ตอนที่ 2 โดนไล่ออกจากบ้าน

1917 Words
หญิงสาวร่างเพรียวที่ตอนนี้เดินเป็นซากไร้วิญญาณอยู่ในตลาดสดไม่ห่างใกล้จากหอพักของเธอมากนัก เพราะวันนี้เธอต้องซื้อของเข้ามาเมื่อมันเป็นช่วงสิ้นเดือนพอดี พี่ชายก็เริ่มบ่นแล้วว่าไม่ค่อยมีอะไรให้ทำอาหารเลย โดยปกติเธอเป็นคนซื้อของนิดเดียวสามารถอยู่ได้เป็นเดือน ๆ แล้ว แต่พอมีสมาชิกเพิ่มมาอีกสองคนก็เลยจำเป็นต้องซื้อของเพิ่มแบบทวีคูณขึ้นไปอีกเพื่อจะได้มีทานกันให้เพียงพอ คนที่ต้องหอบสังขารตื่นแต่เช้าไปทำงานก็ต้องแบกสังขารอันเหนื่อยล้ากลับมาพร้อมกับข้าวของในมือ ทั้งผักสด เนื้อสดและอีกมากมายนำมาแช่ไว้ในตู้เย็น ประตูลิฟต์บานเก่า ๆ เปิดออกมาที่ชั้นของเพลงขวัญ หญิงสาวก้าวเท้าออกจากลิฟต์แต่ยังไม่ทันจะได้เดินเลี้ยวไปฝั่งห้องพักของตัวเอง ร่างของหญิงชราเจ้าของตึกที่เธออาศัยเช่าอยู่ก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า “เพลงขวัญ ฉันมีเรื่องจะคุยกับหนูหน่อยได้ไหม” ร้อยวันพันปีไม่เคยได้เห็นหน้ากันยกเว้นแต่วันครบกำหนดจ่ายค่า เช่าห้อง วันนี้เจ๊แกมีเรื่องอะไรหรือเปล่าเนี่ย ขอให้เป็นเรื่องดี ๆ หน่อยเถอะนะแค่นี้ชีวิตก็วุ่นวายจนหัวหมุนไปหมดแล้ว “ได้ค่ะเจ๊ มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอยิ้มอ่อน ๆ เพราะเจ๊แกเอ่ยพูดมาขนาดนี้ถ้าเธอบอกว่าไม่ว่างคงได้ปลิวออกจากที่นี่แน่นอน “ย้ายออกได้ไหมเพลงขวัญ คนร้องเรียนว่าห้องเธอเด็กร้องเสียงดังมาก ทำเอาคนที่อาศัยอยู่ในหอไม่ได้หลับ ได้นอนกัน” สิ้นประโยคนั้นของหญิงชราตรงหน้าที่พูดบอกเธอด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร หูของเพลงขวัญเหมือนโดนคนเอามือมาปิดเพราะเธอไม่ได้ยินเสียงจากสิ่งรอบตัวอีกเลย มันวิ้งไปหมด “ถะ ถึงขั้นต้องออกเลยเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือไม้อ่อนแรงไปหมด ข้าวของที่ถืออยู่ก็จะหล่นแหล่ไม่หล่นแหล่ เพลงขวัญทั้งเหนื่อยจากงานและพอมาเจอเรื่องแบบนี้อีก ยอมรับเลยว่าอยากจะหายไปจากตรงนี้สักพัก “ใช่ คนในหอเขาร้องเรียนมาว่าเสียงเด็กจากห้องของหนูร้องดังมาก ตอนกลางคืนทำเอาคนในหอไม่ได้หลับได้นอนเลย” เพลงขวัญเองก็เถียงไม่ได้เพราะเธอเองก็ได้ยินอยู่ทุกคืน และเธอก็มั่นใจว่าปกรณ์เองก็ไม่อยากจะให้ลูกร้องเสียงดังรบกวนคนอื่นตอนกลางคืนหรอกแต่จะให้ทำยังไงได้ มันเป็นสิ่งที่เกินควบคุมนี่..... สีหน้าของเธอหม่นลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะเธอขอเวลาเจ๊แกในการหาที่พักใหม่ก่อนจะย้ายออก ร่างเพรียวเดินเหมือนคนไร้วิญญาณมาหยุดอยู่หน้าห้องพักของตนเอง เธอไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ให้พี่ชายฟังเพราะปกรณ์ก็คงไม่สบายใจ มาก ๆ ที่มาทำให้เธอเดือดร้อน ลมหายใจก้อนใหญ่ถูกสูดเข้าปอดก่อนมือบางจะบิดลูกบิดเปิดเข้าไปในห้องด้วยท่าทางปกติไม่ได้แสดงสีหน้าวิตกกังวล ยิ่งเปิดเข้ามาเห็นภาพของชายร่างสูงผอมกำลังอุ้มลูกชายพาดบ่าพร้อมเดินกล่อมให้นอนเนื่องจากสองสามวันที่ผ่านมา เจ้าตัวเล็กไม่สบาย เพลงขวัญรู้สึกคิดถูกแล้วที่ไม่บอกเรื่องที่เธอเพิ่งได้รับรู้มาว่ามีคนในตึกร้องเรียนให้กับพี่ชายฟัง หญิงสาวสะบัดใบหน้าเอาเรื่องวุ่น ๆ ออกจากหัว “กลับมาแล้วค่ะ” น้ำเสียงสดใสของเธอเอ่ยเสียงดังให้สองพ่อลูกได้ยิน รอยยิ้มที่ดูดีกว่าวันแรกที่พบเจอกันของปกรณ์หันมายิ้มให้กับเธอ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองลงไปที่มือสองข้างของน้องสาว ขายาวก้าวเดินเข้ามาใกล้และคว้าเอาของที่เพลงขวัญซื้อมาออกจากมือไปเก็บ ทั้ง ๆ ที่มืออีกข้างก็ไม่ได้วางหลานชายของเธอลงแต่ปกรณ์ก็ไม่อยากจะให้เธอถือของหนักจึงอาสามาถือให้และเอาไปเก็บ หญิงสาวที่กลับมาก็อยากจะอาบน้ำไล่ความเครียดที่สะสมและความเหนื่อยล้าของร่างกายจึงปลีกตัวเข้าห้องน้ำจัดการธุระ ใช้เวลาไปไม่นานมากเพลงขวัญก็เดินออกจากห้องน้ำก่อนจะเห็นหลานชายนั่งดูการ์ตูนที่พี่ชายเธอเปิดทิ้งเอาไว้เพราะจัดเตรียมอาหารอยู่ เด็กชายที่ตอนนี้ดวงตาสีมะละกอสุกก็เริ่มปรือ ๆ แล้วสงสัยคงเพลียยา “ปกป้องครับ” เด็กชายวัยขวบสามเดือนพอจะรู้ชื่อของตัวเองก็หันมองเธอที่เดินมานั่งข้าง ๆ หลานชาย มือบางเอื้อมไปสัมผัสบริเวณหน้าผากของหลานเพราะอยากจะรู้ว่าเจ้าตัวเล็กยังตัวร้อนอยู่หรือเปล่า “ตัวยังร้อนอยู่เลยพี่กร” ชายร่างสูงที่ตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารหันมามองเธอเมื่อได้ยินสิ่งที่เพลงขวัญพูดขึ้น รอยยิ้มอ่อน ๆ ของปกรณ์ส่งให้เพลงขวัญซึ่งเธอก็เดาเอาเองว่าพี่ชายของเธอก็คงรู้อยู่แล้วว่าลูกชายยังไม่หายดี “เออ จริงสิพี่กรฉันว่าจะหาบ้านเช่าน่ะ” “จะได้มีที่ให้ปกป้องวิ่งเล่นด้วย ดีไหม” เพลงขวัญที่ไม่รู้ว่าจะเอ่ยบอกพี่ชายยังไงหากต้องพาย้ายออกจากที่นี่กะทันหันจึงได้เอ่ยคำเท็จเพื่อให้ไม่น่าสงสัยและพี่ชายก็จะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องที่พวกเราถูกเชิญออกจากที่นี่ “มันแพงนะเพลง จะไหวเหรอ” คนที่ไม่ได้หันมาคุยกับเธอเอ่ยขึ้น มือหนาก็หั่นเนื้อหมูเพราะจะทำเมนูหมูทอดให้ทาน ดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์จ้องมองแผ่นหลังนั้นก่อนจะคิดในใจว่าเธอก็รู้ว่ามันแพงแต่จะให้ทำไงได้ก็โดนเชิญออกอะ ไม่รู้ว่าจะบอกยังไงเลยหลอกอยู่นี่ไง ใบหน้าย่นเล็กน้อยของเพลงขวัญปรากฏขึ้นลับหลังของพี่ชายแต่กับถูกจับจ้องจากดวงตาสีมะละกอสุกแทน ดวงตาใสแป๋วแต่ก็เหมือนจะปิดเพราะเด็กชายกำลังง่วง “นอนไหมครับ” คอน้อย ๆ เอียงไปทางซ้ายเมื่อสงสัยว่าที่เธอพูดมันหมายความว่าอะไร แต่ท่าทีแบบนี้มันช่างน่าฟัด เสียจริง ๆ เลย ไม่คิดว่าหลานของตัวเองจะน่ารักได้มากขนาดนี้ “ฝากกล่อมปกป้องนอนหน่อยนะเพลง ยาน่าจะออกฤทธิ์แล้ว” เหมือนคนที่ทำอาหารจะได้ยินเธอพูดกับปกป้องจึงไหว้วานให้เธอพาเจ้าตัวน้อยนอนก่อน ซึ่งเพลงขวัญได้เห็นพี่ชายเลี้ยงดูหลานชายมาตลอดสองเดือนก็พอจะรู้วิธีจึงสามารถกล่อมหลานนอนได้อย่างง่ายดาย หลังจากที่เพลงขวัญพาหลานชายเข้านอนแล้ว พี่ชายของเธอก็ทำอาหารเสร็จพอดี สองคนพี่น้องจึงได้โอกาสทานอาหารระลึกย้อนไปในวัยเด็ก รอยยิ้มและบทสนทนาของเพลงขวัญ และปกรณ์เล่าถึงเรื่องราวในวัยเด็กพร้อมกับทานอาหารมื้อเย็นด้วยความสุข “วันนี้พี่กินข้าวอร่อยที่สุดเลย” ในขณะที่ปกรณ์กำลังล้างจานอยู่ก็เอ่ยขึ้นมา หญิงสาวที่นอนหลับตาอยู่ข้าง ๆ หลานชายก็ลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินประโยคของปกรณ์ “ตั้งแต่แต่งงานออกไป วัน ๆ ทำแต่งาน หาเงินเท่าไรก็ไม่ค่อยพอ” “...” “เหนื่อยก็เหนื่อย กลับบ้านมาก็ไม่มีใครรอกินข้าวด้วย”ประโยคตัดพ้อของชายร่างสูงทำให้เพลงขวัญยิ่งไม่กล้าที่จะบอกกล่าวเรื่องที่เจ๊เจ้าของตึกบอกมาเลย ชีวิตของพี่ชายเธอเจออะไรมาบ้างก็ไม่รู้ สำหรับเธอชีวิตตอนนี้ของปกรณ์คงดีที่สุดตั้งแต่มีชีวิตอยู่มาแล้วใช่ไหม รอยยิ้มที่ยิ้มออกมาผ่านสายตาและการได้อยู่ใกล้ลูกชายคนเดียว เธอไม่อยากจะผลักไสไล่ส่งพี่ชายเธอไปไหนเลย อยากให้อยู่ด้วยกันแบบนี้ เธอเองก็ไม่เหงาและก็มีความสุขที่กลับมามีคนรอทานข้าวด้วย “อะไรที่มันไม่น่าจำก็ไม่ต้องจำหรอกพี่กรตอนนี้พี่มีฉันนะ” “ฉันที่รอให้พี่มานั่งทานข้าวด้วยทุกมื้อนะ” ปกรณ์หันมองน้องสาวที่ยิ้มหวานอยู่พร้อมกับตบตูด น้อย ๆ ของลูกชายเขา ภาพที่มีแต่คนที่รักเขาทำให้ปกรณ์ยิ้มกว้างพร้อมน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าแทบทะลัก เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาภาพนี้มันชั่งหายากเสียเหลือเกิน “เดี๋ยวสัปดาห์หน้าฉันหยุด เราไปหาบ้านเช่ากันนะ” “จะได้ย้ายออกไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่านี้ ปกป้องเองก็จะได้มีพื้นที่วิ่งเล่นด้วย” เพลงขวัญจ้องมองพี่ชายพร้อมกับพยักหน้าเป็นการบอกว่ามีกันและกันอยู่นะ ผ่านไปสี่ชั่วโมงตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เข็มนาฬิกาบน หัวนอนหมุนวนบ่งบอกเวลาห้าทุ่มกว่า ๆ สองพ่อลูกข้าง ๆ นั้น หลับสนิท ต่างจากเพลงขวัญหญิงสาวที่นอนไม่หลับเพราะเธอกำลังคิดอยู่ว่าจะไปหาบ้านเช่าที่ไหน หายังไงให้ราคาไม่แพงมากเกินกำลัง ค่าใช้จ่ายของเธอเองก็เยอะมากอยู่แล้ว มือบางที่วางอยู่บนอกกุมเข้าหากันสองมือ ดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์มองผ่านความมืดเมื่อต้องการครุ่นคิดว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อจากนี้ เพลงขวัญคิดเอาไว้ว่าเธออยากจะเพิ่มรายได้สักหน่อยตอนนี้เธอเองก็ทำงานเป็นพนักงานห้างสรรพสินค้าธรรมดา เงินเดือนก็ไม่ได้มากมายถึงพอมีเงินเก็บแต่มันก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น เธอคิดว่าถ้าหาบ้านเช่าได้แล้วเธอจะออกไปหางานใหม่ที่พอจะมีฐานเงินเดือนที่สูงกว่านี้หน่อย “อึก อื้อ” เสียงร้องในลำคอของเด็กชายข้าง ๆ กายเธอดังเข้ามาในหูทำให้หญิงสาวที่ไม่ได้หลับหันไปมอง ตั้งแต่เป็นไข้กลางดึกเจ้าตัวเล็กก็ไม่ค่อยร้องกลางดึกเท่าไรเพราะเพลียจากฤทธิ์ยาที่ให้ทานก่อนนอน มือบางผละออกจากอกเอื้อมไปเกลี่ยหน้าผากของเด็กชายปกป้อง จะรู้ไหมนี่ว่าเสียงของตัวเองทำให้น้าแบบเธอต้องหาที่อยู่ใหม่ให้พวกเรา เธอหรี่ตาด้วยความหมั่นไส้เพราะเด็กน้อยไม่รู้เรื่องอะไรเลยแต่สามารถทำให้เธอวุ่นวายได้น่าดูเลยเหมือนกัน “.....ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” “น้าไม่ทิ้งหนูกับพ่อของหนูแน่ ๆ” คำมั่นสัญญาเอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบอย่างแผ่วเบาเพราะเพลงขวัญไม่มีทางทิ้งพี่ชายและหลานแน่ ๆ ไม่คิดที่จะทิ้งด้วย มาด้วยกันแล้วก็ต้องไปด้วยกันลำบากแค่ไหนก็จะทุกข์สุขไปพร้อม ๆ กัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD