ตอนที่ 4

1242 Words
ชายชุดดำทั้งสองพุ่งเข้าใส่ บุรุษปริศนากระโดดลงจากหลังม้าอย่างรวดเร็ว ดาบในมือถูกชักออกแทบพร้อมกัน เสียงโลหะปะทะดังขึ้นท่ามกลางสายฝน เสวี่ยเหมยถอยหลังโดยสัญชาตญาณ นางเคยเห็นองครักษ์ฝึกดาบมามาก แต่ไม่เคยเห็นผู้ใดเคลื่อนไหวเช่นนี้ ทุกจังหวะของเขารวดเร็ว แม่นยำ และไม่มีการเคลื่อนไหวเกินความจำเป็น ชายชุดดำคนแรกถูกเตะจนกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ อีกคนพยายามโจมตีจากด้านหลัง แต่บุรุษปริศนากลับหมุนตัวหลบก่อนใช้ด้ามดาบกระแทกเข้าที่อกจนล้มลง เสียงต่อสู้จากถนนด้านนอกดังใกล้เข้ามา คนร้ายอีกสี่คนตามเข้ามาสมทบ “ระวัง!” เสวี่ยเหมยร้องเตือน ชายปริศนาหันมามองนางเพียงเสี้ยววินาที “ถอยไป” น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดัง แต่มีอำนาจบางอย่างจนเสวี่ยเหมยทำตามโดยไม่รู้ตัว เขาต่อสู้กับคนทั้งสี่พร้อมกัน เสวี่ยเหมยมองอย่างตื่นตะลึง บุรุษผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน คนร้ายคนหนึ่งเห็นว่าไม่สามารถเอาชนะเขาได้ จึงเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เสวี่ยเหมย “องค์หญิง!” ชิงหลัวร้องลั่น คำเรียกนั้นทำให้ทุกคนชะงักเพียงครู่เดียว ชายชุดดำพุ่งเข้ามา บุรุษปริศนาหันกลับทันที “หมอบลง!” เสวี่ยเหมยทำตาม คมดาบของเขาฟาดผ่านเหนือศีรษะนางและปะทะอาวุธของคนร้ายอย่างรุนแรง แต่ในจังหวะเดียวกัน ชายอีกคนซึ่งซ่อนอยู่ด้านหลังแทงดาบเข้ามา ฉึก! คมดาบเฉือนผ่านต้นแขนของบุรุษปริศนา เลือดสีแดงไหลออกมาทันที “ท่าน!” เสวี่ยเหมยร้อง สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย เขาสวนกลับอย่างรวดเร็วจนคนร้ายล้มลง ไม่นานเสียงนกหวีดก็ดังขึ้นจากด้านนอก คนร้ายที่เหลือถอยหนีทันที “ไป!” พวกมันหายเข้าไปในป่าท่ามกลางสายฝน บุรุษปริศนามองตาม แต่ไม่ได้ไล่ เขาหันกลับมาหาเสวี่ยเหมย “บาดเจ็บหรือไม่” นางส่ายหน้า ก่อนมองแขนของเขา “ข้าไม่เป็นอะไร แต่ท่านต่างหากที่บาดเจ็บ” “แผลเล็กน้อย” “เลือดไหลขนาดนี้ยังเรียกว่าเล็กน้อยอีกหรือ” เขาก้มมองแขนตัวเองราวกับเพิ่งสังเกตเห็น “ยังไม่ตาย” เสวี่ยเหมยขมวดคิ้ว “คนอย่างท่านพูดจาเช่นนี้กับผู้ที่กำลังเป็นห่วงเสมอหรือ” ชายหนุ่มเงียบไป สายตาของเขาหยุดอยู่บนใบหน้านางนานกว่าปกติ แม้เสวี่ยเหมยจะเปียกฝนจนเส้นผมบางส่วนแนบแก้ม แต่ความงดงามของนางกลับยิ่งเด่นชัด ดวงตาคู่สวยไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลือมากนัก ทั้งที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์อันตราย “เป็นห่วงข้าหรือ” เขาถาม เสวี่ยเหมยชะงัก ก่อนตอบ “ท่านบาดเจ็บเพราะช่วยข้า หากข้าไม่เป็นห่วงเลยก็คงใจดำเกินไปแล้ว” มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่ใบหน้าเย็นชานั้นดูมีชีวิตขึ้นมา เสียงองครักษ์ดังมาจากด้านนอก “องค์หญิง!” เสวี่ยเหมยกำลังจะตอบ แต่ชายตรงหน้ากลับหันมองนาง “คนของเจ้า?” นางพยักหน้า “น่าจะใช่” ไม่นานองครักษ์สามคนก็วิ่งเข้ามา ทุกคนมีบาดแผลแต่ยังสามารถต่อสู้ได้ เมื่อเห็นเสวี่ยเหมยปลอดภัย พวกเขารีบคุกเข่า “กระหม่อมสมควรตายที่ปล่อยให้องค์หญิงตกอยู่ในอันตราย” “ลุกขึ้นก่อน คนอื่นเป็นอย่างไร” “มีผู้บาดเจ็บพ่ะย่ะค่ะ แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต” เสวี่ยเหมยถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นนางหันกลับไปหาชายผู้ช่วยชีวิต เขากำลังจะขึ้นม้า “เดี๋ยวก่อน” ชายหนุ่มหยุด “มีอะไร” “แผลของท่านต้องทำก่อน” “ไม่จำเป็น” “จำเป็น” น้ำเสียงหนักแน่นของนางทำให้คิ้วของเขาขยับเล็กน้อย คงมีคนไม่มากนักที่กล้าออกคำสั่งกับเขาเช่นนี้ “ข้างหน้ามีกระท่อมพักทาง ข้าเห็นตอนเดินทางมา เราไปหลบฝนที่นั่นก่อน” “ข้ามีธุระ” “ถ้าแผลติดเชื้อ ท่านอาจไม่มีโอกาสไปทำธุระของท่าน” เขามองนางอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายกลับยอมตามอย่างไม่น่าเชื่อ กระท่อมพักทางอยู่ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งลี้ หลังคารั่วเล็กน้อยแต่ยังพอหลบฝนได้ องครักษ์ก่อไฟ ส่วนชิงหลัวนำกล่องยาจากรถม้าที่เสียหายเข้ามา เสวี่ยเหมยนั่งตรงข้ามชายปริศนา “ถอดเสื้อคลุมออก” เขาเลิกคิ้ว เสวี่ยเหมยเพิ่งรู้ว่าคำพูดของตนอาจฟังแปลก จึงรีบกล่าวต่อ “ข้าหมายถึงตรงแขน หากไม่ถอดออก ข้าจะทำแผลได้อย่างไร” เขาไม่พูดอะไร เพียงปลดเสื้อคลุมออกและดึงแขนเสื้อขึ้น บาดแผลยาวกว่าที่เสวี่ยเหมยคิด “นี่หรือแผลเล็กน้อย” “สำหรับข้าใช่” “ท่านคงมีแผลบ่อย” “พอสมควร” เสวี่ยเหมยใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดเลือดออกอย่างระมัดระวัง ชายหนุ่มมองมือของนาง “เจ้าทำแผลเป็นด้วยหรือ” “พอเป็น” “คุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์เรียนเรื่องพวกนี้ด้วยหรือ” มือของเสวี่ยเหมยหยุดเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะเดาฐานะของนางได้แล้วจากคำเรียกของชิงหลัว “ข้าเคยช่วยหมอรักษาคนในโรงทาน” “องค์หญิงไปโรงทานด้วยตนเอง?” เสวี่ยเหมยเงยหน้าขึ้นทันที “ท่านได้ยินแล้วสินะ” “คนของเจ้าตะโกนดังขนาดนั้น” นางถอนหายใจ “ถ้าเช่นนั้นข้าก็ไม่ต้องปิดบัง ข้าชื่อเสวี่ยเหมย” ดวงตาของชายหนุ่มเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย แน่นอนว่าเขารู้จักชื่อนี้ เจ้าหญิงเสวี่ยเหมยแห่งหาน ดอกเหมยที่มีชื่อเสียงเรื่องความงดงามไปทั่วหลายแคว้น แต่เขาไม่คิดว่าจะได้พบในสภาพเช่นนี้ “แล้วท่านเล่า” นางถาม “อะไร” “ชื่อของท่าน” ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ชื่อจริงของเขาไม่ควรปรากฏในสถานที่แห่งนี้ เขาจึงตอบเพียงสองคำ “เทียนหลง” เสวี่ยเหมยทวนเบา ๆ “เทียนหลง” “มีอะไร” “ไม่มี ชื่อฟังดูยิ่งใหญ่ดี” “ไม่เหมาะกับข้าหรือ” นางมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า “ก็พอเหมาะ เพียงแต่คนชื่อยิ่งใหญ่เช่นนี้กลับชอบทำหน้าราวกับทุกคนติดหนี้ท่าน” ชายหนุ่มนิ่งไป ก่อนหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นทำให้ชิงหลัวซึ่งนั่งอยู่อีกด้านหันมามอง เสวี่ยเหมยเองก็แปลกใจ เมื่อเขาหัวเราะ ความเย็นชาบนใบหน้ากลับหายไปเกือบหมด “ท่านควรยิ้มบ้าง” นางกล่าวขณะพันผ้ารอบต้นแขนให้เขา “เพราะอะไร” “อย่างน้อยคนเห็นจะได้ไม่คิดว่าท่านกำลังวางแผนฆ่าใครอยู่ตลอดเวลา” ดวงตาของเทียนหลงวูบไหว หากนางรู้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเคยตายตามคำสั่งของเขา นางคงไม่พูดเช่นนี้ “เจ้ากลัวคนฆ่าคนหรือ” เสวี่ยเหมยเงียบไปครู่หนึ่ง “ข้ากลัวคนที่เห็นชีวิตผู้อื่นไม่มีค่า” คำตอบนั้นทำให้ชายหนุ่มนิ่ง นางผูกผ้าพันแผลเสร็จแล้วจึงถอยออก “เรียบร้อย” “ขอบใจ” “ไม่ต้องขอบคุณ ท่านช่วยชีวิตข้า ข้าทำแผลให้ท่าน เรายังติดหนี้กันอยู่มาก” “ยังติดหนี้?” “ชีวิตหนึ่งแลกกับผ้าพันแผลผืนเดียวไม่ได้หรอก” เขามองนางอย่างสนใจ “แล้วเจ้าจะชดใช้เช่นไร” เสวี่ยเหมยคิดครู่หนึ่ง “หากวันหนึ่งท่านเดือดร้อนและข้าช่วยได้ ข้าจะช่วย” “เจ้าพูดเช่นนี้กับคนแปลกหน้าทุกคนหรือ” “เฉพาะคนแปลกหน้าที่ช่วยชีวิตข้า”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD