กับเราไอ้โรคจิต”
พอพูดจบซึกิก็มองที่ระหว่างหน้าอกร่างหนาแล้วใช้ฟันกัดที่ห***มของเขาทันที ทำให้บรรยกาศนั้นจากที่สยิวๆ กลายเป็นตลกขึ้นมาทนที
เอ๊อะ!
เสียงของร่างหนาได้ร้องขึ้นหลังจกที่โดนฟันงับเข้าที่ห***มซึ่งเป็นฝีมือของซึกิเอง พอเขากัดแล้วซึกิก็รีบดีดออกจากเตียงแล้วหนีมาที่ระเบียงที่เปิดอยู่ เขานั่งไปสักพักร่างหนาก็เดินตามมาแบบเงียบๆ เพราะเขาไม่อยกให้ซึกิรู้นั่นเอง
และแล้ว....
“กรี้ดดดด” เสียงของซึกิที่โดนร่างหนาจับอุ้มเข้าไปที่ครัวเพื่อเอาคืนที่เขาโดนซึกิกัดหัวนม
เคาร์เตอร์ครัว…
ซึกิที่โดนอุ้มมาก็ถูกวางตัวไว้ที่เคาร์เตอร์ครัว บอกเลยว่าก่อนหน้านี้สนุกตอนนี้ซึกิไม่สนุกแล้วเพราะร่างหนาเอามือล็อคที่เอวเอาไว้เรียบร้อยก่อนที่จะก็ลงไปเริ่มคลอเคลียที่สะดือค่อยๆ เลียขึ้นมาขึ้นถึงหน้าอก ตอนนี้ซึกิหน้าตาน่ารังแกที่สุดเท่าที่ตัวเขาเคยเห็นมาตั้งแต่อยู่ด้วยกัน หน้าของวรเชษฐ์ตอนนี้มุดอยู่ในเสื้อของซึกิและเลียที่หน้าอกของเขาอยู่นั่นเองจนทำให้ซึกิเปล่งเสียงที่หน้าอายออกมา
“อ๊ะ…อื้อ ~ ”
ตอนนี้ซึกิได้แต่เงยหน้าขึ้นด้วยความเสียวและเอามือตัวเองขึ้นมากัดพร้อมเสียงที่เล็ดลอดออกมาจากปาก ร่างหนาที่เห็นแบบนั้นเลยออกาจากเสื้อแล้วฉีกทิ้งพร้อมมองไปที่ลำตัวของซึกิและสีหน้าที่เขาทำให้ตอนนี้
หึ ไม่ต้องกลั้นหรอกค่ะ ไหนดูสิหน้าตาน่ารักจะตายไปค่ะ
พูดจบเขาก็ยิ้มที่มุมปากและตาก็เหลือบไปเห็นตรงเป้ากางเกงของซึกิเขาที่เห็นแบบนี้แล้วเขาค่อยเอาตัวไปชิดและใช้มือลูบที่ต้นขาเบาๆ ตัวเขาเองก็มองที่หน้าของซึกิที่ตอนนี้ทำหน้าโคตรจะยั่วเขาเลย ไหนจะตอนที่ซึกิกดนิ้วตัวเองแล้วมองเขาด้วยดวงตาคู่นั้นที่บอกว่าเสียวเต็มทน ตาเยิ้มๆ กับเสียงอันน่ารักที่หลุดออกมา สักพักเขาก็เอามือไปจับลูบคลำที่ข้างในกางเกงได้สำเสร็จ พร้อมคลึงที่หัวเบา จนซึกิเอามือมาจิกที่ไหล่ของร่างหนาและตัวของซึกิเองก็ตัวสั่น
“อื้อ…ไม่เอาแล้วได้ไหม ฮึก”
เขาทั้งเสียวและก็ร้องไห้ไปด้วย ไม่ได้ร้องไห้เพราะไม่ชอบแต่เพราะชอบมากเสียวมากจนคุมอารมณ์ไม่อยู่ต่างหาก
“ฮึก…มันอื้อ อ๊ะ”
มันอะไรคะ?
ร่างหนาได้ยิงประโยคคำถามนี้ออกไปพร้อมมือที่ยังชักคลึงตรงนั้นให้ซึกิอยู่
“พะ…พี่ อื้อออ”
ว่าไงเด็กดี หื้ม
“จูบเราหน่อยได้ไหม ได้โปรด อ๊ะ จูบหนูทีได้ไหม”
พอสิ้นสุดเสียงของซึกิร่างหนาก็ประกบจูบทันนี้พร้อมสอดสิ้นเข้าไปซึกิเองสติก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเองแล้วตอนนี้ซึกิได้เอามือคล้องที่คอของร่างหนาพร้อมเอาหน้าไปแนบที่หูและครางออกมา
“อ๊ะๆ อื้อ..พี่คะ พี่…”
แม่งเอ้ย
เสียงที่เขาฟังผ่านหูนั้นทำเอาช่วงล่างของเขานั้นปวดหนึบ เพราะเสียงของซึกิที่ครางออกมาขนาดนี้ ตอนนี้ซึกิก็ได้เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วหอบเป็นอย่างมากเลยซบลงไปที่ไหล่ของร่างหนาทันที ในระหว่างที่เขาก้มอยู่นั้นตาเขามันก็ไปเห็นอะไรเข้าแล้วสิ
“พี่…คะ คือว่า ให้เราช่วยไหม ตรงนั้น…”
หนูทำเป็นหรอคะ หื้ม
“นะ...หนูทำไม่เป็นแต่พี่ช่วยสอนหนูทำได้ไหมครับ”
ซึกิพูดจบก็หลบตาร่างหนาที่มองทันทีด้วยความเขินอาย ตอนนี้ถ้าจะบอกว่าซึกแดงขนาดไหน ก็คงต้องบอกว่าแดงทั้งตัวเลยก็ว่าได้ ไม่รอช้าซึกิก็ลงจากเคาร์เตอร์และให้ร่างหนาเป็นยื่นพิงมันแทน ซึกิก็ได้นั่งลงหน้าเขาก็ตรงระหว่างของร่างหนาพอ ซึกิค่อยๆ ดึงกางเกงที่บดบังสิ่งนั้นออก และสิ่งที่ทำให้ซึกิตกใจเพราะมัน
“ใหญ่…”
ถ้าหนูไม่โอเคหรือกลัวก็พอก่อนก็ได้นะค..
“ไม่เป็นไร เราอยากช่วยแต่เราต้องทำยังไงต่อหรอ”
หนูค่อยๆ เอาปากเข้ามาค่ะ อย่าให้โดนฟันค่ะ
พอร่างหนาพูดจบสึกิก็ทำเลย ไม่ได้ทำเฉยๆ แต่เอาเอาปากนุ่มนั่นทั้งดูดและเลียมันเพราะร่างหนาบอกว่าให้คิดว่ากำลังกินไอติมแบบไหนให้ทำแบบนั้น
“อ่อก”
ของบางสิ่งที่อยู่ในปากของซึกิตอนนี้มีขนาดใหญ่ เหมือนจะสอนครั้งเดียวก็เข้าใจ ตัวของซึกิทั้งอม ดูด เข้าสุด ร่างหนาที่เห็นสายตาที่ซึกิมองมาทั้งๆ ที่อมอยู่ในปากอยู่แท้ๆ แต่ก็ยังทำสายตาแบบนั้นมาอีก ที่แรกเขาว่าจะไม่ทำอะไรเพราะการทำอะไรแบบนี้มันคงคือครั้งแรกของคนน้องแต่ดูเหมือนซึกิจะชอบมากกว่าซะอีก เมื่อเขาทนต่อไปไม่ได้อีก เลยอามือจับที่หัวของซึกิแล้วล็อคเอาไว้ก่อนที่ตัวเขาจะกระแทกตัวเข้าไป ทำให้ซึกิเกือบสำลักออกมาแต่ก็ถือว่ายัง ยังไปต่อได้อยู่
“อ่อกๆ อื้อ…”
จะบอกเลยว่าสายของซึกิตอนนี้โคตรยั่วให้เขาอยากจะกระแทกมันเขาไปในปากเลย เวลาก็ผ่านประมาณสิบห้านาทีเกือบยี่สิบนาทีได้ตอนนี้ร่างหนาก็ใกล้จะเสร็จแล้วจึงล็อคหัวของซึกิเอาไว้อีกรอบก่อนที่จะกระแทกเข้าไปเต็มปากของซึกิ
“อ่อก…”
สิ่งที่ไหลออกมาจากปากของซึกิ ตัวของซึกิเองได้เสียจนเกลี้ยงหมดพร้อมทั้งยังเสียอีกครั้งที่ไอติมโคนนั้น
อ่า..เก่งมากเลยค่ะ
พอพูดจบร่างหนาก็อุ่มร่างบางไปที่เตียง
ห้องนอน…
เขาได้วางร่างบางลงที่เตียงและบอกให้คนนน้องอ้าข้าออก ทีแรกก็เขินๆอายๆ แต่ก็อ้าให้ ส่วนคนพี่ที่เห็นนั้นก็ก้มลงไปอมที่โคนเล็กๆ อันน่ารักแล้วใช้มือค่อยๆ สอดเข้าช่องทางรักค่อยๆ ทีละนิ้ว
“อ๊ะ…อ๊ะพี่”
ตอนนี้ให้หัวของซึกินั้นโลงไปหมดคิดอะไรไม่ออกเลย มันขาวโพลน มีแต่ความเสียวที่คนพี่มอบให้ในคืนนี้ ร่างหน้าที่อม เลีย ไปสักพักเหมือนว่าซึกิกำลังจะเสร็จแล้วล่ะ มันเลยำให้ร่างหน่างเร่งจังหวะที่เร็วขึ้น
“อื้อพี่…เราเหมือนเสร็จ”
ไม่รอช้าเขายิ่งรูดเร็วกว่าเดิมจนซึกิเสร็จไปเลยล่ะ และหลังจากนั้น ร่างหนาก็ลุกขึ้นมานั่งซ้อนข้างหลังซึกิและให้ซึกิหัหน้าเข้ากระจกเพื่อดูตัวเองก่อนที่เขาจะเอามือสอดเข้าไปสามนิ้วรวดพร้อมชักมือเข้าออกเร็วๆ จนซึกิเสร็จไปแล้วไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
“อ๊ะๆ แรงอีกอื้อ”
เพื่อเห็นคนน้องที่ดูชอบใจเขาจัดให้ตามคำขอจนซึกินั้นดิ้นพล่าน สั้นไปทั้งตัวก่อนจะนอนหอบเหนื่อยที่ออกเขาและหลับไป เมื่อร่างหนาเห็นแบบนั้นเลยอุ้มไปชำระร่างกายและเข้านอนทันที และหลังจากที่ผ่านคืนนั้นมาแล้วซึกิที่นอนอยู่ที่เตียงก็นอนคิดเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้น พอคิดทีไรก็เขินทุกที ซึกิได้แต่นอนจิกหมอนที่เขาหนุนอยู่แบบเงียบๆ พร้อมกับหน้าที่แดงระเรื่อ ซึกิก็คิดว่าทุกอย่างมันเหมือนเดิมไหมหลังจากที่เกิดรื่องพวกนี้กันแล้ว ยังไม่ทันที่ซึกิจะได้สับสนกับความคิดตัวเอง ร่างหนาก็ลุกขึ้นมาดูว่าคนข้างๆ เขาตื่นรึยัง ซึกิที่ไม่รู้สึกตัวว่าร่างหนาเขยิบตัวเข้ามา
เธอตื่นรึยัง เจ็บตรงนั้นรึเปล่า ร่างหนาถามด้วยความเป็นห่วงเพราะตอนที่ทำเมื่อคืนซึกิหลับใส่เขาไปเลย เขาก็กลัวว่าซึกิจะป่วยขึ้นมาอีกรอบสอง
“ไม่เป็นไร เราไม่ได้เจ็บอะไร ดูสิ”
พูดจบพร้อมตัวของซึกิเองทำท่าทางเพื่อให้เขาได้รู้ว่าตัวเองไม่เป็นอะไรหายห่วงได้เลย
ครับ แล้วจะนอนต่อไหม ร่างหนาได้ถามซึกิขึ้น
“เราว่าเราตื่นแล้ว ไม่น่าจะนอน วันนี้บรรยากาศดีเราว่าจะนั่งเขียนนิยายต่อ”
พูดจบซึกิเองก็เดินไปที่โต๊ะคอมและเปิดคอมที่อยู่บนโต๊ะเพื่อจะทำงาน ร่างหนาเห็นแบบนั้นเขาก็ทำแบบที่เคยทำ เดินไปที่ครัวทำของว่างให้ วันนี้เขาเลือกที่จะทำแซนวิสไข่ใส่ชีส มีหมูสับใส่ลงไปด้วย พร้อมกับซอสที่ผสมลงไป เมื่อทำเสร็จแล้วจัดใส่จานเป็นชิ้นพอดีคำแล้วเอาไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานของซึกิ เมื่อของว่างถูกวางลงซึกิเองก็ละสายตาออกจากคอมและหันไปหาคนพี่ ซึกิได้ยิ้มให้เบาๆ
“ขอบคุณครับ พี่ทำให้ทุกครั้งที่เราทำงานเลย”
ครับ พี่เต็มใจ
“เรากินแล้วนะ”
เมื่อซึกิพูดจบ ตัวเขาเองก็ได้กินของว่างที่ร่างหนาทำมาให้ กินไปสักพักร่างหนาก็สังเกตที่มุมปากของซึกิเลยถามออกไป
ปากเป็นอะไร มันแตกหรอ
“อะ..อือ มันแตกข้างใน แต่ไม่ลึก มันใกล้ๆ มุมปากครับ”
ซึกิที่อ้ำๆ อึ้งๆ ในตอนแรก ตอบด้วยความเขินอายเพราะสาเหตุที่ทำให้ปากของเขาแตก พอคิดแล้วก็มองไปที่หน้าของร่างหนาแก้มซึกิเองเริ่มแดงขึ้น ร่างหนาที่เห็นแบบนั้นไม่ได้เอ่ยถามอะไรแต่มียิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะพูดประโยคนึงกับซึกิ
เดี๋ยวทำแผลให้ครับ
ร่างหนาเดินไปเอาอุปกรณ์ที่ห้องครัวมาวางไว้ที่ห้องนั่งเล่นและเดินไปหาซึกิ
ไปทำแผลกัน
เขาได้จับมือของซึกิมานั่งที่โซฟาและตัวเขาเองนั้นก็นั่งลงข้างๆ ซึกิ ในขณะที่ร่างหนาทำแผลให้ร่างบางอยู่นั้น ซึกิก็ได้มองที่ใบหน้าของคนพี่ มองไม่มีทีท่าจะหยุด ร่างหนาที่ทำแผลให้อยู่นั้นเมื่อทำเสร็จแล้วก็หันมามองที่หน้าของซึกิ
มองอีกแบบนี้ หนูอยากปากแตกอีกรอบหรอคะ
แต่ดูจากที่ร่างหนาพูดแล้วซึกิก็หันมาสบตากับเขาแทน แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไปพร้อมมองตาแป๋วกระพริบตาเหมือนกำลังอ้อนอยู่
ทำหน้าแบบนี้คืออะไรครับ
“เราก็ทำหน้าปกตินะ”
พูดจบแล้วก็หันมาทำตากลมๆ นั่นใส่เขาอีกรอบ การที่เขาคิดไอ้หน้าตานี่ขึ้นมามันเป็นเรื่องปกติรึเปล่า หน้าตาที่แบ๊วๆ นี่ ไหนจะตาใสกลมที่มองมา แก้มนุ่มๆนั่นอีก ตัวเล็กน่าทะนุถนอม เขาก็ได้แต่คิดว่าความคิดพวกนี้มันผลุดขึ้นมาในหัวได้ไง
“พี่ พี่”
เสียงซึกิที่เรียกร่างหนาเพราะเห็นเขานั่งเหม่อมาสักพัก เพราะจู่ๆก็นิ่งเงียบไป เรียกแบบนั้นอยู่สองถึงสามครั้งคนพี่ถึงรู้สึกตัว
ครับ มี..อะไรรึเปล่า
“เราเห็นพี่นั่งเงียบ เราเลยสะกิด ว่าแต่..พี่คิดอะไรอยู่น่ะ”
ร่างหนาเงียบไปสักพักก่อนจะตอบคำถามที่ถามออกมา
ปะ..เปล่า ฮึม
“จริงรึเปล่า มีพิรุธนะ” ร่างหนามองหน้าของซึกิสักพักนึงและได้พูดประโยคนึงขึ้นมาจนทำให้เจ้าตัวหน้าแดง
กำลังคิดว่าทำไมเธอน่ารักมากกว่าปกติ เพราะว่ารู้สึกเธอน่ารักอยู่แล้วแต่ช่วงนี้น่ารักกว่าเดิม
ซึกิก็ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะพูดแบบนี้ออกมาดื้อๆ แบบนี้ พูดออกมาได้หน้าตาเฉย มีแค่เขาที่หน้าแดงอยู่คนเดียวแต่พอเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าร่างหนาที่นั่งอยู่ข้างๆ ก้มหน้าพร้อมกับเอามือจับที่หลังคอแต่สายของซึกิก็เหลือบไปเห็นที่ใบหูของร่างหนาที่แดงอยู่ เขาเลยมองด้วยความรู้สึกที่สงสัยและขยับตัวเข้าไปใกล้ ซึกิได้เองมือแตะเบาๆ ที่ใบหู ทำให้ร่างหนาเงยหน้าขึ้นมาทั้งสองก็ได้สบตากัน ซึกิได้มองแล้วทำตากระพริบๆ ใส่เขา ร่างหนาที่ได้เห็นแต่ถอนหายใจพร้อมกับยิ้ม
นั่งดีๆสิ
คนพี่ได้พูดแบบนั้นออกไปทำให้ซึกิกลับมานั่งที่เดิมและเขาก็มองดูแผลที่มุมปากของซึกิ ซึกิที่เห็นแบบนั้นก็เอามือปิดปากตัวเองทันที ร่างหนาที่เห็นแบบนั้นก็เอามือของตนจับมือซึกิที่ปิดปากตัวเองอยู่ออก
เจ็บมากรึเปล่า ร่างหนาได้ถามออกไป.
“ก็อือ เจ็บๆ ที่คออยู่ครับ”
ขอโทษครับ มันยั้งไม่อยู่เล..
เพี๊ยะ เสียงของฝ่ามือที่ประทับลงไปที่ไหล่ขวาของร่างหนาอย่างแรง จนตัวเขานั้นร้องออกมาเลยที่เดียว
“หึ้ย เกือบจะซึ้งแล้วนะ ไอ้บ้า”
พูดจบซึกิก็เดินสะบัดตูดกลับไปที่โต๊ะทำงานปล่อยให้ร่างหนานั่งหัวเราะอยู่คนเดียวกับการกระทำเมื่อกี้ที่ซึกิทำใส่เขา
ไม่ได้น่ากลัวสักนิด หมัดเล็กๆ แบบนั้นทุบลงมาที่ตัวเดี๋ยวมือก็ช้ำหรอก
เขาได้พูดประโยคนี้ออกมาก่อนจะเอาอุปณ์ทำแผลไปเก็บที่เดิมกลับมาที่ฝั่งของซึกิที่เดินกลับมานั่งที่โต๊ะก่อนที่จะจับหน้าตัวเองที่กำลังแดงอยู่ก่อนที่จะคิดอะไรออกก็คือ พอร์ตเรื่องนิยายตอนใหม่ที่ผลุดเข้ามาในหัวซึกิตอนนี้ หลังจากออกจากอาการแบบนั้นแล้วซึกิก็เริ่มเขียนนิยายต่อไป เพราะในตอนนี้สมองเขาแล่นสุดๆ นานๆ ครั้งที่จะคิดงานออกในตอนเช้า เพราะซึกชอบทำงานตอนกลางคืน ช่วงนี้ก็ยังทำอยู่แต่ไม่ดึกมากเพระามีร่างหนาคอยบอกเขาให้เข้านอน ทำเหมือนเขาเป็นลูกคนนึง ทำให้ทุกอย่าง จนตัวเขาไม่ต้องทำอะไรเลยเหมือนจ้างพ่อบ้านมาอยู่ในบ้านยังไงยังงั้นแหละ
ซึกิตอนนี้มุ่งเขียนนิยายอย่างเดียว เพราะตอนนี้เขามีไฟในการเขียนสุดๆ เข้าเดือนที่สี่แล้วที่ซึกิเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา และในขณะที่ซึกิโฟกัสการเขียนอยู่ ก็มีสายตาคู่หนึ่งนั่งมองเขาอยู่ป็นใครไปไม่ได้นอกจากร่างหนาที่นั่งดูแบบเงียบๆเพราะตอนที่ซึกินั่งทำงานก็ดูเซ็กซี่ไม่น้อยเขาชอบเวลาที่ซึกินั่งจดจ่อกับออะไรบาอย่าง ตั้งใจทำมันจนม่สนใจคนรอบข้างตัวเอง
มันทำให้ซึกิดูมีเสน่ห์อย่างที่เขาก็บรรยายไม่ถูกเหมือนกันแต่เขาชอบดู ดูแบบเงียบๆ ในความสงบกับเสียงเพลงที่ถูกเปิดเพื่อเขียนนิยายของซึกิโดยเฉพาะเพลงที่ร่างบางเปิดประจำ เป็นทำนองช้าๆ ความหมายกินใจที่เกี่ยวกับการปล่อยให้บางสิ่งโบยบิน เหมือนหัวใจกระดาษ อย่างว่าเพลงกับการเขียนคงทำให้นึกึงซึกิได้ ร่างหนาที่นั่งดูซึกิทำงานตัวเขาเองก็หันมาดูนาฬิกาที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ โซฟาก่อนจะพูดว่า
จะค่ำแล้วนะครับ
เสียงของร่างหนาได้พูดกับซึกิที่จ้องอยู่หน้าคอม สักพักหลังจากที่ได้ยินเสียงก็หันไปดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้จะหกโมงเย็นแล้ว เขาเลยเขียนต่อให้บรรทัดนี้จบและได้ทุกออกจากโต๊ะพร้อมปิดจอคอมลง
