คือคนที่ห่วงใย

2045 Words
เช้าวันต่อมา ราชันทร์ก็มาเคาะประตูแต่เช้าตรู่อีกเช่นเคย โบนิตาเปิดประตูออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ดูสดชื่นขึ้นกว่าเมื่อวาน เธอมองดอกไม้ในแจกันคริสตัลที่พนักงานถือเข้ามา ก่อนหันไปมองแจกันของวันก่อน ๆ ที่วางเรียงราย จนตอนนี้ห้องเธอเหมือนเป็นร้านดอกไม้ย่อม ๆ ไปแล้ว เช้าวันนี้ก็ดำเนินไปเหมือนเช่นทุกวัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมา คือ หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จแทนที่ราชันทร์จะลงไปส่งโบนิตาที่ล็อบบี้ ชายหนุ่มกลับแนะนำเธอให้รู้จักหญิงสาวคนหนึ่ง หล่อนเดินเข้ามาในห้องภายใต้ชุดสูทสีดำท่าทางทะมัดทะแมง “นี่ กนก เป็นคนของแม่ผม จะมารับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและขับรถให้นิตา” บอดี้การ์ดสาวโค้งคำนับแสดงความเคารพเจ้านายทั้งสอง เล่นเอาโบนิตาทำตัวไม่ถูก เธอจึงยกมือไหว้ตอบกลับไป “คุณราช นี่มันอะไรกันคะ” “เพื่อความปลอดภัยของคุณครับ นิตา” “มันจะไม่มากไปเหรอคะ” “สำหรับนิตาไม่มีอะไรมากไปเลยครับ เพราะคุณคือคนที่ผมห่วงใย” เสียงนุ่มทุ้มว่าพลางยกมือขึ้นวางลงบนมือเล็กที่อยู่บนโต๊ะอาหาร นัยน์ตาคู่คมมองเธออย่างสื่อความหมายตามที่พูด ทำเอาคนตัวเล็กเขินอายจนต้องผินหน้าไปทางอื่น แต่ก็ดันไปสบตากับบอดี้การ์ดสาวเข้าอีก เธอจึงรีบดึงมือออก “นิตาต้องไปทำงานแล้วค่ะ” โบนิตาลุกขึ้นเดินลิ่วออกจากห้องไปโดยมีบอดี้การ์ดสาวเดินตามไปติด ๆ ปล่อยให้ราชันทร์นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หัวเราะในความน่ารักน่าเอ็นดูของเธอ โบนิตาลงมายืนรอหน้าโรงแรม ระหว่างที่บอดี้การ์ดสาวกำลังไปขับรถมารับ หญิงสาวยืนกดพิมพ์ข้อความบนหน้าจอสมาร์ตโฟนส่งข้อความหา จีจี้ ว่าให้ไปเจอกันที่กองถ่ายเลย “อีนิตา!!!” เสียงหวีดแหลมตะโกนเรียกชื่อเธออย่างหยาบคาย ทำให้โบนิตาเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความตกใจ พอเห็นว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร ดวงหน้าสวยพลันซีดเผือดขึ้นมาทันที แฟนของอาทิตย์... ไม่ผิดแน่ เธอจำหล่อนได้ไม่มีวันลืม “อีหน้าด้าน แย่งผัวชาวบ้าน ไม่มีปัญญาหาผัวแล้วใช่ไหม หรือมันคันมากนัก อีแพศยา” หล่อนก้าวเข้ามาหาเธอด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยว ในมือถือขวดน้ำพลาสติกซึ่งภายในมีของเหลวสีแดง พ่นวาจาหยาบคายใส่เธอตลอดทุกก้าวที่เดินเข้ามา และเมื่อหล่อนยกขวดขึ้นมาเปิดฝา โบนิตาก็สาวเท้าถอยหนี แต่ทว่าก็ไม่ทัน ของเหลวสีแดงถูกสาดมาที่เธอเข้าอย่างจัง เท่านั้นยังไม่พอ หล่อนเดินตรงดิ่งเข้ามาพร้อมเงื้อมมือขึ้นหมายจะตบเธอ แต่โชคดีที่บอดี้การ์ดสาวเข้ามารวบตัวไว้ได้ทัน หล่อนถูกจับรวบแขนล็อกไว้ทางด้านหลัง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หล่อนสิ้นฤทธิ์ เพราะปากก็ยังก่นด่าสาดเสียเทเสีย ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมายที่จ้องมองมา โบนิตาอับอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ยืนกอดตัวเองที่ตัวเปรอะเปื้อนเหนียวเหนอะหนะไปด้วยของเหลวสีแดง “นิตา” ราชันทร์วิ่งออกมาหน้าตาตื่นพร้อมกับเลขาฯคนสนิท ชายหนุ่มรีบถอดเสื้อสูทราคาแพงคลุมร่างบาง พร้อมโอบกอดเอาไว้อย่างปกป้อง ก่อนหันไปมองแฟนของอาทิตย์ด้วยแววตาโกรธขึ้ง หล่อนก็ยังคงแหกปากด่าทอไม่ยอมหยุด กล่าวหานางแบบสาวว่าไปแย่งสามีของหล่อน ทำเอาราชันทร์หมดความอดทน “หุบปาก!!! ก่อนจะด่าคนอื่นไปคุมผัวตัวเองโน่น บอกมันว่าอย่ามายุ่งกับนิตา” ราชันทร์พูดเสียงกร้าวด้วยโทสะ “ทำไม แก้ตัวแทนมัน มึงก็หน้าโง่โดนมารยามันอีกคนล่ะสิ เหอะ” “เออ กูเป็นแฟนนิตา นิตามีกูเป็นแฟนคนเดียว ผัวมึงน่ะเป็นพวกโรคจิตชอบสะกดรอยตามผู้หญิงที่เขาไม่สนใจ” โบนิตาแหงนมองคนตัวโตอย่างไม่เชื่อหู ไม่เคยได้ยินชายหนุ่มพูดคำหยาบมาก่อน เมื่อเห็นลูกค้าในโรงแรมต่างหยุดมอง มือเล็กจึงสะกิดห้ามให้ราชันทร์หยุด ก่อนเหตุการณ์จะลุกลามมากไปกว่านี้ ราชันทร์จึงยอมรามือ และหันไปทางเลขาฯหนุ่ม “พาไปส่งโรงพัก เอาทนายไปด้วย อย่าให้รอดมาง่าย ๆ นะ เก็บให้หมดทุกข้อหา” “ครับคุณราช” หลังจากสั่งการเสร็จเรียบร้อย ราชันทร์ก็หันมาทางร่างบางที่ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง เธอเหลือบมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้วยความอับอาย ชายหนุ่มเห็นแบบนั้นก็รู้สึกสงสารจับใจ เขาดึงร่างบางเข้ามากอดปลอบ โดยไม่แคร์สายตาใครทั้งสิ้น ราชันทร์นึกโมโหที่มาเกิดเรื่องแบบนี้กับ โบนิตาในโรงแรมของเขาเองแท้ ๆ ทั้งที่อุตส่าห์เพิ่มระดับรักษาความปลอดภัย ป้องกันไม่ให้อาทิตย์เข้าถึงตัวโบนิตา ก็ยังมีหญิงบ้าคนนี้โผล่ขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด ชายหนุ่มยิ่งเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอหนักขึ้น การอยู่ที่โรงแรมอาจไม่เหมาะอีกต่อไป ต่อให้ระมัดระวังมากเพียงใดก็ยังมีคนเข้าออกพลุกพล่าน ชายหนุ่มคิดหนักจนเผลอถอนหายใจยาวออกมา “คุณราชคะ” “ครับ” “ปล่อยนิตาเถอะค่ะ คนมองเต็มไปหมดแล้ว” ราชันทร์ยอมปล่อยคนตัวเล็กออกจากอ้อมกอด ก่อนก้มสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “นิตา ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม” ราชันทร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเจือความห่วงใย หญิงสาวส่ายศีรษะเบา ๆ แทนคำตอบ “งั้นไปข้างบนกันเถอะ คุณคงไปทำงานสภาพนี้ไม่ได้แล้ว” ราชันทร์พาโบนิตามาส่งถึงหน้าประตูห้อง และเขาเองก็ขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยเช่นกัน โบนิตากลับเข้ามาในห้องโทรหาผู้จัดการสาว เพื่อเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำเอาจีจี้ตกใจสุดขีด และโชคดีที่กองถ่ายวันนี้เป็นผลิตภัณฑ์น้ำหอมของกฤติกา เมื่อหล่อนทราบข่าวจึงสั่งยกกอง และบอกให้โบนิตาพักผ่อนทำใจให้สบาย ทำให้วันนี้กลายเป็นวันว่างไปโดยปริยาย ซึ่งนั่นทำให้โบนิตารู้สึกโล่งใจไม่น้อย เพราะเหตุการณ์ในวันนี้ทำเอาความมั่นใจของนางแบบสาวดิ่งลงเหวเลยก็ว่าได้ และเธอก็ยังไม่อยากลงไปเจอผู้คนในตอนนี้ หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย โบนิตาก็ออกมานั่งเล่นดูทีวีที่โซฟาตัวยาวได้ครู่หนึ่ง เสียงกริ่งที่หน้าประตูก็ดังขึ้น พอเปิดออกไป ราชันทร์ก็ยืนส่งยิ้มอ่อนโยนในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองและกางเกงยีนขายาว ชายหนุ่มทำหน้าฉงนที่หญิงสาวอยู่ในชุดแบบสบายไม่เหมือนกำลังจะออกไปทำงาน “ยังไม่แต่งตัวเหรอครับ ผมจะไปส่งคุณที่กองถ่าย” “วันนี้ยกกองค่ะ” “เสียดายจังวันนี้อุตส่าห์แคนเซิลงาน ว่าจะไปดูคุณทำงานซะหน่อย” “เสียดายเพราะไม่ได้ไปดูนิตาทำงาน หรือเสียดายที่ไม่ได้โดดงานกันแน่คะ” โบนิตาแกล้งล้อ “คุณรู้ทันซะแล้ว ไหน ๆ วันนี้ก็ว่างแล้ว ให้ผมอยู่เป็นเพื่อนนะ” โบนิตายิ้มให้กับท่าทางกระตือรือร้นของชายหนุ่ม ก่อนจะหลีกทางให้เขาเดินเข้ามา ทั้งคู่มานั่งเคียงข้างกันบนโซฟาตัวยาว ดูหนังรักโรแมนติกที่หญิงสาวดูค้างเอาไว้ ทว่าเธอกลับไม่ได้มีสมาธิจดจ่อกับหนังที่กำลังมีเนื้อเรื่องเข้มข้นเลย เพราะมีสิ่งหนึ่งที่รบกวนจิตใจเธออยู่ “คุณราชคะ” เธอเรียกชายหนุ่มพร้อมหันหน้ามาทางเขา “ครับ” เขาตอบรับพร้อมหันมาทางเธอเช่นกัน “ทำไมเมื่อกี้คุณถึงพูดแบบนั้นออกไปคะ” “พูดอะไรครับ” “ก็...เอ่อ..ที่คุณไปบอกเขาว่านิตาเป็นแฟนคุณ” “ก็ผมคิดว่าผมเป็นแฟนคุณแล้ว” เสียงทุ้มว่าพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ทำเอาใจดวงน้อยเต้นระส่ำเมื่อถูกจู่โจม “นิตาไปตกลงกับคุณตอนไหนคะ” “ครับ คุณยังไม่ตกลง ตอนนี้คุณจะเห็นผมเป็นอะไรก็ได้ ว่าที่แฟนหนุ่มสุดหล่อแสนเพอร์เฟกต์ดีไหมครับ” ข้อเสนอของราชันทร์ทำเอาหญิงสาวหลุดขำออกมา “ไม่ชอบเหรอ ไม้กันหมาดีไหม” “น่าสนใจนะคะ” โบนิตาตอบกลั้วขำออกไปด้วยนึกอยากแกล้งชายหนุ่ม “ก็ได้ครับ ให้เป็นไม่กันหมาก็ยอม ถ้าทำให้ นิตายิ้มได้แบบนี้” ราชันทร์จ้องมองดวงหน้างดงามอย่างหลงใหล ช่วงหลังมานี้เธอยิ้มมากขึ้น หัวเราะมากขึ้น นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มอยากปกป้องความสุขของเธอเอาไว้ ฝ่ามือหนายกขึ้นสัมผัสแก้มนวลอย่างแผ่วเบา เธอไม่ถอยหนี ข้อนิ้วเรียวไล้ลงมาตามแก้มใส จนถึงกลีบปากบางสีชมพูระเรื่อ ชวนให้นึกถึงจุมพิตแรกของเขาและเธอที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว ยิ่งได้สัมผัส ยิ่งทำให้รู้ว่าเขาโหยหามากเพียงใด จนเผลอหลุดปากออกมา “ผมขอจูบคุณได้ไหม” ราชันทร์ก็ตกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน ทว่าคนตัวเล็กกลับมองเขานิ่ง หนำซ้ำยังคลี่ยิ้มบางออกมา “คุณเคยจูบนิตาแล้วนะคะ ยังจะกล้ามาขอ” นัยน์ตาคู่หวานที่จ้องมองมาค่อย ๆ ปิดลง ราวกับเป็นสัญญาณไฟเขียว ราชันทร์จึงไม่รอช้า เขาเลื่อนมือเข้าไปยังท้ายทอยบอบบาง รั้งใบหน้าสวยเข้ามา ประทับริมฝีปากหนาลงบนเรียวปากอิ่ม บดเบียดขบเม้มริมฝีปากทั้งบนและล่างสลับไปมา มืออีกข้างรวบเอวบางดึงเธอเข้ามาแนบชิด จุมพิตแสนหวานเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อน เธอเผยอริมฝีปากรับลิ้นร้ายอย่างเต็มใจ ปล่อยให้เขาได้เพลิดเพลินกับความหอมหวาน มือเล็กจากที่เคยขยำเสื้อเชิ้ตบริเวณแผงอกกว้าง เคลื่อนขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่ง คนตัวโตออกแรงดันให้เธอเอนตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาว จูบร้อนแรงกินเวลายาวนาน จนเริ่มปลุกสัญชาตญาณในกายชาย มือไม้เริ่มอยู่ไม่สุข ไต่ไปตามเรือนร่างอรชร ล้วงลึกเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวบาง กอบกุมความใหญ่โตภายใต้บราเซียร์ลูกไม้เนื้อดี และยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น ฝ่ามือหนารั้งบราเซียร์ขึ้น บีบเคล้นความอวบอิ่มพร้อมสะกิดจุดอ่อนไหว “อื้อ” เสียงหวานครางออกมา ราวกับเสียงระฆังเรียกสติ ราชันทร์รีบถอนจูบออก พลางมองคนใต้อาณัติอย่างรู้สึกผิด เขารีบผุดลุกขึ้นนั่ง ส่วนโบนิตาค่อย ๆ ลุกขึ้นมาขยับบราเซียร์ให้เข้าที่เข้าทาง “นิตา คือ ผม...” ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบนิ้วเรียวสวยก็ยกขึ้นแตะริมฝีปากหนา “ถ้าจะขอโทษล่ะก็ ไม่ต้องนะคะ คุณไม่ได้บังคับนิตา เมื่อไปถึงจุดที่นิตายังไม่พร้อมคุณก็หยุดแล้ว คุณไม่ได้ทำอะไรผิดค่ะ” ราชันทร์ตาเป็นประกายต่อสิ่งที่ได้ยิน “ถ้างั้นเราก็ใกล้ชิดกันได้ ผมเข้าใจถูกไหมครับ” ชายหนุ่มถามพร้อมรอฟังคำตอบอย่างจริงจัง “ก็ทำนองนั้นแหละค่ะ” ได้ยินแบบนั้นราชันทร์ก็พุ่งเข้ามากอดโบนิตาพร้อมหอมแก้มหนึ่งฟอดใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมเอามือกุมเป้ากางเกงเอาไว้ “นิตา ผมขอตัวเข้าห้องน้ำสักพักนะครับ” “ค่ะ” โบนิตาเห็นท่าทางของราชันทร์ก็พอเข้าใจได้ เธอมองแผ่นหลังกว้างเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “เกือบไปแล้วนิตา เคลิ้มเลยนะแก”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD