ตอนที่ 6 ข่าวดี

1499 Words
ยามเช้าของวันที่ดูจะสดใสเป็นพิเศษเนื่องจากว่าวันนี้เพลงขวัญได้ถูกเรียกตัวไปสัมภาษณ์งานที่ห้างสรรพสินค้าที่ เธอนั้นได้ไปสมัครเมื่อวานเอาไว้ น่าแปลกใจที่เธอได้ถูกเรียกตัวไปสัมภาษณ์เลยในวันนี้ ฟูกหนานุ่มดูดรั้งวิญญาณของหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้ลุกออกจากที่นอน เพลงขวัญที่ตื่นเต้นและดีใจมาก ๆ ที่จะได้ไปสัมภาษณ์งานใหม่ แถมงานที่เธอได้ไปสมัครเอาไว้เงินเดือนยังสูงอีกด้วย จากพนักงานห้างสรรพสินค้าปกติจะเลื่อนมาเป็นถึงผู้จัดการเลยเหรอ ร่างเพรียวเด้งลุกขึ้นนั่งบนฟูกของตนเองพร้อมกับใบหน้าที่แสดงออกถึงความสุขเมื่อเธอนั้นกำลังวาดฝันเกี่ยวกับเงินมากมายที่จะได้รับหลังจากได้งานนี้ ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้เพลงขวัญที่กำลังวาดฝันอยู่หันมอง เธอยกยิ้มเล็กน้อยเพราะรู้ว่าใครเป็นคนเคาะประตู ของเธอ อยู่กันแค่สามคนคงไม่ใช่ไอ้เจ้าตัวแสบน้อยแน่ ๆ คงเป็นพี่ชายสุดที่รักที่มาเรียก เพราะปกรณ์เองก็รู้ว่าเธอนั้นได้ถูกเรียกตัวไปสัมภาษณ์งาน ร่างเพรียวลุกขึ้นจากที่นอนก่อนจะเดินไปเปิดประตูเพราะจะอรุณสวัสดิ์พี่ชายสักหน่อย แต่พอเปิดประตูออกมาแล้วกลับพบเพียงความว่างเปล่า ไหนพี่ชายเธอล่ะ ดวงตาสีน้ำตาล อัลมอนด์กวาดมองไปรอบนอกเพราะคิดว่าพี่ชายเธอไม่เดินเร็วขนาดนั้นหรอก “แอ้!” มือน้อย ๆ ที่ตีน่องของเธอพร้อมกับเสียงร้องแอ้ ๆ ทำให้เพลงขวัญก้มลงไปมองที่พื้นก็ต้องเอามือมาบังใบหน้ากลั้นขำเพราะเธอคิดว่าพี่ชายเป็นคนเคาะประตู ที่แท้ก็ไอ้เจ้าตัวแสบนี่เองที่มาปลุกเธอไปอาบน้ำ “ดูถูกความสามารถเจ้าตัวเล็กน้อยไปซะแล้วเรา” ได้แต่บ่นกับตัวเองเพราะคิดเอาไว้อย่างดิบดีว่าไม่มีใครมาเคาะห้องเธอได้นอกเสียจากเธอกับพี่ชายเท่านั้น ใครจะคิดว่าเจ้าของดวงตาสีมะละกอสุกจะเก่งกล้าสามารถขนาดนี้ “ยืนทำอะไรน่ะเพลงขวัญ ไปอาบน้ำแล้วมากินข้าวต้องไปสัมภาษณ์งานแต่เช้าไม่ใช่เหรอ” ชายร่างสูงผอมเดินออกมาจากห้องครัวหวังจะมาปลุกน้องสาวที่ไม่เห็นออกจากห้องไปอาบน้ำสักที พอเดินมาเห็นน้องสาวยืนเท้าเอวเอามือปิดหน้าก็ต้องเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ค่ะ เดี๋ยวไปอาบแล้ว” สุดท้ายหญิงสาวก็ต้องหยุดขำและเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำก่อนจะมาทานอาหารกับครอบครัวพร้อมเดินทางมาห้างสรรพสินค้าที่เธอมาสมัครงานเมื่อวาน หญิงสาวรูปร่างเพรียวในชุดเดรสสีครีมอ่อนแขนยาวพร้อมกับกระโปรงที่ยาวเลยหัวเข่าขึ้นมาเล็กน้อย ใบหน้าสวยหวานแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางน้อยชิ้นเพราะไม่ต้องการที่จะแต่งให้ดูเยอะเกินงาม