Hades
(อู่ซ่อมรถซูเปอร์คาร์ครบวงจร)
“ยัยตัวแสบแกกล้ามาก!” ฉันนั่งไขว่ห้างดูดน้ำปั่นพลางมองมาเฟียตาปริบ ๆ หลังจากที่เล่าวีรกรรมทั้งหมดให้เพื่อนฟัง ท่าทางเหมือนอยากจะฆ่าคนของเพื่อนทำให้ฉันหัวเราะแห้ง
“หมอนั่นทำตัวเหมือนจะแดกหัวฉันอะ!”
“เลนินอะนะ” เพื่อนสาวเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจพลางคว้าแก้วชานมไข่มุกมาดูด ที่จริงวันนี้ไม่ใช่วันหยุดและเพื่อนสาวคนสวยยังคงฝึกงาน แต่ช่วยไม่ได้ที่มาเฟียฝึกงานที่อู่ของแฟน ดังนั้นอาซ้ออย่างนางแม้อยากจะทำงานก็ไม่มีใครอยากใช้ นางเลยว่างมากและฉันที่เหงาฉิบหาย เปล่าหรอก รู้สึกอยากเล่าเรื่องเมื่อวานจึงถ่อสังขารมาหาที่อู่
“อือ เห็นหน้านิ่ง ๆ แบบนั้นร้ายเป็นบ้า แต่นั่นแหละเหมาะสมกับฐานะติวเตอร์ของฉันมาก” พูดไปอย่างนั้นแหละเชื่อมโยงได้ที่ไหน
“ตรรกะอะไรของแก อย่าไปคิดมาก แกไม่น่าใช่สเปก
เลนินหรอก” เห็นมาเฟียส่ายหน้าฉันเองก็เบาใจ เพราะดูจาก
สองสาวทรงโตที่เจอในผับวันนั้นแล้ว คาดว่าสเปกเขาคงจะสวย แซ่บ เด็ดสะระตี่
“เออไม่ใช่ก็ดี เขาก็ไม่ใช่สเปกเหมือนกัน คนอะไรหน้าดุเหมือนหมา แถมปากยังไม่ห่างจากคำว่าหมาอีก” ฉันหัวเราะ
เมื่อเห็นมาเฟียกลอกตารอบที่ร้อย
“แล้วสรุปเขายอมตกลงใช่ไหม?”
“อือ ไม่ยอมก็ต้องยอม” เพราะฉันมีไม้เด็ด ไม่ยอมได้ยังไงล่ะ
“หาเรื่องจริง ๆ เลยแทนที่จะไปขอโทษและขอร้องดี ๆ ดันสร้างเรื่องเพิ่ม” เอออันนี้ผิดจริง ฉันเลยทำหน้าสลดลงไปเล็กน้อย ไม่อยากจะใช้วิธีนี้ด้วยซ้ำจริง ๆ นะ เห็นมาเฟียยังขมวดคิ้วจึง
รีบวางแก้วลงพลางพุ่งตัวไปกอดแขนเรียว และเอียงศีรษะซบอย่างที่ชอบทำประจำ ริมฝีปากขยับเอื้อนเอ่ยสัญญาเป็นมั่น
เป็นเหมาะ
“คราวหลังจะทำตัวดี ๆ”
“ไปบอกเลนินเถอะไม่ต้องมาบอกฉัน”
“แล้วทำไมต้องดุด้วยเล่าก็มันไม่มีทางเลือกนี่”
“ถ้าตั้งใจแต่แรกก็จบแล้วย่ะ!”
“ฮึ่ย นี่เพื่อนฉันไหมเนี่ย” ไม่ว่าเปล่ายังแอบหยิกแขน
มาเฟียอีก เพื่อนสาวตัวดีจึงยื่นมือมาหยิกแก้มของฉันคืนอย่าง
มันเขี้ยว
“เพราะเป็นเพื่อนเลยบ่นไง แล้วนี่ขับรถมาเองเหรอ?” เพราะคอนโดของฉันและอู่ครบวงจรของพี่นีลแฟนมาเฟียอยู่ไกลกันมาก อีกทั้งคนขี้เกียจอย่างฉันไม่น่าจะขับรถมาเอง เพื่อนเลยสงสัย
“เรียกรถอะขี้เกียจขับ”
“ว่าแล้วเชียว”
ฉันยิ้มทะเล้นเมื่อเห็นเพื่อนหัวเราะเพราะรู้ทัน ในกลุ่มเราสี่คนฉันจะตัวติดกับมินะมากที่สุด เพราะเราเรียนมัธยมปลายด้วยกัน มาเฟียก็ค่อนข้างโลกส่วนตัวสูงเป็นคนเย็นชา ดังนั้นช่วงซัมเมอร์นี้จึงเป็นช่วงที่ฉันมาติดเพื่อนคนนี้มาก ๆ เราได้สนิทกันมากขึ้น และฉันเข้าใจมาเฟียมากขึ้น
แสงแดดที่ทอประกายเจิดจ้าเมื่อสาดลงมาบนร่มเงาของต้นไม้ อาบไล้ตามใบหน้าเรียวสวยของมาเฟีย เส้นผมสีบลอนด์สะท้อนแสงระยิบระยับถูกปล่อยยาวสยายเต็มแผ่นหลัง บน
ศีรษะสวมหมวกแก๊ป แม้จะใส่เสื้อผ้าเรียบง่ายอย่างเสื้อยืดสีดำ กางเกงคาร์โก แต่มาเฟียกลับดูดีอย่างน่าประหลาด เฮ้อ สวย
“ทำตาปรอยอีกแล้ว เข้าไปในออฟฟิศกัน ตรงนี้แดดแรงแล้ว”
“ก็จริง ไป ๆ อยากไปดูอู่ของพี่นีล”
เอาเถอะมาแล้วก็ขอดูหน่อยแล้วกัน เพราะที่นี่ดังมากเป็นอู่ซูเปอร์คาร์แบบครบวงจร ทีมช่างก็เก่งมากได้ยินมาเฟียเล่าว่าหลายคนก็จบจากมหา’ลัยเดียวกันกับพวกฉัน
“แล้วนี่ไอ้นายมันอยู่ไหน จำได้ว่าแกมากันสี่คน มีเครื่องกลอีกสองคนด้วยใช่ไหม” ว่าแล้วฉันก็สอดส่องสายตาหาทันที เพราะมาเฟียไม่ได้มาฝึกงานคนเดียว ยังมีเจ้านายเพื่อนในสาขาเดียวกันอีกคน และเพื่อนผู้ชายในสาขาเครื่องกลอีกสองคน แต่ฉันจำชื่อไม่ได้ ทว่าแม่ยอดยาหยีบอกว่าหล่อลากไส้ ฉันเลยอยากส่องหน่อย
“ทำตัวกระตือรือร้นแปลก ๆ เนี่ยถ้าไม่ติดเอฟก็ได้มาฝึกพร้อมกันแล้ว” มาเฟียบ่นขณะพาฉันเดินทัวร์รอบ ๆ อู่สุดหรูของแฟน
“ฉันก็เซ็ง แต่มันกลับไปแก้ไขไม่ได้แล้วไง เอาไว้คราวนี้จะตั้งใจนะ” ว่าแล้วก็ยิ้มทะเล้นให้มาเฟียแต่เจ้าตัวกลับไม่เล่นด้วย
“แน่สิ ขืนไม่ตั้งใจนะแกได้เป็นอีโง่ในสายตาคนทั้ง
มหา’ลัยแน่”
“แรงมาก แกจะเดบิวต์เป็นแม่เหมือนมินะเหรอยะ!”
“ถ้าทำให้แกไม่เอฟก็โอเค”
“ชิ!” ฉันทำท่างอนก่อนจะรีบกอดแขนมาเฟียเหมือนเดิม
“พาไปหน่อยอยากรู้ว่าอีกสองคนคือใคร”
“ทำตัวเป็นเจ้าหนูจำไม ที่แท้อยากจะมองผู้ชายหล่อนี่เอง” โดนจับได้ซะแล้ว ฉันจึงยักคิ้วอย่างกวน ๆ ให้เพื่อนไปหนึ่งที มาเฟียส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะพากันเดินสำรวจรอบอู่
ช่วงบ่ายแก่เลนินขับรถยนต์เข้ามาจอดบริเวณหน้าอู่
ของเพื่อนสนิทอย่างนีล ทุกคนที่นี่จะคุ้นเคยกับเขาอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ก็แทบจะไม่มีใครกล้าทัก
เพราะปกติแม้จะไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนแบดเพื่อน
ในกลุ่ม แต่ก็ไม่ได้ทำหน้าหงุดหงิดตลอดเวลาแบบนีล ดังนั้น
เลนินจึงเป็นบุคคลที่เฉยชาแต่ก็น่าเข้าหาอยู่บ้าง ที่เขาปรากฏตัวที่นี่คงไม่พ้นมาเรื่องรถมอเตอร์ไซค์สุดที่รัก แม้ที่นี่จะรับแค่รถซูเปอร์คาร์แต่เพราะเลนินยัดเงินกับเพื่อนจำนวนมาก เพื่อสั่งซื้อวัสดุและสีใหม่ อีกทั้งยังใช้ช่างของที่นี่เพราะไม่คุ้นเคยกับคนอื่น ดังนั้นเมื่อได้ยินว่ารถใกล้จะเรียบร้อยเขาจึงรีบตรงมาที่อู่อย่างรวดเร็ว แม้ใบหน้าจะไม่ต้อนรับแขกมากแค่ไหนก็ตาม
“รถเสร็จแล้วใช่ไหมไอ้จีน?”
เขาเอ่ยปากถามทันทีที่เดินเข้ามาภายในอู่ นัยน์ตา
เรียวยาวกวาดมองภายในอาคารที่ตกแต่งอย่างสะอาดสะอ้าน กลับไม่เห็นใครอื่นนอกจากจีนช่างประจำเครื่องอยู่คนเดียว
“เฮียนินมาแล้ว สุดหล่อพร้อมแล้วค้าบ”
ช่างซ่อมภายในอู่ของนีลเอ่ยทักทายเสียงสดใส ก่อนจะเดินไปตวัดผ้าคลุมรถมอเตอร์ไซค์ออก เพื่อให้เจ้าของได้ยลโฉมลูกรักที่ถูกซ่อมแซมจนหล่อเหลาเหมือนเดิม
นัยน์ตาเรียวยาวจ้องมองรถมอเตอร์ไซค์ลูกรักรุ่นดัง
ของตัวเองอย่างพึงพอใจ แม้ตอนแรกจะหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับรอยขีดข่วนของรถ แต่เมื่อเห็นว่ามันถูกซ่อมแซมจนสวยเฉียบเหมือนเดิมเลนินก็พอใจมาก แม้ราคาจะมากมายแค่ไหนเขาก็ยอมจ่ายเพราะชอบรถคันนี้มากจริง ๆ
“เออสีสวยจนเกือบคิดว่าไม่เคยเป็นรอยมาก่อน” เลนินเอ่ยลอดไรฟันเมื่อนึกถึงคนปากดีที่กล้าสร้างเรื่องให้เขาไม่เว้น
แต่ละวัน
“เฮียนีลกำชับมาอย่างดี บอกให้ไว ให้สวย เฮียนินมีทิปให้” ช่างซ่อมเอ่ยอย่างกระตือรือร้นทำให้เลนินแค่นเสียงขึ้นจมูก เขาไปสัญญาตอนไหนว่าจะทิป แต่ช่างเถอะ! ทำดีได้ดีก็แล้วกันจึงพยักหน้าตอบตกลงในทันที
“อู้ว น่ารักจังเลย เวลายิ้มสดใสมาก เฮียนินว่าปะ”
มือหนาที่แตะลงบนตัวรถชะงักทันทีเมื่อได้ยินคำว่า ‘น่ารัก’ ภาพใบหน้าเล็กสดใส ดวงตากลมโตและรอยยิ้มทะเล้นปรากฏขึ้นมาในหัว ก่อนจะสลัดมันออกไปเมื่อคิดได้ว่านี่ไม่ใช่ความน่ารักสักนิด เพราะไส้ในคือยัยจอมเจ้าเล่ห์อสรพิษ! แม้จะคิดอย่างนั้น เลนินก็อดทนต่อความสงสัยไม่ได้อยู่ดีว่าจีนอุทานขึ้นมาทำไม เขาจึงหันไปมองตามเสียงก่อนจะเห็นว่าคนน่ารัก
ที่ว่าก็คือ แมวหน้ากระต่าย อสรพิษในหัวเขานั่นเอง!
มาทำอะไรที่นี่?