“เปอร์ติดแมทสองค่ะ” เมื่อเอ่ยออกไปแล้วเธอก็ทำหน้าสลดลงเล็กน้อย เหมือนกระต่ายที่เก็บหูและหางอย่างมิดชิด ดวงตากลมโตหม่นแสงไร้ซึ่งชีวิตชีวา เปอร์เซียอายมากที่ต้องพูดตรง ๆ แต่เมื่อเหลือบตามองคนตรงหน้า กลับพบว่าเลนินยังคงนิ่งเฉย ไม่ได้แสดงสีหน้าสมเพชหรือเย้ยหยันออกมาสักนิด เธอจึงเอ่ยปากถามเขาเสียงแผ่ว
“พี่ไม่หัวเราะเปอร์เหรอ?”
“หัวเราะทำไม” แต่การย้อนถามแบบนิ่ง ๆ ของเลนินทำให้เปอร์เซียชะงักไป นั่นสิความผิดพลาดมีอะไรให้น่าหัวเราะกัน แปลกดีนะทั้งที่เธอพยายามอย่างมากเพื่อหนีความอับอาย และหนีสายตาที่จ้องมองมาอย่างสมเพช แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่เขา
ย้อนถามกลับเป็นตัวจุดประกายความคิดในสมองของเธอ
“ก็แค่ติดเอฟ มีคนอีกมากมายที่ติดเอฟ”
“แต่พี่ไม่ติด”
“เพราะขี้เกียจตามแก้ต่างหาก” เขาหัวเราะในลำคออย่างไม่ใส่ใจมากนัก ก่อนจะหยิบไอแพดออกมาวางบนโต๊ะตรงหน้าเธอ
“นี่ไอแพดสมัยเรียนของฉัน ปกติอ่านหนังสือยังไง?”
ได้ยินอย่างนั้นเธอจึงหัวเราะแห้ง ๆ อย่างละอาย
“เปอร์อ่านชีตที่เพื่อนสรุปมาให้ค่ะ”
“อ่านเข้าใจ?” เขาเลิกคิ้วถามด้วยใบหน้านิ่ง ๆ แต่กลับทำให้คนมองรู้สึกกดดันอย่างน่าประหลาด เธอไม่กล้าว่อกแว่กแม้แต่น้อย
“ก็เข้าใจแต่ไม่เข้าหัวค่ะ” นัยน์ตาเรียวยาวตวัดมองมา ทำให้เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“สรุปคือแล้วแต่วิชาเลยค่ะ” ทำหน้าดุแบบนี้ใครมันจะกล้าตอบเล่า ก็พยายามเล่นมุกเพื่อลดความกดดันอยู่เนี่ย
“วิชาคำนวณอื่นไม่ติดเอฟสินะ” เขาพูดออกมาราวกับ
ตาเห็นทำให้เธอยิ่งรู้สึกนับถือ จึงเอ่ยปากถามอย่างอยากรู้
อยากเห็น
“พี่รู้ได้ยังไงคะ เทพมาก!”
“ยัยโง่ มันจะไปยากอะไร แสดงว่าเธอจำเอาแต่สูตร แล้วไปใช้เครื่องคิดเลขคำนวณในห้องสอบ แต่เพราะแมทมันทำ
ไม่ได้เธอเลยสอบไม่ผ่าน” จังหวะนี้ทำเอาใบหน้าเรียวเล็กแดงก่ำขึ้นมาเพราะโดนจับได้เสียแล้ว ก่อนจะหัวเราะเพื่อกลบเกลื่อน
“ถูกค่ะ ใครก็ทำกันนี่นา”
“ใช่ใครเขาก็ทำ แสดงว่าเธอไม่เคยอ่านหนังสือจริงจังเลย วิชาอื่นคงจะขายผ้าเอาหน้ารอดไปวัน ๆ สินะ” เลนินปรายตามองนิ่ง ๆ แต่ทำเอาคนที่มีชนักติดหลังถึงกับขนลุกซู่
“พี่นินรู้ดีจัง…เหมือนเข้ามานั่งในใจเปอร์เลยค่ะ” เธอ
เท้าคางกับที่พักแขนโซฟา พลางยิ้มตาหยีให้เขาและเอ่ยเสียงอ่อนหวานน่าเอ็นดู แต่คำพูดกลับแฝงไปด้วยความเหน็บแนม
เขากระตุกยิ้มมุมปากเอียงศีรษะเท้าคางกับที่พักแขนโซฟามองเปอร์เซีย ท่าทางราวกับกระจกสะท้อนของเธออย่างไรอย่างนั้นทั้งดูยียวนกวนประสาท ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงทุ้ม
“ใจเธอแคบขนาดนั้น จะไปนั่งได้ยังไง!” ทำเอาคนสวยอย่างเปอร์เซียถึงกับถลึงตาอย่างไม่สบอารมณ์ ริมฝีปากเม้มแน่น
“แรงนะ!”
“จะแรงกว่านี้ถ้าเธอไม่ตั้งใจฟังในสิ่งที่ฉันสอน เอา
ไอแพดกลับไปแล้วลองเปิดเล่นดู ในนี้เป็นชีตสมัยเรียน ฉันจัดหมวดหมู่ไว้แล้วเรียบร้อย…เธอคงไม่โง่?” เขาเหยียดยิ้มมุมปากทำเอาหนังตากระตุกทันที ก่อนจะรีบคว้าไอแพดคู่ใจของเขามากอดแนบอก
“เสร็จโจร คราวนี้แนวข้อสอบคงไม่รอดไปที่อื่นแน่” เธอจำได้ว่าข้อสอบส่วนมากที่เพื่อน ๆ หากันแต่ละวิชาจะเป็นแนวข้อสอบจากรุ่นพี่ มีทั้งตรงและไม่ตรงแล้วแต่ว่าอาจารย์จะปรับเปลี่ยนไปแบบไหน แต่ส่วนมากแนวก็คือแนวทางไม่ใช่ข้อสอบจริง แต่การมีแนวทางให้อ่านมันก็ดีกว่าไปงมอ่านโดยที่
ไม่รู้ว่าอาจารย์จะออกแบบไหน
ทุกคนรู้ใช่ไหมว่าอาจารย์ชอบออกข้อสอบหนีจากที่สอน TT
“หึ ถ้าอ่านรู้เรื่องนะ”
“พี่โน้ตเป็นภาษาคนไหมคะ ถ้าภาษาคนเปอร์อ่านเข้าใจค่ะ” เห็นชอบเยาะเย้ยเธอดีนัก แม้จะไม่ซ้ำเติมเรื่องติดเอฟแต่ชอบเหน็บเรื่องความโง่เหลือเกิน เธอจึงอยากจะเอาคืนเขาบ้าง ฮึ่ย!
“ถ้าเข้าใจเธอคงไม่มาขอให้ฉันติวให้หรอก” จะแรงเพื่อ!
“เอาไอแพดไปทำความเข้าใจ แล้วพรุ่งนี้ไปเจอกันที่
โรงฝึก”
“เอ๋ พี่ไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกเหรอ” คอนโดกว้างมาก ขนสาว ๆ มาอยู่ได้เพียบ เขาจะดั้นด้นไปอยู่ที่นั่นทำไมกัน ไกลจากมหา’ลัยมากนะ ตอนนี้เขาเรียนปริญญาโท เธอเลยเข้าใจว่าที่เลือก
คอนโดนี้เพราะระยะทางการไปมหา’ลัยด้วย
“ฉันไม่ได้แบมือขอเงินพ่อแม่แบบเธอนะ”
“เข้าใจแล้วค่ะพรุ่งนี้เจอกันนะคะ” เบื่อจะทะเลาะกับเขาแล้ว เธอจึงรีบเอ่ยปากร่ำลาและชิ่งหนีออกจากห้องซะ ท่าทาง
เขาคงจะรำคาญเธอเต็มกลืนแล้ว
“อือ” เลนินทำหน้าเหนื่อยแต่ยังติดดุดัน ก่อนจะหันหลังเหมือนจะเดินเข้าไปด้านใน ซึ่งเธอคาดเดาว่าคือห้องนอนเขาแน่
แต่ก่อนที่เปอร์เซียจะออกจากคอนโดไปจึงตะโกนไล่หลังเขา
“ตามบทพี่ต้องอาสาไปส่งเปอร์นะคะ”
“เชิญขับรถกลับไปเองเถอะ!”
“เฮ้ย!” ไม่ว่าเปล่า คนที่หันหลังเดินเข้าไปด้านในยังโยนกุญแจมาทางนี้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และเธอก็ดันคว้ามันไว้ในมือตามสัญชาตญาณไปอีก
“เลวมาก จะซ้ำเติมกันใช่ไหมถึงโยนกุญแจรถมอเตอร์ไซค์มาน่ะ ฉันจะเอาปัญญาที่ไหนไปขับ แม้แต่จะขึ้นลงเองยังยาก!” เธอสบถกับตัวเองก่อนจะยัดกุญแจรถใส่ในกระเป๋าสะพาย และเดินร่าเริงออกจากคอนโดของเขาไป ช่วยไม่ได้เขาโยนให้เอง ถึงเธอขับไม่ได้ เขาก็ไม่มีสิทธิ์ได้ขับเหมือนกันเพราะ
ไม่มีกุญแจ หึ!
ร่างบางกระโดดโลดเต้นอย่างอารมณ์ดี แม้ทุกอย่างจะค่อนข้างทุลักทุเลมาก แต่สุดท้ายผลลัพธ์ที่ลงมือทำก็ดีเกินคาด เธอได้ติวเตอร์ที่แสนเก่งกาจมาไว้ในมือแล้ว(เพื่อนบอก) อีก
ไม่นานแม่จะเดินทางไปต่างประเทศกับปีเตอร์ เธอจึงกลับมา
นอนบ้านเพื่ออยู่พูดคุยจัดกระเป๋าเป็นเพื่อนแม่
“ไหนว่าซัมเมอร์จะไม่ได้กลับบ้าน บอกจะตั้งใจเรียน
ไม่ทันไรก็รีบกลับมาแล้ว”
เสียงทักทายของคุณนายปิ่น ทำให้เธอชะงักฝีเท้าที่หยุดอยู่หน้าห้องนั่งเล่น ก่อนจะปรับสีหน้าและพุ่งตัวเข้ามากอดเอวของท่านอย่างออดอ้อน
“ไม่ทันไรก็หาเรื่องลูกสาวคนนี้แล้ว เฮ้อ เพราะคิดถึงแม่นะเนี่ยถึงได้รีบกลับมาบ้าน” เธอเอ่ยเสียงกระเง้ากระงอดพลางส่งสายตาให้แม่ แน่นอนว่าท่านเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะ ไม่มีใคร
ไม่เอ็นดูท่าทางแบบนี้ของเปอร์เซีย
“จ้าคิดถึงก็คิดถึง แม่นึกว่าเพราะรุ่นพี่คนที่ลูกบอกว่าอยู่ข้างบ้านเสียอีก ที่ทำให้แมวขี้อ้อนของแม่กลับมานอนบ้าน”
สิ้นเสียงอ่อนโยนของแม่ เธอก็ดีดตัวออกมาทันทีพลางรีบ
ปฏิเสธพัลวัน
“แม่รู้ได้ยังไงคะ!”
“เพราะป้าจิตมาเล่าให้แม่ฟังว่าเจ้าของบ้านข้าง ๆ หล่อมาก อายุมากกว่าลูกไม่กี่ปี แต่มาดูแลโรงฝึกศิลปะป้องกันตัวช่วยที่บ้านแล้ว ตอนแรกแม่กะว่าจะไม่ใส่ใจ แต่จำได้ว่าลูกบอกว่าเป็นรุ่นพี่” เปอร์เซียมองแม่เอ่ยถึงเลนินอย่างอ่อนโยนพลางทำสีหน้าปลาบปลื้ม ภูมิใจเสมือนว่าเขาเป็นลูกตัวเอง เธอจึงขมวดคิ้ว
“เกี่ยวกันที่ไหนเล่า ที่บอกว่าถูกเพราะเขาจะช่วยติวแมทให้ลูกสาวแม่ต่างหาก อย่าเอาไปพูดกับป้าจิตเชียวว่าเขาจะมาเป็นลูกเขย” ต้องรีบขัดก่อนไม่อย่างนั้นเดี๋ยวแม่คิดไปไกล ลูกสาวแค่เอาเค้กกับดอกไม้ไปให้รุ่นพี่ ไม่เชื่อหรอกว่าไม่คิดไปไกล
“โถ่ลูก มาล่มเรือแม่แบบนี้ได้ยังไง”
“โห นี่แม่รู้จักศัพท์แบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย บอกแล้วอย่ามาจับจิ้น พี่เขาแค่ช่วยหนูติวเท่านั้น ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้หรอก” แค่เธอกับเขาคุยกันเหมือนคนปกติยังยาก จะมาเป็นแฟนกัน
เนี่ยนะคิดสภาพไม่ออกเลยอะ
“ก็ปกติลูกสาวแม่เอาเค้กเอาดอกไม้ไปให้ผู้ชายที่ไหนล่ะ” แม่พูดเหมือนเธอนิสัยใจคอคับแคบมาก แต่ถูกแล้วขนมฝีมือแม่ถ้าไม่สำคัญจริงไม่ยอมให้ชิมหรอก