บทนำ
สองเดือนก่อนหน้า
Zombie Club
ผับหรูแห่งใหม่ที่เพื่อนสาวสุดที่รักอย่างยาหยีการันตีว่ามีแต่ผู้หล่อ รวย มีระดับคราวนี้แหละสาวสวยโสดอย่างพวกเราทั้งสี่คนก็จะได้มีแฟนกันสักที ฉันได้แต่เท้าคางเหม่อมองบรรยากาศด้วยดวงตาแสนหวาน แน่ล่ะว่าคนสวยหน้าตาน่ารักอย่างฉันถ้าจะหาแฟนก็ไม่ยากหรอก แม้คณะที่เรียนจะเต็มไปด้วยผู้ชายเกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ แต่แต่ละคนก็ดิบเถื่อนเสียยิ่งกว่ากอริลลา เจอกันทีต้องเสียงดังไว้ก่อนทำให้แก้วหูแทบระเบิด เปอร์เซียคนนี้รับไม่ไหว ขอเป็นคุณหมอใจดีหรือหนุ่มบริหารสุดฮอตดีกว่า
“กรี๊ด คนนั้นขอชนยัยเฟีย!”
ฉันที่กำลังฝันหวานถึงกับสะดุ้งกับเสียงกรี๊ดของยาหยี ระหว่างนั้นเพื่อนทั้งโต๊ะอย่างมินะ และมาเฟียก็มองตามทิศทางสายตาของยาหยีทันที และพบว่าผู้ชายสุดฮอตเรือนผมสีเทาหน้าตาออกไปทางลูกครึ่งกำลังยกแก้วขึ้น และส่งสายตามาทางมาเฟียเพื่อนสาวคนสวยที่แสนเย็นชาของฉัน
“เออจริงด้วย เฟียรีบไปเร็ว”
“มองแกนานมาก เอาเลย!” ฉันรีบส่งเสียงเชียร์ตามยัยมินะ ก่อนจะฉุกคิดเรื่องราวเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าขึ้นมาได้
หวังว่าเขาจะไม่เห็นฉากยัยเฟียเตะไข่ผู้ชายหรอกนะ!
อยากให้เพื่อนมีผัว เอ้ย!มีแฟนไงเลยภาวนาอยู่ในใจเพราะก่อนหน้านี้ที่ฉันและมาเฟียไปเข้าห้องน้ำ มันมีคนเมามาฉุดกระชากฉัน ทำให้เพื่อนสาวโกรธจนเลือดขึ้นหน้าและจัดการเตะไข่ผู้ชายคนนั้นจนมันล้มลงกับพื้น
ฉันยังจำได้อยู่เลยหน้างี้เขียวสลับแดงดูน่าสงสารแต่ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นหมันไปซะ! ไอ้ผู้ชายเฮงซวยทำตัวทุเรศแบบนี้อย่าให้มันได้ขยายเผ่าพันธุ์เลยดีกว่า
“พวกแก…”
ฉันเลิกคิดเรื่องนี้แล้วหันมามองมาเฟียที่ทำหน้าเลิ่กลั่กอึกอักเหมือนคนขี้ไม่ออก นี่ถ้าเป็นฉันไม่รอเพื่อนเชียร์นะจะรีบพุ่งตัวไปให้ไวเลยหล่อขนาดนี้ ไม่ต้องมานะรอเลยสุดหล่อพี่จะไปหา
“อะไรของแกอีก”
“เออนั่นสิมีอะไร” ทั้งยาหยีและมินะต่างเลิกคิ้วอย่างสงสัย ไม่ต่างจากฉันที่แปลกใจว่าเพื่อนสาวมัวกังวลอะไรกันแน่
“เฟียรีบพูดมาเร็ว ๆ” ฉันเอ่ยเร่ง ไม่ได้อยากเผือกเลยจริง ๆ
“กำลังคิดว่าจะไปดีไหม” มาเฟียเอ่ยออกมา ทำให้ฉันขมวดคิ้ว
“ทำไมล่ะ?” ยาหยีถามอย่างไม่เข้าใจ
“ฉันว่าเขาดูอันตราย”
“ผู้ชายอันตรายแปลว่าร้อนแรงสุด ๆ เวลาอยู่บนเตียง” มินะเอ่ย
“แกรู้ได้ไง ทำเหมือนเคยมีอะไรมาแล้ว” เธอหรี่ตามองเพื่อน
“เปล่าอะ อ่านนิยายมา ฮ่าฮ่า”
“แหม ทีอย่างนี้สนับสนุนดีนัก ทำไมตอนแรกห้ามล่ะ”
“เขาหล่อ ไปเถอะถือว่าเปิดประสบการณ์”
“เออ ๆ ไปก็ได้” มาเฟียยกแก้วเหล้าอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นยืน
“ไม่ต้องไปแล้ว เขามานู่นแล้ว”
ระหว่างที่เลื่อนสายตาออกไปมองรอบ ๆ ฉันกลับต้องหรี่ตาลงเมื่อเจอความหล่อกระแทกเข้าที่ม่านตาอย่างจัง ผู้ชายเรือนร่างสูงผมสีเทากำลังเดินมาทางนี้ ฉันได้แต่ถอนหายใจเพราะผู้ชายหล่อดูดีมันวาสนาเพื่อนสาว ก่อนที่หัวใจอันแห้งแล้งจะกลับมาชุ่มฉ่ำอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าด้านหลังของผู้ชายผมสีเทายังมีเพื่อนของเขาตามมาด้วยถึงสามคน กรี๊ด ว้าวซ่าส์มาก!
คนแรกที่เดินตามมาหล่อเหลาดูดีดูสะอาดเหมือนอาบน้ำวันล่ะสิบรอบ ผิวขาวจัดหน้าตาเหมือนคนเกาหลีทำให้ฉันคาดเดาได้ว่าเขาอาจจะเป็นหนุ่มลูกครึ่งหรือไม่ก็คนเกาหลี สายตาคู่นี้ดูแพรวพราวจัดเมื่อจ้องมองมาที่ฉัน
ถัดมาคือชายหนุ่มลูกครึ่งตาสีฟ้าน่าค้นหา ตัวของเขาสูงมากและแต่งตัวเท่มาก ทุกอย่างลงตัวไปหมดเต็มสิบไม่มีหักเลย จนกระทั่งสายตาของฉันปะทะเข้ากับคนสุดท้าย ความมืดมิดเสมือนหลุมลึกในดวงตาคู่นั้นทำให้ฉันราวกับถูกดึงดูด เรือนผมสีดำซอยระต้นคอตัดกับผิวขาวจัดทำให้เขาดูดีอย่างประหลาด แต่เมื่อมองภาพรวมแล้วขอให้คะแนนติดลบ เพราะเขาดูดุดันและโหดไปท่าทางไม่สนโลกแบบนั้นคงคุยกันไม่รู้เรื่อง เอาเป็นว่าในบรรดาเพื่อนของผู้ชายผมเทา ฉันจะไม่คุยกับคนนี้ก็แล้วกัน เมื่อตกลงกับเสียงในหัวเสร็จฉันก็ยกยิ้มออกมาเล็กน้อย
“สาว ๆ ขอพวกเรานั่งด้วยได้ไหมครับ” ผู้ชายผมสั้นหน้าตาเหมือนคนเกาหลีก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงร่าเริง พลางขยิบตาให้ยาหยีอย่างขี้เล่น ทำเอาสาวสวยสุดเซ็กซี่ถึงกับยิ้มกริ่ม
“เชิญค่ะ ๆ” ยาหยีกระวีกระวาดจัดแจงที่นั่ง
“เอ๋?”
ฉันที่มัวแต่ตกลงกับเสียงในหัวถึงกับเอ๋อไปชั่วขณะ เมื่อเพื่อนสาวตัวดีจัดแจงที่นั่งให้มาเฟียคู่กับผู้ชายหน้าหล่อผมเทา มินะนั่งกับผู้ชายตาฟ้าที่กำลังรินเหล้าให้อย่างสุขุมแต่แววตาไม่เบาเลย ส่วนเพื่อนสาวอย่างยาหยีก็นั่งคู่กับผู้ชายขี้เล่นหน้าเกาหลี แล้วแบบนี้ใครจะคู่กับคนดุล่ะนอกจากฉันคนนี้
กรี๊ด!พลาดอย่างแรง
บรรยากาศหวานชื่นผสานความร้อนแรงเริ่มต้นขึ้น มีเพียงแค่เปอร์เซียที่นั่งปากคว่ำทะเลาะกับตัวเองในใจ ส่วนคนที่นั่งข้างกายกลับเอาแต่รินเหล้าไม่สนใจจะชวนคุย ด้วยความที่เปอร์เซียเป็นคนคุยเก่งและไม่อยากทำให้บรรยากาศเสีย จึงหันมายิ้มให้ผู้ชายหน้าดุอย่างเป็นมิตร เอาเถอะอย่างน้อยเขาก็หล่อ
“สวัสดีค่ะเปอร์เซียนะคะ แล้วคุณ?”
“…” เธอนับหนึ่งในใจ และเริ่มนับสอง ก่อนจะถึงสาม จนสุดท้ายเขาก็ปรายตามองเธอเล็กน้อย
“เลนิน”
“ว้าวชื่อเพราะจังเลยเปอร์เซียไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยค่ะ” เอาเถอะถึงจะคุ้นอยู่นิดหน่อย แต่เราต้องแอ๊บแอ้ทำเป็นไม่รู้เพื่อต่อบทสนทนา แต่ใครจะคิดกันเล่าว่าเขาจะขมวดคิ้วพลางยกมุมปากอย่างเหยียดหยาม
“บ้านเธออยู่หลังเขาเหรอถึงไม่รู้ว่าเลนินเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์น่ะ” กูช็อก! แม่จ้าช่วยหนูด้วยเกิดมาพึ่งเคยเจอผู้ชายว่าขนาดนี้
“ถ้าจะพูดขนาดนี้ด่าเปอร์เซียโง่เลยก็ได้นะ” นี่ไม่มีอะไรจะเสียแล้วแหละ เธอเอ่ยอย่างเศร้าสร้อยอยู่ในใจพลางเบะปากอย่างไม่สบอารมณ์
“ก็กำลังด่าอยู่” เลนินเห็นใบหน้าน่ารักเหมือนกระต่ายซีดเผือดเขาจึงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ
“แรงมาก!อันนี่ถามได้ไหมคะ เกิดปีจอไหมทำไมดุจัง?” เขาได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งหัวเราะหนักกว่าเดิม นั่นทำให้เธอเริ่มแปลกใจแล้วว่าเขาจะหัวเราะทำไมนักหนา
“หัวเราะทำไมคะ!” จะโกรธแล้วนะเห็นว่าหล่อเหอะถึงคุยด้วย
“หัวเราะเพราะว่าเธอนี่แม่งซื่อบื้อและไร้สาระจริง ๆ” เขาลุกพรวดออกไปทั้งอย่างนั้น และทิ้งคำพูดแสนร้ายกาจให้เธอนั่งโง่อยู่กับที่ ใบหน้าน่ารักแดงขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนอารมณ์ที่มันพุ่งปรี๊ด ไม่ได้เขิน ไม่มีเขิน มีแต่ความโมโห ก่อนจะตบโต๊ะเสียงดังด้วยสีหน้าถมึงทึง
“กลับมานะไอ้คนปากมอม!”
เหตุการณ์อันแสนอัปยศที่สุดในชีวิตคนสวยทำให้เปอร์เซียเท้าคางกับโต๊ะเรียนอย่างซึมเศร้าเหงาหงอย เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่เจอผู้ชายปากปีจอคนนั้นดูถูก ฮึ่ย! อย่าให้เจออีกนะ
และนอกจากจะเซ็งเพราะเขาแล้วเมื่อคืนเธอยังโดนเพื่อนทิ้งอีก เพราะสามสาวตัวดีมีผู้ชายกันหมดเลยเว้ยยกเว้นเธอ!
“เซ็งอะ ทุกคนแบบสบตากันแล้วสปาร์คเลย ทำไมฉันไม่ได้บ้าง ไม่สิไอ้คนหน้าดุนั้นไม่นับนะนอกจากปากหมาแล้วยังทำฉันเสียเวลาอีก” เธอบ่นพึมพำอย่างเซ็ง ๆ เพื่อนมีเราก็ดีใจ แต่ทำไมเธอถึงไม่มีบ้างล่ะ แค่คิดว่าทุกคนมีแฟนกันหมดแล้วทิ้งคนสวยไว้ก็สยองแล้ว
“ก็เห็นคุยกันดี ๆ” ยาหยีเอ่ยอย่างแปลกใจหลังจากมาเฟียออกไปพวกเธอก็แยกย้ายเหมือนกัน เพียงแต่ย้ายไปกับใครนั้นไม่บอกหรอก
“คุยดี? มันห่างไกลมากสาว ฉันว่าเขาอยากจะหนีไปตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จะแกล้งสนหน่อยก็ไม่ได้ชิ”
“แล้วจะอยากให้เขาสนทำไม?” คนกำลังเซ็ง ๆ ดันโดนเพื่อนสาวผมบลอนด์อย่างมาเฟียช็อตฟีลซะงั้น ใบหน้าจึงบึ้งตึง
“เอ้า นี่ไม่รู้จักคำว่าเช็กเรทติ้งเหรอ เขาทำฉันเสียความมั่นใจหมด”
“ยัยตัวแสบอย่างเธอเลยมาบ่นเป็นหมาหงอยเหรอ” คนที่นั่งเงียบอยู่นานอย่างมินะเอ่ยขึ้นมา และอมยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นใบหน้าน่ารักยับย่นเสียยิ่งกว่าตุ๊กตาหน้าหมา เปอร์เซียเบะปากก่อนจะบ่นกระปอดกระแปดต่อ ทำให้เพื่อน ๆ พากันแหย่เธอเสียยกใหญ่
“เสียselfหมด!” เพราะเขาคนเดียวเลย!