บทที่ 2 คนปากหมาแบบพี่

1946 Words
“ดูสิแม่ตัวดีบอกให้อ่านหนังสือไม่อ่าน เป็นยังไงล่ะ” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเสียงเย็นชาที่กำลังบ่นอยู่นี่เป็นของใคร หน้าฉันหดเหลือสองนิ้วแล้วหลังจากที่ยัยมินะตัวดีบอกมาเฟียว่าฉันเอฟแมท “แกก็นะหาเรื่องฉิบหายเลย” นอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังซ้ำเติมเก่งอีกนะยาหยี ชิ! “ก็…วันนั้นดูซีรีส์ไงฉากเลิฟซีนเลยนะ พวกแกก็รู้ว่าจีนฉากแบบนี้หายากกว่าหาผู้ชายโสดในผับอีกอะ” นี่ไม่ได้แถเลยนะ พูดจริง ๆ แต่ทำไมเพื่อนต้องพร้อมใจกันกลอกตาใส่ด้วย “อะไรของพวกแกอย่ามาทำหน้าแบบนี้นะ”ฉันยู่ปากอย่างเซ็ง ๆ ตอนนี้อยู่ในช่วงปิดเทอม และเมื่อวานคือวันประกาศเกรดของนักศึกษาหลังสอบปลายภาคในเว็บไซต์มหา’ ลัย วันนี้ยาหยีเลยนัดพวกเราออกมาคาเฟ่กัน แม้เมื่อวานจะออกแล้วแต่คนขี้เหงาอย่างฉันไม่จำเป็นปฏิเสธ การได้ออกมาเจอเพื่อนคือเรื่องที่สมควรมาก “บอกให้ตั้งใจ ก็แค่แมทง่าย ๆ วิชาคำนวณอื่น ๆ แกยังผ่านมาแล้วนี่” มินะพูดขึ้นมาเหมือนจะปลอบใจคนโง่อย่างฉัน แต่มันเหมือนกันที่ไหนเล่าในเมื่อวิชาคำนวณในสายวิศวะ มันเอาเครื่องคิดเลขเข้าสอบได้ แต่แมทมันเอาเข้าไม่ได้นี่ “มันไม่ง่ายยะ!” ฉันแสร้งทำหน้าบึ้งก่อนฉีกยิ้มทะเล้น พลางเท้าคางกับโต๊ะ สายตาก็กวาดมองไปรอบ ๆ ร้านคาเฟ่ที่ตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียลลอฟต์ ผสมผสานความคลาสสิคด้วยเฟอร์นิเจอร์หนังสีน้ำตาล ทำให้ที่นี่เป็นจุดเช็กอินของบรรดาสาว ๆ อย่างพวกเรา แม้สีหน้าของฉันจะแสดงออกมาอย่างปกติไม่เคร่งเครียดกับเรื่องติดเอฟ แต่สมองก็เอาแต่คิดวนเวียนถึงเรื่องนี้อยู่เรื่อย อย่างเช่นซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ ต้องลงเรียนแมทสองและสอบให้ผ่าน เพื่อที่ตอนเปิดเทอมปีสี่จะได้ลงเรียนตัวต่ออย่างแมทสาม ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะช้าไปอีกครึ่งเทอม เพื่อนจบสี่ปี ฉันจะจบสี่ครึ่งไม่ได้! ดังนั้นฉันเลยเอาแต่หมกหมุ่นคิดเรื่องลงเรียนซัมเมอร์ที่ทางมหา’ ลัยจะเปิดลงทะเบียนในเว็บไซต์สัปดาห์หน้า และฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าซัมเมอร์นี้เพื่อนทุกคนต้องไปฝึกงานไม่มีใครอยู่ในช่วงซัมเมอร์เลย มาเฟียไปฝึกที่อู่ของพี่นีลแฟนนาง ส่วนยาหยีไปฝึกที่บริษัทนำเข้ารถซูเปอร์คาร์แห่งหนึ่ง และมินะต้องไปฝึกที่ต่างประเทศเพราะนางอยากไปเปิดประสบการณ์ ทุกคนดูมีอนาคตและเส้นทางกันหมดเลยยกเว้นฉัน “เออนี่พวกแกต้องไปฝึกงานกันเมื่อไหร่?” “นี่กลับคอนโดฉันก็จะไปเก็บของแล้ว เพราะนีลให้ย้ายไปอยู่คอนโดเขามันใกล้อู่มากกว่าคอนโดของฉัน” โอ๊ยอิจฉาคนมีแฟน ดูสิเพื่อนแสนเย็นชาของฉันดูสดใสทุกวันที่มาเรียน “แล้วแกล่ะหยี” เห็นเจ้าตัวนิ่งไปฉันเลยเอ่ยถามต่อ “ที่จริงของฉันไม่ไกลจากคอนโดมากไม่ได้โยกย้ายเหมือนสองคนนี้หรอก สบาย” ยาหยียักไหล่ตามสไตล์ ฉันจึงรู้สึกอุ่นใจเล็กน้อยที่มีเพื่อนอยู่ใกล้ ๆ ไว้เหงาจะแวะไปหาหายาหยีก็แล้วกัน “มินะฉันต้องคิดถึงแกแน่ ๆ ไปต่างประเทศตั้งสองเดือน หรือฉันควรทำวีซ่าไว้ดีเผื่อเหงา ๆ จะได้บินไปหาแก” ฉันเอ่ยอย่างตื่นเต้นไม่เคยไปเที่ยวออสเตรเลียเลยโอกาสนี้แหละ “หยุด! แกจะไปทำไมตั้งใจเรียนสอบให้มันผ่านเถอะขอร้อง” ยัยคนนี้เบรกฉันจนหัวทิ่ม รักษาน้ำใจกันหน่อยก็ไม่ได้ ซัมเมอร์คราวนี้ต้องเป็นความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของฉันแน่นอน “อะไรเพื่อนอยากไปหาทำไมต้องดักคอด้วยวะ” ฉันทำหน้ามุ่ย หรือยัยมินะจะหนีบผู้ชายไปด้วย “เลิกคิดเพ้อเจ้อก่อนยะ” “แหม ทำไมรู้อะ” “หน้าแกมันโคตรบ่งบอกเลย” ฉันยู่ปากใส่เพื่อนที่ทำตัวรู้ทัน ก่อนจะหน้าบึ้งเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของยาหยี ยัยนี่ชอบซ้ำเติมจริง ๆ นะ “ดูสายตาแกดิโคตรมีเลศนัย” ยาหยีกลั้นขำละรอกสอง หมั่นไส้มากขอสาปให้ไม่มีแฟน “เฟียช่วยด้วยยัยพวกนี้รุมฉัน” อยากรุมนักใช่ไหมเดี๋ยวเจอเจ๊เฟียสายแข็งของฉันก่อนเป็นไง ว่าแล้วก็พุ่งเข้าไปเกาะแขนและเขย่าแรง ๆ อย่างออดอ้อนออเซาะตามความเคยชิน “ฉันก็จะรุมช่วยพวกนี้ ถ้าแกไม่ตั้งใจเรียนอีก” ฉันเบิกตากว้างก่อนจะปล่อยแขนเพื่อนสาวออกทันที แรงมากทั้งสามคนรุมฉัน “นี่พวกแกเพื่อนฉันไหม!” “ไม่ยะแกเป็นใครออกจากแก๊งเราไปไป๊!” แรงมาก! ฉันถลึงตาใส่ยาหยีที่ตั้งใจกลั่นแกล้ง ก่อนจะทำปากคว่ำเมื่อเห็นสายตาที่ขบขันของมาเฟียและมินะ แย่มากทุกคนรุมฉัน! ทั้งสามสาวหลุดหัวเราะออกมาแทบจะพร้อม ๆ กันเมื่อเห็นสีหน้าบูดบึ้งของเปอร์เซีย ที่จริงแล้วทุกคนเป็นห่วงมากกว่าแต่เพราะไม่อยากดุมากเลยทำเป็นเล่นไม่ให้เคร่งเครียดมากเกินไป เปอร์เซียนั้นการเรียนดีขึ้นกว่ามัธยมมาก เรื่องนี้มินะรู้ดี เพียงแต่วิชาคำนวณนั้นไม่ถูกกับเปอร์เซียอย่างแรง แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็เข็นตัวเองผ่านแมทหนึ่งมาได้ แต่วิศวะมีแมทสามตัวไง นั่นเลยเป็นงานหยาบสำหรับเปอร์เซีย “อ้าวนีลมาแล้ว” หญิงสาวเจ้าของใบหน้าเรียวได้รูปเรือนผมสีบลอนด์อุทานออกมา เมื่อเห็นว่าหน้าคาเฟ่มีรถยนต์สุดหรูแสนคุ้นตาเคลื่อนเข้ามาจอดและนั่นก็คือรถของแฟนหนุ่มอย่างนีล สาวสาวที่เหลือจึงหันไปมองตาม ก่อนจะเห็นชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาเรือนมีสีเทาสั้นดูดิบเถื่อนก้าวลงมาจากรถ “อ้าวพี่เขาไม่ได้คนเดียวเหรอ?” เปอร์เซียก็แปลกใจเหมือนกันเพราะว่าประตูข้างคนขับมันเปิดออก ใบหน้าน้อย ๆ แสนน่ารักราวกับตุ๊กตาก็ลุ้นว่าเป็นใครจนกระทั่ง ชายหนุ่มเรือนมีสีดำสนิทซอยระต้นคอโผล่ออกมา เธอจึงแค่นเสียง ‘เฮอะ’ ในลำคออย่างหมั่นไส้ เพราะเขาคือ เลนิน ผู้ชายที่ปากหมามากที่สุดในสามโลก “เห็นนีลบอกว่ามีเพื่อนจะมาด้วย” “เพื่อนคนไหน!” ทั้งเปอร์เซียและมินะแทบจะหันไปมองหน้ายาหยีพร้อม ๆ กันเมื่อเจ้าตัวโพล่งขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย อีกทั้งแววตายังดูแปลกพิกล พวกเราจึงจับตามองอย่างไม่คลาดสายตา แม้แต่มาเฟียยังค่อย ๆ เบีนสายตามองยาหยีด้วยอีกคนก่อนจะกระตุกยิ้ม แปลกจัง เปอร์เซียคิดในใจเพราะว่ายาหยีดูร้อนรนแปลก ๆ แต่มาเฟียกลับยิ้มเหมือนรู้อะไรมา แล้วอะไรที่ว่ามันคืออะไรเนี่ยชักอยากรู้แล้วนะ เธอกำลังเปิดปากถามเพื่อนเป็นจังหวะเดียวกันกับที่พี่นีลเดินมาถึงโต๊ะพวกเราพอดี “กลับยัง” “อือ กำลังจะแยกย้ายกันแล้ว” โกหก! เธอสบถในใจเมื่อได้ยินเพื่อนเอ่ยกับแฟน ก่อนจะเบือนหน้าหนีออกจากคนมีคู่เห็นแล้วคนโสดอยากกระอักเลือดตาย แต่ระหว่างนั้นสายตาเจ้ากรรมกลับปะทะกับนัยน์ตาคมกริบเรียวยาวเสมือนสัตว์จับจ้องมองมาพอดิบพอดี ใบหน้าคมคายดุดันทำให้เธออดขนลุกไม่ได้ จึงรีบหันหน้าหนี มองอะไร!อย่าคิดมาหลงเสน่ห์เชียว เธอไม่ชอบ “เปอร์เซียจะกลับยังไง” “หือ” ร่างบางหลุดออกจากภวังค์ความคิดทันที เมื่อมาเฟียสะกิดเข้าที่ต้นแขน พลางเอ่ยปากถามอย่างสงสัย สมองของเธอก็ประมวลผลขึ้นมาทันทีว่าตัวเองมาเรียนกับยาหยี…แล้วเพื่อนก็ “อ้าวยัยหยีหายไปไหนแล้ว” เปอร์เซียทำหน้าแตกตื่นขึ้นมาทันที เพราะทั้งโต๊ะมีเพียงเธอ มาเฟีย แฟนมาเฟีย และไอ้คนปากมอม แล้วยาหยีกับมินะไปไหนทำไมหายเข้ากลีบเมฆพร้อมกัน…หรือไปเข้าห้องน้ำ? “สองคนนั้นไปไหน!” “แกชอบเหม่ออีกแล้วสองคนนั้นบอกจะไปเข้าห้องน้ำ” “ไปพร้อมกันเลยเนี่ยนะ” เธอคิดอย่างแปลกใจกับพฤติกรรมของเพื่อนอย่างมินะไม่เท่าไหร่ แต่ยาหยีนี่ออกหน้าออกตามากเหมือนคนพยายามหลบเลี่ยงอะไรสักอย่าง “อือ แล้วแกจะตกใจอะไรขนาดนั้น” “เปล่าสักหน่อย แล้วนี่จะกลับแล้วใช่ไหมโชคดีนะ บ้ายบายนะคะพี่นีล” เปอร์เซียขี้เกียจซักไซ้มากจึงรีบตัดบทและไล่เพื่อนให้แยกย้าย ไม่ใช่ไม่เหม็นความรักแต่ไม่อยากเจอหน้าคนหน้าโหดตรงนี้ต่างหาก เห็นแล้วหายใจไม่ออกรู้สึกกดดันแปลก ๆ “อ้าวไม่ให้ฉันรอเป็นเพื่อน?” มาเฟียเลิกคิ้วอย่างสงสัย “ไม่ต้องแกกลับเถอะเดี๋ยวฉันก็จะกลับแล้ว” “อือ งั้นไปก่อนนะ” “บ้ายบาย” ร่างบางยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกลา ก่อนจะนั่งลงที่เดิมและคว้าเอาแก้วน้ำปั่นมาดูดเพื่อรอเพื่อนที่ไปเข้าห้องน้ำ ไม่แม้กระทั่งจะมองใครบางคนที่เดินออกจากร้านตามสองหนุ่มสาวไปห่าง ๆ ดวงตากลมโตของเปอร์เซียมองไปรอบ ๆ ร้านเพราะรู้สึกเบื่อหน่ายกับการรอคอย ก่อนจะสะดุดกับเรือนร่างสูงโปร่งของใครบางคน เรียวคิ้วจึงขมวดเข้าหากันทันที “ทำไมไม่กลับไป!” เธอพึมพำเสียงเบาเมื่อเห็นเลนินยืนสูบบุหรี่อยู่บริเวณลานจอดรถหน้าคาเฟ่ ทำไมเขาไม่กลับไปมายืนทำบ้าอะไรตรงนี้ ไม่ชอบ ไม่อยากเห็น ! ระหว่างที่ทะเลาะตบตีกับตัวเองในใจอยู่นั้นคนที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ก็เลื่อนสายตามาสบกับสายตาของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว “เอ๊ะ!นี่จะแข่งจ้องตาเหรอ บอกเลยว่าฉันน่ะไม่แพ้ใคร” ริมฝีปากจิ้มลิ้มเผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะจ้องตากับคนที่ยืนอยู่นอกกระจกร้านอย่างไม่ลดล่ะ เขาเหมือนจะแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเธอจ้องอย่างเอาเป็นเอาตาย จึงทิ้งก้นบุหรี่ลงกับพื้น นัยน์ตาคมเรียวยาวสบประสานกับดวงตากลมโตอยู่เนิ่นนาน แม้ระยะทางจะห่างไกลแต่หัวใจของเธอกลับเต้นรัวเร็วจนยากจะระงับสายตาของเขาราวกับห้วงมหาสมุทร ยิ่งจ้องยิ่งรู้สึกราวกับถูกดึงดูด เธอสะดุ้งตกใจจนกระทั่งเบิกตากว้างเมื่อมีทฤษฎีหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเธอ…จ้องตาเกิน 8 วิแล้วจะตกหลุมรักซึ่งกันและกัน คิดได้ดังนั้นจึงรีบยกมือขึ้นมาปิดตาตัวเองทันที “กรี๊ด ไม่นะเมื่อกี้มันคงยังไม่เกิน 8 วิ ใช่ไหม ยัยเปอร์เซียทำอะไรลงไปเนี่ยอยากจะบ้าตาย!”เมื่อตั้งสติได้จึงเงยหน้าขึ้นมามองคนที่ยืนอยู่นอกนอกร้านผ่านช่องว่างระหว่างนิ้วมือที่กางออก และพบว่าเขานั้นหายไปแล้ว “เฮ้อ ไปได้ก็ดี” เธอพึมพำกับตัวเองหวังว่าจะไม่ได้เจอกันอีกไม่งั้นเธอได้อับอายขายขี้หน้าแย่เลย เมื่อกี้ดันทำตัวโก๊ะซะด้วยสิ ฮึ่ย!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD