“เฟีย ออกไปข้างนอกกันเถอะ เหม็นหน้าไอ้นินจะแย่”
เลนินไม่สนใจในสิ่งที่เพื่อนพูด เขายังคงจ้องที่โต๊ะสนุกเกอร์ พลางเท้าแขนกับโต๊ะเงียบ ๆ จนกระทั่งฝีเท้าสองคู่นั้นจากไปนานแล้ว
คนที่จะมาเจรจาธุรกิจนั้นไม่สนใจอะไรหรอกนอกจากวิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาคนที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยใบหน้าหยาดเยิ้ม แต่ถึงอย่างนั้นท่าทางกลับไม่ค่อยปกตินัก เปอร์เซียเดินอ้อมมายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะตั้งท่าจะอ้าปากเปิดบทสนทนา แต่ร่างสูงกลับโน้มตัวลงจนปลายคางแนบกับไม้คิว นัยน์ตาเรียวจ้องลูกสีขาวบนโต๊ะเพื่อกะรัศมีเมื่อแทงออกไปจะให้ลูกสีขาวไปกินอีกสีต่อ
เจ้าของใบหน้าเรียวน่ารักเห็นอย่างนั้นจึงลอบเบะปาก ก่อนจะฉุกคิดบางอย่างได้ เธอจึงมองท่าทางนิ่งสงบผสานกลิ่นอายความดุดันของเลนินอย่างสนุก เมื่อเขาเพ่งสายตามองจ้อง
แต่ลูกสีขาว เธอจึงค่อย ๆ เท้าแขนกับโต๊ะสนุกเกอร์และหยิบ
ลูกสีขาวออกมาจากสายตาเขาทันที
“พี่นินสนใจกันหน่อย”
น้ำเสียงออดอ้อนเปล่งออกมา พลางจ้องหน้าเลนินด้วยดวงตาฉ่ำเยิ้ม ทำให้คนที่ถูกก่อกวนคิ้วกระตุก เขายืดตัวขึ้นตรงพลางวางไม้คิวไว้บนโต๊ะ นัยน์ตาเรียวยาวจ้องมองคนเมาอีกครั้งด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์
“เมาก็ไปนอน”
“ใครเมาไม่มี้” เปอร์เซียรีบตอนทันควันพลางทำหน้าเลิ่กลั่ก แก้มสองข้างแดงปลั่งอย่างกับลูกมะเขือเทศ น้ำเสียงหวานติดอ้อแอ้ไม่ว่าใครก็ดูออกว่าเมา
“คนเมาที่ไหนจะยอมรับว่าตัวเองเมา…เอาลูกมาคืน
ที่เดิม”
เลนินกอดอกและเอ่ยเสียงแข็ง นัยน์ตาเรียวยาวจับจ้องเปอร์เซียอย่างข่มขู่แกมบังคับ ไม่มีวี่แววว่าจะอ่อนโยนเลยสักนิด
“ลูกอะไรเหรอคะ เปอร์ยังโสด” คนเมายืนกรานตาใส
“ไม่ต้องมาเล่นลิ้น เอาของมา แล้วมาทางไหนก็ไปทางนั้น”
เปอร์เซียที่กำลังมึนได้ที่มีหรือจะยอม เธอกำลูกสนุกเกอร์สีขาวในมือแน่นไม่ยอมทำตามที่เขาต้องการ
“หนูมีข้อเสนอ…” เลนินเลิกคิ้วทันทีที่ได้ยิน
“ไม่สน!”
“ฟังก่อนสิคะพี่นิน” ร้อยวันพันปีตุ๊กตาผีตรงหน้าเคยเรียกแบบนี้เสียที่ไหน เขาจึงจ้องหน้าเธออย่างเอาเรื่องพลางเอ่ยย้ำ
อีกครั้ง
“หุบปากแล้วออกไป”
“ม่ายไป” เปอร์เซียฉีกยิ้มอย่างน่ารักพลางเอียงศีรษะน้อย ๆ ด้วยท่าทางยียวนกวนประสาท ยิ่งถูกกระตุ้นด้วยแอลกอฮอล์เธอยิ่งรู้สึกว่าการได้ก่อกวนคนหน้าดุอย่างเลนินนั้นสนุกมาก จึงโยนลูกสนุกเกอร์สีขาวในมือเล่นไปมาและเอ่ยเสียงอ่อนหวาน
“คุยกัน”
เขาปรายตามองเธออย่างเดือดดาล กวนประสาทขนาดนั้นยังมีหน้ามาพูดดีอีก เลนินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ
“หนูก็แค่อยากจะเจรจาธุรกิจเท่านั้นเอง…คืออย่างนี้
นะคะ” เห็นเขานิ่งไปคนหัวดีอย่างเธอจึงเลิกเล่นลูกสนุกเกอร์ เลื่อนสายตามาสบประสานกับนัยน์ตาคมเรียวยาว ว่ากันว่าดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ ดังนั้นอยากให้เขาเห็นใจต้องใช้
ใจแลก
“คือหนูได้รับความลำบากม้ากมาก…”
“เข้าเรื่อง” ร่างบางที่กำลังเค้นสมองเรียบเรียงคำพูดถูกเบรกจนล้อแทบล็อก หน้าแทบทิ่ม ความมั่นใจที่มีมลายหายไปกับเศษหน้าที่แตกกระจัดกระจาย แม่งโคตรเกลียด!
“ช่วยมาเป็นติวเตอร์ให้หนูได้ไหมคะ”
“ไม่!” เขาไม่สนใจสักนิด เรื่องของเธอเกี่ยวอะไรกับเขากัน
“เดี๋ยวสิพี่อย่าพึ่งปฏิเสธ นี่คือการเจรจาธุรกิจจากคนที่น่ารักที่สุดในโลกเลยนะคะ” เห็นท่าทางปฏิเสธทันควันของเขาแล้ว เปอร์เซียใจเสีย รีบวิ่งมาหาเลนินที่กำลังหันหลังจะเดินออกไปทันที
“พี่จะเรียกเท่าไรก็ได้ หรือแค่ช่วยแค่นี้ก็ได้ เรารู้จักกันไม่ใช่เหรอคะ เพื่อนพี่กับเพื่อนหนูเป็นแฟนกัน แปลว่าเรารู้จัก
กันนะ”
“ไม่!”
เลนินเอ่ยเสียงแข็งก่อนจะหันหลังเดินออกไปอย่าง
ไม่คิดจะสนใจฟังอะไรทั้งนั้น ทิ้งให้คนเมาได้แต่เบิกตากว้าง
อย่างตื่นตะลึง เปอร์เซียไม่คิดว่าเขาจะแล้งน้ำใจขนาดนี้จึงรีบ
วิ่งตามไป ด้วยความรีบร้อนและฤทธิ์แอลกอฮอล์แข้งข้าที่
อ่อนแรงอยู่แล้วเมื่อออกตัววิ่งจึงทำให้ขาพันกันสะดุดล้มหัวเข่ากระแทกพื้น
ตุบ!
“พี่ขาอย่าพึ่งไปโอ๊ย!” แต่นอกจากสถานการณ์จะไม่เป็นใจ คนชั่วร้ายก็ไม่เหลียวแล ล้มจนเข่าถลอกเขาก็ไม่สน ฟ้ายังซ้ำเติมเข้าไปอีก เมื่อจังหวะจะล้มเธอใช้มือช่วยยันพื้นอีกแรง ดังนั้นรองเท้าพื้นแดงในตำนานมันจึงสร้างตำนานระหว่างเขาและเธอเข้าจริง ๆ
โป๊ก!
“อ้าวรองเท้า…” ริมฝีปากเล็ก ๆ พึมพำอย่างมึนงง
“เธอ…” ตามมาด้วยเสียงกดลึกของใครบางคนเสมือนอาฆาตแค้นต่อกันมายาวนานนับพันปีก็ไม่ปาน เปอร์เซียที่
ไม่ค่อยมีสติสตังจึงเงยหน้าขึ้นไปมอง ก่อนดวงตากลมโตจะ
เบิกกว้างเข้าไปอีก เมื่อเห็นเลนินยกมือขึ้นกุมศีรษะด้านหลัง
และรองเท้าพื้นแดงที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น
“อุ๊ยตาย…พี่นินเปอร์ไม่ได้ตั้งใจ”
“เธอตายแน่!” เลนินคำรามในลำคออย่างดุดันพลางสาวเท้าเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงจนดูน่าหวาดกลัว เปอร์เซียที่เอาตัวรอดเก่งยิ่งกว่ากระต่ายป่าก็รีบ
ลุกขึ้นแล้ววิ่งหลบหลีกอย่างว่องไว
สาบานว่าเธอจะเลิกใช้รองเท้าบ้านี่ไปอีกตลอดชีวิต!