บทที่ 15 ติวกันเลยไหม(ต้น)

917 Words
“ลงไป!” หลังจากผ่านเหตุการณ์ท้านรก เพราะเขาขับรถมอเตอร์ไซค์ได้อย่างห่วยแตกแล้ว รถคันโตก็เคลื่อนเข้ามาจอดหน้าคอนโดหรูแห่งหนึ่ง ที่ไม่ไกลจากมหา’ลัยมาก เสียงเข้ม เอ่ยขึ้นมาทำให้เธอหลุดจากภวังค์ความคิด ก่อนจะกลอกตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ “พี่คะ รถสูงขนาดนี้หนูจะเอาปัญญาที่ไหนลง” เลนินเสยผมอย่างหงุดหงิดเมื่อได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวน่ารำคาญของลูกลิงที่ซ้อนท้ายมา เขาจึงลงจากมอเตอร์ไซค์ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหันมาอุ้มเปอร์เซียลงมายืนข้างรถอย่างรวดเร็ว “ขอบคุณค่ะ ว่าแต่เรามาทำอะไรที่นี่เหรอคะ? เอ๋…หรือพี่คิดพิศวาสเปอร์ขึ้นมาแล้ว”เปอร์เซียเอ่ยแบบติดตลกพลางใช้แขนกระทุ้งเข้าที่สีข้างของเลนินอย่างเจ้าเล่ห์ แต่โดนคนหน้านิ่งตัดบทอย่างโหดร้าย “ไม่ใช่สเปก…รีบตามมาจะติวไหมหนังสือ” เลนินเอ่ยเสียงแข็งก่อนจะเดินนำเข้าไปในคอนโดหรูโดยมีเธอยืนอ้าปากค้าง เมื่อตั้งสติได้จึงรีบวิ่งตามหลังเขาไปติด ๆ ปากก็เจื้อยแจ้วถามไม่หยุด “นี่พี่นินยอมเปอร์แล้วเหรอคะโอ๊ย!” คำพูดสองแง่สองง่ามของเปอร์เซียทำให้เลนินหยุดฝีเท้า ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนปากเปราะ เป็นผลให้คนที่วิ่งตามมาหน้ากระแทกเข้าที่แผงอกแกร่งอย่างจัง แต่เมื่อเปอร์เซียจะผละตัวออกกลับถูกมือหนาเลื่อนลงมาเชยปลายคางเรียวบังคับให้สบตากับเขา “อะไร…” “ของกินมั่วซั่วได้ แต่คำพูดจะมั่วไม่ได้นะ” เลนินหลุบตามองพลางเอ่ยเสียงนิ่ง นัยน์ตาคมเรียวยาวจับจ้องใบหน้าเล็ก ของเปอร์เซียไม่วางตา ทำให้คนดื้อดึงและเอาแต่ใจเลิ่กลั่ก เมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนเธอได้กลิ่นบุหรี่อ่อน ๆ “ปะ...เปอร์พูดอะไรผิด แค่ถามว่าพี่ยอมติวให้แล้วเหรอ” เธอยกมือขึ้นมาผลักอกแกร่งออกห่างพลางพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น หรือติดขัดเหมือนคนประหม่าไม่มั่นใจในตัวเอง “ใช่ และเราต้องทำข้อตกลงกัน” เขากำชับเสียงเข้ม ก่อนจะเอื้อมมือไปกดลิฟต์ด้วยความเคยชิน เธอเบือนหน้าออกไปอีกทางเพื่อหลีกหนีความกระอักกระอ่วนเมื่อสักครู่ พอตั้งสติได้ จึงรีบวิ่งเข้าไปในลิฟต์อย่างร่าเริงอีกครั้ง “แล้วเราจะติวกันวันนี้เลยไหมคะ ที่นี่หรือที่ไหนดีตื่นเต้นจัง” “ยังไม่ใช่วันนี้” “อ้าว” เลนินปรายตามองคนที่กระตือรือร้นและสดใสเหมือนกระต่าย แล้วได้แต่เดาะลิ้นอย่างระบายอารมณ์ เขาเป็นคนรักความสงบไม่ชอบความวุ่นวาย โดยเฉพาะคนที่มีพลังงานเหลือล้นอย่างเปอร์เซียแล้ว ชีวิตของเขาคงไม่สงบอีกต่อไปอย่างแน่นอน “ตามเข้ามา” “ตามแน่นอนค่ะพี่ขา” เห็นคนหน้านิ่งเอ่ยเสียงเข้ม เธอจึงส่งเสียงหวานลากยาวเป็นเชิงล้อเลียน ก่อนจะลอบเบะปากกับตัวเอง แต่เมื่อเห็นเลนินปรายตามองเปอร์เซียก็รีบฉีกยิ้มกลบเกลื่อนทันที “ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่น” “แหมถ้าหนูเกิดก่อนหน้านี้สักห้าปีเราเพื่อนกันแน่นอน” อุ๊ยตาย! ลืมไปว่าเขาเป็นคนขี้รำคาญ ดูหน้าสิตึงขึ้นมาอีกแล้ว คนอะไรไม่รู้จักอารมณ์ขันซะเลย “จะเข้ามาหรือยืนเอ๋ออยู่หน้าห้องเลือกเอา!” “เข้าค่ะ!” แหย่เล่นนิดเดียวก็ไม่ได้ เธอบ่นกับตัวเอง ในใจก่อนจะเดินตามเขาเข้ามาในคอนโดขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางเมือง ภายในห้องตกแต่งโทนสีน้ำตาลลายไม้ สลับกับสีดำดู เข้ากับสไตล์ของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี “ห้องสวยดีนะคะ เคยพาใครมาดูผีเสื้อยัง?” “ช่วยหุบปากสักนาทีได้ไหม” ดวงตากลมโตกวาดมองห้องอย่างชื่นชมจนกระทั่งเลื่อนสายตามาสบกับเขา จึงเอ่ยปากหยอกล้อเพื่อกระชับความสัมพันธ์ ใครจะคิดว่าพอหยอดปุ๊บกลับถูกตีแสกหน้าปั๊บ จะบ้าตายตอนติวเธอจะรอดใช่ไหมเนี่ย “ก็ได้ค่ะ” ยอมแค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ เลนินกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นเธอทำตัวว่าง่าย แต่ ก้มหน้าหลุบตาลงพลางทำปากขมุบขมิบเหมือนกำลังด่าเขา อยู่ในใจ เขาเอ่ยปากให้เธอนั่งเล่นอยู่ห้องรับแขก ส่วนตัวเองก็ เดินไปยังห้องนอนเพื่อไปหยิบไอแพดที่ใช้ตอนเรียนออกมา “เธอติดแมทตัวไหน?” ระหว่างที่เธอกำลังเอนหลังพิงกับโซฟา เสียงเข้มของเจ้าของห้องก็ดังขึ้น เปอร์เซียจึงรีบยืดตัวตรงอย่างอัตโนมัติก่อนจะชะงักกับคำถาม ในหัวครุ่นคิดไปมา แม้สุดท้ายจะต้องบอก แต่เธอก็แอบอายอยู่ดี นี่มันคือความอัปยศในชีวิตจริง ๆ “เมื่อกี้ยังปากเก่งอยู่เลย ทำไมตอนนี้ไม่เอาปากมาด้วย” ถ้ารู้ว่าจะต้องเจอติวเตอร์หน้าเหี้ยมเธอจะตั้งใจเรียนอย่างดีสัญญา “ก็คือ…” เปอร์เซียอิดออดไม่ยอมขยับปาก “ถ้าไม่พูดก็ออกจากห้องไป เรื่องทุกอย่างถือว่าโมฆะ” “เฮ้ย! ไม่ได้สิ” ได้ยินอย่างนั้นคนที่อิดออดในตอนแรกก็เบิกตากว้างอย่างตกใจ ก่อนจะโพล่งขึ้นมาอย่างลืมตัว แม้แต่สรรพนามที่ใช้ ‘หนู’ กับรุ่นพี่ที่อายุมากกว่า ยังเปลี่ยนมาเป็น ‘เปอร์’ ที่ดูใกล้ชิดสนิทสนม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD