ตอนที่ 1 ภาระที่ต้องแบกรับ

1967 Words
ตึกเก่าแสนทรุดโทรมตรงหน้าของชายร่างสูงที่เนื้อตัวผอมแห้งแต่ในอ้อมอกของชายคนนั้นก็ยังมีร่างน้อย ๆ ของเด็กชายที่เอาใบหน้าเกยไหล่ของผู้เป็นพ่อเพราะความเหนื่อยและเพลียแดดจากการเดินเท้ามาหลายกิโลฯ ก๊อก ก๊อก ก๊อก หญิงสาวที่กำลังนั่งหันหลังเช็ดพื้นภายในห้องอยู่เนื่องจากเธอนั้นดันเผลอทำน้ำหกจึงต้องก้มเช็ดเกรงว่าจะลื่นล้ม แต่ก็ต้องชะงักมือเพราะได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาหน้าประตูห้องเธอ “ใคร....” เพลงขวัญพึมพำออกมาด้วยความสงสัย คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันก่อนที่ร่างเพรียวจะค่อย ๆ วางผ้าในมือลงบนพื้นก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขาเรียวยาวก้าวตรงไปที่ประตูห้องพักของตนเองเพราะเสียงเคาะก็ยังดังต่อเนื่อง “เพลงขวัญ อยู่หรือเปล่า” ระหว่างกำลังจะเดินไปถึงประตูเสียงของคนที่เธอจำได้อย่างดีและไม่มีทางที่จะลืมเสียงนี้ไปได้ ยิ่งทำให้ขาเรียวเร่งก้าวเข้าไปให้ถึงประตูอย่างเร็วที่สุด แอ๊ด..... มือบางครั้นมาถึงประตูก็ไม่คิดจะลังเลเอื้อมไปบิดลูกบิดพร้อมผลักออกไปอย่างช้า ๆ ใบหน้าของชายวัยสามสิบเกือบ สี่สิบค่อย ๆ ปรากฏขึ้นให้เห็นตามความเร็วของบานประตูที่ถูกเปิดออก “พะ พี่กร” น้ำตาแห่งความคิดถึงรินไหลออกมาจากดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์ของเพลงขวัญ ไม่ได้เจอพี่ชายมานานแสนนานตั้งแต่ที่ย้ายออกไปอยู่กับภรรยาที่ต่างจังหวัด ไม่คิดว่าพี่ชายของตนเองจะขึ้นมาเยี่ยมเยียน ร่างเพรียวพุ่งเข้าไปกอดพี่ชายก่อนจะก้มมองเด็กชายตัวน้อยที่หลับอยู่บนอกของพี่เธอ นี่ใช่หลานของเธอใช่ไหม เพลงขวัญ ไม่อาจจะปิดบังความตื่นเต้นได้เพราะเธอเพิ่งเคยเจอหลานเป็นครั้งแรกเหมือนกัน ปกรณ์ใช้สายตาจ้องมองน้องสาวที่กำลังมองลูกชายของเขาด้วยความเอ็นดู ใบหน้าหวานเปื้อนน้ำตาของเพลงขวัญคงเพราะดีใจที่ได้เจอกันของสองพี่น้อง แต่อีกไม่นานเพลงขวัญก็คงได้ร้องไห้หนักกว่านี้แน่ ๆ เพราะที่เขามาก็เพื่อ..... “เพลงขวัญ.....” ดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์เงยหน้าขึ้นมองพี่ชายที่เอ่ยเรียก เธอมองด้วยความสงสัยก่อนจะปาดน้ำตาออกจากใบหน้า สีหน้าของชายร่างสูงผอมทำให้คนเป็นน้องสาวได้แต่เกิดความสงสัยว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า “พี่กรมีอะไรหรือเปล่า.... ตั้งแต่มาสีหน้าพี่ไม่ค่อยดีเลยนะ” เพลงขวัญถามออกไปตามที่ตาเห็นเมื่อตั้งแต่พบหน้ากับพี่ชาย แววตาเหนื่อยล้าปนเศร้าของตาสีน้ำตาลอ่อนนั้นก็ดุไม่เหมือนเดินจากที่เธอเคยพบเห็นมาตั้งแต่เกิด “เมย์ทิ้งพี่กับลุกไปแล้ว อึก” ประโยคที่ดังเข้ามาในหูของเธอทำให้รับรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้ชายตรงหน้าที่ได้ชื่อว่าพี่เจ็บเจียนตายมากแค่ไหน น้ำเสียงสะอื้นปนสั่นเครือและแรงกระชับตัวเด็กน้อยที่เหมือนจะรู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว ใบหน้าที่ก้มมองพื้นไม่สบสายตากับเธอของปกรณ์ทำให้เพลงขวัญเองก็ไม่รู้จะปลอบพี่ชายยังไงดี มือบางเอื้อมไปลูบไหล่กว้างอย่างเบามือ เมื่อมันเป็นสิ่งเดียวที่เธอจะทำได้ สายตาของเธอพลันหันกลับไปมองเด็กน้อยที่กำลังก้มมองพ่อของตนเองที่เนื้อตัวสะอื้นจนตัวโยน ดวงตาสีมะละกอใสแป๋วตามประสาของเด็กวัยไม่น่าจะถึงสองขวบ คงไม่รู้สินะว่าตอนนี้พ่อของตัวเองกำลังเป็นอะไร แล้วรู้หรือเปล่าว่าแม่ไม่อยู่ด้วยแล้ว คำถามที่เพลงขวัญตั้งขึ้น มาเองในใจแต่ทุกคำตอบที่คิดว่าตอบได้กลับสร้างความสงสารมากกว่าเดิมเพราะหลานของเธอคงไม่รู้สักเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้เลย “เพลงขวัญ อึก ที่พี่มาวันนี้ก็เพราะ อึก อยากจะมาขออยู่ด้วยได้ไหม อึก เมย์เอาเงินเก็บพี่ไปหมดเลย อึก พี่ไม่มีที่ไปจริง ๆ เพลงขวัญ ฮือ” สุดท้ายคนที่พยายามอดกลั้นและยิ้มหยอกล้อเล่นกับลูกมาตลอดทางก็ได้ปลดปล่อยความเจ็บปวดที่อัดอั้นสักที ส่วนหญิงสาวร่างเพรียวพอได้ยินแบบนั้นก็แอบตกใจบวกชะงักอยู่สักพักเพราะเธอเองก็ใช่ว่าจะมีการงานที่มั่นคง ถึงขั้นสามารถเลี้ยงดูใครได้ .....แค่ชีวิตตัวเองยังยากเลย แต่ถึงจะไม่ได้ร่ำรวยหรือดูแลใครได้ เธอก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธพี่ชายกับหลานได้ลงคอหรอกนะ ดูสิเนื้อตัวก็เปื้อน ไปหมดทั้งพ่อทั้งลูก ไม่รู้ว่าทานอะไรกันมาหรือยัง เพลงขวัญถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะตอบตกลงให้พี่ชายและหลานมาอาศัยอยู่ด้วย ห้องพักที่หญิงสาวเช่าอยู่ก็ไม่น่าอยู่หรือดูดีมาก เนื่องจากมันราคาถูกและยังไม่ไกลจากที่ทำงานของเธอนัก ลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าเดินทางได้และก็สามารถเอามาใช้ในค่าอื่น ๆ ได้ ทันทีที่ปกรณ์ได้รับอนุญาตจากน้องสาวเขาก็อุ้มลูกชายเข้ามาภายในห้องของเพลงขวัญ ห้องพักขนาดเล็ก ที่ต้องบอกว่าเล็กเพราะมันเล็กจริง ๆ แต่สำหรับสามคนก็พออยู่ได้ไม่อึดอัดจนเกินไป ผนังห้องก็ปรากฏรอยแตกร้าวของซีเมนต์และคาบ สีเทาอ่อน ๆ คล้ายมีคนเอาฝุ่นไปปาดเคลือบทับเอาไว้บนผนัง พื้นก็เป็นพื้นปูนเปลือยไม่ได้มีการปูกระเบื้องให้ดูสวยงาม ข้าวของภายในห้องก็มีเพียงน้อยนิดมีแค่ไม่กี่ชิ้น ฟูกที่นอนขนาดสามจุดห้าฟุตวางชิดติดผนังห้องหนึ่งผืน ทีวีขนาดสามสิบสองนิ้วหนึ่งเครื่อง ตู้เย็นขนาดกลางหนึ่งประตูอีกหนึ่ง ตู้ เตาแก๊สปิ๊กนิก และชั้นใส่กับข้าวสามชั้นที่เก็บพวกจานชามและกระทะต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำอาหาร ถึงมันจะไม่ได้มีของเยอะแต่เพลงขวัญถือว่าจัดห้องได้เป็นระเบียบไม่ได้มีตรงไหนดูรกและไม่สะอาดเลย ปกรณ์กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อยู่พักใหญ่ ๆ พร้อมกับวางลูกน้อยลงบนฟูกที่นอนของน้องสาว เขาหันไปมองน้องสาวเป็นการขออนุญาต เพลงขวัญเองก็ไม่ได้ว่าทำเพียงพยักหน้าเบา ๆ พร้อมกับรอยยิ้มตอบมา “พี่กินอะไรมาหรือยัง ฉันจะทำให้กิน” ขณะที่พี่ชายกำลังมองสำรวจห้องของเธออยู่ เพลงขวัญก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเกรงว่าพี่ชายที่เพิ่งได้รับสถานะเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวกับหลานรักของเธอยังไม่ได้ทานอะไรกันมา เพราะเห็นว่าพี่สะใภ้หอบเอาเงินไปหมด “กินมาแล้ว ขอนอนหน่อยได้ไหม” คำขอของพี่ชาย ทำให้เธอพยักหน้าโดยไม่ต้องคิดเพราะสองพ่อลูกคงเดินทางกันมาเหนื่อยมาก ๆ ดูจากที่พี่ชายของเธอจับข้อเท้าตัวเองที่ตอนนี้แทบไม่เหลือแรงที่จะพยุงตัวให้ยืนไหวแล้ว ทั้งคู่คงเดินมาไกลอยู่พอสมควร เพลงขวัญที่ยังค้างการเช็ดน้ำที่ทำเลอะเอาไว้ก็มาสานต่องานเดิมเพื่อไม่ให้สมาชิกผู้มาใหม่มาเดินลื่นล้มเกรงจะเกิดการบาดเจ็บเอาได้ พอหญิงสาวนำผ้าที่เช็ดพื้นเสร็จไปซักพร้อมตากก็หันกลับมาพบภาพของพี่ชายและหลานนอนเอาใบหน้าอิงหมอนหลับสนิททั้งคู่ “เฮ้อ......สงสัยแกต้องหางานใหม่แล้วเพลงขวัญ” “เลี้ยงสามคนเงินเดือนที่ทำอยู่ไม่พอยาไส้แน่ ๆ” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางคิดหาวิธีดูแลช่วยเหลือผู้มาใหม่อย่างพี่ชายและหลานตัวน้อย สามชั่วโมงผ่านไป...... เพลงขวัญที่ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงเหมือนคนล้างจาน พอเพ่งมองดูดี ๆ ก็เห็นแผ่นหลังของพี่ชายที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาล้างจานที่เธอได้แช่เอาไว้ เพราะคิดว่ารอทานมื้อเย็นแล้วล้างที่เดียวเลยดีกว่า แต่เห็นพี่ชายล้างให้ก็สบายใจแล้ว หญิงสาวลุกขึ้นนั่งด้วยอาการยังไม่ตื่นเต็มที่นัก เธอเผลอหลับตามพี่ชายกับหลานไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์หันมองเด็กชายตัวน้อยที่กำลังจ้องมองมาทางเธออยู่พอดี มือบางเอื้อมไปจับแก้มอวบเหมือนซาลาเปาก่อนจะยิ้มหวาน ส่งให้ “ทำไมแก้มมันน่ากินแบบนี้เนี่ย...” เธอเม้มปากแน่นเพราะความมันเขี้ยว อยากจะลองเอาปากไปงับแก้มอวบ ๆ สองข้างนั้นจังแต่ก็กลัวหลานจะตกใจคิดว่าเธอจะกิน “ตื่นแล้วเหรอเพลงขวัญ” เธอหันไปมองตามเสียงเอ่ยเรียกของพี่ชายก่อนจะพยักหน้าส่งให้เป็นคำตอบแทนการพูด ซึ่งพี่ชายเธอก็พยักหน้าส่งให้เธอจึงหันกลับมาเล่นกับหลานแทน ผ่านไปไม่นานพี่ชายก็ล้างจานเสร็จจึงเดินมานั่งกับเธอและเด็กน้อย เพลงขวัญที่คิดว่าช่วงเวลานี้แหละที่เธออยากจะถามอะไรพี่ชายสักหน่อย พี่ชายเธอเองก็พักผ่อนเต็มที่และน่าจะพอตอบความสงสัยที่เธอเก็บไว้ได้ “พี่กร ตอนนี้ว่างงานใช่ไหม” ปกรณ์จ้องมองน้องสาวที่เอ่ยถามและพยักหน้า หญิงสาวได้รับคำตอบแบบนั้นเธอจึงทำ สีหน้าครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะเอ่ยพูดกับปกรณ์ “ถ้าพี่ว่างงานก็อยู่บ้านดูแลเจ้าตัวเล็กนี้ก็แล้วกันนะ... ทำความสะอาดบ้านให้ฉันด้วย” “ส่วนเรื่องเงินเดี๋ยวฉันเป็นคนไปหามาเอง ต่อให้พี่ไปทำงานมันก็ยากเพราะใครจะดูแลเจ้าตัวเล็กถูกไหม” หญิงสาว ที่ยื่นข้อเสนอให้พี่ชายเพราะเธอคิด ๆ ดูแล้วก็ยากที่ปกรณ์จะออกไปงานหาทำได้ ถ้าจะให้จ้างพี่เลี้ยงก็ไม่ต้องหยุดงานกันเลยเพราะค่าจ้างแพงกว่าหาเงินเลี้ยงสามปากอีก “ถ้าเพลงคิดว่าดีพี่ก็ไม่ขัดอยู่แล้ว.... ดีเหมือนกันพี่จะได้อยู่กับลูกนาน ๆ ด้วย” สายตาเศร้าจ้องมองเด็กชายตัวน้อยข้าง ๆ ก่อนจะใช้ลำแขนที่ปรากฏเส้นเลือดฟูชัดบ่งบอกถึงความแข็งแรงได้ชัดเจนรวบเข้ามานั่งตักและเอาใบหน้าเกยหัวทุย ๆ ด้วย ความรัก หญิงสาวมองภาพนั้นก็นิ่งไปสักพักเพราะเธอเองก็รู้ว่าพี่ชายมีโรคประจำตัวคือเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง เนื่องจากทำงานหนักมาทั้งชีวิตเพราะดันได้เมียรักสบายอยากได้นู่นได้นี่ พอมีลูกก็ต้องดูแลลูกให้ดีที่สุดซึ่งก็ต้องใช้เงินมาก พี่เธอยิ่งต้องทำงานหนักมากกว่าเดิมเข้าไปอีก “งั้นเอาตามนี้นะ” สองพี่น้องส่งยิ้มให้กันและจัดการดำเนินทุกอย่างเรื่อย ๆ ตามการตกลงของเพลงขวัญและปกรณ์ ทุกอย่างเหมือนจะดีจนกระทั่ง... “ย้ายออกได้ไหมเพลงขวัญ คนร้องเรียนว่าห้องเธอเด็กร้องเสียงดังมาก”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD