โบนิตากลับถึงโรงแรมก็ตรงขึ้นห้องพัก เดินหมดเรี่ยวแรงมาตามทางเดินที่ทอดยาว อยากถึงห้องใจจะขาด คิดถึงอ่างจากุชชี่ที่มีน้ำอุ่น อยากแช่น้ำให้สบายตัวและรีบเข้านอน จะได้ไม่ต้องนึกถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น
แม้ว่าเธอจะถ่ายแบบมาตลอดทั้งวัน ยืนโพสต์หน้ากล้องแบบแทบไม่มีเวลาพัก ก็ยังไม่ทำให้พลังงานในร่างกายเธอหดหายได้เท่ากับการต้องเจอกับอาทิตย์ การปรากฏตัวของเขาทำให้เธอหวนคิดเรื่องในอดีต ซึ่งมันพลอยกัดกินความสุขของเธอไปด้วย
ร่างเพรียวบางเดินเลี้ยวมายังทางเดินทอดยาวสู่ห้องพัก พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นร่างสูงยืนรอพร้อมส่งยิ้มทักทาย เธอพยายามฝืนยิ้มตอบไป ทว่าอีกฝ่ายก็ยังเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหญิงสาว
"นิตา เป็นอะไรหรือเปล่าครับ งานมีปัญหาเหรอ" เสียงนุ่มทุ้มเจือความห่วงใยเอ่ยถาม
"เปล่าหรอกค่ะ วันนี้ก็เป็นวันที่ดีทั้งวัน แต่ดันไปเจอคนที่ไม่อยากเจอก็เลยรู้สึกไม่ค่อยดีนิดหน่อย" พอได้พูดออกมาบ้าง สีหน้าเธอก็ดูดีขึ้น
"นิตาครับ ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ ระบายให้ผมฟังได้นะ ดีกว่าเก็บไว้คนเดียว"
"คุณจะมาล้วงความลับนิตาเหรอคะ" โบนิตาแกล้งหรี่ตามองอย่างจับผิด ทำเอาผู้หวังดีหลุดขำออกมา
"โอเค คุณไม่ต้องเล่าก็ได้ ผมมีวิธีอื่น" ราชันทร์เดินนำไปสองก้าวก่อนหยุดชะงัก หันกลับมาพร้อมผายมือให้เธอเดินตาม "เชิญครับ"
โบนิตาเดินตามไปอย่างว่าง่าย อยากรู้เหมือนกันว่าชายหนุ่มจะมีลูกเล่นอะไรมาหลอกล่อเธออีก เพราะทุกครั้งราชันทร์ก็สามารถทำให้เธอยิ้มได้จริง ๆ
ราชันทร์พาโบนิตาขึ้นลิฟต์มายังชั้นดาดฟ้าของโรงแรมในส่วนที่ห้ามบุคคลภายนอกเข้าออก เมื่อเปิดประตูออกไปก็พบกับสวนขนาดเล็กสไตล์ญี่ปุ่น ตรงกลางมีบ่อน้ำจำลองคล้ายบ่อน้ำพุร้อน ถัดไปมีเรือนกระจกใสขนาดไม่ใหญ่นัก ด้านในมีเตียงทรงกลมพร้อมหมอนอิงที่มีไว้สำหรับนอนเล่นพักผ่อน
"สวยจังเลยค่ะ" โบนิตาว่าพลางมองไปรอบ ๆ ดวงหน้าสวยเริ่มมีรอยยิ้มที่มุมปากทำให้เห็นลักยิ้มเล็ก ๆ
"คุณยิ้มแล้ว" ราชันทร์ยิ้มล้อพร้อมโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ทำเอาคนตัวเล็กที่กำลังยิ้มกว้างรีบเบือนหน้าหลบ
ราชันทร์เดินเข้าไปนั่งลงบนขอบบ่อน้ำจำลอง ก่อนหันมากวักมือเรียกหญิงสาวให้ตามไป โบนิตาก็เดินลงไปนั่งอย่างเชื่อฟัง เมื่อเท้าเล็กหย่อนลงไปสัมผัสน้ำ ความอุ่นซ่านของอุณหภูมิน้ำในบ่อทำให้เธอต้องประหลาดใจ
"อุ๊ย มันอุ่นจังเลยค่ะ"
"เป็นไงครับ ธรรมชาติบำบัดของผม"
"ดีมากเลยค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีที่แบบนี้ในโรงแรมด้วย"
โบนิตาเอนตัวไปด้านหลัง วางมือทั้งสองข้างเพื่อพยุงตัว ก่อนหลับตาพริ้ม แกว่งเท้าเล็กไปมาในกระแสน้ำอุ่น มันทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ ราชันทร์นั่งมองดวงหน้าสวยที่เปื้อนรอยยิ้มอย่างหลงใหล
"ผมอยากเห็นคุณยิ้มแบบนี้ทุกวัน" ไม่เพียงแต่คำพูด ทว่านัยน์ตาคู่คมยังสื่อความหมายเช่นนั้นออกมา ทำเอาคนฟังถึงกับใบหน้าร้อนผ่าว
"ขืนนิตานั่งยิ้มทั้งวัน คงจะดูน่ากลัวมากกว่าน่ามองนะคะ"
สิ้นเสียงหวาน ทั้งคู่ก็หลุดขำออกมาพร้อมกัน
ทั้งสองคนนั่งเล่นด้วยกันอยู่พักใหญ่ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ใกล้ตกดิน จวบจนฟ้ามืดสนิท อากาศเริ่มเย็น ราชันทร์จึงพาโบนิตากลับลงมาส่ง ก่อนแยกย้ายกันเข้าห้องไป
แรกเริ่มเดิมที โบนิตาคิดจะพักที่โรงแรมหรูแห่งนี้เป็นการชั่วคราว ระหว่างรอหาที่อยู่ใหม่ แต่ทว่าด้วยงานที่รัดตัวขึ้นทุกวัน ยิ่งผลิตภัณฑ์น้ำหอมแบรนด์ดังของกฤติกาปล่อยโฆษณาออกมา ก็ยิ่งมีงานติดต่อเข้ามามากขึ้น เผลอแป๊บเดียวโบนิตาก็อยู่ที่โรงแรมของราชันทร์ร่วมเดือนแล้ว
ทางด้านราชันทร์ก็ยังคงมาอรุณสวัสดิ์ทักทายเธอทุกวัน โดยมีดอกไม้พร้อมการ์ดที่มีข้อความน่ารักและอาหารเช้า ทั้งสองคนกินมื้อเช้าด้วยกันจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน ส่วนมื้อเย็น หากวันไหนที่โบนิตาเลิกงานเร็ว ราชันทร์ก็จะพาเธอไปดินเนอร์
ความเสมอต้นเสมอปลายของชายหนุ่มเริ่มสั่นคลอนความรู้สึกของโบนิตามากขึ้นทุกวัน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดใจ เพราะเขาไม่เคยเร่งรัดหรือทวงถาม เธอจึงไม่รู้สึกกดดัน กลับกันเธอค่อนข้างสบายใจทุกครั้งที่ได้อยู่ด้วยกัน
วันนี้ก็เช่นกัน โบนิตาเลิกกองถ่ายโฆษณาเร็วกว่าที่คิด เธอจึงส่งข้อความบอกราชันทร์ ชายหนุ่มจึงนัดเจอเธอที่ห้องอาหารของโรงแรม
เมื่อจีจี้ขับรถมาส่งโบนิตาถึงโรงแรม
หญิงสาวก็เดินไปยังห้องอาหารที่นัดกับราชันทร์ ทว่าชายหนุ่มยังไม่ลงมา เธอจึงเข้าไปนั่งรอในห้องอาหาร ซึ่งพนักงานที่นี่ต่างคุ้นเคยเธอเป็นอย่างดี เพราะตลอดหนึ่งเดือนมานี้ไม่ว่าจะเจอโบนิตาที่ไหนในโรงแรมก็จะมีราชันทร์อยู่เคียงข้างเสมอ
ระหว่างที่โบนิตานั่งรอเจ้าของโรงแรมหนุ่ม ก็มีลูกค้าบางคนที่จำเธอได้จากในโฆษณา และตามหน้าสื่อโซเชียลต่าง ๆ เข้ามาขอถ่ายรูปกันสองสามคน เมื่อสาว ๆ กลุ่มนั้นเดินจากไป ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา ทันทีที่โบนิตาหันไปมองก็ทำเอาเธอตัวชาวาบ
"พี่อาร์ต"
"นิตา"
นางแบบสาวตกใจลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ นอกจากความตกใจแล้วนั้น ในหัวสมองของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจว่าอาทิตย์รู้ได้อย่างไรว่าเธอพักที่นี่
ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งตัว ชายหนุ่มก็ก้าวเข้ามาประชิดพร้อมยื่นมือเข้ามาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้
"นิตา พี่ขอร้องล่ะ เรามาคุยกันดี ๆ เถอะ"
"นิตาไม่มีอะไรจะคุยด้วยค่ะ ปล่อย!!!"
โบนิตากล่าวเสียงแข็งพร้อมพยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่นั่นยิ่งทำให้ฝ่ามือหนาบีบแน่นขึ้นจนเธอรู้สึกเจ็บ
"นิตา เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม พี่รู้แล้วว่าไม่มีใครดีกับพี่เท่านิตาเลย พี่คิดถึงนิตาทุกวันเลยนะรู้ไหม” คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกสะอิดสะเอียน
"พี่อาร์ตเลิกพล่ามซะที อย่ามาพูดแบบนี้กับ
นิตา ไปพูดกับเมียพี่โน่น"
"พี่กำลังจะหย่ากับเขาแล้ว ขอร้องล่ะ ให้โอกาสพี่เถอะนะ"
ในที่สุดความอดทนของโบนิตาก็หมดสิ้นลง เธอคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมาสาดลงไปบนใบหน้าของอาทิตย์เข้าอย่างจัง ก่อนรีบสาวเท้าถอยกรูดเพื่อหลีกหนีบุคคลอันตรายตรงหน้า แต่ทว่าอาทิตย์ก็ยังคงไม่ยอมเลิกรา ชายหนุ่มย่างสามขุมเข้ามาหาเธอ
ในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างสูงของเจ้าของโรงแรมหนุ่มก็ก้าวเข้ามาขวาง พร้อมผลักอกอาทิตย์อย่างแรงจนอาทิตย์เซถลาไปทางด้านหลังเกือบล้มลงไม่เป็นท่า
ราชันทร์หันมาสำรวจคนตัวเล็กที่ยืนถือแก้วเปล่าด้วยมือสั่นเทา เขาค่อย ๆ แกะมือบางออกจากแก้วใบใส ก่อนหยิบมันออกไปวางลงบนโต๊ะ
"นิตา คุณโอเคไหม" หญิงสาวพยักหน้าเบา ๆ แทนคำตอบ พลันหางตาราชันทร์เหลือบไปเห็นรอยแดงบนข้อมือ ชายหนุ่มกัดฟันกรอด พลางหันไปเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ตามมาด้วยให้เข้ามา
"เอาตัวมันออกไป อย่าให้มันเข้ามาอีก"
ราชันทร์ประกาศกร้าว ก่อนหันมาทางโบนิตาอีกครั้ง
"นิตาอยากกลับห้องค่ะ"
"โอเค ไปครับ"
ราชันทร์ยื่นมือออกมาตรงหน้าหญิงสาว เพื่อให้เธอได้ใช้เขาเป็นที่พึ่งพิงในการก้าวออกไปจากตรงนั้น ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย มือเล็กวางลงบนฝ่ามือหนา ความอุ่นซ่านที่ถ่ายทอดมาทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
ชายหนุ่มพาคนตัวเล็กกลับขึ้นมาบนห้องพัก ประคองร่างบางเข้าไปนั่งบนโซฟาตัวยาว ก่อนเดินออกจากห้องไปโดยไม่บอกกล่าว ทว่าเพียงไม่นานเขาก็กลับเข้ามาพร้อมกล่องปฐมพยาบาลในมือ เดินตรงเข้ามาหย่อนสะโพกนั่งลงเคียงข้างเธอ
“ขอมือหน่อยครับ” โบนิตายกมือข้างที่มีรอยแดงบนข้อมือขึ้นไปอย่างเชื่อฟัง
ราชันทร์นำเจลประคบเย็นมาวางลงบนข้อมือบางอย่างแผ่วเบา ก่อนเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มอบอุ่นให้กับเธอ
“หิวหรือยังครับ ผมสั่งรูมเซอร์วิสไปแล้ว รอหน่อยนะ” โบนิตามองคนตรงหน้าอย่างนึกแปลกใจ ที่ชายหนุ่มไม่เอ่ยถามถึงต้นสายปลายเหตุของสถานการณ์เมื่อครู่
“คุณราชจะไม่ถามเหรอคะ”
“ผมไม่อยากให้คุณไม่สบายใจ ถ้าอยากเล่าเมื่อไหร่ก็ค่อยเล่า ผมยินดีรับฟังเสมอ” เพียงคำพูดไม่กี่ประโยคของราชันทร์ก็ทำให้หัวใจของเธออิ่มเอมขึ้นได้ทันตา รอยยิ้มจาง ๆ เริ่มปรากฏบนดวงหน้าสวย พลางมองชายหนุ่มปฐมพยาบาลอย่างตั้งอกตั้งใจ
“เขาเป็นรุ่นพี่ที่มหาลัยค่ะ นิตาเคยเกือบคบกับเขา” ฝ่ามือหนาที่กำลังเปิดหลอดยาทาแก้ฟกช้ำชะงักไปครู่หนึ่ง “แต่ว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว นิตาไม่รู้มาก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งแฟนเขามาทำร้ายนิตาที่หน้าคณะ โชคดีที่เพื่อนช่วยไว้ได้ทัน ต่างคนต่างแยกย้าย นิตาก็ไม่ได้เจอกับเขาอีกเลย จนกระทั่งเมื่อเดือนที่แล้วนิตาเจอเขาที่ร้านอาหาร” เสียงหวานหยุดลง พร้อมสีหน้าครุ่นคิด
“นิตา คุณโอเคนะ”
“ค่ะ เพียงแต่นิตาสงสัยว่าเขารู้ได้ยังไงว่านิตาอยู่ที่นี่”
“ไม่ต้องคิดมากนะ ผมห้ามมันเข้ามาที่โรงแรมแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมีพนักงานรักษาความปลอดภัยมาเพิ่มด้วย คุณไม่ต้องกังวลนะ”
“ขอบคุณค่ะ ถ้าไม่ได้คุณนิตาคงแย่แน่ ๆ “
หลังจากนั้นราชันทร์ก็เปลี่ยนไปชวนคุยเรื่องอื่น เพื่อให้โบนิตาสบายใจขึ้น จากนั้นอีกไม่กี่นาทีรูมเซอร์วิสก็นำอาหารเย็นมาเสิร์ฟ
วันนี้ทั้งคู่จึงต้องเปลี่ยนบรรยากาศมาดินเนอร์กันในห้องพักแทน และเมื่อรับประทานกันจนอิ่มหนำสำราญ ราชันทร์ก็กลับไปห้องของตัวเอง เพื่อให้โบนิตาได้พักผ่อน