ห้องนอน…
เริ่มต้นวันใหม่ที่ไม่ค่อยสดใสนักเพราะร่างบางนั้นเจ็บหน้าอกสุดๆคงไม่ต้องถามว่ามันเป็นเพราะใคร หลังจากตื่นขึ้นมานั่งได้สักพักก็หันไปมองคนข้างๆที่หลับอยู่ วันนี้ร่างบางเอ๊ะในใจว่า เราตื่นก่อนเขาได้ไง ทำไมวันนี้ตื่นช้ากว่าเราล่ะ ยังไม่หายได้สงสัยร่างหนาก็ขยับตัวเล็กน้อยแต่ไม่ตื่น ซึกิที่เห็นแบบนั้นก็ค่อยๆ ลุกแล้วไปล้างหน้าแปรงฟัน เข้าไปที่ห้องครัวเทนมใส่แก้ว อุ่นคุกกี้เล็กน้อย
ห้องนั่งเล่น
“สวัสดีจ่ะโฮกิ มานี่มาเดี๋ยวเทอาหารให้”
เมื่อพูดจบก็ได้หยิบอาหารมาเทใส่ชามแมวก่อนที่จะเดินกลับไปที่ครัว เพื่อเอาคุกกี้และนมก่อนที่จะเดินมาที่ห้องนอนวางของว่างไว้ข้างเตียง ก่อนที่จะเดินกลับไปทำอีกชุดเพื่อตัวเอง ทำเสร็จก็เอามาวางที่โต๊ะคอมก่อนที่ร่างบางจะย่อนตัลงนั่งที่เก้าอี้ตัวโปรด ที่ชอบนั่งทำงานอยู่บ่อยๆ สักพักร่างหนาก็พลิกตัวก่อนที่จะค่อยๆลืมตาขึ้น มองไปรอบก็เห็นร่างบางนั่งทำงานอยู่หน้าคอมแล้วเขาถึงได้ลุกขึ้น ในจังหวะที่ร่างบางกำลังหยิบคุกกี้มากินก็ได้หันกลับไปที่เตียงเพราะเงาสะท้อนจกเลยทำให้สังเกตเห็นว่าที่อะไรขยับ
“ตื่นแล้วหรอ คุกกี้กับนมวางอยู่ตรงนั้นนะ”
ซึกิได้บอกร่างหนาแบบนั้นแล้วหันมาทำงานต่อ เมื่อเขาลุกขึ้นแล้ว ก็ไปล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัวสบายๆแล้วเดินกลับมาทีห้องนอนเพื่อเอานมกับคุกกี้ไปกินที่ห้องครัว วันนี้กิจวัตประจำวันของเขาก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแต่สิ่งที่ที่เขาทำเพิ่มนั่นก็คือ เขาได้เข้าไปที่ห้องเก็บของและหยิบอุปกรณ์วาดภาพขึ้นมาและกระดาษผืนใหญ่ขึ้นมา
ระเบียง…
ระเบียงที่มองเห็นวิวของกรุงเทพมหานคร ในตอนเช้าเป็นเวลาเจ็ดโมงห้านาที เขาได้จัดอุปกรณ์เกี่ยวกับวาดรูปไว้หมดแล้ว บรรยากาศวันนี้เหมาะกับการทำอะไรแบบนี้สุดๆ มุมที่เขาหันไปจะเห็นกระจกที่มองเห็นร่างบางทำงานอยู่ ร่างหนาตั้งใจที่จะหันไปทางนั้น และเมื่อจัดทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เขาได้นั่งลงที่เก้าอี้และเริ่มจับพู่กันจุ่มสีแดงร่างรูปภาพอย่างเบามือ วันนี้อากาศดีไม่มีแดดหรือจะเป็นเพราะว่าหน้านี้ฤดูหนาวกันนะมีลมเบาๆ แต่ไม่ถึงขั้นหนาวสำหรับเขา
ถึงว่าทำมร่างบางเตรียมนมอุ่นกับคุกกี้ให้เขากิน ร่างบางที่เขียนนิยายดำเนินเรื่องไปได้สักพักได้มองไปที่ระเบียงก็เห็นว่าร่างหนานั่งทำอะไรอยู่กับกระดาษผืนใหญ่นั่นเลยลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินมาที่ระเบียงพร้อมใช้ผ้าคลุมให้ความอบอุ่นกับตัวเองซึกิได้เดินมาอย่างๆเงียบๆเพื่อไม่ให้รบกวน และร่างบางก็ต้องทึ่งเพราะรูปที่เขาเห็นอยู่มันสวยมาก แต่มองดูดีๆมันก็คล้ายๆใครสักคน เขาหรอ? นี่คำถามที่เกิดขึ้นในใจก่อนที่จะเริ่มบทสนทนา
“เราไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ยว่าวาดรูปสวยขนาดนี้”
เมื่อพูดจบก็ได้ยิ้มให้เล็กน้อย ร่างหนาที่หันมาก็ยิ้มตอบกลับไปและไม่ได้พูดอะไรต่อ เป็นซึกิเองที่เปิดบทสนทนานี้
“ว่าแต่วาดรูปใครอ่ะ เราหรอออ”
ครับ กำลังวาดรูปเราอยู่
“หู้ยยย ดีใจอ่าาา ว่าแต่เราจำไม่ได้ว่าเคยซื้อไว้ด้วยซ้ำอุปกรณ์พวกนี้ น่าจะซื้อไว้นานแล้วเก็บไว้จนเราลืม”
ไปเจอมันที่ห้องเก็บของของเธอนานแล้ว แต่ไม่ได้เอาออกมาครับ
“อ๋ออ แล้วไม่หนาวหรอ”
ไม่ครับ ลมพัดกำลงดี
“ส่วนเราหนาว อยากทำตัวตามสบายอยู่หรอก แต่ออกจากผ้าไม่ได้ หนาว งั้น..เราไม่กวนแล้วนะ"
ครับ
ร่างหนาตอบไปสั้นๆ พร้อมยิ้มให้เบาๆก่อนที่จะหันมาโฟกัสที่รูปภาพในตอนนี้ที่เขากำลังวาดอยู่ ร่างบางที่อยากเพิ่มบรรยากาศให้ดีกว่าเดิม เลยเปิดเพลงคลอไปด้วย เพื่อให้คนฟังมีจินตนาการให้การวาดมากขึ้น รู้ไหมว่าเพลงน่ะมันคู่กับพวกนักวาดนักเขียนเป็นอย่างดี เพื่อให้ได้อารมณ์และจิตนาการในบทต่างๆ ต้องฟังเพลงให้เข้ากับมูทถึงจะดีที่สุด เมื่อจบกับความคิดในหัวจบ
ตอนนี้ต่างคนต่างมีเรื่องให้ทำ ไม่มีบทสนทนามีแต่เสียงของเพลงที่สองคนร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกองตัวเองให้มบูรณ์ที่สุด บทเพลงยังดำเนินต่อไปเรื่อย ผ่านไปหลายชั่วโมงได้ ทั้งสองก็ยังไม่มีใครออกห่างจากผลงานของตนสักนิด จนได้มีเสียงร้องของโฮกิขึ้นมาที่เดินเข้ามาในห้องนอน เดินมาคลอเคลียร์ที่ขาของร่างหนาที่อยู่ระเบียง ก่อนที่เขจะละสายตาออกจางานและหันไปลูบคางเบาๆ
มีอะไรโฮกิ หื้ม
เมื่อพุดจับแมวน้อยบประโยคเขาได้อุ้มเจ้าโฮกิขึ้นมาที่ตักและชี้มือให้ดูรูปภาพที่เขาวาด
สวยรึเปล่า นั่นแม่เธอเลยนะ
เมี๊ยวว
แมวน้อยได้หันหน้ามาทางร่างหนาแล้วได้ร้องขึ้นมาถึงเขาจะไม่รู้ว่าเสียงที่ร้องออกมาจะเป็นคำตอบแบบไหนก็เถอะ ได้ยิ้มเบาๆ ก่อนที่จะปล่อยโฮกิลง เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วแมวน้อยได้เดินไปหาร่างบางที่นั่งทำงานอยู่
เมี๊ยว
ซึกิที่ได้ยินเสียง เลยก้มลงมาดูก่อนที่จะอุ้มโฮกิขึ้นมาวางบนโต๊ะ เพราะว่าโต๊ะของเขาค่อนข้างกว้างพอที่จะให้โฮกินั่งได้ถึงจะตัวเบอเร่อก็เถอะนะ
นั่งอยู่เฉยๆ นะรู้ไหม
