บทที่ 13 อกหักดังเป๊าะ

1410 Words
Hades (อู่ซ่อมรถซูเปอร์คาร์ครบวงจร) “ยัยตัวแสบแกกล้ามาก!” ฉันนั่งไขว่ห้างดูดน้ำปั่นพลางมองมาเฟียตาปริบ ๆ หลังจากที่เล่าวีรกรรมทั้งหมดให้เพื่อนฟัง ท่าทางเหมือนอยากจะฆ่าคนของเพื่อนทำให้ฉันหัวเราะแห้ง “หมอนั่นทำตัวเหมือนจะแดกหัวฉันอะ!” “เลนินอะนะ” เพื่อนสาวเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจพลางคว้าแก้วชานมไข่มุกมาดูด ที่จริงวันนี้ไม่ใช่วันหยุดและเพื่อนสาวคนสวยยังคงฝึกงาน แต่ช่วยไม่ได้ที่มาเฟียฝึกงานที่อู่ของแฟน ดังนั้นอาซ้ออย่างนางแม้อยากจะทำงานก็ไม่มีใครอยากใช้ นางเลยว่างมากและฉันที่เหงาฉิบหาย เปล่าหรอก รู้สึกอยากเล่าเรื่องเมื่อวานจึงถ่อสังขารมาหาที่อู่ “อือ เห็นหน้านิ่ง ๆ แบบนั้นร้ายเป็นบ้า แต่นั่นแหละเหมาะสมกับฐานะติวเตอร์ของฉันมาก” พูดไปอย่างนั้นแหละเชื่อมโยงได้ที่ไหน “ตรรกะอะไรของแก อย่าไปคิดมาก แกไม่น่าใช่สเปก เลนินหรอก” เห็นมาเฟียส่ายหน้าฉันเองก็เบาใจ เพราะดูจาก สองสาวทรงโตที่เจอในผับวันนั้นแล้ว คาดว่าสเปกเขาคงจะสวย แซ่บ เด็ดสะระตี่ “เออไม่ใช่ก็ดี เขาก็ไม่ใช่สเปกเหมือนกัน คนอะไรหน้าดุเหมือนหมา แถมปากยังไม่ห่างจากคำว่าหมาอีก” ฉันหัวเราะ เมื่อเห็นมาเฟียกลอกตารอบที่ร้อย “แล้วสรุปเขายอมตกลงใช่ไหม?” “อือ ไม่ยอมก็ต้องยอม” เพราะฉันมีไม้เด็ด ไม่ยอมได้ยังไงล่ะ “หาเรื่องจริง ๆ เลยแทนที่จะไปขอโทษและขอร้องดี ๆ ดันสร้างเรื่องเพิ่ม” เอออันนี้ผิดจริง ฉันเลยทำหน้าสลดลงไปเล็กน้อย ไม่อยากจะใช้วิธีนี้ด้วยซ้ำจริง ๆ นะ เห็นมาเฟียยังขมวดคิ้วจึง รีบวางแก้วลงพลางพุ่งตัวไปกอดแขนเรียว และเอียงศีรษะซบอย่างที่ชอบทำประจำ ริมฝีปากขยับเอื้อนเอ่ยสัญญาเป็นมั่น เป็นเหมาะ “คราวหลังจะทำตัวดี ๆ” “ไปบอกเลนินเถอะไม่ต้องมาบอกฉัน” “แล้วทำไมต้องดุด้วยเล่าก็มันไม่มีทางเลือกนี่” “ถ้าตั้งใจแต่แรกก็จบแล้วย่ะ!” “ฮึ่ย นี่เพื่อนฉันไหมเนี่ย” ไม่ว่าเปล่ายังแอบหยิกแขน มาเฟียอีก เพื่อนสาวตัวดีจึงยื่นมือมาหยิกแก้มของฉันคืนอย่าง มันเขี้ยว “เพราะเป็นเพื่อนเลยบ่นไง แล้วนี่ขับรถมาเองเหรอ?” เพราะคอนโดของฉันและอู่ครบวงจรของพี่นีลแฟนมาเฟียอยู่ไกลกันมาก อีกทั้งคนขี้เกียจอย่างฉันไม่น่าจะขับรถมาเอง เพื่อนเลยสงสัย “เรียกรถอะขี้เกียจขับ” “ว่าแล้วเชียว” ฉันยิ้มทะเล้นเมื่อเห็นเพื่อนหัวเราะเพราะรู้ทัน ในกลุ่มเราสี่คนฉันจะตัวติดกับมินะมากที่สุด เพราะเราเรียนมัธยมปลายด้วยกัน มาเฟียก็ค่อนข้างโลกส่วนตัวสูงเป็นคนเย็นชา ดังนั้นช่วงซัมเมอร์นี้จึงเป็นช่วงที่ฉันมาติดเพื่อนคนนี้มาก ๆ เราได้สนิทกันมากขึ้น และฉันเข้าใจมาเฟียมากขึ้น แสงแดดที่ทอประกายเจิดจ้าเมื่อสาดลงมาบนร่มเงาของต้นไม้ อาบไล้ตามใบหน้าเรียวสวยของมาเฟีย เส้นผมสีบลอนด์สะท้อนแสงระยิบระยับถูกปล่อยยาวสยายเต็มแผ่นหลัง บน ศีรษะสวมหมวกแก๊ป แม้จะใส่เสื้อผ้าเรียบง่ายอย่างเสื้อยืดสีดำ กางเกงคาร์โก แต่มาเฟียกลับดูดีอย่างน่าประหลาด เฮ้อ สวย “ทำตาปรอยอีกแล้ว เข้าไปในออฟฟิศกัน ตรงนี้แดดแรงแล้ว” “ก็จริง ไป ๆ อยากไปดูอู่ของพี่นีล” เอาเถอะมาแล้วก็ขอดูหน่อยแล้วกัน เพราะที่นี่ดังมากเป็นอู่ซูเปอร์คาร์แบบครบวงจร ทีมช่างก็เก่งมากได้ยินมาเฟียเล่าว่าหลายคนก็จบจากมหา’ลัยเดียวกันกับพวกฉัน “แล้วนี่ไอ้นายมันอยู่ไหน จำได้ว่าแกมากันสี่คน มีเครื่องกลอีกสองคนด้วยใช่ไหม” ว่าแล้วฉันก็สอดส่องสายตาหาทันที เพราะมาเฟียไม่ได้มาฝึกงานคนเดียว ยังมีเจ้านายเพื่อนในสาขาเดียวกันอีกคน และเพื่อนผู้ชายในสาขาเครื่องกลอีกสองคน แต่ฉันจำชื่อไม่ได้ ทว่าแม่ยอดยาหยีบอกว่าหล่อลากไส้ ฉันเลยอยากส่องหน่อย “ทำตัวกระตือรือร้นแปลก ๆ เนี่ยถ้าไม่ติดเอฟก็ได้มาฝึกพร้อมกันแล้ว” มาเฟียบ่นขณะพาฉันเดินทัวร์รอบ ๆ อู่สุดหรูของแฟน “ฉันก็เซ็ง แต่มันกลับไปแก้ไขไม่ได้แล้วไง เอาไว้คราวนี้จะตั้งใจนะ” ว่าแล้วก็ยิ้มทะเล้นให้มาเฟียแต่เจ้าตัวกลับไม่เล่นด้วย “แน่สิ ขืนไม่ตั้งใจนะแกได้เป็นอีโง่ในสายตาคนทั้ง มหา’ลัยแน่” “แรงมาก แกจะเดบิวต์เป็นแม่เหมือนมินะเหรอยะ!” “ถ้าทำให้แกไม่เอฟก็โอเค” “ชิ!” ฉันทำท่างอนก่อนจะรีบกอดแขนมาเฟียเหมือนเดิม “พาไปหน่อยอยากรู้ว่าอีกสองคนคือใคร” “ทำตัวเป็นเจ้าหนูจำไม ที่แท้อยากจะมองผู้ชายหล่อนี่เอง” โดนจับได้ซะแล้ว ฉันจึงยักคิ้วอย่างกวน ๆ ให้เพื่อนไปหนึ่งที มาเฟียส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะพากันเดินสำรวจรอบอู่ ช่วงบ่ายแก่เลนินขับรถยนต์เข้ามาจอดบริเวณหน้าอู่ ของเพื่อนสนิทอย่างนีล ทุกคนที่นี่จะคุ้นเคยกับเขาอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ก็แทบจะไม่มีใครกล้าทัก เพราะปกติแม้จะไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนแบดเพื่อน