ขาเรียวยาวเดินก้าวเข้ามาในห้างที่ยังไม่มีพ่อค้าแม่ค้าร้านไหนเปิดหรือเข้ามาจัดร้านเพราะมันเช้ามาก ๆ บันไดเลื่อนก็ยังไม่ถูกเปิดใช้งานเธอจึงต้องเลี่ยงเดินหาลิฟต์เพราะเมื่อวานหลังจากได้รับโทรศัพท์ทางคนที่ติดต่อกลับมาได้แจ้งเอาไว้ว่าให้ขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นบริหาร ดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์กวาดสายตามองหาลิฟต์ที่ถูกพูดถึงก่อนที่เธอจะพลันไปเห็นประตูลิฟต์ที่อยู่ไม่ห่างไกลจากตัวเธอออกไปมากก่อนจะเร่งก้าวเข้าไปเพื่อขึ้นลิฟต์ “โอะ!” เพลงขวัญร้องเพลงหลงเมื่อเธอเห็นคนที่เดินตามเข้ามาในลิฟต์คือชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนที่เธอไหว้วานให้เขาไปเอาไก่ทอดมาให้เมื่อวานนี้ รอยยิ้มกว้างถูกส่งให้คนข้าง ๆ ทันทีเพราะหญิงสาวจำได้ไม่มีวันลืม “เจอกันอีกแล้ว” น้ำเสียงสดใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันมามองชายหนุ่มข้าง ๆ แต่เธอก็ต้องขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะวันนี้ คนข้าง ๆ ของเธอเต็มชุดมาเต็มยศ สูทเสิดเอามาหมด ตกลงมาสมัครงานตำแหน่งผู้จัดการหรือผู้บริหารห้างฯ เนี่ย... เต็มเวอร์เลย ดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์ลอบมองชายหนุ่มด้วยความพินิจพิจารณาเพราะเธอเองก็สงสัยว่าแต่งตัวมาถูกระเบียบ หรือเปล่า สายตาก้มมองเสื้อผ้าของตนก่อนจะมองสลับกับคน ใส่สูท “มาแต่เช้าเลยนะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเธอที่ได้แต่ พยักหน้าเพราะเธอโดนนัดให้มาเวลานี้ก็ต้องมาเวลานี้สิ สายตาของเธอไม่สามารถละออกจากการแต่งตัวของอีกฝ่ายได้เลยเพราะมันดู....... ไม่เหมือนมาสมัครงานที่เดียวกันกับเธอเลย เพลงขวัญที่คิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรแต่พอคิดไปคิดมาเธอก็เพิ่งนึกได้ว่าเมื่อวานนี้ให้คำมั่นสัญญากับอีกคนไว้ว่าถ้าได้งานจะเลี้ยงข้าวตอบแทน เพราะอีกฝ่ายได้ไปต่อแถวเอาไก่ทอดมาให้เธอ หญิงสาวหันหน้าหาคนข้าง ๆ พร้อมรอยยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความสุขแต่ก็มีความขี้เล่นของตัวเองใส่เข้าไปด้วย เพราะคิดว่ายังไงถ้าได้งานก็คงได้ร่วมงานกับคนคนนี้แน่นอน ผูกมิตรไว้เป็นสิ่งสำคัญ “เออ จริงสิคุณที่ฉันบอกจะเลี้ยงข้าวถ้าได้งาน พูดจริงนะ” เพลงขวัญที่เงยหน้าขึ้นมาพูดกับชายหนุ่มตรงหน้าก่อนที่เธอจะมองใบหน้าหล่อเข้มที่ก็ตั้งใจฟังสิ่งที่เธอพูดอยู่ เจ้าของดวงตาสีดำขลับที่เธอเองก็อดที่จะหยุดจ้องมองเข้าไปใจดวงตานั้นไม่ได้ มันมีบางอย่างดึงดูดให้ต้องมอง “แต่ถ้าเที่ยงห้านาทีแล้วไม่เจอฉันละก็.....ตัวใครตัวมัน อะเค้” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจในสิ่งที่หญิงสาวพูดก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเข้ม ๆ “ทำไม” หญิงสาวฉีกยิ้มหวานส่งให้เตชินทร์ก่อนจะเอ่ยออกมากด้วยใบหน้าทะเล้นที่ีพอมองโดยรวมแล้วสร้างความสวยให้กับหญิงสาวมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว “ถ้าไม่เจอก็แสดงว่าไม่ได้งานไงเล่า....ถามได้” ใบหน้าทะเล้นพร้อมคำพูดตลก ๆ ของหญิงสาวทำเอาคนที่ยิ้มยากอย่างเตชินทร์ถึงกับแอบหลุดขำพร้อมกับจ้องมองเพลงขวัญที่เธอเหมือนไม่ได้รู้สึกเศร้าเสียใจหากไม่ได้งานเลย เป็นผู้หญิงที่แปลกเสียจริง ๆ ไม่เคยเจอคนแบบนี้มาก่อนเลย หัวที่ส่ายไปมาของชายหนุ่มสร้างความสงสัยให้กับเพื่อนร่วมทางอย่างเพลงขวัญก่อนหญิงสาวจะจ้องมองพร้อมหรี่ตา “แต่งตัวมาเต็มขนาดนี้ อย่ามาแย่งหน้าที่การงานกันนะ” เพลงขวัญเอ่ยพูดแนวขำ ๆ ไม่คดอะไรมากเพราะเธอก็แค่อยากจะชวนคนพูดน้อยคนนี้คุยสักหน่อยเพราะเธอเองก็มีความกังวลเกี่ยวกับการสัมภาษณ์ครั้งนี้เหมือนกัน อยากจะหาเพื่อนคุยก่อนระบายความตึงเครียดในหัว “ไม่ยอมนะจะบอกไว้ก่อนเลย” คนที่ยืนกอดอกเอ่ยพูดพร้อมกับจ้องมองเตชินทร์ที่เป็นถึงเจ้าของห้างที่หญิงสาวตรงหน้ามาสมัคร ดวงตาสีดำขลับมองเพลงขวัญด้วยความเอ็นดูและชอบใจเพราะนาน ๆ ทีจะมีคนที่ทำให้ร่างสมส่วนยิ้มออก มาได้ ติ๊ง! ประตูลิฟต์เปิดออกก่อนที่เตชินทร์จะขอตัวเดินออกไปก่อน ดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์ก็งงว่าน่าจะมาสมัครงานด้วยกันทำไมชายหนุ่มถึงเดินออกจากลิฟต์ในชั้นนี้ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ใช่ชั้นของการสัมภาษณ์งาน ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ก่อนจะเห็นเพียงแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เดินออกจากลิฟต์ไป ประตูค่อย ๆ ปิดลงทิ้งไว้เพียงหญิงสาวที่ยืนเหงาอยู่ในลิฟต์คนเดียวเพราะไม่มีเพื่อนคุยแล้ว ลับหลังของเพลงขวัญชายหนุ่มที่ได้เดินออกจากลิฟต์เมื่อสักครู่กำลังวิ่งหน้าตั้งขึ้นบันไดหนีไฟเพื่อให้ไปถึงห้องสัมภาษณ์งานก่อนหญิงสาวเพราะเขาต้องการเป็นคนสัมภาษณ์เพลงขวัญเอง ขาแกร่งยาวเหยียบทีละสองขั้นบันไดเพราะอีกสามชั้นถึงจะเป็นชั้นบริหาร ชายสมส่วนใส่สูทวิ่งขึ้นบันไดหน้าตั้ง ถ้ามองเพียงเผิน ๆ คิดว่าเป็นเซลล์ขายของที่ต้องการทำยอดแต่มองดี ๆ แล้ว นี่มันผู้บริหารห้างฯ นี่หว่า..... หมดสภาพเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD