เมื่อออกจากสนามบินมาได้ โบนิตาก็เรียกรถจากแอปพลิเคชันให้ไปส่งที่วิลล่าสุดหรูของเพื่อนรัก อันเป็นจุดหมายปลายทาง โดยแผนการ
เซอร์ไพรส์ขอแต่งงานนั้นจะมีขึ้นในช่วงเที่ยงคืนหลังจากที่พวกเธอเคาร์ดาวน์กันเสร็จสิ้น
ทว่าเมื่อถึงเวลาคนที่โดนเซอร์ไพรส์นั้นกลับไม่ได้มีแค่กันติชา ผู้เป็นว่าที่เจ้าสาว โบนิตาเองก็เซอร์ไพรส์ไม่แพ้กัน เมื่อได้เจอกับราชันทร์เพื่อนสนิทของว่าที่เจ้าบ่าว ซึ่งเป็นชายคนเดียวกับคนที่เธอเดินชนที่สนามบินนั่นเอง
หลังจากคเชนทร์แฟนหนุ่มของกันติชา
เซอร์ไพรส์ขอแต่งงานเป็นที่เรียบร้อย สาว ๆ ก็แยกตัวออกมานั่งเล่นริมสระว่ายน้ำ ปล่อยให้หนุ่ม ๆ นั่งดื่มสังสรรค์กันอยู่ในบ้าน
“เย้ เพื่อนฉันขายออกอย่างเป็นทางการแล้ว”
โบนิตากล่าวยินดีกับกันติชา ระหว่างที่สามสาวเพื่อนซี้ อันได้แก่ โบนิตา กันติชา และภัททิรา กำลังนั่งดื่มฉลองกันอยู่ริมสระว่ายน้ำ
พวกเธอสามคนคบกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมาตลอดสี่ปี ถึงแม้ว่าหลังจากเรียนจบ โบนิตาจะย้ายไปทำงานต่างประเทศ แต่พวกเธอก็ยังคงติดต่อกันอยู่เสมอ ต่อให้ไม่มีเรื่องอะไรให้คุยกัน อย่างน้อยพวกเธอก็จะต้องส่งข้อความไร้สาระหากันในไลน์กลุ่มทุกวัน
หลังจากไม่ได้เจอกันเพียงแค่หนึ่งปี กันติชาก็ได้พบรักกับคเชนทร์ ผู้เป็นเพื่อนรุ่นน้องของบิดาของกันติชา และกำลังจะแต่งงานกันอีกในไม่กี่เดือนข้างหน้า
ส่วนเธอและภัททิราก็คงต้องอยู่กันแบบโสดสนิทกันต่อไป เพราะผู้ชายดี ๆ ในสมัยนี้นั้น หายากพอ ๆ กับการถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง
“ขอบใจมากนะพวกแก ฉันรักพวกแกมากเลย ฮือ” กันติชากล่าวพร้อมน้ำตาเอ่อคลอ
“อ้าว บ่อน้ำตาแตกอีกแล้ว” ภัททิราเห็นก็รีบดักคอ
“แพท แกไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลย สักวันหนึ่งถ้าแกเจอคนที่ใช่ แกก็ต้องเป็นแบบฉันนี่แหละ”
“จ้า เหม็นความรักไม่ไหว ไปหากับแกล้มเพิ่มดีกว่า ความรักของฉันตอนนี้คือหมูสามชั้นเท่านั้น” ภัททิราว่าจบก็ลุกเดินเข้าบ้าน
“นิตา เราเข้าไปนั่งข้างในกันดีกว่า น้ำค้างเริ่มแรง” กันติชาหันมาชวนโบนิตาที่กำลังยกแก้วไวน์ขึ้นจิบด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
“แกเข้าไปก่อนเถอะ ฉันอยากสูดอากาศข้างนอกสักพัก” โบนิตาตอบพลางเหลือบมองเข้าไปในตัวบ้าน ก็พบนัยน์ตาคมคู่หนึ่ง จับจ้องมองมาที่เธอ
“ตามใจ”
“เออ กี้ เรือลำนั้นฉันขึ้นไปนั่งเล่นได้ไหม”
โบนิตาว่าพลางยื่นหน้าไปทางเรือยอชต์สุดหรูที่จอดอยู่ตรงท่าเรือติดกับวิลล่า
“อืม ขึ้นไปสิ เดินระวังด้วยล่ะ เดี๋ยวตกน้ำตกท่า”
โบนิตาพยักหน้ายิ้มรับ พลางมองเพื่อนรักเดินเข้าไปในบ้าน
หญิงสาวหยัดกายลุกขึ้นคว้าขวดไวน์ ก่อนเดินลงไปตามทางทอดยาวมุ่งหน้าสู่ท่าจอดเรือ
เธอยังไม่อยากเข้าไปร่วมวงกับทุกคน เพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของราชันทร์ เพื่อนรักของผู้เป็นเจ้าบ้าน ซึ่งมองเธออย่างเปิดเผยตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เจอกัน
ในตอนแรก โบนิตาก็คิดว่าเธออาจคิดไปเอง แต่ทว่าทุกครั้งที่มองเข้าไปในบ้าน เธอก็จะพบกับนัยน์ตาคู่เดิมที่คอยจับจ้อง สายตาคู่นั้นทำให้เธอร้อนวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็น จนเธอเองยังนึกแปลกใจ
โบนิตาทำงานในวงการนางแบบตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จนกระทั่งเรียนจบก็ได้ไปเซ็นสัญญากับเอเจนซีชื่อดังที่ปารีส เธอต้องอยู่ท่ามกลางสปอตไลต์และสายตานับร้อยนับพัน แต่นั่นก็ไม่เคยทำให้เธอประหม่าได้เลย ทว่ากับสายตาของราชันทร์นั้นมันต่างออกไป
หญิงสาวเดินเรื่อยมาจนถึงเรือยอชต์สุดหรูที่จอดลอยลำอยู่ท่ามกลางความมืด เธอก้าวขึ้นเรืออย่างระมัดระวัง ก่อนเดินขึ้นไปนั่งบนดาดฟ้า
ดวงหน้าสวยแหงนขึ้นมองบนท้องฟ้า ดื่มด่ำความสวยงามของดวงดาวมากมายที่เปล่งประกายอยู่บนผืนฟ้าอันมืดมิด โบนิตายกขวดไวน์ขึ้นดื่มไปหลายอึก ก่อนเอนหลังลงนอน เพื่อจะได้มองท้องฟ้าได้เต็มตา
“ขอร่วมวงด้วยได้ไหมครับ” เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้ร่างบางลุกพรวดด้วยความตกใจ “ขอโทษครับที่ทำให้ตกใจ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เชิญค่ะ”
ราชันทร์นั่งลงข้างโบนิตาด้วยท่าสบาย ยืดขาสองข้างออกไปข้างหน้า ส่วนมือสองข้างวางไปด้านหลัง โบนิตาเหลือบมองพลางนึกสงสัยในจุดประสงค์การเข้าหาของชายหนุ่ม
“กี้บอกว่าคุณเป็นนางแบบที่ปารีส”
“ค่ะ”
“เก่งจังเลยนะครับได้ไปที่นู่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
“ขอบคุณค่ะ”
“อากาศดีจังเลยนะครับ”
“ค่ะ”
“คุณอยากทานอะไรไหมครับ เดี๋ยวผมไปเอามาให้”
“ไม่ค่ะ”
“คุณพูดน้อยจัง”
“ก็นิตาไม่รู้จะคุยอะไรกับคุณราช”
“คุยอะไรก็ได้ครับ คุยมาเถอะ ผมอยากคุยกับคุณ”
“นิตาคุยไม่เก่งค่ะ คุยกับนิตาคุณราชจะเบื่อเปล่า ๆ”
“เรียกคุณราช ฟังแล้วดูห่างเหินนะครับ เรียกอาราชเหมือนที่กี้เรียกก็ได้นะ” ราชันทร์กล่าวถึง
กันติชาที่เรียกเขาว่าอา เหมือนที่เรียกคเชนทร์ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาต่างสายเลือด
“เอ่อ นิตาว่าอย่าดีกว่าค่ะ เราเพิ่งรู้จักกัน และนิตาก็ไม่ได้นับถือคุณเป็นญาติผู้ใหญ่” คำกล่าวตรงไปตรงมาของโบนิตาทำเอาชายหนุ่มไปต่อไม่ถูก และจู่ ๆ ก็ระเบิดหัวเราะขึ้นมา
“ขอโทษ ผมขำ ผมไม่เคยเจอใครแบบคุณเลย โอเค ๆ เรียกคุณราชก็ได้ตามใจคุณเถอะ”
โบนิตามักมีเกราะกำบังจากเพศตรงข้ามเสมอ เพราะเธอมีประสบการณ์เลวร้ายในอดีต ที่เกิดจากหนุ่มรุ่นพี่ซึ่งเกือบจะได้คบกันเป็นแฟน แต่แล้วเธอก็ถูกแฟนตัวจริงของเขามาดักตบถึงหน้ามหาวิทยาลัย เป็นเรื่องราวใหญ่โตต้องขึ้นโรงพัก กว่าจะผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้ก็เล่นเอาโบนิตาเสียศูนย์ไปพักใหญ่
ยิ่งเจอผู้ชายที่ทั้งหล่อ รวย มีเสน่ห์แพรวพราวเช่นราชันทร์ เธอยิ่งต้องระวังมากเป็นพิเศษ
เมื่อคิดได้แบบนั้น โบนิตาก็ยกขวดไวน์ขึ้นมาซัดเข้าไปอีกหลายอึก จนราชันทร์ต้องรีบคว้าขวดเอาไว้ เพราะกลัวหญิงสาวจะมอมตัวเองเสียก่อน
ราชันทร์ยกขวดไวน์ขึ้นแย่งเธอดื่มจนหมดขวด โบนิตามองตาปริบ ๆ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน
จูบทางอ้อม…
ความคิดบ้า ๆ ที่ผุดขึ้นมากะทันหัน ทำเอาดวงหน้าสวยร้อนผ่าวจนแดงขึ้นในอีกระดับ
“ผมว่าคุณเมาแล้วนะ หน้าแดงมากเลย เข้าบ้านกันเถอะ”
โบนิตายกมือขึ้นจับแก้มอย่างร้อนตัว ก่อนรีบลุกขึ้น ทว่าด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ในร่างกายประกอบกับลุกขึ้นเร็วเกินไป ทำให้ร่างบางเซล้มลง
“ว๊าย”
แต่ทว่าคนตัวโตที่นั่งอยู่ ถลาเข้ามารับเธอไว้ได้ทัน ทำให้หญิงสาวล้มลงในอ้อมแขนแกร่ง
ราชันทร์เผลอกอดเธอไว้แน่น ขณะที่ใบหน้าห่างกันเพียงแค่คืบ วงแขนแข็งแรงยังคงโอบรัดกายบางเอาไว้แนบแน่น ดวงหน้าสวยขาวหมดจดไร้ซึ่งการแต่งแต้มนั้น ดึงดูดให้ชายหนุ่มอยากมองให้ถนัดชัดเจนยิ่งขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาค่อย ๆ โน้มลงมาทีละน้อย และไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด เธอจึงไม่ขัดขืน หนำซ้ำยังโอนอ่อนหลับตาพริ้ม เพียงเสี้ยววินาที เธอก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ประทับลงบนกลีบปากบาง กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ จากลมหายใจผสานกลิ่นน้ำหอมผู้ชายยิ่งทำให้เธอเคลิบเคลิ้ม จุมพิตที่แสนอ่อนหวาน สัมผัสแผ่วเบาที่บดเบียดลงบนริมฝีปากบาง ดูดดึงขบเม้มหยอกเย้า ทำให้เธอเพลิดเพลินจนเผยอริมฝีปากเชื้อเชิญ
คนตัวโตครางต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ ก่อนชำแรกปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากนุ่ม ลิ้นสากลากไล้ไปทั่วเพื่อลิ้มรสความหอมหวาน ก่อนหันมาเกี่ยวรัดเย้าแหย่ลิ้นเล็ก ทำเอาสติสัมปชัญญะของคนตัวเล็กที่ด้อยประสบการณ์เริ่มห่างออกไป
จูบอันแสนอ่อนโยนเริ่มรุนแรงดุดันขึ้น ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งบีบขยำสะโพกผายอย่างเมามัน ก่อนล้วงเข้าไปใต้เสื้อยืดสีขาว สัมผัสผิวเนียนละเอียดบนเอวคอด ลากไล้ขึ้นสู่หน้าท้องแบนราบ ก่อนเข้าครอบครองทรวงอกเต่งตึงที่ถูกห่อหุ้มด้วยบราเซียร์ลูกไม้เนื้อดี
“อื้อ” สัมผัสอันแปลกใหม่ทำให้ร่างบางสะดุ้งพร้อมหลุดเสียงคราง
และเสียงนั้นเรียกสติของคนทั้งคู่ จนต้องรีบผละออกจากกัน
โบนิตาลุกขึ้นนั่ง พลางจัดเสื้อผ้าและทรงผมอย่างลุกลี้ลุกลน พร้อมความรู้สึกอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ที่ยอมปล่อยตัวปล่อยใจไปกับชายที่เพิ่งรู้จักกันแค่วันเดียว
“เอ่อ นิตา คือผม...”
“นิตาไปนอนก่อนนะคะ”
เธอพูดแทรกขึ้นมาทันที ก่อนลุกหนี เดินลงจากเรือไป ปล่อยให้ชายหนุ่มมองตามตาละห้อยเป็นครั้งที่สองของวัน