ภายในรถหรูราคาแพงมีรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของชายหนุ่มรูปร่างสมส่วน เตชินทร์นั่งอมยิ้มขำอยู่คนเดียวในรถโดยที่คนขับรถก็รับหน้าที่ขับไปไม่ได้หันมาสนใจเจ้านายที่นั่งยิ้มอยู่คนเดียว
ดวงตาสีดำขลับมองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมกับนึกถึงใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่เพิ่งจากกันเมื่อไม่นานเท่าไร
หญิงสาวที่รูปร่างเพรียวสวยมีใบหน้าที่สวยหวานและยังยิ้มได้สะกดตาเขาอีก
ความน่ารักและเป็นธรรมชาติของอีกฝ่ายทำให้เตชินทร์ไม่อาจจะลืมเลือนใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นได้เลย ยิ่งเธอ
คนนั้นขอให้เขาไปต่อแถวเพื่อเอาไก่ทอดมาให้อีกยิ่งทำให้
เตชินทร์นึกขึ้นมาก็ขำ
ไหนจะเรื่องที่เธอคิดไปเองเป็นตุเป็นตะว่าเขามาสมัครเป็นพนักงานเหมือน ๆ กับหญิงสาว เขาเป็นถึงเจ้าของห้างฯ และก็เพิ่งให้คนเปิดรับสมัครตำแหน่งผู้จัดการห้างฯ เพราะรู้สึกว่าผู้จัดการที่มีอยู่ดูแลได้ไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร
แค่เห็นว่าเขาใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวก็คิดว่าเหมือนคนที่เพิ่งมาสมัครงานเลยเหรอ เขาแค่ถอดสูทตัวนอกออกเพราะก่อนที่จะเจอเธอคนนั้นรถที่นั่งจะกลับบ้านดันเสียเลยให้คนขับไปเอารถมาใหม่เขาเลยเข้าไปรอในห้างฯ
ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อนหน้า…….
รถเบนซ์ราคาหลักสิบล้านเคลื่อนเข้ามาจอดเทียบหน้าห้างสรรพสินค้าเพื่อรอรับเจ้าของห้างแห่งนี้ แต่ยังไม่ทันที่เตชินทร์จะเดินมาถึงรถจากรถที่กำลังติดเครื่องอยู่ก็ดับลง ดวงตาสี
ดำขลับมองคนขับคนที่เปิดประตูลงมาดูก่อนจะหันมาแจ้งว่า
รถเสีย
“ไปเอารถคันใหม่มา แล้วให้คนมายกรถคันนี้ไปซ่อม” เตชินทร์ที่เหนื่อย ๆ จากการทำงานเลยเดินย้อนเข้าไปในห้างฯอีกครั้งเพราะอากาศข้างนอกมันช่างร้อนจนเกินบรรยาย
เมื่อเข้ามาในห้างสรรพสินค้าชุดสูทสีดำที่สวมใส่กลับถูกถอดออกเพราะเขารู้สึกอึดอัดและอยากจะเดินตัวเบา ๆ จึงเอาสูทกลับเข้าไปเก็บไว้ที่ห้องทำงานและเดินลงมาเพื่อหาอะไรทานระหว่างรอรถ สายตาดุมองบูธที่ทางห้างสรรพสินค้าได้จัดเตรียมสถานที่ให้กับพ่อค้าแม่ค้ามาวางขายของ
เตชินทร์เองก็ไม่เคยได้ลงมาตรวจดูความเรียบร้อยมากเพราะโดยส่วนใหญ่เขาจะออกทางประตูหลังของห้างฯ มากกว่า วันนี้ได้โอกาสดีเลยลงมาเดินเล่นแถว ๆ นี้ดูบ้างว่าระบบการจัดการดีไหม
ชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนกับส่วนสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรทำให้เขาดูเด่นที่สุดในบรรดาคนที่ยืนอยู่ใกล้เคียง รูปร่างหล่อ
คมเข้มตามแบบของชายไทยทำให้เตชินทร์กลายเป็นจุดสนใจสำหรับหญิงสาวหลาย ๆ คนรวมถึง
“สวัสดีค่ะ ขอรบกวนอะไรหน่อยได้ไหมคะ” ดวงตาสี
ดำขลับจ้องมองหญิงสาวแปลกหน้าที่เดินมาขวางทางของตนก่อนจะมองรอยยิ้มอ่อน ๆ ของเธอพร้อมกับมือบางที่กุมเข้าหากันแน่นข้างหน้า
เตชินทร์เพราะไม่รู้จักเขาถึงไม่ได้ตอบอะไรออกไป ได้แต่สังเกตใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวคนนี้ ความรู้สึกที่ได้เห็นแวบแรกเธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ เพราะไม่มีความรู้สึก
เขินอายที่ได้เผชิญหน้ากับเขา ยิ่งพอได้ยินสิ่งที่หญิงสาวของความช่วยเหลือยิ่งมั่นใจว่าไม่เหมือนใคร
“พอดี อยากจะขอให้คุณช่วยไปรับไก่ทอดให้ทีได้ไหมคะ ทางร้านเขาต้องการแค่คนใส่เสื้อสีขาว” คิ้วของเตชินทร์ขมวดเข้าหากันด้วยความตกใจเพราะเขากำลังงงว่าคนตรงหน้าต้องการให้เขาไปช่วยอะไรนะ
ช่วยต่อคิวรับไก่ทอดงั้นเหรอ…..
สายตาบวกกับสีหน้าที่มองเสื้อเชิ้ตของเขาสลับกับเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินครามของตนเอง ร้านอะไรทำไมต้องใส่เสื้อขาว เตชินทร์ได้แต่บ่นในใจแต่ใบหน้าของเขากลับพยักขึ้นลงส่งให้หญิงสาวตรงหน้าไปเสียดื้อ ๆ
รู้ตัวอีกทีเขาก็มายืนต่อแถวรวมกับคนหมู่มากจำนวนหลายสิบคนอยู่ที่หน้าร้านไก่ทอดเจ้าดังที่ดูท่าน่าจะมีชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จัก ไม่อย่างนั้นคนที่มาต่อแถวจะเยอะขนาดนี้เหรอ
แรงถอนหายใจพ่นออกมาขณะยืนรอรับไก่ทอด สายตาดุก็พลันหันไปเห็นรอยยิ้มฉีกกว้างของหญิงสาวที่ไหว้วานให้เขามาต่อแถวให้กำลังมองมาทางเขาอยู่
ดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์ที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน พอได้เห็นครั้งแรกก็เกือบทำให้ละสายตาออกไม่ได้ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงรู้สึกแปลก ๆ กับแววตาคู่นี้
ชายหนุ่มใช้เวลาไม่นานมากก็ถึงคิวของตัวเองเขาก็ได้รับชุดไก่ทอดมาสองชุดก่อนจะเดินตรงไปหาหญิงสาวที่ยืนรออยู่ใกล้ ๆ ไม่ไกลจากร้านไก่ทอดมาก ทันทีที่เขาเดินออกมาจากแถวพร้อมไก่ทอดในมือสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุขของอีกฝ่ายทำเอาเตชินทร์ชะงักค้างไปกลางอากาศ
“ขอบคุณมาก ๆ นะคะ” มือบางรับไก่ทอดจากมือเขาพร้อมโค้งหัวและเอ่ยขอบคุณด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
ชายหนุ่มที่รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติของหญิงสาวคนนี้มาก ๆ จนเผลอจ้องมองอีกคนนานจนหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาถึงได้ละสายตาออก
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ คุณเองก็มาสมัครงานเหมือนกันใช่ไหมคะ” คิ้วหนากระตุกรอบสองของเตชินทร์เพราะกำลังประมวลผลเกี่ยวกับประโยคเมื่อกี้ที่คนตรงหน้าบอกว่าเขาเองก็มาสมัครงานเหมือนกันใช่ไหม
“แต่งตัวมาสุภาพเหมือนกันเลย ไปกรอกใบสมัครหรือยังคะ” สายตาดุก้มมองเสื้อเชิ้ตสีขาวที่กำลังใส่อยู่และมองใบหน้าของหญิงสาวที่เอ่ยพูดเมื่อกี้
ชายหนุ่มเจ้าของห้างสรรพสินค้าไม่เข้าใจว่าตนแต่งตัวได้เหมือนคนมาสมัครงานขนาดนั้นเลยเหรอ แค่เขาไม่ใส่สูททำให้ออร่าความเป็นเจ้าของห้างฯ มันหายไปหมดเลยเหรอนี่ ได้แต่คิดและสงสัย หรือว่าตลอดชีวิตเขาไม่สามารถถอดสูทออกไปได้
“เย็นแล้วฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ ขอให้เราสองคนได้งานนะ”
“เดี๋ยวถ้าได้งานจะเลี้ยงข้าวนะคะ แค่ถ้าไม่ได้ก็…..ก็เลี้ยงค่ะแต่ไม่แพงมากนะ แหะ ๆ” รอยยิ้มกว้างส่งให้เตชินทร์พร้อมพูดแนวขำ ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้างสรรพสินค้าไปทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มที่ต้องมนตร์สะกดจากดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์คู่นั้น
“ติดอยู่แล้ว…..” เสียงพึมพำเอ่ยออกมาก่อนจะมอง
แผ่นหลังบางที่หายเข้าไปในฝูงชนก่อนที่คนขับรถของเขาจะเดินแทรกเข้ามาหาพร้อมบอกว่าเตรียมรถใหม่มาแล้วและส่งให้คนเอารถที่เสียไปเข้าศูนย์แล้ว
ทางด้านบ้านของเพลงขวัญหลังจากที่เธอได้ไปสมัครงานและไหว้วานให้คนไปต่อแถวรับไก่ทอดมาให้เธอก็นำมาให้พี่ชายและหลานทานอย่างเอร็ดอร่อย ถือว่ามื้อเย็นประหยัดไปได้
เยอะเลย
ในขณะที่เธอกำลังจะเอนตัวลงนอนดูการ์ตูนกับหลานหน้าทีวีเสียงโทรศัพท์ข้างกายก็ดังขึ้น มือบางหยิบขึ้นมาดูก่อนจะพบเบอร์แปลกแต่เธอก็กดรับพร้อมกับยิ้มกว้างเม้มริมฝีปากแน่น
“จริงเหรอคะ”
“ได้ค่ะ พรุ่งนี้ใช่ไหมคะ”
“เย่!!” เสียงกรีดร้องด้วยความดีใจของเพลงขวัญดังมากจนทำให้พี่ชายอย่างปกรณ์เดินออกมาดูจากห้องครัวเพราะกำลังเก็บจานชามล้านทำความสะอาดอยู่
พอเดินออกมาก็พบกับน้องสาวที่อุ้มลูกเขาพร้อมกระโดดไปมาในห้อง ไม่รู้ว่ามีเรื่องดีอะไรถึงได้ดีใจออกนอกหน้านอกตาขนาดนั้น ชายร่างสูงผอมเดินตรงเข้ามาใกล้ ๆ เพลงขวัญก็โดนน้องสาวลากเข้าไปกระโดดโลดเต้นตามแต่เพราะเขาเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเลยขอนั่งก่อน
“ดีใจอะไรเพลงขวัญ บอกพี่บ้างสิ” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองน้องสาวที่พอได้ยินเสียงของเขาก็หยุดกระโดดพร้อมลงมานั่งอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับอุ้มปกป้องไว้ตรงกลางตัว
“ฉันโดนเรียกไปสัมภาษณ์แล้วพี่กร!” เสียงตื่นเต้นเพราะเธอมีสิทธิ์ที่จะได้งานใหม่และเงินเดือนสูงกว่าเก่า ปกรณ์ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกว้างพอ ๆ กับน้องสาวก่อนสามคนจะกอดกันกลมอยู่ในบ้านพร้อมเปิดการ์ตูนดูด้วยรอยยิ้ม
“ติดต่อไปแล้วหรือยัง” เสียงเข้มเอ่ยถามกับเลขาฯ ของตัวเองเพราะเขาให้คุณดุจดาวเลขาฯ ส่วนตัวบอกทางห้างให้ติดต่อกลับไปที่เพลงขวัญ หญิงสาวที่เขาเจอเมื่อช่วงบ่ายของวัน
ตอนแรกไม่รู้ชื่อรู้นามของหญิงสาวหรอกแต่พอได้รับเอกสารการสมัครก็พบกับรูปภาพของเหล่าคนที่มาสมัคร รวมถึงหญิงสาวที่ไหว้วานให้เขาไปเอาได้ทอดมาให้ด้วย
“ติดต่อไปแล้วค่ะ” ดุจดาวเอ่ยบอกกับเจ้านายที่โทร.มาถามเรื่องของการติดต่อคนให้มาสัมภาษณ์งานในวันพรุ่งนี้
“ดีมาก แค่นี้แหละตามสบาย” ติ๊ด! มือหนากดวางสายก่อนจะยืนกอดอกพิงขอบประตูกระจกริมระเบียงห้องนอนของตัวเอง เตชินทร์ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะทำอะไรอยู่
รู้แค่ว่า……เขาอยากจะเจอเพลงขวัญอีกครั้งและอยาก
จะให้เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์มาอยู่ใกล้ ๆ ก็แค่นั้น
ใบหน้าหล่อมองวิวสนามหญ้าหลังบ้านของตัวเองพร้อมกับรอยยิ้มของเพลงขวัญที่แทรกขึ้นมาจนเขาต้องสะบัดออก
อยู่หลายรอบ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เกิดเรื่องแบบนี้กับเขา
ไม่เคยเก็บภาพใครมาคิดแบบนี้เลยสักครั้ง……
เธอคนแรกเลยนะ…..เพลงขวัญ