“โอเค เราลุกแล้วว”
เมื่อลุกออกมาที่ห้องนั่งเล่นก็เห็นร่างหนาเตรียมของบางอย่าง ผ้าห่ม ขนม หน้าทีวีครบเซ็ตขนาดนี้ พอจะเดาออกว่าคืออะไร
“ดูหนังหรอออ”
ใช่ครับ ดูหนังกันมาสิ
ร่างหนาเชิญชวนคนตรงหน้ามาดูด้วยกัน เพราะอยากให้คลายเครียดแต่หนังที่ดู
“ฆาตรกรรม สืบสวนหรอ?”
ใช่ เราน่าจะชอบอะไรแบบนี้
บทสนทนาได้จบลงทั้งสองนั่งลงที่โซฟาและเริ่มดูหนังที่เปิดในตอนนี้พร้อมแมวน้อยโฮกิที่กระโดดขึนมาคลอเคลียที่แขนของซึกิก่อนจะนอนลงข้างๆ แบบเงียบๆทั้งสองก็ได้นั่งดูหนังต่อมีแมวน้อยโฮกินั่งคลั่นกลางระหว่างเขาและซึกิ หนังได้ดำเนินไปเรื่อยๆ
“กรี้ดดด!!”
เสียงของซึกิได้ร้องขึ้นกับฉากที่สยดสยองแมวของซึกิก็ได้สะดุ้งเช่นเดียวกัน กลับกันร่างหนาที่นั่งอยู่ข้างๆ นั่งหัวเราะใส่เขาซะงั้น
ไหนบอกว่าชอบ
“มาแบบนี้มันก็ต้องตกใจไหมล่ะ หึ้ย”
พอจบบทสนทนาทั้งสองสองก็นั่งดูหนังต่อ เวลาก็ได้ล่วงเลยไปตอนนี้ร่างหนาหันมองนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลายี่สิบเอ็ดนาฬิกาสี่สิบสามนาทีหรือสามทุ่ม
ตอนนี้เขาหันไปมองคนข้างๆ กายก็พบว่าตัวของซึกินั่งดูแบบใจจดใจจ่อไม่มีท่าทีจะกระพริบตาสักครั้งพอหันไปมองสักพักก็กลับมาโฟกัสหนังที่เปิดอยู่และแล้วบทสนทนาก็ได้เปิดขึ้น
“พี่ หนังกี่ชั่วโมงอ่ะ”
คนน้องได้ถามแบบนั้นออกไปเพราะว่ารู้สึกว่าดูไปนานแล้วแต่หนังไม่จบสักทีเลยเอ่ยถามออกไป ร่างหนาที่ได้ยินคำถามตาของเขาก็ยังดูที่จอทีวีแต่ปากของเขาได้ตอบคนข้างๆ ว่า
สองชั่วโมงครึ่งครับ
เขาได้ตอบคำถามออกไปและร่างบางได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเอาเป็นว่ารับทราบและดูหนังต่อ ซึกิที่ลูบหัวแมวอยู่ได้กัมลงมาดูแมวที่ตักปรากฏว่าหลับไปแล้วเขาเลยค่อยๆ ลุกแล้วอ้มแมวไปวางไว้ในที่นอนของแมวน้อยก่อนที่จะลูบที่หัวสองสามทีแล้วเดินกลับมานั่งที่โซฟาข้างๆ
ร่างหนา หนังดำเนินเรื่องไปถึง ชั่วโมงเกือบเข้าชั่วโมงที่สองซึกิที่หันไปก็เห็นร่างหนาหลับพร้อมกับไขว่มือขวาทับซ้ายเอาไว้งบางเห็นแบบนั้นเลยคิดเอาตัวเองไปใกล้และใช้มือจิ้มที่จมูก หลังจากนั้นก็มองสำรวจใบหน้าตรงหน้าพร้อมมือที่ไหลลงมาจิ้มที่ปากเบาๆ ลงมาอีกที่คอ ในระหว่างนั้นเขาได้ค่อยๆ ลืมตาขึ้นพร้อมจับที่ข้อมือของร่างบาง ซึกิที่ไม่รู้ว่าเขาตื่นแล้วก็สะดุ้งเพราะตอนนี้เขาไม่จับแค่ข้อมือนี่สิ
“ปล่อยเรานะ หึ้ย”
ซึกิได้ทำหน้างอใส่เขาพร้อมเบะปากมือกอดที่อกเอาไว้ ส่วนมือของร่างหนานั้นก่อที่จะซึกิจะมาอยู่ท่านี้ได้ก็เพราะ
ก่อนหน้านี้ไม่นาน…
หลังจากที่ซึกิเอามือแตะที่ปากเขาก็ไหลลงมาที่ลำคอสายทีมองแต่คอไม่ได้โฟกัสสิ่งอื่นเลยไม่รู้ว่าร่างหนานั่งมองการกระทำของร่างบางอยู่ เมื่อเขามองสักพักก็ได้คว้าที่ข้อมือและได้เอามืออีกข้างสอดเข้าไปที่เอวบางๆ ก่อนที่จะใช้มือนั้นวางไว้ระหว่างก้นและได้อุ้มขึ้นมาที่ตัก ระยะไม่กลกันมากเพราะร่างบางนั่งข้างๆร่างหนาชนิดที่ว่าเกือบได้ยินลมหายใจ เลยทำให้อุ้มว่านั่งที่ตักได้ง่ายมาก และตอนนี้ซึกิได้มานั่งอยู่ที่ตักของร่างหนาได้เรียบร้อย
กลับมาเวลาปัจจุบัน…
ตอนนี้ซึกิก็ยังนั่งที่ตักของร่างหนาอยู่พร้อมกลับใบหน้างอแง เบะปากตามสเต็ป ร่างหนาก็อไม่อยู่สุกได้เอามือบีบที่ก้นของร่างบางเบาๆ พร้อมกับใบหน้าที่พร้อมแกล้งคนตรงหน้าสุดๆ
“นี่ หยุดบีบเลยนะ โรตจิต!” ร่างบางที่นั่งอยู่บนตักพร้อมเอามือวางไว้ที่อกของร่างหนา
เธอหรือพี่ที่โรตจิต เป็นคนเริ่มก่อนไม่ใช่หรอเรา
คนพี่ได้พูดประโยคนี้ออกไปให้คนที่นั่งอยู่บนตักของเขาฟังเหมือนว่าร่างบางจะทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ใส่เขา เขาเห็นแบบนั้นก็ได้เสริมอีกประโยค
ไม่คิดเลยนะว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ ลวนลามคนอื่นแล้วยังว่าคนอื่นโรตจิตอีก ซึกินี่…ไม่ใสจริงๆ เลยนะ
พอพูบจบเขาก็เอามือปิดที่ร่างกายตัวเองเอาไว้ ทำหน้าตาเป็นผู้ถูกกระทำร่างบางที่เห็นแบบนั้นก็โวยวายขึ้นมา
“อะไร อยามาทำหน้าแบบนี้นะระ..เราแค่เอามือแตะทีจมูกเองนะ”
เธอแตะที่ปากด้วยนะ
พูดจบเขาก็ทำหน้าตาน่าสงสารผู้โดนกระทำสุดๆ ร่างบางที่เห็นแบบนั้นก็หมั่นไส้สุดๆ พร้อมเอามือทุบไปที่อกจนร่างหนาต้องเอามือมากันเอาไว้
“หน๊อยยย พี่ก็เหมือนกันนั่นแหละ จับร่างกายเราทั้งตัวแล้วมั้ง หึ้ยยย”
ซึกิทั้งพูดทั้งเอามือทุบไปที่อกของร่างหนาไม่มีทีทาจะหยุดร่างกาที่เขยิบไปด้วยทำให้ไปโดน..
อ่า..พะ..พอก่อน พอก่อน
“พออะไร ไม่พอ นี่แหนะๆ ไม่ต้องมาพูดเลยนะ”
อึก…