ฉันนั่งเท้าคางกับหน้าต่างระเบียงอย่างปลงตก ภาพเหตุการณ์อันน่าสยดสยองผุดวาบขึ้นมาในหัว นอกจากแผนการดีลติวเตอร์จะล้มเหลวไม่เป็นท่า ดูเหมือนว่าฉันจะได้ศัตรูมาเพิ่มมากกว่า หลังจากที่วิ่งหนีมือปีศาจแล้วฉันกลับสร้างวีรกรรมที่มันโหดร้ายต่อเขามาก
เหตุการณ์เมื่อคืน :
ภายในห้องพักที่เงียบสงบกลับอลหม่านสุดขีด เมื่อเลนินที่โกรธราวกับผีกระทิงพุ่งตัวเข้ามาเพื่อจะจับฉันไปหักคอและสับเป็นชิ้น ๆ ก่อนจะโยนให้หมากิน (ไรท์ : เวอร์มากนี่พระเอกย่ะไม่ใช่ฆาตกรโรคจิต) เออนั่นแหละเวอร์ไปก่อน ไม่กล้าคิดว่าเขา
จะจับฉันไปทำมิดีมิร้ายแน่นอน
“กรี๊ดดดดอย่าเข้ามา”
ฉันกรีดร้องพลางวิ่งหนี ไม่รู้ทำไมต้องกลัวทว่ามันเป็นไปตามสัญชาตญาณ แต่สภาพอันร่อแร่และฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้คนที่ฝืนออกแรงมากรู้สึกโลกหมุน พื้นเอียง ภาพพร่าเบลอ และหยุดชะงัก เป็นผลให้เลนินพุ่งเข้ามารวบตัวฉันไว้ได้ทัน
หมับ!
“ปล่อยนะ!”
“เธอตายแน่ยัยเด็กแสบ”
เมื่อถูกกอดรัดไว้แน่นฉันจึงพยายามขัดขืนทั้งเตะทั้งถีบ แต่ท่อนแขนแข็งแกร่งที่โอบรัดร่างกลับไม่หลุดง่าย ๆ เขาออกแรงกอดรัดจากด้านหลัง ทำให้ฉันได้แต่คิดว่าท่าแบบนี้จะรอดได้ต้องกระทุ้งศอกใส่ท้องของเขาเต็มแรงเหมือนมวยปล้ำ แต่พอจะลองทำมันกลับรัดแน่นกว่าเดิม ยิ่งดิ้นมันยิ่งกอดฉันเหวี่ยงไปมา
“อึก…ปล่อย” ฉันพูดด้วยใบหน้าสุดจะทน
มันจุกโว้ยยยยยย!
“ฉันจะสับเธอโยนให้หมากิน”
“อึก…” ตอนนี้จะฆ่าจะแกงก็ไม่ได้ทั้งนั้นนั่นแหละ เพราะฉันรู้สึกว่าท้องกำลังปั่นป่วนอย่างหนักหน่วง ทุกอย่างกำลังปะทุออกมา
“สงบได้แล้วเหรอยัยเด็กแสบ” เลนินเอ่ยเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าฉันเลิกต่อต้าน แน่ละตอนนี้ท้องไส้ของฉันมันปั่นป่วนอย่างรุนแรง ความรู้สึกแสบร้อนพุ่งขึ้นมาจนถึงคอหอยและพะอืดพะอมสุดขีด
“เธอได้ตายสมใจแน่”
“อุแหวะ!” นั่นแหละค่ะทุกคน ใครจะตายไม่รู้ รู้แค่อ้วกพุ่งเต็ม ๆ หน้าหนุ่มหล่อที่กำลังคิดจะจีบมาเป็นติวเตอร์
“เปอร์เซีย/ไอ้นิน” ขอบคุณสวรรค์ในระหว่างที่ฉันหน้าซีดปากสั่น และเลนินที่ช็อกจนพูดอะไรไม่ออก คู่รักนรกแตกที่ปล่อยเราสองคนอยู่ด้วยกันก็มาพอดี ฉันจึงได้โอกาสหลับตาหงายหลังทิ้งร่างลงกับพื้นเหมือนตายทันที แกล้งหลับแม่ง! นั่นแหละคือเหตุการณ์สุดแสนอัปยศของสาวสวยสุดน่ารักวัยยี่สิบเอ็ดปี
“ขายหน้ามาก!” ริมฝีปากจิ้มลิ้มสบถออกมา วันนี้ฉันไม่มีเรียนเลยทำตัวสบาย แน่แหละซัมเมอร์ชาวบ้านลงเรียนเต็มโควตามีแต่ฉันที่ลงแค่วิชาเดียว มันเลยค่อนข้างว่างมากเป็นพิเศษ
ติ๊ด!
“อ๊ะ มาเฟียทักกลับมาแล้ว” ฉันร้องขึ้นมาอย่างตื่นเต้น เพราะหลังจากตื่นขึ้นมาและจูนสมองได้ ก็รีบทักหามาเฟียเพื่อถามเหตุการณ์หลังจากที่ฉันหลับไป โดยไม่ลืมขอประวัติคร่าว ๆ ของเลนินด้วย ไม่ได้จะเอาไปทำอะไรหรอกแค่อยากรู้เรื่องราว
ของเขาเล็กน้อยเท่านั้น
“เลนินไม่พูดอะไรเหรอ หรือเขาจะไม่โกรธ? ไม่มีทางอะ!” แม้จะเมาแต่จำสีหน้าแสนดุดันของเลนินได้อย่างชัดเจน ไหนจะเรื่องรถมอเตอร์ไซค์อีก ฉันได้แต่ทำหน้าเซ็งก่อนจะก้มหน้า
กวาดสายตาอ่านข้อความแสนยาวเหยียดของมาเฟีย
“ที่บ้านทำธุรกิจโรงฝึกศิลปะการต่อสู้ มีโรงยิม ไม่ใช่
คนไทยแท้มีเชื้อสายจีนผสมผสานอยู่อีกเสี้ยวหนึ่ง เรียนวิศวะ
แต่ไม่ไปทำงานวิศวะ อายุยี่สิบห้าปีย่างยี่สิบหก อ่า…แก่กว่าฉันตั้งห้าปีแน่ะ” ฉันนั่งกระดิกเท้ามองประวัติโดยย่อ ที่ยัยเฟียส่งมามันไม่มีอะไรเลยอย่างความชอบ หรือแฟน กิ๊ก ด้วยความสงสัยเลยพิมพ์ถามกลับไป แต่ฉันไม่ได้รีบอะไรหรอกเพราะท้ายประโยคมาเฟียบอกว่าเขาชอบขลุกอยู่ที่โรงฝึกศิลปะป้องกันตัวของที่บ้าน
“อย่างน้อยก็รู้ที่อยู่เขาแหละ”
มือเรียวพิมพ์ข้อความขอบคุณ และสติกเกอร์หัวใจสุดน่ารักให้มาเฟีย ก่อนจะล็อกหน้าจอโทรศัพท์เพื่อไปจัดการธุระส่วนตัว เพราะฉันคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้น่ะ มัวแต่มานั่งอาย
ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เรามันหน้าด้านอยู่แล้วก็แค่ทำเรื่องน่าอายขายขี้หน้า สร้างวีรกรรมและตราบาปให้กับเขาเท่านั้นเอง
เอ่อ…แต่ก็มากอยู่ แหะ ๆ
ฉันตัดเรื่องไร้สาระในสมองทิ้งไป เพราะต่อจากนี้จะต้องเดินเกมเข้าหาเต็มกำลัง การเรียนซัมเมอร์มันแค่สามเดือนเท่านั้นจะรอช้าไม่ได้เกรดเอรอฉันอยู่ ส่วนเรื่องแผนการน่ะเหรอตอนนี้
มีในหัวแล้วแหละว่าจะทำยังไง ริมฝีปากจิ้มลิ้มยกยิ้มอย่างมี
เลศนัยก่อนจะเดินฮัมเพลงเข้าห้องน้ำไปอย่างอารมณ์ดี
โรงฝึกศิลปะป้องกัน (Zhang)
โรงฝึกศิลปะป้องกันตัวขนาดใหญ่แบบครบวงจร กินอาณาบริเวณแสนกว้างขวางมีหลากหลายโซน ทั้งกิจกรรมสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ เปอร์เซียขยับแว่นตาลงพลางจ้องมองสถานที่ตรงหน้าอย่างไม่วางตา ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าโรงฝึกศิลปะป้องกันตัวที่ว่าคือเพื่อนบ้านของเธอเอง
ใช่! ข้างบ้านที่แม่บอกว่าก่อสร้างทั้งปีทั้งชาตินั่นแหละ
บริเวณด้านหน้ามีรั้วรอบขอบชิดจนไม่สามารถมองเห็นด้านในได้ แต่เพราะความฉลาดเธอจึงรีบวิ่งไปที่บ้านและขอให้แม่ทำเบเกอรี่อย่างง่ายให้สักชิ้น แน่นอนว่าคุณนายปิ่นที่ถูกลูกสาวบอกลาเมื่อไม่กี่วันก่อนถึงกับขมวดคิ้วเป็นปม แต่เธอบอกว่าจะไปทักทายรุ่นพี่ในคณะที่บังเอิญว่าบ้านติดกัน แม่ที่เห็นลูกสาว
ไม่มีใครคบมานานบอกมีรุ่นพี่เลยรีบกระวีกระวาดทำให้ สุดท้ายเธอเลยได้หอบชีสเค้กหนึ่งก้อนในอ้อมแขนมายืนยิ้มแป้นหน้าประตูรั้ว แม้พวกหน่วยรักษาความปลอดภัยจะสงสัย แต่เธอใช้
มุกเดิมว่าเป็นรุ่นน้องคนสนิทของเลนินพวกเขาจึงให้เข้ามา
อย่างง่ายดาย และอาจจะเป็นรอยยิ้มแสนน่ารักดูไม่มีพิษมีภัยของเธอด้วย
หญิงสาวร่างบอบบางสวมเสื้อสีขาวเข้ากับกางเกงยีนรัดรูปสีดำดูเรียบง่าย ในมือทั้งสองข้างมีช่อดอกไม้และกล่องเค้ก เธอเดินตรงไปยังโรงฝึกศิลปะป้องกันตัวที่เจ้าหน้าที่บอก เพราะที่นี่มีหลากหลายโซน เดินผ่านเมื่อกี้ยังมีร้านคาเฟ่เล็ก ๆ น่ารัก ๆ ตั้งอยู่ด้วย
เมื่อเดินเข้ามาภายในโรงฝึกแบบกึ่งเปิดเธอก็ได้ยินเสียงเตะต่อย เสียงผู้ชายโหวกเหวกโวยวาย เสียงที่ฟังดูน่าวิงเวียนศีรษะเสมือนประชากรชายมากองรวมกันอยู่ที่นี่
ร่างเล็กเดินดุ่ม ๆ เข้ามาในโรงฝึกอย่างขึงขังไม่สนใจใคร ดวงตากลมโตกวาดสายตามองหาใครบางคนที่ควรจะอยู่ที่นี่
โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าเสียงโหวกเหวกโวยวายภายในนี้พลันเงียบลงเมื่อเธอปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“น่ารัก!”
หนึ่งในคนที่มาฝึกบนลานประลองหมัดมวยอุทานออกมาเบา ๆ กับเพื่อน พลางกระทุ้งศอกใส่สีข้าง แต่เพราะบรรยากาศภายในนี้มันเงียบมากดังนั้นทุกคนจึงได้ยิน ราวกับว่ามันคือเสียงในหัวของตัวเอง แม้ที่นี่จะเป็นโรงฝึกศิลปะป้องกันตัวและมีผู้คนหลากหลาย มีผู้หญิงมาบ้าง แต่ร่างบอบบางที่กำลังเดินเข้ามาในที่นี่กลับดูไม่เหมือนคนที่จะมาเรียนเลยสักนิด เธอ
ตัวเล็ก บอบบาง และดูนุ่มนิ่มน่ารักมากเป็นพิเศษ
เปอร์เซียได้ยินอย่างนั้นก็หันไปยิ้มให้คนที่เอ่ยอย่างสุภาพและสดใส ก่อนดวงตากลมโตจะเบิกกว้างเมื่อเห็นใคร
บางคนที่ตามหา เดินเข้าประตูมาจากอีกฝั่งด้วยใบหน้าหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ ท่อนบนของเขาเปลือยเปล่าเผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่มีคราบเหงื่อเกาะพรั่งพราว ส่วนท่อนล่างสวมกางเกงวอร์ม
ขากระบอกสีดำยาวกรอมเท้า
“พวกมึงทำอะไรกันทำไมไม่ไปซ้อม!” น้ำเสียงแข็งกระด้างถูกเปล่งออกมาจากชายหนุ่มเจ้าของโรงฝึก เพราะเมื่อคืนอารมณ์ไม่ดีส่งผลมาจนถึงตอนเช้า เลนินจึงปลดปล่อยอารมณ์กับทั้งคนและกระสอบทรายอีกโซนที่มีเวทีมวย ก่อนจะเดินมาดูบริเวณโซนด้านหน้าที่เป็นพื้นโล่งปูพื้นกันกระแทก สำหรับฝึกการต่อสู้ที่ต้องปะทะ จับทุ่ม หรือการเคลื่อนไหวเยอะ