“ห้างฯ หน้าทางเข้าเขาเปิดรับสมัครตำแหน่งผู้จัดการลองไปสมัครดูก็ได้นะครับ ฐานเงินเดือนถือว่าสูงอยู่ครับ”
เสียงของอาทิตย์ยังคงดังอยู่ในหัวของเพลงขวัญ หญิงสาวนั่งนิ่ง ๆ อยู่กับพื้นของบ้านเช่าที่เธอเพิ่งได้เซ็นสัญญาเช่าเมื่อ
ไม่นานมานี้ เธอได้เอ่ยบอกกับชายร่างใหญ่เจ้าของบ้านเช่าว่าอยากจะหางานใหม่ทำอีกคนก็เลยเสนอว่าเห็นมีการรับสมัครพนักงานห้างสรรพสินค้าอยู่
ซึ่งห้างสรรพสินค้าที่เขาพูดมันก็ไม่ได้อยู่ไกลจากบ้านของเธอเท่าไรซึ่งมันก็ดีมาก ๆ เธอเองก็อยากจะไปสมัครเผื่อ
จะได้ เห็นว่าฐานเงินเดือนสูงด้วยมันจะได้พอใช้จ่ายภายในครอบครัวของเธอ เพลงขวัญนั่งครุ่นคิดอยู่โถงกลางบ้าน
บ้านเดี่ยวขนาดเล็กไม่ได้ใหญ่โตมากแต่ก็อยู่ได้สบาย ๆ เลยแหละ มีห้องนอนส่วนตัวสองห้องแต่เป็นห้องน้ำรวมในบ้านมันก็ถือว่าโอเคมาก ๆ กับราคาค่าเช่าแค่สามพันบาท ในขณะที่เพลงขวัญมองรอบ ๆ บ้านเสียงฝีเท้าของพี่ชายก็เดินเข้ามาใกล้
“มากินข้าวได้แล้วเพลงขวัญ” ปกรณ์ที่ได้เตรียมอาหารมื้อเย็นไว้เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเดินเข้ามาบอกกล่าวกับน้องสาว เพลงขวัญได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าและลุกเดินตามพี่ชายไปที่หลังครัว
ครัวขนาดเล็กมีเคาน์เตอร์ไว้ทำอาหารกับพื้นที่เล็ก ๆ ไว้สำหรับนั่งทาน สองพี่น้องกับหลานชายหนึ่งคนนั่งทานอาหารบนพื้นอย่างเรียบง่าย ยังไม่มีทุนมากพอที่จะไปซื้อโต๊ะทานอาหารหรือพวกโซฟาอะไรทำนองนั้น
ตอนนี้ยังจะหางานใหม่อยู่เลย เงินก็ต้องประหยัดกันหน่อยเพราะถ้าออกจากงานแล้วไม่ได้งานใหม่เงินเก็บก็ต้องเอามาใช้ดูแลครอบครัวไปพลาง ๆ ระหว่างหางาน ไม่สามารถเอามาใช้จ่ายกับของฟุ่มเฟือยได้จริง ๆ
“คุยอะไรกับเจ้าของบ้านเหรอ เห็นยืนคุยกันนานเชียว”ระหว่างนั่งทานอาหารเย็นปกรณ์ก็เอ่ยถามน้องสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามซึ่งเพลงขวัญก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ก่อนจะตอบ
“ก็เรื่องทั่ว ๆ ไปอะพี่ คุณอาทิตย์เขาคิดว่าปกป้องเป็นลูกฉัน” เธอพูดไปขำไปเล็กน้อยก่อนจะมองเด็กน้อยที่นั่งมองเธอกับพ่อตัวเองทานข้าว
“ชื่ออาทิตย์เหรอ” ปกรณ์จ้องมองพร้อมถาม หัวที่พยักขึ้นลงของเพลงขวัญเป็นคำตอบทำให้เขาพยักหน้าส่งกลับ
“ฉันบอกเขาว่ากำลังหางานใหม่ทำเขาเลยแนะนำให้ไปสมัครงานห้างฯ หน้าปากทางบ้านอะพี่กร” เพลงขวัญบอกกล่าวกับพี่ชายเพื่อให้อีกคนเป็นสมองให้และช่วยกันคิดว่าดีหรือเปล่า แต่ในใจเธอลึก ๆ ก็อยากจะลองเปลี่ยนงานดูเพราะงานที่ทำอยู่เงินเดือนก็น้อย ไม่ค่อยพอกินเท่าไร
“ก็ดีเหมือนกันนะ อยู่ใกล้ ๆ บ้านด้วย” รอยยิ้มกว้างเผยออกมาเมื่อพี่ชายเห็นด้วยก่อนจะพยักหน้าดีใจ ปกรณ์เองก็
อยู่กับน้องมานานจึงพอรู้ว่าเพลงขวัญทำงานเป็นแค่พนักงานห้างสรรพสินค้าปกติเงินเดือนก็ไม่ได้มากแต่งานหนักเอาเรื่อง
การที่น้องอยากจะเปลี่ยนงานใหม่คงคิดมาดีมาก ๆ แล้วล่ะ
“งั้นเดี๋ยวฉันจะไปลองสมัครดู เห็นคุณอาทิตย์บอกว่าเขารับสมัครตำแหน่งผู้จัดการห้างฯ เลยนะ”
“เงินเดือนคงเยอะน่าดูเลย....” สำหรับเพลงขวัญไม่มีอะไรสำคัญกับเธอเท่าเงินแล้ว เมื่อค่าใช้จ่ายที่เธอต้องหาให้ได้มันทำให้เธอต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นอันดับหนึ่งจริง ๆ
หลังจากทานอาหารและพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ เรียบร้อยปกรณ์ก็จัดการเก็บจานและเอาไปล้าง ส่วนเพลงขวัญก็ขอไปอาบน้ำก่อนซึ่งปกรณ์ก็ไม่ได้ว่าอะไร หญิงสาวที่อยู่ภายใต้สายน้ำของฝักบัวหลับตาสนิทเพราะต้องการให้น้ำผ่อนคลายจิตใจที่หนักอึ้งไปด้วยภาระต่าง ๆ
มือบางลูบใบหน้าและตามเนื้อตัวต้องการให้น้ำซึมเข้ากับทุกตารางนิ้วของร่างกาย เพราะมันเหมือนเป็นการบำบัดจิตใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับหญิงสาวได้ วันนี้ไม่ได้ไปทำงานก็จริงแต่การที่เดินหาบ้านเช่าและขนย้ายของก็หนักไม่แพ้กันเลย
ถึงจะมีคุณอาทิตย์คอยช่วยเหลืออยู่บ้างแต่มันก็หนักจนเธอเหนื่อยล้าไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว พอเธออาบน้ำเรียบร้อยก็เดินออกมาก่อนจะรับช่วงต่อดูแลเจ้าตัวเล็กให้พี่ชายเพราะปกรณ์จะเข้าไปอาบน้ำ
“ว่าไงตัวเล็ก ชอบบ้านใหม่ไหม” เธอจับแก้มซาลาเปาให้เงยหน้าขึ้นมาคุยกับเธอก่อนจะก้มลงไปฟัดแก้มอวบ ๆ หนึ่งทีด้วยความมันเขี้ยว
“มาอยู่ที่นี่แล้ว จะร้องดังแค่ไหนก็ไม่มีใครว่าแล้วนะปกป้อง เอาให้เต็มที่หลานรัก” เพลงขวัญเอ่ยออกไปพร้อมจ้องเข้าไปในดวงตาของหลานชายเป็นแนวประชดเพราะเธอต้อง
ขนย้ายทุกคนออกมาจากที่เก่าก็ต้องเสียงร้องของเจ้าตัวแสบตรงหน้านี่แหละ
ตอนนี้ออกมาอยู่บ้านเดี่ยวแล้วไม่มีใครได้ยินหรอก อยากจะร้องดังแค่ไหนก้จัดมาเลย
รอยยิ้มกว้างของหญิงสาวปรากฏออกมาเพราะเธอขำที่ตัวเองกำลังมานั่งประชดประชันหลานวัยขวบสามเดือนไปเพื่ออะไร รู้เรื่องก่อนหรือเปล่าที่เธอประชดใส่น่ะ ยังนั่งยิ้มร่าอยู่เลย โธ่ เด็กเอ่ยเด็ก......
เช้าวันต่อมา........
เพลงขวัญตื่นขึ้นมาด้วยความนอนเต็มตาเพราะเธอได้นอนห้องส่วนตัวครั้งแรกในรอบสองสามเดือนตั้งแต่พี่ชายกับหลานมาอยู่ด้วยก็จะหลับ ๆ ตื่น ๆ หน่อยเพราะปกป้องชอบร้องไห้ตอนกลางคืน แต่เมื่อคืนไม่ได้ยินเสียงอะไรรบกวนจึงหลับได้เต็มที่มาก ๆ
“ตื่นแล้วเหรอ มีไปสมัครงานกี่โมงล่ะ” เปิดประตูห้องออกมาก็ได้ยินเสียงของปกรณ์ที่กำลังวุ่นอยู่กับการป้อนข้าวลูก เธอที่ยังรู้สึกเบลอ ๆ อยู่ก็หันมองพี่ชายของตัวเองเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ตอบและเดินเข้าห้องน้ำ
“เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจของปกรณ์ดังขึ้นตามหลัง
หญิงสาวพร้อมกับหัวที่ส่ายไปมาเบา ๆ เพราะความเอ็นดูน้องสาว
เพลงขวัญจัดการอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยก็มานั่งอยู่ที่
พื้นห้องครัวรอพี่ชายทำอาหารเช้าให้ทาน ในตักของเธอก็มีร่าง
น้อย ๆ ของปกป้องกำลังจับคอเสื้อของเธอพลิกไปพลิกมาอยู่ ดวงตาสีมะละกอสุกมองคอเสื้อของเธอเหมือนมันเป็นสิ่งแปลกตาแบบนั้น
หญิงสาวใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินครามพร้อมกับกระโปรง
ทรงเอยาวเลยเข่าเล็กน้อยเพื่อความสุภาพในการไปสมัครงาน ถึงแม้มันจะแค่การกรอกใบสมัครทิ้งไว้เฉย ๆ ก็เถอะแต่ก็ควรแต่งให้มันสุภาพ
“อะ กินข้าวก่อนค่อยไป” ไข่เจียวหมูสับร้อน ๆ ถูกวางตรงหน้าพร้อมกับข้าวเปล่าหนึ่งจาน เพลงขวัญพนมมือขึ้นไหว้ขอบคุณพี่ชายก่อนจะส่งปกป้องที่อยู่บนตักให้กับพ่อของ
เด็กน้อย
“ขอให้ได้งานนี้นะ” คำอวยพรจากใครก็ไม่รู้สึกดีเท่ากับคนในครอบครัว ปกรณ์เอ่ยบอกน้องสาวพร้อมกับเอื้อมมือไป
ลูบหัวน้องของตนเบา ๆ คนที่เคี้ยวข้าวเต็มปากก็หันมายิ้มให้
ดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์จ้องมองห้างสรรพสินค้า
ขนาดใหญ่ตรงหน้าพร้อมกับผู้คนที่เดินเข้าออกและเพ่นพ่าน
ไปหมด ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรนักเพราะห้างสรรพสินค้าระดับนี้
ก็ต้องเต็มไปด้วยผู้คนแน่นขนัดอยู่แล้ว ไม่ช้าหญิงสาวเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าก่อนจะกวาดสายตามองหาจุด
รับสมัครพนักงาน
วันนี้ดูเหมือนจะมีการออกบูธของพ่อค้าแม่ค้าด้วยเพราะเดินเข้ามาก็เต็มไปด้วยบูธขายของ เพลงขวัญไม่ได้ให้ความสนใจมากนักเพราะเธอต้องการที่จะมาสมัครงานซึ่งก็ต้องยื่นใบสมัครเอาไว้ก่อนแต่ตอนนี้ยังหาจุดรับสมัครไม่เจอเลย
หญิงสาวร่างบางในชุดสุภาพใช้สายตากวาดมองพร้อมกับเดินไปเรื่อย ๆ อยู่สักพัก เธอก็พบกับเคาน์เตอร์รับสมัครพนักงาน ร่างเพรียวเดินดุ่ม ๆ เข้าไปทันทีก่อนจะส่งยิ้มให้กับพี่พนักงานหน้าเคาน์เตอร์
“มาสมัครงานใช่ไหมคะ” พนักงานหญิงเอ่ยถามเธอ
ด้วยความสุภาพซึ่งเพลงขวัญก็พยักหน้าและทำตัวให้เล็ก ๆ
เป็นการนอบน้อม
“กรอกเอกสารและรอรับโทรศัพท์เพื่อนัดวันมาสัมภาษณ์งานนะคะ” แผ่นใบสมัครถูกยื่นมาให้เพลงขวัญก่อนที่เธอจะเดินมาหาที่นั่งในศูนย์อาหารเพื่อกรอกเอกสารและเดินกลับไปให้พี่พนักงานหน้าเคาน์เตอร์
“เรียบร้อยแล้วนะคะ ยังไงทางเราติดต่อกลับไปนะคะ”เพลงขวัญพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้นและคิดว่าจะกลับบ้านเลยดีหรือเปล่า เพราะถ้ายังไม่ถูกเรียก
เธอก็คงต้องกลับไปทำงานที่เก่าก่อนจะได้ไม่ต้องเอาเงินเก่าออกมาใช้
ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังเดินลงบันไดเลื่อนอยู่นั้นสายตาของเธอก็พลันไปเห็นและได้ยินบูธขายของบูธหนึ่งประกาศโพรโมชัน ซึ่งสิ่งที่ได้ยินก็ทำให้เธอตาลุกวาวเอามาก ๆ พอลงบันไดเลื่อนมาได้เธอก็ตรงไปที่บูธนั้นทันที
“สวัสดีค่ะ บูธเรามีโพรโมชันสามารถมาลองชิมได้นะคะ และใครที่ใส่เสื้อสีขาวในวันนี้สามารถนำกลับไปทานที่บ้านฟรีค่ะ” เพลงขวัญหลุบตาก้มมองสีเสื้อของตัวเองก่อนจะมองสลับกับบูธขายไก่ทอดเจ้าดัง
“อยากได้กลับไปกินที่บ้านอะ ไม่ต้องเสียค่ากับข้าวเย็นด้วย” ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิดเพราะเธออยากได้ของฟรีแต่ก็ไม่ได้ใส่เสื้อสีขาวมา สายตาที่มองออกไปบริเวณรอบ ๆ ที่คนเริ่มสนใจเหมือน ๆ กับเธอแต่ก็มีอยู่สองสามคนที่กำลังไหว้วานให้คนอื่นที่ใส่เสื้อขาวไปเอามาให้
เห็นแบบนั้นเพลงขวัญก็รีบกวาดสายตามองหาคนที่
ใส่เสื้อสีขาวเพราะเธอจะขอให้เขาไปเอาไก่ทอดมาให้หน่อย หญิงสาวยืนเท้าเอวมองหาและไปสะดุดเข้ากับชายรูปร่าง
สมส่วนแต่ดูกำยำบ่งบอกว่าร่างผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนัก ดวงตาสีดำขลับก็ออกแววดุนิด ๆ แต่ไม่ใช่ปัญหาเพราะในระหว่างที่คิดขาเรียวของเพลงขวัญก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของชายร่างสมส่วนแล้ว
“สวัสดีค่ะ ขอรบกวนอะไรหน่อยได้ไหมคะ” คิ้วที่ขมวดเข้าหากันของเตชินทร์เมื่อเห็นหญิงสาวใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินครามเดินมาดักตรงหน้าในขณะที่เขากำลังจะเดินไปที่ลานจอดรถเพื่อกลับบ้าน
“พอดีอยากจะขอให้คุณช่วยไปรับไก่ทอดให้ทีได้ไหมคะ ทางร้านเขาต้องการแค่คนใส่เสื้อสีขาว” น้ำเสียงแผ่วเบาพร้อมสายตาที่ก้มมองเสื้อของตัวเอง เตชินทร์ไม่รู้จักคนตรงหน้า
มาก่อนเลยแต่ทำไมไม่รู้เขาถึงพยักหน้าตอบรับไป
“ขอบคุณนะคะ คุณเองก็คงมาสมัครงานเหมือนกัน
ใช่ไหมคะ” คิ้วของเขากระตุกอะไรทำให้หญิงสาวคิดว่าเขามาสมัครงาน นี่มันห้างฯ ของเขา แม้จะคิดในใจแต่เตชินทร์ก็ไม่ได้เอ่ยพูดออกไปตามแบบฉบับคนพูดน้อย
ร่างสมส่วนเดินตามหญิงสาวมาจนถึงบูธขายไก่ทอดที่คนยืนต่อแถวกันเต็มโดยที่เตชินทร์ก็ไปเข้าแถวเพื่อรอรับไก่ทอดให้ หญิงสาวที่อยู่ในอาการชะเง้อชะแง้มองดูเขาอยู่ตลอด ใช้เวลาอยู่ไม่นานนักเพราะทางบูธเร่งแจกจนถึงคิวของเตชินทร์ก็เอา
ไก่ทอดมาให้หญิงสาวสองชุด
“ขอบคุณมาก ๆ เลยนะ ไว้โอกาสหน้ามาสัมภาษณ์งานเดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าว” เพลงขวัญพูดไปก็กุมไก่ทอดในมือไว้แน่นเพราะจะเอาไปให้หลานกับพี่ชายทาน
“แต่คงเลี้ยงร้านแพง ๆ ไม่ได้นะคะ แต่ถ้าสัมภาษณ์งานได้จะเลี้ยงของแพงสักมื้อค่ะ” ดวงตาสีดำขลับจ้องมองหญิงสาวที่พูดเจื้อยแจ้วและมีรอยยิ้มเปื้อนใบหน้าอยู่ตลอดทำให้เตชินทร์รู้สึกไม่สามารถละสายตาออกได้
“ติดอยู่แล้ว” เพลงขวัญเงยหน้ามองคนที่ไม่พูดอะไรกับเธอมาตลอดทางแต่อยู่ ๆ ก็พูดและพูดเหมือนอวยพรด้วย เธอจึงยิ้มให้ด้วยความขอบคุณ
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” ว่าจบเธอก็โค้งหัวเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากตรงนั้นเพื่อกลับบ้านเอาไก่ทอดเจ้าดังไปฝากพี่ชายกับหลานตัวเล็กทาน ลับหลังของเพลงขวัญสายตาดุจ้องมองจนเธอลับสายตา เตชินทร์กำลังชื่นชอบบางอย่างในตัวของหญิงสาวคนเมื่อกี้
มันมีอะไรดึงดูด.......