ซึกิได้ลูบที่หัวเบาและได้เอาขนมป้อนให้กินก่อนที่จะกลับไปโฟกัสที่งานต่อ เพราะตอนนี้เนื้อเรื่องในหัวเขาเต็มไปหมดจะบอกว่าพอร์ตเรื่องเขียนเอาไว้นิดเดียว ที่เหลือด้นสดเอาสุดๆ เขาตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เขียนมันต่อ และหวังในสักวันว่านิยายเล่มนี้จะได้วางขายในที่หนสักที่ แค่คิดมันก็ทำให้ตัวของซึกิเองฟินสุดๆในระหว่างที่คิดอยู่ก็หันไปดู่างหนาผ่านกระจกหน้าต่างเหมือนกัน เห็นว่าตั้งใจวาดสุดๆ
“ไม่เคยเห็นทำอะไรตั้งใจขนาดนี้เลยนะเนี่ย”
ในระหว่างที่พูดอยู่ก็ได้เอามือค้ำคางเอาไว้และมองร่างหนาที่กำลังวาดรูปอยู่นั่นเอง พร้อมกับความคิดในใจได้พูดมันออกมาก่อนจะหันไปดูเวลาว่าตอนนี้สิบโมงแล้ว
“ผ่านไว้ขนาดนี้เชียว อื้ม ใกล้จะเที่ยงแล้วนี่ เตรียมวัตถุดิบทำอาหารดีกว่า โฮกิ มานี่สิมา”
เมื่อสิ้นสุดเสียงของเขาก็ได้เรียกเจ้าแมวน้อยไปด้วยกันและปล่อยให้ร่างหนานั่งวาดรูปต่อไป
ห้องครัว…
“ไหนดูสิ มีอะไรบ้างน้าาา ถือว่ามีของเยอะอยู่ ต้มยำกุ้งดีไหมโฮกิ”
เมี๊ยว
“ดีเนาะ เดี๋ยวแยกกุ้งไว้ให้นะ”
เมี๊ยวว
เมื่อรู้แล้วว่าจะะทำเมนูอะไรก็ได้เตรียมวัตถุดิบในตู้เย็นเอาไว้ ซึกิเองเอากุ้งออกมาแช่ในชามอุณหภูมิห้อง เพื่อให้กุ้งที่ในช่องแช่แข็งละลายคลายออกมา เตรียมวัตถุดิบอุปกรณ์เรียบร้อย ซึกิได้เดินกลับเข้าไปห้องนอนและไปที่ระเบียงเพื่อดูว่าร่างหนาทำถึงไหนแล้ว
ระเบียงห้อง…
ซึกิเดินมาเงียบๆเช่นเคยเพื่อไม่ให้รบกวน ถึงแบบนั้นวรเชษฐ์ก็รู้ว่าซึกินั้นเดินมาหา เขาเลยหันหน้าพร้อมประโยคที่เปิดขึ้นมา
หยุดเขียนแล้วหรอครับ
“อื้อ ใช่ เรานั่งนานปวดตัวนิดหน่อย เลยเดินมาหา”
มาดูรูปมุมนี้สิ
ร่างหนาบอกให้ซึกิเดินมาอีกมุมนึงเพื่อมองภาพวาดให้ชัดมากขึ้น ร่างบางที่มองแล้วชอบมาก ไม่ว่าจะการลงสี หรือภาพที่ถูกวาดออกมาลงสีอย่างละเอียด
“สวยมากเลยครับ ไม่คิดว่าพี่จะวาดและลงสีสวยขนาดนี้ เทพมากกกๆเลย ยกนิ้วให้เลย”
ร่างหนาที่เห็นร่างบางรีแอคชั่นแบบนั้นก็พอใจเป็นอย่างมาก เขาได้ยิ้มให้คนตรงหน้าเบาๆก่อนที่บรรยากาศจะเริ่มเปลี่ยนไป ลมพัดมาเบาๆ ร่างบางที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาตอนนี้ได้ยืนหันหน้ามาทางเขาแล้วทั้งสองก็สบตากัน ผ้าที่ซึกิคลุมไว้ที่ไหล่ก็ร่วงลง ผมที่ปลิวสไว ตาสองคู่มองกันโดยไม่มีบทสนทนา ร่างหนาที่นั่งอยู่ได้นิ่งไปสักพัก สิ่งที่ทำให้พวกเขาหลุดออกจากภวังค์ได้
เมี๊ยวว
เสีแมวที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสองรู้สึกตัว ซึกิที่ทำตัวไม่ถูกก็รีบเดินกลับเข้าไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหาร ส่วนทางด้านร่างหนาที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมได้ยิ้มออกมาพร้อมกับมองรูปภาพที่เขาวาดเสร็จเป็นที่เรียบร้อย มือที่แตะไปที่ภาพวาดนั้นก่อนที่..
“สวย เธอสวย..”
คำพูดที่เขาได้พึมพำกับตัวเองคนเดียว ก่อนที่จะเอารูปพิงไว้ที่ปลายเตียง เดินไปเก็บอุปกรณ์กลับเข้าที่ห้องเก็บของแล้วเดินตรงไปที่ห้องครัวที่ซึกิตอนนี้กำลังทำอาหารเที่ยงอยู่
ห้องครัว…
เมื่อเดินเข้ามาได้กลิ่นเตะจมูกขึ้นมา เป็นกลิ่นที่หอมและรู้ได้เลยว่าเมนูอะไร เขายืนกอดอกพิงที่ขอบประตูเงียบๆ เพราะตอนนี้ซึกิร้องเพลงสายก้นไปมา เขาก็ไม่อยากขัด ยืนดูนิ่งๆ จนร่างบางหันมาก็ตกใจและสะดุ้ง
ดูอารมณ์ดีนะเรา
คนพี่ได้พูดออกไปและหัวเราะเบาๆ ก่อนที่จะเดินเข้าไปตรงเคาเตอร์เพื่อช่วยซึกิ
“เดินมาตอนไหนเนี่ย ไม่ให้ซุ้มให้เสียงเลย คนตกใจหมด”
ก็เห็นเราร้องเพลงเต้นดูมีความสุขขนาดนั้น ใครจะเข้าไปขัดกันครับ
ร่างหนาที่ตอบคำถามไปด้วยและตักต้มยำกุ้งใส่ถ้วยเอาไปวางไว้โต๊ะ ก่อนที่จะเดินมาอยู่ข้างหน้าซึกิและเขาได้ยืนมือข้างนึงออกมาเป็นการเชิญให้จับมือเค้า เห็นแบบนั้นแล้วซึกิยื่นมือออกมาจับไปที่มือของร่างหนา ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปที่โต๊ะอาหาร คนพี่ได้เลื่อนเก้าอี้ให้น้องก่อนที่ตัวเองจะมานั่งที่ที่นั่งเป็นประจำ และบทสนทนาก็ได้เริ่มต้นขึ้น
“แล้วรูปอยู่ไหนหรอที่พี่วาด”
อยู่ที่ปลายเตียงครับ พี่อยากจะแขวนไว้ในห้องน่าจะมีที่พอให้แขวนได้อยู่นะ
“อื้อ น่าจะมีอยู่ครับ แล้ว..คิดอะไรอยู่ถึงวาดรูปเราล่ะ”
อยากวาดเก็บเอาไว้ครับ เอาไว้ให้เธอดู
“โอเคะ อ่ะนี่กุ้ง”
ซึกิได้ตักกุ้งให้ร่างหนาตัวนึงและยิ้มให้หนึ่งทีเขาก็ยิ้มกลับ ทั้งสองนั่งรับประทานอาหารกันจนเสร็จ ได้นั่งคุยกันสักพักว่าอาทิตย์หน้าไปไหนกันดี เพราะเราทั้งสองอยู่ที่คอนโดไม่ได้ออกไปไหนนานพอสมควร
“อาทิตย์หน้าเราจะไปไหนกันดีครับ ไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันนานแล้ว”
แล้วเราอยากไปไหนล่ะครับ
“อื้ม เราว่าเราอยากไปที่ธรรมชาติๆหน่อย ทะเล..ก็น่าสนใจนะครับ”
โอเค พี่ตามใจเรา เดี๋ยวเราคุยกันอีกทีว่าไปที่ไหน
เมื่อบทสนทนาจบลงทั้งสองเก็บจานชาม เช็ดถูเรียบร้อยและเดินเข้าไปที่ห้องนอน เมื่อทั้งคู่หยุดอยู่ที่ปลายเตียงที่มีรูปภาพวางเอาไว้ ร่างหนาได้หยิบมันขึ้นมาพร้อมมองหน้ามุมที่จะปขวนหรือวางมันได้ ตาเขาก็เหลือบไปเห็นประตูทางเข้ามีพนังว่างเอาไว้อยู่ จึงเดินเอารูปไปแขวนไว้
มันตรงหรือเปล่าครับ คนพี่ได้ถามน้องที่ยืนดูอยู่
“ขยับอีกนิดครับ อืม..ตรงแล้วครับ”
เมื่อสิ้นสุดคำดังกล่าวร่างหนาได้ลงมาจากบรรไดและเอาไปเก็บที่เดิม ซึกิที่ยืนดูรูปอยู่ที่เดิไม่ได้เดินไปไหน ร่างหนาได้เดินเข้ามายืนข้างๆซึกิ
ชอบหรอครับ