“ถ้าแฟนเก่าคุณตามลงไปง้อขึ้นมา คุณจะไหวเหรอ?”
ปลายนิ้วของลลินชะงักค้างบนปุ่มลิฟต์
เธอเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแค่ได้ยินคำว่า ‘ง้อ’ ภาพใบหน้าของภูริก็ผุดขึ้นในหัวอย่างน่ารำคาญ
แต่ก่อนที่เธอจะทันตอบ เสียงฝีเท้าก็เดินมาที่ลิฟต์ทันที
“ลลิน!”
ร่างบางหลับตาลงช้า ๆ ราวกับเดาไว้แล้วไม่มีผิด
ภูริที่รีบเดินออกมาจากห้อง สภาพเสื้อผ้ายังยุ่งเหยิงไม่ต่างจากเดิม สีหน้าร้อนรนผิดกับตอนที่ตะโกนไล่เธอเมื่อครู่
“พี่ขอคุยด้วยหน่อยนะครับ”
คีรติที่ยืนพิงกำแพงอยู่ปรายตามองนิ่ง ๆ ก่อนจะถอนหายใจเหมือนเริ่มเบื่อความวุ่นวาย
ลลินหันกลับไปมองอดีตแฟนหนุ่ม ดวงตาคู่สวยเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด
“เราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้วค่ะ”
“มีสิ! เมื่อกี้พี่แค่อารมณ์ร้อน พี่ไม่ได้หมายความแบบนั้นเลย” ภูริรีบเดินเข้ามา
“เรื่องวิ... มันก็แค่ความผิดพลาด”
“ความผิดพลาด?” ลลินหัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งที่น้ำตายังคลอ “พี่พาผู้หญิงมานอนถึงห้อง แล้วบอกว่ามันเป็นความผิดพลาด?”
“แล้วยังไง เรื่องแบบนี้ผู้ชายมันก็มีพลาดกันได้ทั้งนั้น!”
ประโยคนั้นทำให้คีรติหลุดหัวเราะหึในลำคอทันที
“โห... ผิดพลาดซะใหญ่เชียว”
ภูริหันขวับไปมองเขาอย่างไม่พอใจ
“มึงไม่เกี่ยว อย่ายุ่งดีกว่า”
“เออ กูก็ไม่ได้อยากเกี่ยวหรอก”
คีรติยักไหล่
“แต่ฟังแล้วมันสมเพชแทน”
“พี่ค่ะ”
ลลินเอ่ยเรียกเบา ๆ เหมือนขอไม่ให้เขาพูดต่อ
คีรติเงียบลงทันที แม้สีหน้าจะยังดูหงุดหงิดอยู่ก็ตาม
ภูริรีบฉวยโอกาสเดินเข้ามาใกล้ลลินอีกก้าว
“ลลิน เราคบกันมาตั้งหลายปีนะ พี่รักลลินจริง ๆ นะ” สายตาของภูริแสร้งรู้สึกผิด
“คนที่รักกันจริง เขาไม่ทำกันแบบนี้หรอกค่ะ”
น้ำเสียงของเธอไม่ได้ดัง แต่กลับเฉียบขาดจนคนฟังชะงัก
“อีกอย่าง...” ลลินสูดลมหายใจเข้าลึก
“พี่ไม่ได้เสียใจที่นอกใจลินหรอก พี่แค่เสียใจที่ถูกจับได้มากกว่า”
ใบหน้าของภูรินิ่งไปชั่ววินาที
เพราะทุกคำที่เธอพูด มันจริงจนเถียงไม่ออก
บรรยากาศเงียบไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนที่กระหน่ำอยู่ด้านนอก
ลลินกดปุ่มลิฟต์อีกครั้ง คราวนี้ประตูลิฟต์เปิดออกพอดี
เธอก้าวเข้าไปข้างใน แต่ก่อนประตูจะปิดลง สายตากลับเหลือบภูริที่ยังยืนอยู่ตรงเดิม
“เลิกยุ่งกับลินนะคะ ลินไม่อยากเห็นหน้าพี่อีก”
คีรติยักคิ้วใส่ภูริ ก่อนก้าวเข้าไปในลิฟต์ตามเธอไปติด ๆ
เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง
“ขอบคุณพี่มากนะคะ...พี่”
“พี่ชื่อคีรติ เรียกว่าพี่คีย์ก็ได้ครับ”
“ค่ะพี่คีย์ ลินต้องขอบคุณพี่อีกครั้งที่พี่ทำให้ลินรู้ว่าโดนหลอก”
“เอาจริง ๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะที่เขาพาสาวมา ครั้งก่อน ๆ ก็ไม่ใช่คนนี้”
“เลวที่สุด”
ลลินกำหมัดแน่น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน
เมื่อลิฟต์ลงมาถึงชั้นล็อบบี้ ประตูก็ค่อย ๆ เปิดออก
ลลินเดินออกไปเงียบ ๆ โดยไม่ได้หันกลับมา
คีรติกดลิฟต์ชั้นที่พักของตัวเอง ก่อนเดินกลับเข้าห้องด้วยอารมณ์ที่ดีอย่างประหลาด
ทั้งที่ปกติเขาเป็นคนเบื่อโลก ขี้รำคาญ และไม่ค่อยสนใจใคร
แต่วันนี้กลับสนใจผู้หญิงตัวเล็กในชุดนักศึกษาคนนั้น ภาพความน่ารักของเธอกลับวนอยู่ในหัวเขาไม่หยุด
โดยเฉพาะตอนที่เธอฝืนยิ้มทั้งที่ตาแดง ๆ นั้น
“แม่งเอ๊ย...”
คีรติหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ พลางโยนกุญแจรถลงบนโต๊ะ
“โดนตกเฉยเลยกู”
ค่ำคืนนั้นขณะที่เขานอนอยู่บนเตียง
"ครืด...ครืด"
เป็นข้อความจากวายุ
“รีบมา... กูเหงา”
คีรติส่ายหน้าขำ ๆ แล้วพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆ
“รู้แล้ว กำลังไป”
ประมาณสี่สิบนาทีต่อมา
รถสปอร์ตสีดำก็แล่นเข้ามาจอดหน้าร้านเหล้าเล็ก ๆ ที่ชื่อร้าน L'Mao บรรยากาศภายในร้านค่อนข้างเงียบ
เป็นโซนสำหรับนักศึกษามหาลัยและลูกค้าประจำที่ชอบความเป็นส่วนตัว
ทันทีที่คีรติเดินเข้าไป วายุก็โบกมือเรียกจากโต๊ะด้านใน
“ทางนี้ครับคุณชายคีรติ”
“โอเวอร์”
คีรติทิ้งตัวนั่งลงฝั่งตรงข้าม
วายุหัวเราะ ก่อนเลื่อนแก้วเหล้าไปให้
“ตอนบ่ายที่มึงโทรหากู กูฟังไม่ถนัด ตกลงคนที่มึงบอกว่าสนคือใคร?”
คีรติหยิบแก้วขึ้นดื่มช้า ๆ แล้วเอนหลังพิงโซฟา
“สาวการจัดการ”
“หือ?”
“โอ้โห...” วายุทำตาโต
“สวยระดับไหนถึงทำให้มึงสนใจได้ ปกติเห็นผู้หญิงเข้าหาเป็นสิบ มึงยังไม่สนใจ”
คีรติยกยิ้มมุมปาก
“สวยขนาดไหนวะ หรือเซ็กซี่?”
วายุเลิกคิ้ว
คีรตินิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงเรียบ
“ไม่ใช่แบบนั้น”
เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนยกแก้วขึ้นจิบ
“คือมองแล้ว...อยากปกป้องว่ะ”
สายตาของเขามองลงในแก้ว
“คือแม่ง...”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“ดูนุ่มนิ่มอ่อนโยน แต่โคตรใจแข็ง”
คีรติพูดถึงเธอแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันรู้ว่าตัวเองกำลังยิ้มอยู่
วายุเลิกคิ้วทันที เพราะแทบไม่เคยได้ยินมึงพูดชมผู้หญิงจริงจังขนาดนี้
“แล้วเจอกันยังไง?”
“แฟนเธอนอกใจ”
“เชี่ย...”
“กูเลยถีบประตูให้”
วายุสำลักเหล้าพรวด
“เดี๋ยวนะ! มึงไปเสือกอะไรชีวิตเขากันวะ!”
“ก็รำคาญเสียงเคาะประตู”
“แล้ว?”
“แล้วก็สงสาร”
คำตอบนั้นทำให้วายุถึงกับเงียบไปพักหนึ่ง
ก่อนจะหัวเราะลั่น
“ไอ้คีย์! มึงเนี่ยนะสงสารคน?”
“ทำไม กูก็มีหัวใจปะวะ”
“หัวใจมึงน่ะมี แต่ปากมึงหมา”
ทั้งสองหัวเราะออกมาเบา ๆ
ทว่าในจังหวะเดียวกันนั้นเอง
สายตาของคีรติกลับเหลือบไปเห็นร่างบางคุ้นตาที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน
หญิงสาวผมยาวในชุดเดรสสีดำกำลังเดินตามพนักงานเข้ามาด้านใน ใบหน้าหวานยังดูซีดจางเล็กน้อย แม้จะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ตาม
คีรติชะงักทันที
“เชี่ย...”
เพราะผู้หญิงที่เขาเพิ่งบอกเพื่อนว่า “สนใจ”
กำลังเดินเข้ามาในร้านเดียวกันกับเขา