ว่าที่ลูกเขย

1733 Words
หลังจากได้พักผ่อนอย่างเต็มที่หนึ่งวันเต็ม กายและใจของโบนิตาก็กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง อีกทั้งความสัมพันธ์กับเจ้าของโรงแรมหนุ่มก็ยังก้าวไปอีกขั้น แม้จะยังไม่ได้ตกลงปลงใจคบกัน แต่ก็อยู่ในสถานะที่เรียกได้ว่าค่อนข้างพิเศษ วันนี้โบนิตาว่างอีกหนึ่งวัน เธอจึงตัดสินใจไปเยี่ยมคุณมาลินีที่บ้าน เพราะหลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าจะว่างอีกเมื่อไหร่ โดยในตอนแรกราชันทร์อาสาจะตามไปด้วย ทว่าชายหนุ่มมีงานด่วนเข้ามากะทันหัน โบนิตาจึงไปกับบอดี้การ์ดแทน เมื่อรถซีดานคันหรูเลี้ยวเข้าไปในซอยบ้าน โบนิตาให้บอดี้การ์ดจอดรอระหว่างที่เธอเข้าไปหาแม่ “พี่กนกจะไปทำธุระอะไรก่อนก็ได้นะคะ นิตาว่าจะอยู่กับแม่สักพัก” “ไม่เป็นไรค่ะ พี่รอที่รถดีกว่า คุณนิตาตามสบายเลยนะคะ ไม่ต้องห่วงพี่” บอดี้การ์ดสาวยืนยันว่าจะรอ เพราะไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย หากคลาดสายตาไป เกรงว่าจะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก กนกหยิบถุงของฝากจากหลังรถส่งให้โบนิตา หญิงสาวรับมาพร้อมส่งยิ้มแทนคำขอบคุณ ก่อนหันหลังเดินเข้าไปท้ายซอย อันเป็นที่ตั้งของบ้านเธอ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ถึงบ้าน เธอก็ได้ยินเสียงคนมีปากเสียงกันดังลอยออกมา หญิงสาวจึงรีบวิ่งเข้าไปทันที “มันคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันน่ะ นิตาไม่ใช่คนแบบนั้น เธอก็อย่าเพิ่งไปเชื่อเลย” เมื่อเธอเข้าไปถึง คุณมาลินีก็กำลังกล่าวถึงเธออยู่พอดี และคู่สนทนาก็ไม่ใช่ใครอื่น เจ็กธง ญาติผู้ใหญ่ที่ไม่น่าเคารพนั่นเอง “นี่มันอะไรกันคะ” โบนิตาทิ้งของทุกอย่างลงบนพื้นก่อนปรี่เข้าไปกอดปกป้องมารดา “มาแล้วเหรอนังตัวดี ทำงามหน้าแล้วไหมล่ะ อั๊วว่าเอาไว้ไม่มีผิด ผู้หญิงหยำฉ่าแบบลื้อต้องหางโผล่เข้าสักวัน” “เจ็กเป็นบ้าอะไรมาว่านิตาฉอด ๆ ” โบนิตาถามกลับหน้าตาเอาเรื่อง คุณมาลินีจึงส่งโทรศัพท์มือถือให้เธอดู บนหน้าจอสี่เหลี่ยมมีหัวข้อข่าวซุบซิบ ‘นางแบบดังคั่วไฮโซหนุ่มดีกรีคาสโนว่าเจ้าของโรงแรมหรู ยังสู้อุตส่าห์แอบแซ่บสามีชาวบ้าน’ “นี่มันก็แค่ข่าวกอสซิป ไม่ได้เอ่ยชื่อใครด้วยซ้ำ บางทีมันก็เป็นข่าวมั่ว” “แต่มันมีคลิปในคอมเมนต์ด้วยนะลูก” คุณมาลินีกระซิบบอกลูกสาว โบนิตาจึงเลื่อนลงไปดูในคอมเมนต์ด้านล่าง เมื่อกดเข้าไปดูในคลิป เธอก็หน้าซีดเผือด เพราะมันคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าโรงแรมเมื่อเช้าวานนี้ “ในคลิปคือนิตาจริง ๆ ค่ะแม่ แต่ผู้หญิงคนนี้เขามาหาเรื่องนิตา ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดี มันไม่ใช่แบบที่ข่าวเขียนนะคะ” “ใครเชื่อก็โง่แล้ว เจ้ก็อย่าหูเบาเชื่อมันให้มากนัก สร้างแต่เรื่องงามหน้า หนีออกจากบ้านไปทำงานนางแบบจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะเจ้เป็นแบบนี้ไง นังนี่มันถึงได้ใจแตก” “มันจะมากไปแล้วนะเจ็ก” โบนิตาก้าวออกไปข้างหน้าพร้อมกำหมัดแน่นด้วยความโมโห ต่อให้ผู้เป็นอาจะมาระบายโทสะใส่เธอขนาดไหน เธอก็ทนได้เสมอ แต่ต้องห้ามแตะต้องแม่ของเธอเป็นอันขาด “ลื้อจะทำไม อย่ามาลองดีกับอั๊วนะ เดี๋ยวอั๊วตบสั่งสอนลื้อแทนแม่ลื้อเอง” เจ็กธงง้างฝ่ามือขู่ ทำท่าจะตบ สองแม่ลูกจึงกอดกันกลมหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ “โอ๊ย” ทว่าสองแม่ลูกก็ต้องแปลกใจเมื่อได้ยินญาติตัวร้ายร้องเสียงหลง เมื่อโบนิตาลืมตาขึ้น เธอก็เห็นราชันทร์กำลังล็อคแขนเจ็กธงของเธอไว้ไพล่ไปทางด้านหลัง “คุณราช” “โอ๊ย ปล่อยกูนะ นิตาลื้อบอกผัวลื้อปล่อยอั๊วนะ” “คุณราชปล่อยเถอะค่ะ” ราชันทร์ยอมทำตามแต่โดยดี ทว่าก็สะบัดมือออกจนสุดแรงพอดู “โอ๊ย เจ้ดูพวกมันทำนะ” ขนาดเจ็บตัวก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์ หันมาโวยวายกับคุณมาลินีต่อ “พอเถอะ!!! ครั้งนี้เธอทำเกินไปจริง ๆ นะ ถึงขั้นจะลงไม้ลงมือกับลูกฉัน ที่ผ่านมาฉันยอมมาตลอดเพราะไม่อยากมีเรื่อง แต่ถ้ามาล้ำเส้นกันขนาดนี้ก็ไม่มีอะไรต้องพูดกัน ต่อไปนี้ถ้าไม่มีธุระอะไรก็อย่าเข้ามาเหยียบบ้านฉันอีก เธอออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว ถ้าไม่อยากโดนแบบเมื่อกี้” คุณมาลินีเหลืออด ทนฟังต่อไปไม่ไหว จึงต้องเอ่ยปากไล่ “เออ ไปก็ได้วะ” ญาติหัวร้อนเดินกระแทกเท้าออกไป ปากก็ยังคงบ่นไปตลอดทาง ราชันทร์หันมาจับร่างบางหันซ้ายขวาสำรวจตั้งแต่หัวจรวดเท้าด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรใช่ไหม” เธอส่ายหน้าแทนคำตอบด้วยใบหน้าเจือความอ่อนล้า ต่างจากเมื่อเช้าโดยสิ้นเชิง แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มให้เขาได้สบายใจ โบนิตาหันมาทางมารดาซึ่งกำลังจ้องมองลูกสาวกับชายแปลกหน้าที่ดูมีความสัมพันธ์ที่พิเศษต่อกัน “แม่คะ นี่คุณราช” “สวัสดีครับคุณแม่” ราชันทร์รีบยกมือไหว้คุณมาลินีพร้อมเอ่ยทักทาย “สวัสดีค่ะ” คุณมาลินีรับไหว้ พลางเหลือบมองลูกสาว “นิตา เขาเป็นใครเหรอลูก” “เอ่อ…” เมื่อถูกมารดาถามกะทันหัน เธอก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะตอบอย่างไร เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอก็ยังไม่ไปถึงขั้นที่จะเรียกว่าแฟน “ผมเป็นคนที่กำลังจีบลูกสาวคุณแม่อยู่ครับ” ราชันทร์ตอบอย่างตรงไปตรงมาเสียงดังฟังชัด ทำเอาโบนิตาเขินหน้าแดง คุณมาลินีเห็นแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าลูกสาวมีใจอยู่ไม่น้อย “อ้าว งั้นก็คนกันเอง มานั่งก่อนลูก มา ๆ เดี๋ยวแม่หาอะไรให้กิน เอ๊ะ หรือจะกินข้าวกันไหม แม่ทำของโปรดนิตาไว้ด้วยนะ ไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าวเลยดีกว่า เดี๋ยวแม่ไปยกกับข้าวมาให้” “ผมไปช่วยครับคุณแม่” ราชันทร์ลุกขึ้นเดินตามคุณมาลินีเข้าครัวไปอย่างกระตือรือร้น ปล่อยให้โบนิตานั่งรอที่โต๊ะ ระหว่างนั้นก็มีเสียงพูดคุยจากในห้องครัวดังออกมาเป็นระยะ ซึ่งราชันทร์กำลังพยายามจะตีสนิทกับว่าที่แม่ยายอยู่นั่นเอง ผ่านไปไม่กี่นาที คุณมาลินีก็เดินตัวปลิวออกมา โดยมีราชันทร์ยกถาดอาหารขนาดใหญ่เดินตามออกมาด้วย สภาพของเขาตอนนี้ดูไม่จืด เสื้อเชิ้ตราคาแพงถูกพับแขนขึ้นไปอยู่บนข้อศอก ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดพราย บางส่วนไหลลงมาตามต้นคอและแผงอก โบนิตาเห็นท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ของชายหนุ่มก็อดขำไม่ได้ จึงรีบลุกไปช่วย หยิบถ้วยชามอาหารในถาดมาวางลงบนโต๊ะ “ไหวไหมคะ ร้อนหน่อยนะ บ้านนิตาไม่มีแอร์” “ไหวครับ แค่นี้สบายมาก” ยังไม่ทันขาดคำ เหงื่อเจ้ากรรมก็เกิดไหลเข้าตา หญิงสาวจึงรีบไปหยิบกระดาษทิชชูมายื่นให้ชายหนุ่ม “คุณเช็ดให้ผมหน่อยสิ มือผมเลอะ” ราชันทร์ยื่นหน้าออกมารอ โบนิตาเหลือบมองฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างที่ยังคงสะอาดหมดจด ก็นึกหมั่นไส้ในความเจ้าเล่ห์ของเขา ถึงกระนั้นเธอก็ยอมเช็ดให้แต่โดยดี เธอค่อย ๆ วางกระดาษทิชชูลงบนเปลือกตา ซับหยาดเหงื่อที่ไหลลงมา ตลอดจนเม็ดเหงื่อตามกรอบหน้าหล่อเหลา คนตัวโตก็นั่งหลับตาพริ้มพร้อมรอยยิ้มพึงพอใจ นัยน์ตาคู่หวานเหลือบไปเห็นมารดากำลังจ้องมองอยู่ จึงรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว “ร้อนจริง ๆ ด้วยนะคะแม่ เอาไว้นิตาติดแอร์ให้แม่ดีกว่า เอ๊ะ เร่งพัดลมอีกได้ไหมนะ” โบนิตาพยายามกลบเกลื่อนความเขินอายด้วยการลุกขึ้นไปปรับความแรงของพัดลมติดเพดาน ก่อนจะกลับมานั่งประจำที่ คุณมาลินีเห็นอาการของลูกสาวก็แอบอมยิ้ม “คงหายร้อนกันแล้วใช่ไหมลูก งั้นมาลงมือกินข้าวกันเถอะ” สิ้นคำกล่าวของคุณมาลินี ทุกคนก็ลงมือรับประทานอาหาร แม้ว่าจะเป็นเมนูธรรมดาบ้าน ๆ แต่ราชันทร์ก็สามารถทานได้อย่างเอร็ดอร่อย หนำซ้ำยังเติมข้าวถึงสองครั้งสองครา เพราะฝีมือของคุณมาลินีเรียกได้ว่าระดับภัตตาคาร เนื่องจากท่านทำงานร้านอาหารอันเป็นกิจการของกงสีมานาน เมื่อทุกคนรับประทานกันจนอิ่มหนำสำราญ คุณมาลินีก็เอ่ยถามถึงเรื่องราวที่เป็นข่าว ว่าแท้จริงแล้วเหตุการณ์เป็นมาอย่างไร โบนิตาจึงตัดสินใจเล่าให้มารดาฟังตั้งแต่ต้น รวมไปถึงเรื่องของเธอและอาทิตย์ที่เกิดขึ้นในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งเธอไม่เคยเล่าให้มารดาฟังเลย “แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ข่าวพวกนี้อีกไม่นานมันก็เงียบไปเอง” “จะไม่ให้แม่เป็นห่วงได้ยังไง ผู้คนเดี๋ยวนี้น่ากลัวเหลือเกิน เฮ้อ” คุณมาลินีถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าเป็นกังวล “คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะดูแล นิตาให้เอง รับรองว่าจะไม่มีใครมารังแกนิตาได้แน่นอน” “แม่ต้องขอบคุณคุณราชมากนะคะ ที่ช่วย ลูกสาวแม่ไว้ตั้งหลายครั้ง” คุณมาลินีรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้างที่มีราชันทร์คอยห่วงใยดูแลลูกสาว “คุณแม่ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ผมยินดีและเต็มใจมาก” “จ้า พ่อลูกเขย ได้ยินแบบนี้แม่ก็เบาใจ” “แม๊!!! ทำไมไปเรียกคุณราชเขาแบบนั้น” โบนิตาร้องเสียงหลง ทำเอาคุณมาลินีและ ว่าที่ลูกเขยหัวเราะครืนออกมาพร้อมกัน หญิงสาวก็แก้เขินด้วยการหยิบจานชามที่กินเสร็จแล้วไปล้างในครัว โดยมีราชันทร์รีบลุกตามไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD