หลังจากน้ำรินกลับมากจากมหาลัย ก่อนที่เธอจะไปที่นัดหมาย เธอกลับมาในห้องของตัวเองก่อน และเปลี่ยนชุดนักศึกษาใหม่ทั้งหมด
“ดีนะที่ยังเก็บชุดสุดเชยนี้ไว้” น้ำรินค้นดูชุดนักศึกษาสุดเชยที่เคยใส่ตอนปี 1 ขึ้นมา ก่อนจะสวมมันแทน ลบเครื่องสำอางออกแต่งหน้าอ่อน ๆ ให้ดูใสซื่อบริสุทธิ์ พร้อมเป็นลูกแมวในกำมือใครสักคน ก่อนจะทำตัวให้นิ่ง แล้วขึ้นลิฟท์ไปชั้น 906 ตามเวลานัดหมาย
(19.00 น.)
น้ำรินยืนอยู่หน้าประตูหมายเลข 906 ในชุดนักศึกษาสุดเชย เสื้อตัวใหญ่แบบปล่อยชาย กระโปรงพลีตยาวเกินเข่า แว่นตาหนาเตอะ กับผมหางม้าที่มัดหลวม ๆ เหมือนเด็กปี 1 ทั้งที่อยู่ปี 4
ชุดดูไม่ใช่เธออาจจะใช่ แต่นี่แหละที่ทำให้เธอตื่นเต้น
น้ำรินกดกระดิ่งไปหนึ่งครั้ง...ไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกโดยชายผู้หนึ่ง ใบหน้าหล่อสะอาด ใส่สูทเนี้ยบก่อนจะผายมือเชื้อเชิญให้เธอเดินเข้าไป
ทันทีที่ประตูปิดลง น้ำรินก็เดินตรงดิ่งไปยังโซฟากลางห้องอย่างไม่ลังเล เพราะความคุ้นชิน แปลนห้องนี้...ดันเหมือนห้องเธอเป๊ะ!!!
“คุณนั่งผิดตำแหน่งนะครับ” เสียงของชายคนดังกล่าวพูดขึ้นทำให้เธอสะดุ้ง
“คะ?”
“คุณยังไม่มีสิทธิ์นั่งตรงนั้นครับ รบกวนเดินมานั่งที่โต๊ะกินข้าวด้านนี้แทนครับ” ชายคนนั้นโค้งตัวให้แล้วผายมือให้เธอไปยังโต๊ะไม้มุมในห้องครัวแทน น้ำรินถึงกับหน้าซีดเผือก นี่เป็นครั้งแรกที่ดูเหมือนเธอจะโดนดูถูกขนาดนี้ แต่ภายในใจกลับเต้นตึกตักจนแทบระเบิด ชอบ...ชอบเว้ย... และเธอก็คิดในใจ
ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ลูกค้าแน่ ๆ น่าจะเป็นผู้ติดตามคน ๆ นั้นมากกว่า แต่...ผู้ติดตามงานดีจนเธออยากลิ้มลองขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่า คนเป็นเจ้านายจะขนาดไหนกัน ดูท่าคนที่จะมาปกครองเธอคงไม่ใช่คนะธรรมดาจริง ๆ แล้วล่ะ
“คุณคือ R.12 ใช่ไหมครับ”
“R.12?” น้ำรินเลิกคิ้ว
“ผู้หญิงที่ R. ส่งมาคนที่ 12 ครับ”
โอ้แม่เจ้า!!! คนที่ 12 นี่เขามั่วคนไปแล้ว 12 คนเหรอเนี่ย จะบ้า
น้ำรินถึงกับตาโต กะพริบตาถี่ ๆ กับสิ่งที่ได้ยิน แต่เธอก็รู้สึกเพียงครู่ และจัดการความรู้สึกให้กลับมานิ่งดังเดิม
“ค่ะ...มากจาก R. ค่ะ” น้ำรินตอบเรียบ ๆ พยายามปั้นเสียงให้ดูใสซื่อดวงตาไม่มีพิษมีภัย
เขามองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตเครื่องเล็กขึ้นมาตรวจข้อมูล
“ขอเช็กก่อนนะครับ...ไม่ใส่น้ำหอม ไม่ใส่เครื่องประดับ ไม่พกโทรศัพท์ มาในชุดที่ระบุไว้” เขาขยับแว่น ขณะไล่อ่านบรีฟ ก่อนจะมองน้ำรินอีกครั้ง แต่...
“ขอโทษที่ต้องพูดตรง ๆ คุณน้ำรินดูไม่เหมือนเด็กที่ถูกส่งครั้งแรกเลยครับ โดยเฉพาะเวลาคุณเดินเข้ามาแล้วนั่งกลางห้องเหมือนเป็นเจ้าของห้องแบบนั้น” น้ำรินชะงักนิด เธอกำลังพยายามจะหาวิธีอธิบายให้ผู้ชายคนนั้นเข้าใจว่า เธอเป็นเด็กที่ถูกส่งครั้งแรกจริง ๆ แต่จะบอกว่าตัวเองก็มีห้องในคอนโดนี้ก็ไม่ได้ เพราะประวัติปลอมคือ จนมาก
“ฉันถูกส่งครั้งแรกจริง ๆ ค่ะ แต่ว่า...ฉันมีเพื่อนมหาลัยที่อยู่คอนโดนี้ เคยมาอยู่ครั้งหนึ่ง เลยเดินไปนั่งด้วยความเคยชินขอโทษค่ะ” น้ำรินก้มหน้าลง
ชายคนนั้นไม่พูดอะไรต่อ เพียงวางเอกสารไว้ตรงหน้า แล้วเดินไปยังห้องด้านในก่อนพูดทิ้งท้ายสั้น ๆ
“เฮียจะเข้ามาภายใน 10 นาที คุณน้ำรินนั่งรอได้ แต่ไม่ต้องพูดอะไร โปรดอ่านเอกสารเงียบ ๆ รอนะครับ และอีกอย่าง ถ้าคุณน้ำรินรักชีวิต อย่างถามอะไรกับเฮียเด็ดขาด ถ้าเขาต้องการให้คุณรู้ เขาจะพูดเองครับ...”
เขาปิดประตูเบา ๆ ทิ้งให้น้ำรินอยู่ลำพังในห้อง
เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ โซฟาเหมือนของเธอ มุมโคมไฟ เหมือนของเธอ แต่บรรยากาศในห้อง กลับร้อนระอุกว่ากันนัก
“เอกสารงั้นเหรอ...” น้ำรินหันไปสนใจเอกสารบาง ๆ ที่วางอยู่ตรงหน้า ปกหน้าพิมพ์ว่า
กฎและข้อควรระวังของการอยู่ใต้อาณัติเฮียกัณฑ์
- มอบความเอาใจใส่ ความสัมพันธ์ทางกายให้กับนายท่าน
- ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบแฟน
- ไม่คาดหวังในสิทธิ์ หรือชีวิตส่วนตัวของนายท่าน
- ห้ามโพสต์ ห้ามแท็ก หรือระบุสถานะระหว่างตนกับนายท่านให้ใครทราบเด็ดขาด
- ไม่ติดต่อนายท่านโดยไม่จำเป็น แต่หากนายท่านติดต่อไปจะต้องติดต่อกลับนายท่านทันที
- ห้ามมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในขณะอยู่ในการปกครองของนายท่าน
- ไม่มีสิทธิ์เอ่ยปากถามเรื่องส่วนตัวของนายท่านเด็ดขาด
- หากเจอนายท่านข้างนอกให้ทำเป็นไม่รู้จัก และห้ามทักทายกันเด็ดขาด
- และทุกครั้งที่พูดคุยกับท่าน ให้เรียกว่า เฮียกัณฑ์
น้ำรินปิดเอกสารลง ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา
“ข้อตกลงถือว่าดีมาก ไม่ผูกมัด ออกไปด้านนอกก็ไม่ต้องรู้จักกัน ดีจะตายไป หึ...”
เวลาผ่านไปราว 10 นาที ที่น้ำรินนับในใจมาถึง เธอนั่งนิ่งบนเก้าอี้ไม้ในโต๊ะอาหารอย่างสงบเสงี่ยม (แสร้งทำ) แต่แล้ว...เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
แกร๊ก!!!
เสียงลูกบิดประตูห้องนอนหมุนเปิดออก ประตูนั้นแง้มออกช้า ๆ และร่างของชายคนหนึ่งก็เดินออกมา รูปร่างสูงกว่า 180 ซม. ใส่เสื้อเชิ้ตดำพับแขน กางเกงสแลคสีเรียบ ข้อมือข้างหนึ่งใส่นาฬิกาแบรนด์เนมแพงหูฉี่สีเงิน แต่อะไรก็ดูไม่ตรึงตราเมื่อเทียบกับแววตาของเขา แววตาที่มองมาเหมือนกำลังประเมินว่าเธอสมควรที่จะอยู่ต่อหน้าเขาไหม
น้ำรินถึงกับกลืนน้ำลายไปหลายอึก เธอรู้สึกได้ว่า ในชีวิตไม่เคยโดนมองแบบนั้นมาก่อน ไม่ใช่แววตาที่อยากได้กัน แต่มันคือสายตาของคนที่ประเมินสิ่งของเสียมากกว่า นี่มันดูถูกกันชัด ๆ
“ลุกขึ้น” เสียงทุ้มต่ำ เอ่ยขึ้นแม้ฟังแล้วไม่ใช่การตะคอก แต่มันก็หนักแน่นพอที่จะทำให้น้ำรินขนลุกและทำตามอย่างว่าง่าย
เขาเดินเข้ามาใกล้ วนไปรอบ ๆ ตัวเธอ แล้วหยุดตรงหน้าในระยะประชิด ชนิดที่รับรู้ถึงลมหายใจของกันและกัน
“คนที่เดินเข้าห้องคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต...ควรโดนลงโทษยังไงดี”
“แต่น้ำรินขออนุญาตก่อนเข้าห้องแล้วนะคะ” น้ำรินเผลอตอบไม่รู้ตัว ทั้งที่ผู้ติดตามของเขาเคยกำชับแล้วว่าห้ามพูดใด ๆ ออกมาต่อหน้านายท่าน เธอจึงรีบยกมือปิดปากทันควัน
“...” ความเงียบเข้าปกคลุม สีหน้าของผู้ปกครองจ้องเขม็ง แววตาคมดุมองมาที่น้ำริน ทำเอาเธอตัวสั่นไปหมด
น้ำรินกลืนน้ำลายอีกครั้ง ใจเธอเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้
“คุณตั้งใจมาที่นี่เพราะอะไร” เสียงทุ้มถามแกมคำสั่งที่ต้องตอบ
“....” น้ำรินก้มหน้ายังไม่ตอบอะไรจนคนผู้ปกครองของเธอตอนนี้ เดินกลับไปนั่งโซฟาตรงหน้า และเธอก็ทรุดตัวนั่งอยู่บนพื้นกระเบื้องตรงหน้าเขา เพราะจำคำของผู้ติดตามเขาได้ว่า เธอไม่มีสิทธิ์นั่งโซฟาตัวนั้น
“ถามทำไมไม่ตอบ” เสียงนั้นหนักแน่นขึ้นไปอีก จนน้ำรินตกใจเงยหน้าตอบอย่างจำยอม
“ก็ผู้ติดตามของท่านบอกไม่ให้พูดอะไรนี่คะ”
“ท่าน? คุณได้อ่านกฎที่ยื่นให้รึเปล่า”
“อ่านค่ะ อ่ะ!” จู่ ๆ น้ำรินก็เพิ่งนึกขึ้นได้ “ขอโทษค่ะ ก็ผู้ติดตามของเฮียกัณฑ์ไม่ให้น้ำรินพูดอะไรนี่คะ”
“กำลังเถียง?”
“เปล่าเถียงค่ะ?” เป็นอีกครั้งที่น้ำรินลืมตัว และเธอก็รีบปิดปากของตัวเองอีกที
สายตาของเขายังคงจับจ้องเธอนิ่ง ราวกับกำลังประเมินไม่หยุดหย่อน
“ลุกขึ้นมานั่งตรงนี้ แล้วเริ่มแสดงให้เห็นสิว่า...คุณน้ำริน ยอม ได้มากแค่ไหน”
น้ำรินยืนตัวแข็งทื่อ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้อยู่ใต้อาณัติใครสักคน เพราะโดยปกติแล้วเธอจะอยู่ตำแหน่งเดียวกันกับเขาคนนั้น เธอเม้มปากแน่นด้วยความรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ในขณะที่เฮียกัณฑ์นั่งพิงพนักโซฟาช้า ๆ ไม่พูดอะไรพักใหญ่ จ้องมองแค่น้ำรินอย่างไม่ละสายตา เหมือนรอให้เธอขยับตัวเข้ามาหาเขาเอง
น้ำรินทนมองสายตาที่แสดงอำนาจนั้นไม่ไหว เดินตัวสั่นเล็ก ๆ ไปนั่งโซฟาข้าง ๆ เขา แต่ก็ยังนิ่งเงียบปาก ไม่ยอมขยับอย่างเคย
“ไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ หรือถามว่าเฮียเป็นใคร”
น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำ แต่กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนต้อนจนมุม
“ระ...รินไม่มีสิทธิ์เอ่ยถามจนกว่าเฮียกัณฑ์จะบอกเองค่ะ” เธอตอบเสียงเบาแทบจะอยู่ในลำคอ เขาเลิกคิ้วมองเล็กน้อย
“เด็ก RED CLUB น่าเบื่อแบบนี้ทุกคนจริง?”
น้ำรินที่ได้ยินคำว่า น่าเบื่อ ถึงกับชะงัก ในชีวิตของแม่เสือสาวพราวเสน่ห์ไม่เคยดูถูกย่ำกลายขนาดนี้มาก่อน มีแต่เธอที่ใช้คำว่า น่าเบื่อ ซ้ำ ๆ กับผู้ชายพวกนั้น
เธอหันไปจ้องตาเขานิ่ง และรู้ดีว่าเขากำลังวัดว่าเธอจะ ยอม ปรนนิบัติเขาได้ดีแค่ไหน
“แล้วถ้ารินถาม เฮียกัณฑ์ เฮียจะตอบมั้ยล่ะคะ” น้ำรินย้อนถามอย่างสุภาพ เขาไม่ได้ยิ้ม แต่แววตาเข้มขึ้นจนเธอสะดุ้ง
“เฮียจะตอบไม่ตอบมันก็เรื่องของเฮีย”
นี่ไงพอถามก็เป็นแบบนี้ แล้วจะให้ฉันอ้าปากถามทำไมกัน
น้ำรินพึมพำในใจ และไม่ได้เก็บท่าทีกลอกตาจนเขาจับสังเกตได้
เฮียกัณฑ์กอดอก ใบหน้าจ้องเขม็งเริ่มแสดงออกว่าไม่พอใจ ทำเอาน้ำรินตื่นกลัวราวกับกระต่ายตัวเล็ก ๆ ที่กำลังโดนเสือโคร่งตัวใหญ่จ้องอยู่
“ลุกขึ้น”
น้ำรินลุกขึ้นทันที...เพราะเธอเองก็อยากรู้ว่า ถ้าเธอยอมแล้ว เขาจะทำอะไรกับสิทธิ์ที่เธอยกให้
“ปลดกระดุมเม็ดบนสุดออก แล้วนั่งลงใหม่”
น้ำรินทำตามช้า ๆ นิ้วเธอตอนปลดกระดุมสั่นนิด ๆ ไม่ใช่เพราะความกลัวแต่มันเป็นความตื่นเต้นโดยสัญชาตญาณความดิบในใจของเธอที่โหยหามันมาตลอด เธอนั่งลงอีกครั้ง เอียกัณฑ์ไม่พูดอะไรเพียงแต่เอนหลัง แล้วพ่นลมหายใจรดเบา ๆ
“ที่ RED CLUB เทรนด์ให้เป็นท่อนไม้รึไง คุณรู้ใช่ไหมว่าวันนี้ถ้าทำให้เฮียไม่พอใจ ไม่ใช่ว่าแค่เดินออกจากห้องแล้วจะจบ” น้ำเสียงเฮียกัณฑ์เย็นยะเยือก จนทำให้เธอตัวสั่น
“ใครท่อนไม้กันคะ รินเป็นคนนะ” น้ำรินเมื่อต้องถูกเหยียดหยามว่าเหมือนท่อนไม้ เธอก็แทบเก็บอาการไม่อยู่ แต่ก็ยังพยายามข่มสีหน้าให้ดูเหมือนตัดพ้อเล็ก ๆ เท่านั้น
เธอมีท่าทีตัวสั่นเล็กน้อย เมื่อเฮียกัณฑ์ค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้ เส้นผมหลุดจากที่หนีบเล็กน้อย เธอจัดท่าทางตนเอนให้รับกับร่างกายเขา มันดูราวกับร่างกายเธอจดจำท้วงท่าบนเตียงของผู้มีประสบการณ์
“กระดุมเม็ดที่สอง ผมจะปลดมันเอง” สิ้นเสียงเฮียกัณฑ์ใช้ริมฝีปากและลิ้นปลดกระดุมเม็ดที่สองนั้นออกไป ใบหน้าที่แนบลงกลางอก พร้อมพ่นลมหายใจแรง ทำเอาตัวของน้ำรินถึงกับร้อนวูบไปทั้งตัว
เขาหยุดการกระทำ ยืดตัวขึ้นมาจ้องเธออีกหน ใช้ปลายนิ้วแตะคางเธอ
“เงยหน้า” เสียงทุ้มต่ำสั่งการ และน้ำรินทำตามทุกอย่างแต่โดยดี “ดีมาก”
นิ้วเรียวไล้จากใต้คาง สัมผัสแผ่วเบาแนวลำคอ ลงมาผ่านกระดุมเม็ดแรกที่เธอปลด และเม็ดที่สองที่ปากเขาปลด และนิ้วนั้น ก็หยุดอยู่ตรงเหนือขอบเสื้อใน แช่ไว้อย่างนั้นเพื่อทดสอบความตื่นตัวของเธอ
น้ำรินรู้สึกว่าหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะทั้งที่หน้าอกคู่นี้ก็เคยถูกจับมาบ้าง แต่ไม่มีครั้งไหนกระตุ้นให้เธอรู้สึกสั่นวาบได้ถึงเพียงนี้ เธอกะพริบพลางหายใจรดถี่
ตอนนี้น้ำรินกำลังถูกแตะในจุดที่...เธอไม่เคยยอมให้ใครทำ หรือแท้จริงแล้ว เธอชอบการถูกควบคุมมาโดยตลอด
“คุณกลัวไหม”
น้ำรินส่ายหน้าช้า ๆ ดวงตาสั่นไหวอย่างไม่อาจปิดบังได้ เฮียกัณฑ์ยิ้มเล็กน้อย
“งั้นก็จงจำไว้ คุณสมัครเข้ามาเป็นเด็กของเฮีย เฮียต้องการคนที่ยอมเป็นของเฮีย เชื่อฟัง และทุกครั้งที่เฮียเรียกมา อย่าได้เอ่ยถามว่าต้องอยู่ถึงตอนไหน เพราะสิทธิ์นั้นเป็นของเฮียคนเดียว”
น้ำรินนิ่งค้าง จากนั้นเขาก็โน้มตัวลงช้า ๆ ปลายนิ้วไล้ผิวใต้ลำคอจนถึงเนินไหล่ แล้วหยุดลง
“สำหรับวันนี้...พอแค่นี้” เธอเกือบหยุดหายใจ แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมา แต่เขากลับพูดต่อทันที
“เฮียแค่ต้องการให้คุณกลับไปนอนให้เต็มที่ จัดกระเป๋าของใช้จำเป็น จากนั้นพรุ่งนี้ก็มาอยู่ที่นี้ซะ”
“คะ? หมายถึงให้ย้ายมาอยู่ที่นี่เหรอคะ มันจะดีเหรอคะเฮียเผื่อเฮียพา... ผู้...”
“เฮียว่าคุณอ่านสัญญาเข้าใจแล้วนะน้ำริน แล้วผมก็จ่ายเงินคุณไปเยอะแล้วด้วย คุณมีสิทธิ์ตั้งคำถามกับเฮียตั้งแต่เมื่อไหร่”
“เข้าใจแล้วค่ะ” เธอจำยอมแบบไร้ทางเลือก
“แต่อย่าได้เข้าใจผิด คุณไม่ใช่คนสำคัญอะไรสำหรับเฮีย หรือแม้แต่อย่าได้คิดจะแอบอ้างว่าเป็นผู้หญิงของเฮียเด็ดขาด”
“รู้ค่า...” เธอตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“วันไหนที่เฮียมา คุณต้องพร้อมรับคำสั่ง วันไหนไม่มา อย่าโทร อย่าทัก อย่าหา อย่ารอ เข้าใจรึยัง”
ใช่น้ำรินก็คาดหวังแบบนี้ ความตื่นเต้นที่ไม่ต้องผูกมัด ถ้าลีลาไม่เด็ด ลูกเสือสุดแอ๊บก็ไม่ทนอยู่หรอก เฮียกัณฑ์เอ้ย!!!
“เข้า...ใจ...แล้ว...ค่ะ น้ำรินก็ไม่ได้อยากเป็นอะไรกับเฮียนอกจากการเป็นเด็กของเฮียอยู่แล้ว” น้ำรินตอบอย่างฉะฉานด้วยรอยยิ้ม