บทที่1 พิษร้าย

2393 Words
♤♡ ♧🅢︎🅞︎🅑︎🅐︎🅓︎♧♡♤ บทที่1 พิษร้าย 29/10/65 บ้านพักตากอากาศจังหวัดพังงา หญิงสาวร่างเล็กในชุดเดรสสีดำนอนหมดแรงอยู่บนเตียงกว้างขนาดคิงไซส์ ซ่าส์!! " อึ่ก!! อ๊าย! " เธอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเมื่อมีน้ำเย็น ๆ สาดกระทบลงบนผิวหน้าสวย " ลุกขึ้นมาได้แล้ว " น้ำเสียงเรียบนิ่งดูไร้จิตวิญาณเอ่ยออกมาจากปากชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านายของเธอ " คะ... คุณคีย์...ระ..เราอยู่ที่ไหนกันหรอคะ ? " เธอถามเขาออกไปด้วยแววตาใสซื่อ ... แต่เขากับตอบเธอด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก " ที่ไหนก็ได้..ที่ไม่มีใครตามหาเธอเจอ " ยิ่งฟังยิ่งไม่เข้าใจ ... เธอพยายามดีดตัวลุกขึ้นจากเตียง แต่จำต้องตกใจอีกครั้งเมื่อข้อเท้าของเธอถูก พันธนาการไปด้วยโซ่ตรวนล็อคขาของเธอไว้ทั้งสองข้างจนเธอขยับออกไปไหนไม่ได้ กึก!! กึ่ด " นะ !! นี่มันอะไรกันคะ ?? " " โซ่นี่มัน...อะไร คุณทำฉันหรอ ? " เธอพยายามนั่งนึกรันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เธอหลับไปหลังจากทานขนมที่เจ้านายยื่นให้จากนั้นเธอก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว..เธอตื่นขึ้นมาเพราะถูกน้ำสาดเข้าที่ใบหน้า " ใช่ ! ฝีมือฉันเองแหละ " " คุณ..ทำแบบนี้กับฉันทำไมคะ " ดวงหน้าหวานจ้องไปนัยต์ตาประดุจเหยี่ยวของ อัคคีเขาจ้องเธอเหมือนกับโกรธแค้นเรื่องอะไรสักอย่าง ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ " นาย วิรุธ สุปัญชาตรี... " " คือพ่อของเธอสินะ ? " เขาถามถึงพ่อฉันทำไมกัน... " ...ชะ ใช่ค่ะทำไมคุณ ถึง... ? " เธอไม่รู้ว่าอัคคีรู้ชื่อพ่อของเธอได้ยังไงก็ในเมื่อไม่ได้เขียนชื่อพ่อของเธอลงไปในใบสมัครงานด้วยซ้ำ " ไอ้ ฆาตกร! " ฟรึ่บ!! สิ้นสุดเสียง เคร่งขรึมกระดาษA4จำนวนมากฟาดเข้าที่ใบหน้าสวยจนปลายกระดาษคมขีดหน้าเธอจนเป็นริ้ว " อ๊ะ! .... นี่! คุณ!! " หญิงสาวไม่พอใจหันหน้ามองเจ้านาย ตาเขม่นเป็นผู้ชายภาษาอะไรทำไมถึงทำนิสัยหยาบกรานแบบนี้ " แหกตาดูสะ ! ว่าทำไมฉันถึงโกรธ " " ..พ่อของเธอมันชั่ว! " " .... " สาวเจ้าใจวูบหวิวมือไม้สั่นไปหมด ... เมื่อได้เห็นข้อความมากมายในกระดาษ มันเป็นใบเสร็จรับเงินจำนวนนึงที่มีลายมือพ่อของเธอเป็นคนเซ็นรับ " มะ...หมายความว่ายังไง " " ก็หมายความว่าพ่อของเธอเป็น คนยักยอกเงินบริษัทไงล่ะ! " " อีกทั้งยัง ทรยศต่อผู้มีพระคุณอีกเห็นคนอื่นตายต่อหน้าต่อตาแต่ตัวเองกับเอาตัวรอด " ปรึ่ก!! " ฮึกก !! " " เลวสิ้นดี !!! " แววตาของอัคคีเปลี่ยนไปแบบอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเขาดูแข็งกร้าวไร้ความรู้สึก... ผิดกับเธอตอนนี้ เธอรู้สึกสับสนมาก ทุก ๆ อย่างมันมั่วไปหมด ... เธอจับใจความตั้งแต่ต้นไม่ได้ ทำไมพ่อถึงมีเงินมากมายขนาดนี้ทั้งที่เธอกับแม่ไม่เคยได้ใช้เงินจำนวนนี้เลยสักบาท พ่อส่งให้ก็แค่เพียงเศษเสี้ยวของเงินเดือนเท่านั้น " เดี๋ยวนะคุณ ... คือฉันงงไปหมดแล้ว " " เงิน20ล้าน... มันไม่ใช่อ่ะฉันว่าคุณเข้าใจผิดแน่ ๆ ! " " ปล่อยฉันแล้วเรามาคุยกันดี ๆ เถอะนะคะ " หญิงสาวกำลังพูดปลอบประโลมคนที่กำลังเดือดเป็นไฟให้ทุเลาลงบ้างแต่มันก็ไม่เป็นผลเพราะมันยิ่งทำให้คีย์โกรธมากกว่าเดิมที่เห็นลูกสาวของฆาตกรทำเป็นทองไม่รู้ร้อน หมับ!!! มืออุ่นร้อนจับไปที่แขนเรียวเล็ก บีบเคล้นมันด้วยความโกรธจนแขนขาวขึ้นเป็นรอยนิ้ว " เข้าใจผิดยังไง..หลักฐานก็เห็นอยู่ตำตาอย่ามาทำเป็นไขสือทำเป็นไม่รู้ไปหน่อยเลย! " " ปล่อยนะฉันเจ็บ!! " แรงชายมีมากกว่าผู้หญิงตัวบอบบางอยู่แล้ว... ตอนนี้อัคคีไม่ได้สนใจว่าคนตรงหน้าจะเจ็บซ้ำมากแค่ไหน รู้แค่ว่าเธอคือลูกสาวของฆาตกร " ... เอาเงินไปไม่ว่ายังทิ้งพวกท่านให้ตายตรงนั้นอย่างโดดเดี่ยว ! " กึ่ด! เน้นคำพูดมากเท่าไหร่แรงบีบก็ยิ่งหนักขึ้น ... " คนเลว ๆ แบบพ่อเธอรีบชิงตายก่อนไปทำไม! " " หยุดพูดสักที!!! " " เธอนั่นแหละหุบปาก! " ชายหนุ่มตะโกนใส่หน้าเธออย่างเกรี้ยวกราด ... ทำให้สายน้ำต้องรีบกลืนคำพูดที่จะอธิบายกลับลงคอไปเหมือนเดิม... ถึงพูดอะไรตอนนี้ชายตรงหน้าก็ไม่ได้ลดโทสะ ลงได้หรอก... สถานะการตอนนี้เธอเหมือนเธอกำลังเจอทางตัน " ฮึก... คะ! คุณไม่ฟังฉันอธิบายเลยแม้แต่นิด ! " " อีกอย่างพ่อฉันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูด " " ฮึก... ถ้าคุณลองคิดพิจารณาดูสักนิดก็คงจะดี..ไม่ใช่คุณไปรู้อะไรมาแค่เพียงเศษเสี้ยวคุณก็มากปรักปรำพ่อฉัน อย่างกับเขาไปฆ่าใครตายแบบนี้ได้ยังไง!! " " ก็พ่อแม่ฉันไงที่ตาย " " อึ่ก! " " ฉันอุส่าพาเธอไปที่หลุมฟังศพพวกท่าน ...ไม่รู้สึกตะหงิดใจบ้างเลยหรือไง " " คุณ เชาว์... กับคุณพิ้งค์ " หญิงสาวดูจะอึ้งไปเล็กน้อย .. นี่นะหรอลูกของคุณเชาว์วลิต กับคุณหญิงพิ้งค์พราว เจ้านายเก่าของพ่อเธอ " พ่อเธอมันชั่วขนาดไหน เหอะ! คงวางแผนไว้จะฆ่าพ่อแม่ฉันและหอบเงินหนีไปตั้งแต่แรกแล้วสินะ ! " " แต่มันเสือกโง่ที่พลาด! มันก็เลยตาย... " อัคคีพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่แสนเจ็บปวด " ฮึกก ~" " แค่ความตายมันยังไม่พอหรอก ... มันยังไม่ได้รับความเจ็บปวดเหมือนฉันเลยด้วยซ้ำ! " " แต่เธอเป็นลูกของมันหนิ ....อยากจะ รู้จริง ๆ ถ้าลูกสาวโดนทำลายโดนกระทำย่ำยี มันจะรู้สึกเจ็บปวดหรือเปล่า " " มะ... หมายความว่ายังไง " หญิงสาวถอยหลังกรูหลังชิดติดกับขอบเตียง..เมื่อชายหนุ่มพยายาม คืบคลานเข้ามาใกล้สายตาของอัคคีนั้นน่ากลัวเหลือเกิน " ถะ! ถอยออกไปนะ คุณจะทำอะไร ฮรึกก~~" แววตาสั่นหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดอัคคีเปรียบหญิงสาวเป็นเสมือนหนูตัวน้อยที่พยายามหาทางหนีเพื่อเอาตัวรอดแต่ก็หนีไม่พ้น... เธอวิ่งเข้ามาติดกับเองนี่..ช่วยไม่ได้ " ถ้ามันรู้ว่าลูกของมันโดนฉันทำลาย มันคงจะดิ้นตายในนรกอีกรอบแน่เลย ฮ่า ๆ " เสียงหัวเราะของลายหนุ่มเปล่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง " มันจะต้อง เจ็บปวด เสียใจและทรมาน!! ที่ช่วยคนที่มันรักไม่ได้ ! " " ผลกรรมที่มันทำฉันจะให้เธอชดใช้แทน!! " หมับ!!! " อร้าย!! คุณคีย์ปล่อยนะ! " วืดด~~ คอนโด 15/09/65 06:53 " เฮือก! " หญิงสาวหน้าหมวยทรงผมหมวดดังโงะ ดีดตัวลุกขึ้นมาจากเตียงด้วยความตกใจมือเล็กจับคลำไปที่หน้าอกเพื่อวัดระดับการเต้นของหัวใจเธอในตอนนี้ที่มันเต้นผิดปกติ .. ฝันร้ายอีกแล้ว... " เป็นไรละเมออ่อ? " โฟน เพื่อนสาวหน้าสวยหุ่นเซี๊ยะกำลังก้มผูกเชือกรองเท้าผ้าใบอยู่เมื่อได้ยินคนที่นอนอยู่บนเตียงสะดุ้งตกใจเธอจึงเงยหน้าขึ้นมาถามด้วยความเป็นห่วง " อือ... ฝันอีกแล้วว่ะ " สายน้ำพยักหน้าหงึก ๆ ไม่ใช่แค่คืนแรกที่ฝันว่ามีคนจับตัวเธอไปทรมาน แต่นี่มันเป็นคืนที่4แล้วที่ฝันลักษณะแบบนี้ " ตรวจเลขด่วนจ้า..วันนี้วันที่15ล่ะ " ดูความกวนของยัยนี่สิ " นี่!! ..ไม่เล่นนะเว้ย " สายน้ำหย่นจมูกก่อนจะเอนตัวลงนอนไปที่เตียงเหมือนเดิม " โอ้เอ๋นะเบบี๋... มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ " " อย่าคิดมาก ที่รักรีบลุกจากที่นอนไปอาบน้ำแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานได้แล้วค่ะยัยน้ำ ! " โฟนยืดตัวขึ้นจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ก่อนจะฉีด สเปรย์น้ำหอมเข้าตัวเองจนกลิ่นมันฟุ้งไปทั่วห้อง ฟรึ่บ! " อื้อ!! ฉุนจะบ้า! ...ฉีดขนาดนี้แกอาบเถอะโฟ๊น!!! " เจ้าเพื่อนตัวแสบหันมาหัวเราะชอบใจก่อนจะเดินบิดสะโพกออกไปโดยไม่เกรงใจเธอที่กำลังเอามือบีบจมูกน้ำหอมที่โฟนฉีดนั้นมันฉุนเหลือเกินจนขึ้นตาเลยล่ะ... " ยัยเพื่อนคนนี้ " สายน้ำลุกขึ้นมาจากที่นอน และค่อยบรรจงมือแกะยางมัดผมออกก่อนจะสางผมตัวเองเบา ๆ สายตาเหลือบมองไปเห็น นาฬิกาตรงหัวเตียงที่ชี้ไปยังเลข 7 เธอกรอกตาขึ้นมองเพดานก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วดีดตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงให้ได้.. วันนี้เป็นวัน สัมภาษณ์งานวันแรกด้วยเธอไม่อยากพลาดงานนี้ไป " ขอให้ผ่านด้วยเถอะ ! " เธอเป็นนักศึกษาจบใหม่ไปสมัครงานทิ้งไว้มาหลายบริษัทแล้วแต่ก็ยังไม่มีบริษัทไหนเรียกเธอไปสัมภาษณ์งานสักที่... จะมีก็แต่บริษัทนี้ที่ติดต่อกลับมาหาเธอเพื่อแจ้งวันและเวลาให้ไปสัมภาษณ์งาน และยังบอกทิ้งท้ายอีกว่าเจ้าของบริษัทจะเป็นคนสัมภาษณ์เธอตัวต่อตัว ..งานนี้เธอจะรอดหรือร่วงก็ไม่รู้ล่ะ.. แต่ในใจก็ ภาวนาให้ได้งานสักทีเธอจะได้มีเงินส่งให้แม่เพื่อแบ่งเบาภาระบ้าง " ค่ะแม่หนูรู้แล้ว ~ " " แม่ก็ต้องดูแลตัวเองด้วยนะคะ " หญิงสาวเอาโทรศัทพ์เครื่องสวยแนบหูแล้วก็พูดไปด้วย มือสวยก็ยังคอยจัดแต่งทรงผมให้มันเข้าที่เข้าทางไปด้วย [ " ถ้างานเป็นยังไงโทรบอกแม่ด้วยนะน้ำ " ] ผู้เป็นแม่เอ่ยบอกลูกด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นห่วงนัก " ค่ะ... น้ำจะโทรบอกแม่นะว่าได้หรือไม่ได้ " " อวยพรน้ำหน่อยสิแม่ " ลิปสติกแท่งสีนู้ดสวยถูกหมุนออกมาอย่างพอดีก่อนจะจรดทาไปทั่วริมฝีปาก [ " ขอบคุณนะลูก ... ที่ทำเพื่อแม่ขนาดนี้ " ] [ " สายน้ำของแม่เก่งที่สุดเลย " ] " ... " ไม่ใช่คำอวยพรแต่อย่างใด ....มันเป็นคำขอบคุณสะมากกว่า " อะไรคะเนี่ยคุณประภาจะดึงดราม่าทำไมกัน " " หนุบอกให้แม่อวยพรไม่ใช่มาขอบคุณหนูนะ " [ " ตั้งแต่พ่อเสียแม่ก็งานส่งน้ำเรียนได้ไม่กี่ปี น้ำก็มารับช่วงส่งตัวเองเรียน .. ทำงานงาน Part Timeหาเงินเลี้ยงแม่ ... จะไม่ให้แม่บอกว่น้ำเก่งได้ยังไง " ] ใช่ว่าเธอจะชอบทำ... เธอเองก็อยากมีชีวิตเที่ยวเล่นเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ แต่มันทำไมได้ " ไม่เอาสิแม่อย่าพาหนูร้องน้ำพึ่งทามาสคาร่าไปเดี๋ยวมันเยิ้มเป็นหมีแพนด้านะ " สายน้ำพยายามเปลี่ยนเรื่องก่อนแม่จะตัดพ้อไปมากกว่า ... เธอเริ่มทำงานหาเงินเองตั้งแต่อายุ15เพื่อแบ่งเบาภาระของแม่ รับจ้างล้างจานตามร้านข้าวต้มร้านหมูกระทะ ได้นิดหน่อยแต่ก็พอเก็บหอมรอบริบให้ตัวเองได้เรียนหาลัยจนจบ และตอนนี้เธอกำลังจะมีงานทำ ... [ " ต้องใจทำงานนะลูกแม่เป็นกำลังใจให้ในทุก ๆ เรื่องเลยนะ " ] " หึ...ค่ะแม่ นี่แหละคำที่หนูอยากได้ยิน " หลังจากว่าสายไปเธอเองก็นั่งคิดอยู่ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งสักพักในชีวิตของเธอก็มีแค่แม่แล้วจริง ๆ ตอนนี้ ส่วนพ่อนั้นไปในที่ไกลแสนไกลโดยไม่มีวันกลับมาแล้วล่ะ ... สนามบินสุวรรณภูมิ " เฮ้!! คีย์ทางนี้ " เสียงของปาร์กลูกพี่ลูกน้องดังก้องไปทั่วสนามบิน ...อัคคีได้ยินแบบนั้นตกใจรีบหันมาทำสัญญาณจุปากให้พี่ชายเงียบ " ชู่ว~ " ชายหนุ่มรูปร่างดีมาในเสื้อยืดสีเทากางเกงสแล็คสีกรมรองเท้าผ้าใบรุ่นBEVERLY HILLS ถึงจะดูเรียบง่ายแต่รวบรวมการแต่งกายบนตัวอัคคีแล้วก็ไม่ต่ำกว่าแสนกว่า หมับ! " อ๊ะ!!! ฮึ่มม !" ปาร์กไม่สนใจอะไรพอเห็นน้องชายสุดที่รักก็ดิ่งตรงเข้าไปล็อคคอ " อู้ว~ กลับมาครั้งนี้หล่อเหลาเอาเรื่องเลยนะเนี่ย " " เวอร์เหอะ ... " " ไหนล่ะสาว อิตาลีหอบมาซัก 2-3 คนไหม " ปาร์คยักคิ้วหรี่ตาถามน้องชายไปแบบนั้น ... อัคคีก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาเป็นนัยต์ ๆ ว่าไม่มีสาวคนไหนติดมาด้วยทั้งนั้น " เดี๋ยวผมจะบอกมินนี่ " ชายหน่มยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะใช้ไหล่ชนไปที่หลังพี่ชายและชิ่งเดินไปที่รถ " เห้ย ๆ !! ละ..ล้อเล่นนะเว้ย! " บทสนาบนรถ สายตาของอัคคีมองผ่านเลนส์แว่น..มองออกไปดูภายนอกรถบนถนนมีจำนวนรถมากมายขับสวนกันไปมา.. อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนต้องพากันออกมาทำงานในเวลาแบบนี้ " แปลกตาไหม ? " ปาร์คที่สังเกตมองน้องชายจึงถามออกมาด้วยรอยยิ้ม " อือ ... เปลี่ยนไปเยอะ " อัคคีตอบออกมาด้วยเสียงเรียบนิ่ง เขายังไม่ค่อยชินกับอะไรแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ อาหาร หรือการใช้ชีวิต ..มันยังไม่ชิน " กับมาอยู่ที่นี่แล้วนายต้องรับช่วงต่อคุณอาเชาว์สักทีนะ " " จริง ๆ แล้วพี่ทำต่อไปเลยไม่ได้หรอ.. ให้ผมอยู่ที่นั่นมันก็ดีอยู่แล้ว " " คีย์ นี่มันธุรกิจองพ่อนายนะ " " อีกอย่างอายุนายก็พอเหมาะพอควรที่จะบริหารธุริกิจได้แล้ว ..แล้วมันเรื่องอะไรที่พี่ต้องดูแลต่อล่ะในเมื่อบริษัทเขามีเจ้าของอยู่แล้ว " ยอมรับเลยว่าคำพูดของปาร์คทำให้คีย์คิดตาม แต่ก็อย่างว่า...เขายังไม่ชิน10กว่าปีที่ผ่านไป ตนยังรับกับสถานะการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้อัคคีเสียทั้งพ่อทั้งแม่ที่เป็นร่มโพธิ์ให้แก่ลูกไปตั้งแต่อายุ15 ทำให้เขาต้องเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่..แต่ยังดีที่มีน้าสาวคอยดูแลส่งเสียค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียนต่อต่างประเทศทั้งหมด จวบจนถึงตอนนี้ที่เขาย่างเข้าอายุ29ปี ได้กลับมาเหยียบที่ผืนดินไทยนี้อีกครั้ง ในฐานะผู้บริหาร AKปริยวัฒน์กรุ๊ป ♤ ♡ ♧🅢︎🅞︎🅑︎🅐︎🅓︎♧♡♤
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD