กลับมาที่ปัจจุบันกันดีกว่าไม่น่าเชื่อเลยว่าในบรรดาแก๊งสาวสวยทั้งสี่คน ยัยมาเฟียจอมเย็นชาจะสละโสดก่อนเพื่อน แถมผู้ชายโชคร้ายเอ้ย!โชคดีก็คือคนผมเทาในวันนั้นที่ผับนั่นเองหรือที่พวกเราเรียกว่าพี่นีล และความบังเอิญก็คือเป็นรุ่นพี่ในคณะพวกเราเองจบจากสาขาเครื่องกล และตอนนี้กำลังเรียนปริญญาโทบริหารวิศวกรรมที่นี่
เฮ้อดีจังได้อยู่กับแฟน
“เปอร์เซียไปดูคะแนนในเว็บไซต์มหา’ ลัยหรือยัง” แรงสะกิดตรงต้นแขนทำให้ฉันที่กำลังคิดเรื่องฟุ้งซ่านสะดุ้ง มินะเพื่อนสาวจอมเคร่งเจ้าระเบียบเลิกคิ้วเหมือนกำลังรอคอยคำตอบ
“อะไรเหรอ?”
“ฉันถามว่าแกไปดูคะแนนแมทมาหรือยังเขาประกาศผลแล้วนะ” ได้ยินอย่างนั้นฉันที่กำลังอึน ๆ ก็ตาสว่างวาบ ใช่แล้ววันนี้ในเว็บไซต์ของมหา’ ลัยประกาศเกรดปลายภาค ตายละ!
“ไม่อยากเข้าไปดูเลยอะ” ฉันยู่ปากพลางใช้ช้อนสับก้อนไอศกรีมในถ้วยจนเละไม่มีชิ้นดีอย่างหงุดหงิด เมื่อนึกถึงคะแนนสอบเพราะไม่คาดหวังเลยไม่ผิดหวังแต่แรกต่างหากเล่า ฉันเป็นคนเรียนหนังสือไม่เก่งจัดอยู่ในระดับพอถูไถ แค่ได้บีได้ซีก็โอเคแล้ว แต่ที่หนักใจที่สุดคือวิชาแมท2 (mathematics ll) ต่างหากเพราะติดเอฟมาตั้งแต่ปีหนึ่งเทอมสอง อับอายขายขี้หน้าอย่างถึงที่สุด และเปิดเทอมปีสี่ฉันต้องลงเรียนวิชา แมท3 (mathematics lll) ที่เป็นตัวต่อทำให้ปีสามเทอมปลายจำเป็นต้องลงเรียนแม้จะขยาดมากแค่ไหนก็ตาม
“ทำไมล่ะ ถ้าไม่ดูจะรู้เหรอว่าผ่านไม่ผ่าน”
“มันคงไม่ผ่านหรอก” ก็ฉันเป็นคนทำข้อสอบเองนี่จะไม่รู้ได้ยังไงว่ามันผ่านหรือไม่ผ่าน โคตรเกลียดวิชานี่เลยทำไมต้องให้เรียนหลายตัวด้วยเนี่ยจะบ้าตาย ฉันขมวดคิ้วเป็นโบว์ก่อนจะออกแรงสับก้อนไอศกรีมไปด้วย
“เปอร์เซีย!” มินะคว้ามือของฉันไว้ก่อนจะจ้องหน้านิ่ง เราทั้งคู่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยม พอเข้ามหา’ ลัยเลยเลือกที่จะเรียนด้วยกัน หลายคนสงสัยว่าทำไมคนโง่แบบฉันสอบติดคณะวิศวะคงจะได้ติวเตอร์ดีละสิ
ฮ่า ๆ เปล่าเลยจ้าแม่ยัดเงินเข้าให้ เพราะยังไงที่นี่ก็มหา’ ลัยเอกชนทำคะแนนส่วนอื่นให้ดูดีหน่อยก็พอเข้าได้ อย่างสาขาวิศวกรรมยานยนต์ไม่ต้องใช้คะแนนเยอะ ทำให้มินะที่คะแนนสามารถเข้าวิศวกรรมการบินได้ยอมที่จะเข้าสาขาเดียวกับฉัน เพราะคะแนนฉันมันโคตรจะไม่ถึงวิศวกรรมการบินเลย
“เมื่อไหร่จะเลิกหนีสักที อย่าเอาแต่วิ่งหนีสิ่งที่เกลียดได้ไหมรีบไปดูคะแนนได้แล้ว ผ่านหรือไม่ผ่านจะได้มาคิดกัน” มินะบ่นออกมาเป็นชุดก่อนจะปล่อยมือออกจากข้อมือของฉัน
“ใครหนีไม่มีหรอก” ก็แค่ไม่อยากดู
“แกไงยังจะถามอีก!”
ฉันทำหน้าบึ้งก่อนจะยอมควักโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อล็อกอินเข้าไปในเว็บไซต์ของมหา’ ลัยเพื่อดูคะแนนสอบ ก่อนจะเหลือบตามองมินะที่กำลังจ้องฉันเขม็งและเอ่ยถามอย่างสงสัย
“แล้วไหนคะแนนเทอมนี้ของแก”
“อยากรู้เหรอ?” เห็นมินะอมยิ้มฉันเลยกลอกตาก่อนจะพยักหน้า ความขี้เผือกไม่เข้าใครออกใครนะบอกเลย
“งั้นเปิดของตัวเองมาก่อนสิ”
“จะบ้าเหรอ พูดจาอะไรทะลึ่งวะ!” ฉันทำตาโต
“เลิกเล่นสิยะ”
“มาสิรีบเข้าเว็บไซต์แล้วมาแลกกันดู” เห็นเพื่อนพยักหน้ารับฉันเลยรีบเข้าเว็บไซต์ของตัวเองเสร็จสรรพ แต่ยังไม่กดดูเกรดเมื่อมินะยื่นโทรศัพท์มาให้แลกฉันก็รีบส่งของตัวเองให้เพื่อนทันที
“ไหนขอดูหน่อยสิว่าแกจะกินเอเรียบไหม” ฉันพึมพำอย่างตื่นเต้น พลางหันมายักคิ้วให้เพื่อนสาว ก่อนจะหน้าแหกเมื่อได้ยินยัยมินะเอ่ยออกมาและหัวเราะเบา ๆ
“ฉันขอภาวนาอย่าให้แกเอฟรวดก็พอ”
“ยัยบ้าวิชาอื่นไม่เอฟหรอกยะเอบีซีคละ ๆ กันไป ชิ!”
“ก็ถือว่าโชคดีไปจะได้ไม่โดนยัยเฟียด่า”
“ห้ามบอกเด็ดขาด!” ฉันตาโตทันทีเมื่อได้ยินมินะเอ่ยถึงเพื่อนสาวจอมโหดของตัวเอง รายนั้นน่ะสวยด้วยเรียนเก่งด้วย ดูงามที่สุดและเป็นเจ้าตัวที่ชอบขู่เข็นให้ฉันอ่านหนังสือ พอกันกับมินะอีกขืนเอฟขึ้นมาจริง ๆ จะไม่โดนบ่นจนหูชาเลยเหรอ ทำไมสองคนนี้ไม่ทำตัวชิลแบบยัยยาหยีบ้างนะ ฮึ่ย
“ทำหน้าอะไร จะกดเข้าไปดูเกรดแล้วนะ” เสียงมินะปลุกให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ความคิดอันแสนฟุ้งซ่าน ก่อนจะกดเข้าไปในเว็บไซต์เพื่อดูเกรดของมินะ เอาจริงนะถึงไม่เปิดดูก็รู้ว่าเกรดเพื่อนต้องสวยมากแน่ ๆ ในกลุ่มของพวกเราสี่มาเฟียกับมินะเรียนเก่งมาก หัวดีเกรดเอรวด ส่วนยาหยีก็เอบีสลับกันไปจัดอยู่ในเกณฑ์คนเก่ง แต่เปอร์เซียคนนี้นั้น อยากจะร้องไห้ไม่เกรดดีก็บุญแล้วแม่ ส่วนมากก็บีและซีนั่นแหละ แต่ที่มีปัญหามากที่สุดก็วิชาคำนวณโดยเฉพาะแมท เขาจะให้เรียนอะไรกันนักกันหนาก็ไม่รู้
ฉันแง้ม ๆ ดูหน้าจอก่อนจะเบิกตากว้างแม้จะรู้ว่าเพื่อนต้องได้เกรดดีแน่ แต่พอมาเห็นกับตาก็ยังอดทึ่งไม่ได้อยู่ดี จึงรีบหันไปมองมินะอย่างตื่นเต้นพลางโผเข้ากอดเต็มรัก
“กรี๊ดดดดด เพื่อนรักเอหมดเลยเก่งมาก ๆ มินะแกมันสุดยอดมาก แบบนี้ต้องไปอวดสองสาวในกลุ่ม อยากรู้จักยัยหยีจะได้สูงกว่าฉันกี่คะแนนนา ตื่นเต้น ๆ”
ท่าทางตื่นเต้นดีอกดีใจอย่างออกนอกหน้าทำมินะเคร่งเครียด ดวงตาเรียวมองเพื่อนอย่างวิตกกังวลก่อนจะคว้าตัวคนที่อยู่ไม่สุกไว้แน่น พลางเงยหน้าสบตาดวงตากลมของเปอร์เซีย
“เปอร์เซียแต่แกเอฟแมท!” น้ำเสียงจริงจังของมินะทำให้เปอร์เซียชะงักใบหน้าแข็งค้างทันที แม้จะคิดว่าตัวเองต้องเอฟแต่อีกใจมันปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอนั้นคาดหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์บางอย่าง
“แกว่าไงนะ…”
“เปอร์เซียยัยบื้อ แกเอฟแมทอีกแล้ว!”
“กรี๊ดดดดด โอ๊ยจะบ้าตาย” เธอไม่อยากกลงเรียนอีกรอบจริง ๆ นะไม่ไหวแล้วไม่อยากเจอคำนวณ เรียนจนจะอ้วกออกมาเป็นตัวเล็กแล้ว แค่คิดก็อยากลาตายแล้ว
“ไหนว่าทำใจแล้วไง” เห็นท่าทางเพื่อนสาวมินะเลยเอ่ยถามขึ้นมา
“ก็…แอบคาดหวังนิดหน่อย” เปอร์เซียทำหน้ามุ่ย
“ยัยเฟียด่าแกยับแน่เปอร์เซียเอ๊ย” มินะเอ่ยอย่างจนใจ ทำให้เปอร์เซียฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าหายนะลูกใหญ่กำลังมา
“OMG!แกอย่าบอกยัยเฟียนะ”
“บ้าไม่ทันแล้ว นางทักเข้ามาถามในกลุ่มล่ะ”
“หา จริงเหรอ?”
หญิงสาวใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดูเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นึกถึงสีหน้าเย็นชาและคำพูดแสนเจ็บแสบของมาเฟียแล้ว เธอขอหายตัวไปตอนนี้เลยได้ไหม มินะที่สังเกตท่าทางอย่างนั้นก็หลุดหัวเราะออกมา จนคนที่กำลังจินตนาการอย่างเลิศล้ำหันมามอง
“แกหัวเราะอะไรน่ะ”
“หัวเราะหน้าแกไง ตลกมาก”
“อ้าว นี่หลอกกันเหรอ”
“เปล่า มาเฟียทักเข้ามาจริง ๆ ตอนนี้ยัยหยีโดนสวดยับเพราะคะแนนวิชาเสริมของนางน้อย ทั้งที่วิชานี้ควรจะดึงเกรดน่ะ” เมื่อนึกตามคำพูดแล้วก็ได้แต่เข็ดขยาด เปอร์เซียที่กำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่างถึงกับชะงัก เมื่อเห็นหญิงสาวสามคนเดินเข้ามาในร้านไอศกรีมที่พวกเธอนั่งอยู่ และยังต้องผ่านโต๊ะของเปอร์เซียอีกด้วย
“เอ๊ะ! นี่เปอร์เซียไม่ใช่เหรอ สบายดีไหมไม่ค่อยเจอกันเลย” ผู้หญิงที่แต่งตัวดูดีผมสีน้ำตาลอ่อนดัดลอนเดินนำหน้าเพื่อนเอ่ยปากทักทาย เหมือนจะดีนะแต่ยัยคนนี้ตัวบูลลี่คนอื่นเลยเปอร์เซียจึงปรายตามอง ‘ช้องนาง’ อย่างเย็นชา
“ช้องนางไม่น่าไปทักเลย คนอะไรทำท่าหยิ่งชะมัดแตกต่างจากเมื่อก่อนที่วิ่งตามก้นพวกเราต้อย ๆ” คนที่ยืนทางขวาของช้องนาง ตัดผมสั้นประบ่าดูน่ารักเป็นคนเอ่ยขึ้นมา ยัยคนนี้มีชื่อว่า ‘องุ่น’ ตัวยุให้เพื่อนรังแกเธออยู่บ่อยครั้ง และคนสุดท้าย
“ใช่ ตลกชะมัดใครจะอยากเล่นกับคนตัวเตี้ยสมองตันแบบยัยนี่กัน ถ้าไม่ใช่เพราะช้องนางใจดีแต่ก่อนเธอคงไม่มีเพื่อน” หญิงสาวที่รวบผมเป็นหางม้าโพนี่เทลชื่อ มีมี่ เอ่ยจิกกันอย่างไม่ไว้หน้า เปอร์เซียสถาปนาให้ยัยนี่เป็นหมาจรจัดนัมเบอร์วันของยัยช้องนาง ทั้งสามคนนี้เป็นเพื่อนเล่นสมัยเด็กของเธอเอง เพราะอยู่หมู่บ้านจัดสรรที่เดียวกัน อารมณ์เพื่อนบ้านระแวกใกล้เคียงอายุไล่เลี่ยกันเลยไปเล่นที่ส่วนกลางด้วยกัน ใครจะคิดว่ายัยสามคนนี้คือเด็กเปรตดี ๆ นี่เอง นอกจากจะชอบบูลลี่ว่าเธอเตี้ยแล้วยังชอบแกล้งดึงเปียอีก โคตรเกลียดเลย
“เอาน่ายังไงก็เรียนมหา’ ลัยที่เดียวกัน” ช้องนางเอ่ยเสียงหวาน
“เฮอะ แค่รู้ว่ายัยนี่เรียนที่เดียวกับเราก็ขยะแขยงแล้วคนโง่แบบนี้ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ยัดเงินก็คงไม่มีทางได้มาเรียนที่นี่หรอก” ยัยปากหมามีมี่ยิ้มเยาะ
“นั่นสิ เอ๋วันนี้เกรดออกแล้วนี่ว่าแต่ไม่รู้ว่าจะมีใครติดเอฟไหมนะ”
“อยากรู้มากก็ไปถามแม่เธอสิ!” เห็นท่าทางยัยองุ่นอยากร่วมวงด้วย เธอจึงทำหน้ามึนตอบไปจนพวกนั้นหน้าตึง
“นี่เล่นแม่เลยเหรอ!”
“อะไร ที่งี้ทำเป็นโมโหทีตอนจิกกัดคนอื่นสมองและมารยาทเอาไปไว้ไหนเหรอ ทำมาเป็นบูลลี่คนอื่นไม่ดูสภาพตัวเอง” เออเอาหน่อยถ้ามีวิชาด่าคนเธอก็ได้เกรดเอละวะ
“ปากดีมากยัยเตี้ย นอกจากจะเตี้ยแล้วยังโง่อีก” มีมี่ที่ทนให้เพื่อนโดนด่าไม่ได้ก็เข้ามาร่วมผสมโรงทันที มินะที่กลัวเพื่อนจะโดนรุมก็เตรียมจะเอ่ยปากแต่โดนเปอร์เซียขวางไว้
“เธอน่ะสิโง่ เตี้ยแล้วมันไปหนักหัวพวกเธอเหรอ รองเท้าส้นสูงก็มีนี่ไงเห็นไหมว่าจิกมาสี่นิ้วหรือมันไม่ชัดพอ จะได้ลองเอาส้นสูงสี่นิ้วกระแทกลูกตาให้ดู!”
“….” มีมี่ถอยไปหลบหลังช้องนางอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นเปอร์เซียทำท่าจะถอดรองเท้าส้นสูงออกมาฟาดหน้า
“นี่เปอร์เซียเธอจะใช้กำลังเลยเหรอ” ช้องนางเอ่ยเสียงแข็ง จ้องหน้าเธออย่างไม่ลดล่ะ
“แล้วใครใช้ให้พวกเธอเป็นอีโง่หลงยุคล่ะ นี่มันสมัยไหนแล้วเขาเลิกมาเหยียดหยามรูปลักษณ์คนอื่นนานแล้วยะ เอ๊ะถึงว่าพวกเธอไม่รู้เพราะสันดานชอบเหยียดคนอื่นมันฝังรากหยั่งลึกสินะ”เปอร์เซียฉีกยิ้มร่า ทำให้สามสาวได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเดือดดาล
“มินะฉันอิ่มแล้วกลับกันเถอะ พอดีเหม็นกลิ่นขี้เหยียด” ไม่ว่าเปล่าเธอยกมือขึ้นมาบีบจมูก พลางขวาดคิ้วให้เพื่อนดูว่าตัวเองทั้งเหม็นทั้งรังเกียจมากแค่ไหน จนมินะยกยิ้มและเดินตามเปอร์เซียออกมา