ลลินชำเลืองมองโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างเตียง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาดู เมื่อเห็นชื่อคนส่งที่ปรากฏบนหน้าจอ หัวใจดวงน้อยก็พลันเต้นผิดจังหวะ เธอรีบกดเปิดอ่านข้อความนั้นทันที
“ลลิน พี่เข้าไปมหาวิทยาลัยก่อนนะครับ เอางานไปเสนออาจารย์ไว้ สาย ๆ พี่จะแวะมาหาและรับลลินไปส่งที่คอนโดเอง ตื่นมาไม่เจอพี่ไม่ต้องตกใจนะครับ ไว้เจอกันครับ”
ปิดท้ายด้วยสติ๊กเกอร์รูปแมวถือหัวใจดวงโตที่ดูน่ารักขัดกับบุคลิกมาดนิ่งของเขาอย่างสิ้นเชิง ลลินที่อ่านจบถึงกับยิ้มกว้างออกมาจนหุบไม่ลง ความรู้สึกอบอุ่นซ่านไปทั่วหัวใจ
“คนบ้า... ไม่เห็นต้องรายงานกันขนาดนี้เลย ทำตัวเหมือนเป็นแฟนกันไปได้ ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแท้ ๆ”
เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ด้วยความเขินอาย
เธอกดสติ๊กเกอร์แมวยกมือไหว้ขอบคุณไป
ก่อนจะตัดสินใจกดโทรหาเพื่อนสนิทอย่างพรีม
ไม่นานปลายสายก็กดรับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ลลิน! ว่าจะโทรหาอยู่พอดี เมื่อคืนเป็นไงบ้าง ปลอดภัยดีใช่ไหม?”
“ปลอดภัยดีจ้ะพรีม... แต่ตอนนี้ลินอยู่ที่โรงพยาบาลนะ”
“อ้าว! ตายจริง! ทำไมถึงไปอยู่ที่โรงพยาบาลได้ล่ะ?”
พรีมถามกลับด้วยน้ำเสียงตกใจสุดขีด
“ก็เมื่อคืนน่ะสิ แพ้แอลกอฮอล์จากไวน์ที่เราลองกันนั่นแหละ สรุปว่าแพ้หนักจนเกือบแย่ ดีนะที่พี่คีย์รีบพาส่งโรงพยาบาลได้ทัน แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วจ๊ะไม่ต้องเป็นห่วงนะ”
“แล้วทำไมถึงไม่โทรหาพรีม จะได้อยู่เฝ้า”
“ก็มันดึกแล้ว พรีมมาลินก็ห่วงพรีม อีกอย่างพี่คีย์ก็อยู่เฝ้าอยู่จ๊ะ”
“พี่คีย์เฝ้าทั้งคืนเลยเหรอ? พรีมว่าพี่เขาชอบเธอมากนะ ดูจากแววตาและคำพูด”
“เพิ่งเจอกันใครจะชอบกันได้เร็วขนาดนั้น”
“แต่ก็ดีนะ มีคนเข้ามาตอนที่ลลินอกหัก จะได้ไม่ฟูมฟายคิดถึงคนเก่า”
“ลินไม่เคยนึกถึงพี่ภูริเลยนะ จบแล้วจบไป เพราะตอนที่คบกันเราก็แทบจะไม่ได้คุยกัน เขาบอกติดเรียนตลอด”
“หลุดพ้นมาได้ก็ดีแล้วลลินเพื่อนฉัน”
พรีมก้มมองนาฬิกา
“ลลินเดี๋ยวพรีมเข้าเรียนก่อนนะ ไว้แจ้งอาจารย์ให้จ้า”
“ขอบใจมากนะพรีม”
“จ้า... ไว้เย็นนี้เลิกเรียนแล้วเดี๋ยวพรีมแวะไปหาที่ห้องนะ ตอนนี้รีบเข้าเรียนก่อน”
“จ้า”
ลลินวางสายด้วยความรู้สึกโล่งใจ ขณะที่รอยยิ้มยังคงมีอยู่บนใบหน้าหวาน ทันใดนั้น
“ก๊อก... ก๊อก...”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่ประตูห้องพักผู้ป่วยจะเปิดออก
“อาหารมาส่งค่ะ”
พนักงานเข็นโต๊ะอาหารของโรงพยาบาลมาวางข้างเตียง ก่อนจัดทุกอย่างให้เรียบร้อย
โจ๊กเจ้าดังเนื้อหมูนุ่มกับไข่ออนเซ็น โรยหน้าด้วยสาหร่ายหอม ๆ ปาท่องโก๋อวบอ้วนสองตัว น้ำเต้าหู้ขาวข้นหนึ่งแก้ว และผลไม้เป็นส้มเกรดพรีเมียมที่ถูกปอกเตรียมไว้เรียบร้อย
ลลินมองอาหารตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ทันที
“ดูใส่ใจดีเหมือนกันนะเนี่ย... หรือกำลังจีบเราอยู่”
เธอพึมพำกับตัวเองพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนกดลงสตอรี่ในไอจี พร้อมแคปชั่นสั้น ๆ
‘Thank...’
ครืด... ครืด...
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นจากโทรศัพท์อีกเครื่องแทบจะทันที
คีรติหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูสตอรี่ของหญิงสาวที่เขาตั้งแจ้งเตือนไว้เป็นพิเศษ
“ขอบคุณเหรอ... ตื่นแล้วสินะ”
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าคม
เขาพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง ก่อนกดถูกใจสตอรี่ของเธอ และส่งข้อความกลับไป
คีรติ : รอก่อนนะ พี่จะไปรับกลับคอนโดเอง
ลลิน : เดี๋ยวลินกลับเองก็ได้ค่ะ เกรงใจพี่ จะได้ไปทำธุระ
คีรติ : ถ้าไม่รอ พี่ก็ไม่ให้ออกจากโรงพยาบาลนะ
ลลิน : ชิ... จอมเผด็จการ
คีรติ : แล้วแต่จะเรียกเลย เดี๋ยวพี่เข้าไปหา อยากทานอะไรเพิ่มไหม พี่จะแวะซื้อเข้าไปให้
ลลิน : ไม่เป็นไรค่ะ ที่พี่เตรียมไว้ให้ลินยังทานไม่หมดเลย
คีรติ : ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มก็บอกพี่นะ ลลินไม่ต้องเกรงใจ พี่อยากดูแลจริง ๆ
ลลินมองข้อความนั้นแล้วเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับ
ลลิน : คุณหมอเข้ามาตรวจแล้ว แค่นี้ก่อนนะคะ
ลลิน : แล้วก็... ขอบคุณสำหรับมื้อเช้าค่ะ
คีรติ : ยินดีครับ
เพียงข้อความสั้น ๆ แต่กลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มกว้างขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
คีรติหมุนโทรศัพท์เล่นไปมาในมืออย่างอารมณ์ดี จนวายุที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ต้องมองด้วยสายตาแปลกใจ เพราะไม่บ่อยนักที่จะเห็นเพื่อนสนิทมีสีหน้าแบบนี้
“เดี๋ยวนะมึง... ยิ้มอะไรวะไอ้คีย์ เช้านี้มึงดูอารมณ์ดีผิดปกติ หรือว่าเมื่อคืนมึงกับน้อง...”
วายุเลิกคิ้วถาม เมื่อเห็นเพื่อนสนิทมีสีหน้าแตกต่างจากทุกวัน
“มึงก็อย่าคิดลึก เมื่อคืนกูนอนเฝ้าเธอที่โรงพยาบาล เธอแพ้แอลกอฮอล์”
“อ้าว แล้วเป็นไงบ้าง ดีขึ้นไหม?”
“ดีขึ้นแล้ว หมอบอกกลับบ้านได้วันนี้ กูว่าจะส่งงานอาจารย์ให้เสร็จก่อน แล้วค่อยไปรับกลับคอนโด”
“เฮ้ย... นี่มึงจริงจังใช่ไหมเนี่ย?”
คีรติยกยิ้มมุมปาก
“กูไม่แค่อยากเลี้ยงเหล้าพวกมึงต่างหาก อีกอย่างกูอยากเห็นพวกมึงคุกเข่าให้กูไง...ฮ่า ๆ”
“ปากแข็งนะมึง กูจะรอดู”
วายุส่ายหน้าอย่างรู้ทัน ก่อนที่คีรติจะเปลี่ยนเรื่อง
“เออ... แล้วเมื่อคืนมึงเป็นไงบ้าง ส่งสาวที่ห้องคุ้มไหม”
พอได้ยินคำถาม วายุก็ถอนหายใจยาวทันที
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้น เกิดอะไรขึ้นวะ”
“มึงจะให้กูเล่าจริง ๆ เหรอวะ เกิดมาวายุยังไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่เป็นแบบนี้เลย”
“เล่ามาเลย กูอยากรู้”
“กูว่ามึงต้องขำแน่ ๆ”
“ยิ่งพูดยิ่งอยากรู้”
คีรติหัวเราะออกมาเบา ๆ ขณะที่วายุยกมือกุมขมับเหมือนนึกถึงเรื่องปวดหัวเมื่อคืนอีกครั้ง