หลังออกจากบ้าน โบนิตาก็ตรงกลับโรงแรมทันที ตอนแรกกะว่าจะไปเดินชอปปิ้งต่อ แต่พอเจอญาติผู้ใหญ่ที่ไม่น่าเคารพเข้าไปก็หมดอารมณ์
ร่างบางเดินหมดเรี่ยวแรงตรงไปยังเตียงนอนขนาดคิงไซต์ ทิ้งตัวลงบนที่นอนหนานุ่มเต็มแรง การมีปากเสียงกับญาติฝ่ายบิดานั้นเป็นสิ่งที่โบนิตาพยายามหลีกเลี่ยงเป็นที่สุด แต่ทว่าก็อดใจไม่ได้เลยสักครั้ง เพราะทุกครั้งคุณมาลินีจะต้องโดนลากมาเกี่ยวด้วยตลอด
ด้วยความอ่อนเพลียสะสมมาหลายวัน เมื่อหัวถึงหมอน ดวงตาคู่งามก็เริ่มหนักอึ้ง ขณะที่เธอค่อย ๆ เดินทางเข้าสู่ห้วงนิทรา เสียงกริ่งหน้าประตูห้องก็ดังขึ้น ทำเอาร่างบางสะดุ้งตื่น
หญิงสาวตะเกียกตะกายลงจากเตียงด้วยความหงุดหงิด เดินกระแทกส้นเท้าตรงไปยังบานประตูไม้สีน้ำตาล ก่อนจับลูกบิดกระชากเปิดออก สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือแจกันคริสตัลใบใหญ่ภายในมีดอกลิลลี่สีขาวถูกจัดไว้อย่างสวยงาม ใบหน้าของพนักงานหญิงคนเดิมที่เธอคุ้นเคยโผล่ออกมาจากหลังดอกลิลลี่
“คะ?” โบนิตาเลือกคิ้วถามอย่างสงสัย
“ท่านประธานส่งมาให้ค่ะ ดิฉันขออนุญาตนำเข้าไปวางนะคะ”
โบนิตาพยักหน้ารับก่อนรีบเบี่ยงตัวหลบให้พนักงานสาวเดินเข้าไปภายในห้อง หล่อนเดินถือแจกันไปวางลงบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟาตัวยาวกลางห้อง
“เรียบร้อยค่ะ" พนักงานสาวหันมากล่าวกับเธอก่อนเดินออกจากห้องไป
เมื่อประตูปิดสนิทลง โบนิตาก็หันไปมองแจกันดอกลิลลี่แสนสวยด้วยสีหน้าครุ่นคิด สองเท้าเล็กก้าวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะหน้าโซฟา พลางยืนกอดอกมองราวกับเป็นวัตถุต้องสงสัย พลันนัยน์ตาคู่สวยเหลือบไปเห็นการ์ดสีขาวใบเล็กเสียบอยู่ท่ามกลางดอกลิลลี่ โบนิตาหยิบการ์ดขึ้นมาเปิดดู ด้านในมีตัวอักษรสีดำที่ถูกเขียนด้วยตัวบรรจงลงบนกระดาษสีขาว
'ดอกลิลลี่มีหลายความหมาย หนึ่งในนั้นคือการยินดีที่ได้รู้จัก'
ข้อความสั้น ๆ เพียงแค่นั้น ทว่าเธออ่านซ้ำไปมาอยู่หลายรอบ ก่อนคลี่ยิ้มบางออกมา สองปรางแก้มนวลแดงระเรื่อ เมื่อรู้ตัวว่าเผลอยิ้มให้กับเจ้าของดอกไม้ หญิงสาวก็รีบเม้มปากแน่น
"เพิ่งจะมายินดีที่ได้รู้จักหลังจากที่จูบกันเนี่ยนะ คนบ้า"
หญิงสาวเดินมาทิ้งตัวลงนอนที่โซฟาตัวยาว พลิกกายบางนอนตะแคงมองดอกลิลลี่นัยน์ตาเป็นประกาย ความรู้สึกขุ่นมัวที่เกิดขึ้นก่อนหน้าตั้งแต่มีปากเสียงกับญาติผู้ใหญ่มลายหายไปจนสิ้น กลับมีความรู้สึกสงบเข้ามาแทนที่
ดวงตาคู่งามที่ทอดมองดอกไม้แสนสวยค่อยปิดลง ก่อนดำดิ่งเข้าสู่นิทราในเวลาอันรวดเร็ว
ทางด้านล็อบบี้ของโรงแรม พนักงานชายหญิงทุกคนต่างหยุดแสดงความเคารพท่านประธานหนุ่มที่เดินเข้ามา ราชันทร์หยุดทักทายพนักงานทุกคนอย่างเป็นกันเอง นั่นคือเสน่ห์อย่างหนึ่งของผู้บริหารหนุ่ม ถึงแม้ว่าเขาจะนั่งดำรงตำแหน่งสูงสุดขององค์กร แต่ก็ไม่เคยถือตัว มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงานทุกคนไม่ว่าจะในระดับใด ทำให้พนักงานทุกคนในโรงแรมรักและเคารพราชันทร์เป็นอย่างยิ่ง
"อ้าว คุณราช วันนี้ผมนึกว่าคุณราชจะไม่เข้ามาเสียอีก ก็ไหนบอกว่าอยู่ภูเก็ตนี่ครับ" กีรติ เลขานุการคู่ใจของราชันทร์รีบปรี่ออกมาจาก
เคาร์เตอร์ต้อนรับ ตรงมายังเจ้านายหนุ่ม
"เปลี่ยนใจ จะมาตรวจงานที่สั่งด้วย" ราชันทร์ถามพลางเดินตรงไปยังลิฟต์โดยสาร โดยมีกีรติเดินตามไปติด ๆ
“งาน งานอะไรครับ งานวันนี้ผมเคลียร์ออกให้คุณราชหมดแล้ว" เลขาฯหนุ่มถามพร้อมทำหน้าฉงน
"ก็งานที่โทรมาสั่ง"
"งาน...อ๋อ อันนั้นนับว่าเป็นงานด้วยเหรอครับ"
"ถ้าแกไม่นับว่าเป็นงาน เดือนนี้ไม่ต้องรับเงินเดือนดีไหม" คำกล่าวของเจ้านายทำเอาผู้เป็นเลขาฯหน้าตาตื่นต้องรีบรายงานทันควัน
"เจ้านายครับ งานที่สั่งเรียบร้อยดี ของส่งถึงมือผู้รับโดยสวัสดิภาพ แขกคนสำคัญได้เข้าพักห้องที่แพงที่สุดครับผม"
"ดีมาก ทำงานดีน่าขึ้นเงินเดือน" กีรติยิ้มแก้มปริ ก่อนทำหน้าครุ่นคิด ด้วยความสงสัยในตัวเจ้านาย
"เอ่อ คุณราชครับ แบบนี้มันไม่ใช่แนวคุณราชนี่ครับ ไอ้การส่งดอกไม้ ทุกทีก็เห็นแต่...."
เลขาหนุ่มตัดสินใจเอ่ยถามขึ้นทว่ายั้งปากเอาไว้ได้ทัน รีบเก็บคำว่าซื้อกินเอาไว้ในใจ
ระหว่างทั้งคู่ก้าวเข้าไปในลิฟต์โดยสาร
ราชันทร์หันมาเหล่มองกีรติก่อนยกยิ้มมุมปาก หากเลขาฯคนสนิทจะรู้ทัน นั่นก็ไม่แปลก เพราะทั้งคู่ทำงานด้วยกันมานาน จนกีรติรู้ใจเจ้านายไปเสียทุกเรื่อง รวมไปถึงเรื่องที่ราชันทร์ไม่นิยมความสัมพันธ์แบบผูกมัด รักอิสระในการใช้ชีวิต ตลอดจนหวงความเป็นโสดยิ่งกว่าสิ่งใด
จู่ ๆ วันนี้ราชันทร์เกิดลุกขึ้นมาเปย์ห้องพักสุดหรูราคาคืนละหลายหมื่น หนำซ้ำยังให้ส่งดอกไม้ไปให้สาวสวยที่มาพัก ไหนจะข้อความหวานเลี่ยนที่ราชันทร์สั่งให้เขียนลงบนการ์ด ทำเอาวันนี้เลขาหนุ่มเซอร์ไพรส์ไปหลายตลบ
"ก็นี่ไม่เหมือนทุกที" คำตอบของเจ้านาย ทำเอากีรติเหลือกตามองอย่างไม่เชื่อหู
"คนนี้พิเศษเหรอครับ"
"ก็ทำนองนั้น"
เมื่อราชันทร์กล่าวจบประตูลิฟต์ก็เปิดออก ทำให้การสนทนาของทั้งคู่สิ้นสุดลง ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป โดยราชันทร์เดินเข้าห้องทำงาน ส่วนกีรติก็มานั่งที่โต๊ะประจำตำแหน่งหน้าห้อง
โบนิตาตื่นขึ้นมาในช่วงหัวค่ำ ก็รู้สึก
เบื่อหน่าย ไม่รู้จะทำอะไร จึงลงไปนั่งเล่นในเลาจน์ที่อยู่ชั้นล่างของโรงแรม เธอเลือกนั่งโต๊ะที่อยู่ในมุมหนึ่งซึ่งคนไม่พลุกพล่าน สั่งคอกเทลสีสวย กับอาหารทานเล่นอีกสองอย่าง
หญิงสาวนั่งละเลียดเครื่องดื่มในแก้วอย่างสบายอารมณ์ เคล้าคลอเสียงเพลงแจสที่เข้ากับบรรยากาศภายในเลาจน์ เธอเอนกายพิงโซฟานุ่มพลางหลับตาเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรี
"ขอนั่งด้วยคนนะครับ"
ร่างบางสะดุ้งพร้อมลืมตาโพลง ราวกับเดจาวู ราชันทร์ยืนส่งยิ้มละมุน รอให้โบนิตาอนุญาต
"นี่คุณจะขอฉันนั่งด้วยทุกครั้งที่เราเจอกันเลยเหรอคะ"
"งั้นคราวหน้าผมขอเป็นอย่างอื่น" คนตัวโตกล่าวพร้อมสาดยิ้มทรงเสน่ห์อีกครั้งจนเธอต้องหลบตา หญิงสาวนึกสงสัยตัวเองว่าทำไมต้องประหม่าทุกครั้งที่เจอคนตรงหน้า "ชอบไหมครับ"
“ชอบอะไรคะ" โบนิตาหันมาถามด้วยใบหน้าฉงน
"ทุกอย่างครับ ห้อง ดอกไม้ อาหาร เครื่องดื่ม เจ้าของโรงแรม"
"ชอบทุกอย่างค่ะ" เธอตอบพร้อมยิ้มมุกปาก ทำเอาชายหนุ่มหน้าบาน ทว่ายังไม่ทันไร "ยกเว้นเจ้าของโรงแรม"
ราชันทร์หน้าหุบทันที ระหว่างนั้นบริกรหนุ่มนำอาหารและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ ทำให้การสนทนาหยุดลงชั่วขณะ โบนิตามองอาหารหน้าตาหรูหรามากมายที่ถูกวางลงบนโต๊ะ เมื่อบริกรเดินออกไป
ราชันทร์จึงหันมาชวนให้เธอรับประทาน
"เชิญครับ"
"คุณราชเชิญเถอะค่ะ พรุ่งนี้นิตามีถ่ายงาน ทานเยอะไม่ได้"
คำกล่าวของโบนิตาทำชายหนุ่มหน้าจ๋อย หญิงสาวจึงอดใจอ่อนไม่ได้
"งั้นนิตาชิมอย่างละนิดได้ไหมคะ" ใบหน้าหล่อเหลากลับมายิ้มได้อีกครั้ง ก่อนทำหน้าที่ตักอาหารแต่ละจานวางลงบนจานของหญิงสาว
โบนิตาตักอาหารในจานขึ้นมาลองชิม เมื่อได้ลิ้มลองอาหารเลิศรส นัยน์ตาคู่งามก็เป็นประกาย
"เป็นไงครับ"
"อร่อยมากค่ะ เสียดายจังที่พรุ่งนี้ต้องถ่ายงาน"
"พรุ่งนี้ถ่ายงานเสร็จมาทานใหม่ก็ได้ครับ"
"ไม่ได้หรอกค่ะ งานยาวไปถึงสิ้นเดือนเลย"
"แล้วปกติคุณทานอะไรครับ" ราชันทร์ถามพลางตักอาหารใส่จานตนเองอย่างเนียน ๆ เพื่อเก็บข้อมูล
"พวกสลัด โปรตีนไขมันน้อย ธัญพืช ก็ประมาณนี้แหละค่ะ กินวนไป"
"ไม่เบื่อบ้างเหรอครับ"
"แรก ๆ ก็เบื่อค่ะ กินไปสักพักก็ชิน เป็นเพราะนิตาไม่ค่อยออกกำลังกายด้วย ก็เลยต้องเข้มงวดเรื่องอาหารการกิน" เมื่อบทสนทนาดำเนินไปได้สักพักจนทำให้โบนิตารู้สึกผ่อนคลาย เธอก็เผลอยิ้มออกมาจนเกิดรอยบุ๋มบนแก้มทั้งสองข้าง ทำเอาคนตัวโตใจเต้นแบบที่ไม่เคยเป็น
"คุณยิ้มสวยมาก มีลักยิ้มด้วย" ราชันทร์เอ่ยชมพร้อมจ้องมองนิ่ง จนโบนิตารู้สึกเขิน
"ปกตินิตาไม่ค่อยยิ้ม จนคนชอบว่านิตาหยิ่ง"
"ดีแล้วครับ อย่าให้ใครเห็นเลย ยิ้มสวยขนาดนี้" ราชันทร์ขยันหยอด โบนิตาก็ยิ่งเขินหนักขึ้นจนไม่รู้จะประดิษฐ์หน้าออกมาอย่างไรเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มล่วงรู้
"รีบทานเถอะค่ะ นิตาจะขึ้นห้องแล้ว"
เมื่อหญิงสาวกล่าวตัดบท ทั้งคู่ก็ต่างคนต่างทานอาหารในจานของตนต่อไปเงียบ ๆ จนกระทั่งดินเนอร์จบสิ้นลง โบนิตาก็หยิบกระเป๋าสตางค์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเพื่อจะจ่ายเงิน ทว่าราชันทร์ห้ามเอาไว้ ก่อนจะขออาสาเดินขึ้นมาส่งโบนิตาที่ห้อง
ตลอดทางที่เดินไปด้วยกัน โบนิตาก็รู้สึกลำบากใจที่ชายหนุ่มจ่ายค่าอาหารให้ ไหนจะค่าห้องพักที่พนักงานไม่ยอมรับชำระเงินตามคำสั่งของราชันทร์
เมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าห้องพักของโบนิตา หญิงสาวจึงตัดสินใจเอ่ยขึ้น
"คุณราชคะ นิตาขอพูดตรง ๆ นะคะ นิตารู้สึกไม่สบายใจที่คุณไม่ยอมรับค่าที่พัก และยังเลี้ยงอาหารแพง ๆ แบบนี้"
"นิตาครับ คุณเป็นเพื่อนรักของกี้ กี้ฝากให้ผมช่วยดูแลคุณเป็นพิเศษ เรื่องแค่นี้ผมยินดีมาก คุณอย่าคิดมากเลย"
"แต่ว่า..." เสียงหวานกล่าวออกมาด้วยสีหน้าไม่สบายใจอย่างชัดเจน ทำเอาคนตัวโตต้องหาทางเลือกใหม่ เพราะกลัวเธอจะเปลี่ยนใจย้ายไปอยู่ที่อื่น
"เอาแบบนี้ดีไหม ผมให้คุณจ่ายในเรตห้องธรรมดา คุณไม่ต้องกังวลว่าผมจะเสียโอกาสเลยนะ เพราะห้องพักในชั้นนี้ไม่ได้เปิดให้ลูกค้าพักอยู่แล้ว" ข้อเสนอของราชันทร์ทำให้โบนิตารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่เธอติดใจในประโยคสุดท้ายเล็กน้อย "คุณเข้าห้องเถอะครับ จะได้พักผ่อน กู๊ดไนท์ครับ"
"ค่ะ กู๊ดไนท์ค่ะ" โบนิตาหันกลับไปทางประตูห้อง แนบคีย์การ์ดลงบนกลอนประตู ก่อนเปิดเข้าไป
"นิตา" เสียงเรียกของราชันทร์ทำให้เธอหันกลับมาอีกครั้ง พร้อมเลิกคิ้วอย่างสงสัย "ถ้ามีอะไรก็มาเคาะห้องผมได้นะ ผมอยู่ห้องตรงข้าม"
ชายหนุ่มกล่าวจบก็เปิดประตูห้องตรงข้าม เดินหายเข้าไปภายในห้อง ปล่อยให้โบนิตายืนมองอ้าปากค้างจนบานประตูปิดลง