ในกลุ่ม แต่ก็ไม่ได้ทำหน้าหงุดหงิดตลอดเวลาแบบนีล ดังนั้น เลนินจึงเป็นบุคคลที่เฉยชาแต่ก็น่าเข้าหาอยู่บ้าง ที่เขาปรากฏตัวที่นี่คงไม่พ้นมาเรื่องรถมอเตอร์ไซค์สุดที่รัก แม้ที่นี่จะรับแค่รถซูเปอร์คาร์แต่เพราะเลนินยัดเงินกับเพื่อนจำนวนมาก เพื่อสั่งซื้อวัสดุและสีใหม่ อีกทั้งยังใช้ช่างของที่นี่เพราะไม่คุ้นเคยกับคนอื่น ดังนั้นเมื่อได้ยินว่ารถใกล้จะเรียบร้อยเขาจึงรีบตรงมาที่อู่อย่างรวดเร็ว แม้ใบหน้าจะไม่ต้อนรับแขกมากแค่ไหนก็ตาม “รถเสร็จแล้วใช่ไหมไอ้จีน?” เขาเอ่ยปากถามทันทีที่เดินเข้ามาภายในอู่ นัยน์ตา เรียวยาวกวาดมองภายในอาคารที่ตกแต่งอย่างสะอาดสะอ้าน กลับไม่เห็นใครอื่นนอกจากจีนช่างประจำเครื่องอยู่คนเดียว “เฮียนินมาแล้ว สุดหล่อพร้อมแล้วค้าบ” ช่างซ่อมภายในอู่ของนีลเอ่ยทักทายเสียงสดใส ก่อนจะเดินไปตวัดผ้าคลุมรถมอเตอร์ไซค์ออก เพื่อให้เจ้าของได้ยลโฉมลูกรักที่ถูกซ่อมแซมจนหล่อเหลาเหมือนเดิม นัยน์ตาเรียวยาวจ้องมองรถมอเตอร์ไซค์ลูกรักรุ่นดัง ของตัวเองอย่างพึงพอใจ แม้ตอนแรกจะหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับรอยขีดข่วนของรถ แต่เมื่อเห็นว่ามันถูกซ่อมแซมจนสวยเฉียบเหมือนเดิมเลนินก็พอใจมาก แม้ราคาจะมากมายแค่ไหนเขาก็ยอมจ่ายเพราะชอบรถคันนี้มากจริง ๆ “เออสีสวยจนเกือบคิดว่าไม่เคยเป็นรอยมาก่อน” เลนินเอ่ยลอดไรฟันเมื่อนึกถึงคนปากดีที่กล้าสร้างเรื่องให้เขาไม่เว้น แต่ละวัน “เฮียนีลกำชับมาอย่างดี บอกให้ไว ให้สวย เฮียนินมีทิปให้” ช่างซ่อมเอ่ยอย่างกระตือรือร้นทำให้เลนินแค่นเสียงขึ้นจมูก เขาไปสัญญาตอนไหนว่าจะทิป แต่ช่างเถอะ! ทำดีได้ดีก็แล้วกันจึงพยักหน้าตอบตกลงในทันที “อู้ว น่ารักจังเลย เวลายิ้มสดใสมาก เฮียนินว่าปะ” มือหนาที่แตะลงบนตัวรถชะงักทันทีเมื่อได้ยินคำว่า ‘น่ารัก’ ภาพใบหน้าเล็กสดใส ดวงตากลมโตและรอยยิ้มทะเล้นปรากฏขึ้นมาในหัว ก่อนจะสลัดมันออกไปเมื่อคิดได้ว่านี่ไม่ใช่ความน่ารักสักนิด เพราะไส้ในคือยัยจอมเจ้าเล่ห์อสรพิษ! แม้จะคิดอย่างนั้น เลนินก็อดทนต่อความสงสัยไม่ได้อยู่ดีว่าจีนอุทานขึ้นมาทำไม เขาจึงหันไปมองตามเสียงก่อนจะเห็นว่าคนน่ารัก ที่ว่าก็คือ แมวหน้ากระต่าย อสรพิษในหัวเขานั่นเอง! มาทำอะไรที่นี่?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD