กรุ๊งกริ๊งๆ กรุ๊งกริ๊งๆ
ลมแรงพัดกระทบโมบายเปลือกหอย มันดังกรุ๊งกริ๊งๆ อยู่ใต้กรอบหน้าต่าง สายลมยังพัดผ่านผ้าม่านผืนบาง มันปลิวไสว พาชายยาวๆ มาระรานร่างของคนบนเตียง
หญิงสาวที่ซ่อนกายอยู่ใต้ผ้านวมขยับตัวอย่างเมื่อยขบ เปลือกตาบางค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ ยามกระทบกับแสงจ้าจำต้องปิดเปลือกตาลงอีกหน เธอรวมรวมสติ มีบางอย่างกำลังผิดเพี้ยนไป แผ่นหลังเธอสัมผัสที่นอนอ่อนนุ่ม จมูกเธอยังได้กลิ่นน้ำทะเล ผิวของเธอยังรู้สึกอุ่นร้อนยามถูกแสงตะวันลามเลีย นี่เธอ...ตายแล้วหรือยังมีชีวิตกันนะ
ถามตัวเองแล้วลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ที่นี่ไม่เหมือนสวรรค์อย่างที่เธอเคยจินตนาการ มากสุดก็ให้ได้แค่บ้านคนรวยเท่านั้น บานหน้าต่างถูกเปิดทิ้งไว้ หัวเตียงมีนาฬิกาตั้งโต๊ะเรือนใหญ่ มีกุญแจพวงเล็กๆ วางอยู่ข้างกัน นี่ไม่ใช่บ้านเธอ ไม่ใช่บังกะโลที่เธอเช่าไว้ ที่นี่ที่ไหน
แล้วเธอ...มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
สลิสากุมศีรษะอันปวดหนึบ กวาดตามอง
ไปรอบๆ หรือว่าเธอยังไม่ตาย ยังไม่ตายใช่ไหม?
แอ๊ด...
ประตูห้องทางด้านซ้ายเปิดอ้าออก สลิสาตาเบิกโต ผู้ชายคนหนึ่งในชุดผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่างหมิ่นเหม่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาตัวสูงมาก ผิวขาวจัด มีดวงตาวับวาวและรอยยิ้มสดใสส่งมาให้ แต่ว่า...เขาเป็นใคร! ?
“ตื่นแล้วสินะ บอกแล้วว่าอย่าดื่มเยอะ”
สลิสาส่ายหน้าช้าๆ อะไรยังไง เธองงนะ
ชายหนุ่มเดินตรงมาหาหญิงสาว มือเขาแตะต้องแก้มนุ่มของคนที่ขยับกายลุกนั่ง
“นี่ยั่วกันเหรอ?” เขาถามแล้วลดสายตามองเนินอกอิ่มที่โผล่พ้นชายผ้านวม
สลิสาก้มมองตัวเองอย่างไว ให้ตายเถอะ ทำไมเธอไม่มีเสื้อผ้าติดตัว เธอได้แต่กอดผ้านวมแน่นๆ สมองอันปวดหนึบบอกตัวเองว่าเธอแค่ฝัน แค่ฝันน่ะ!
“ทราย”
“หือ?”
สลิสาครางฮือเลยล่ะ นั่น...ไม่ใช่ชื่อเธอ! ?
“ทำไม ทำเหมือนว่าธามเรียกชื่อผิด”
เขาไม่ถามเปล่าๆ แต่โน้มกายเข้าหาคนร่างบาง ดันหล่อนจนแผ่นหลังสัมผัสผิวเตียงอีกครั้ง
“ดะ...เดี๋ยว นี่มันอะไรกัน อย่านะ อย่า...”
“ชู่ว์...เงียบก่อน”
“ไม่..ยะ...อย่า..อย่า...อื้อ...”
สลิสาทำได้เพียงส่งเสียงครางประท้วง สมองของเธอหนักอึ้งราวกับเพิ่งผ่านพ้นความตาย ร่ายกายก็ปวดร้าวราวกับต่อสู้กับคลื่นทะเลมาทั้งคืน แล้วเธอจะเอาแรงที่ไหนไปสู้เขา ยิ่งตอนที่ลิ้นร้อนๆ ตวัดรุกไล้เรียวลิ้นของเธอ เรี่ยวแรงที่มีน้อยนิดก็หลุดล่องลอย
ผ้านวมผืนหนาถูกเลิกทิ้ง ผ้าเช็ดตัวที่พันเอวเขาด้วย ตอนนี้ร่างกายที่ชื้นด้วยหยดน้ำกำลังทาบทับเธอลงมา ชิ้นส่วนอันแข็งขึงบดเบียดเสียดสีกับส่วนนั้นของเธออย่างน่าละอาย เขายังจูบเธออยู่ พรมจูบให้เธอมึนงงแล้วไต่ริมฝีปากลงไปเบื้องล่าง ก่อนจะหยุดพักที่ตำแหน่งต่ำกว่าสะดือ สองมือเขาแตะต้องแพรไหมบางๆ ที่คลี่คลุมเนินเนื้ออันโหนกนูน ก่อนที่ริมฝีปากจะจุมพิตลงตรงนั้นอย่างอ้อยอิ่งยั่วเย้า ทุกคราวที่เขาวางปลายลิ้นใส่ติ่งเนื้อเล็กๆ นั่น ร่างเธอก็ได้บิดเร่าด้วยความซ่านสยิว เขาใช้ลิ้นได้ช่ำชองนัก ทั้งตวัดขึ้นลงเร็วรี่ เธอได้แต่ส่งเสียงคราง ครางมากเข้าก็ถึงกับหอบแฮ่กๆ
แล้วนาทีถัดมานิ้วแข็งแรงก็ชอนไชเข้ามาในร่างเธอ จำต้องอ้าปากค้างด้วยความเจ็บจุก
เธอยัง...ไม่เคย...
“ปล่อย..ได้โปรด..ฉันไม่...ใช่ คนที่คุณคิด ไม่ใช่!”
“ไม่เอาน่า ไม่เล่นนะ ตอนนี้มุกไหนก็หยุดกันไม่ได้หรอก ดูผู้หญิงตรงหน้าธามสิ ตาแบบนี้ จมูกแบบนี้ ปากแบบนี้ แล้วเสียงหวานๆ นี่อีก ถ้าไม่ใช่ทรายแล้วจะเป็นใครฮึ”
“แต่ฉัน...อื้อ..”
จะแก้ต่างก็ถูกจูบอีก เขาจูบเร็วมาก บิดชิมริมฝีปากเธออย่างรุนแรง ให้ตายเถอะ นี่มันเรื่องอะไรกัน เธอฝันอยู่ใช่ไหม สลิสา...ตื่นสิ ตื่นได้แล้ว!
“โอ๊ย! เจ็บ!! ฉันเจ็บ ฮือ...” เธอร้องออกมาเมื่อส่วนนั้นของเขาสอดแทรกเข้ามาในร่างเธอ มันเจ็บจนจุก เหมือนมีใครเอาเหล็กแข็งๆ ทะลวงเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น
“นิดเดียว อีกนิดเดียวที่รัก ขอโทษที รีบไปหน่อย เจ็บมากไหมคนดี งั้นธามจะทำเบาๆ นะ”
เขาปลอบโยนแล้วจุมพิตหญิงสาวอีกครา
สลิสาหลับตาพริ้ม ดื่มด่ำกับความเจ็บปวดที่สอดแทรกความซ่านสยิว มันทรมานเหมือนตกลงไปในนรก ทว่าจู่ๆ ก็ถูกดึงขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ร่างกายของเธอเหมือนตุ๊กตามีชีวิตที่กำลังถูกเขาบงการ ตรงนั้นของเขาบุกทะลวงเข้ามาไม่หยุดหย่อน เสียงกระซิบผะแผ่วพร่ำบอกขออภัย เขาคงรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่เธอต้องเผชิญ สายตาเขาที่ทอดมองมาเต็มไปด้วยไฟปรารถนา
ทุกจุมพิตที่แตะต้องร่างนี้เหมือนมนตร์วิเศษที่กำลังปลดปล่อยหัวใจของเธอ เอาเถอะ ไม่ว่านี่จะเป็นความฝันหรือความจริง เธอก็ขอให้มันเป็นไป เธอจะทิ้งหัวใจอันเจ็บปวด ไปพร้อมกับดวงตะวันที่สิ้นแสงลงเมื่อวานนี้...ก็แล้วกัน
“อือ...เจ็บนะ...” เธอบอกเมื่อริมฝีปากคมๆ ดูดดึงเข้าที่ลำคอ อยากผลักไสก็อยาก อยากกระโจนใส่เขาก็อยากเช่นกัน นี่เธอกลายเป็นมนุษย์ผู้หญิงที่มักมากไปแล้วกระมัง
“พลิกตัวอีกนิดนะ อย่างนั้น...เก่งจัง” เขาชมเปาะเมื่อสตรีตรงหน้าพลิกคว่ำร่างกาย สองเข่าของหล่อนตั้งไว้กับผิวเตียง แอ่นบั้นท้ายงอนงามมาให้เขา ผิวหล่อนขาวโพลนตัดกับสีน้ำเงินเข้มข้นของผ้าปูเตียง “สวย...สวยเหลือเกิน”
เสียงชมมาพร้อมส่วนอันแข็งขึงที่กำลังบุกรุกเข้ามาอีกครา สลิสาหลับตาพริ้ม มันทั้งคับแน่นและฝืดตึง เขาสอดใส่เข้ามาช้าๆ ราวกับรู้ว่าเธอกำลังรู้สึกเช่นไร
“คิดถึงแค่ธามได้ไหม มองแค่ธาม รับรู้แค่ตัวตนของธาม ได้โปรด...”
สลิสาไม่แน่ใจว่าที่เขาพูดนั้นหมายความว่าเช่นไรแน่ เหมือนเขารู้ว่าเธอเจออะไรมา แต่ไม่สิ ในตอนนี้เธอคือทราย ผู้หญิงของเขาต่างหาก
โอ๊ย...ให้ตายเถอะ เรื่องนั้นช่างหัวมัน ตอนนี้ต่างหากที่เธอต้องตั้งสติดีๆ เธอ...กำลังมีเซ็กซ์กับคนแปลกหน้า
“อืม...อา...อ๊า!”
เธอครางอย่างลืมอาย ก็นะ เขาหล่อ เขาดูดี แถมบทรักยังชำนิชำนาญ ช่างหัวเถอะ ถ้านี่จะเป็นแค่ฝัน เพราะหากฝันจริงๆ เธอก็จะตักตวงอย่างอิ่มเปรมแบบที่ตอนตื่นไม่มีวันได้ทำ ขอเพียงแค่ตอนนี้ ตอนที่มีตัวตนเขาอยู่ในร่างเธอ ได้โปรดปรนเปรอให้เธอลืมเขาคนนั้น เขาอีกคนที่ทำให้เธอต้องทุกข์ทรมาน...
__________
ธามลุกจากเตียงเมื่อสงครามแห่งราคะสิ้นสุด เขาจุมพิตแก้มเธออย่างอ่อนโยน มีรอยยิ้มขออภัยมาให้ คงเพราะรู้ตัวว่าทำให้เธอเจ็บปวดที่ส่วนไหน เธอพลิกกายช้าๆ ปวดหนึบในหัว และก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง ประโยคคำถามก็ดังออกจากปากของเธอ
“คุณ...นี่ปีพ.ศ. อะไร”
ถามออกไปโง่ๆ ช่วยไม่ได้ก็มันคิดอะไรไม่ออก บางทีเธออาจจมน้ำแล้วมาโผล่ในอีกร้อยปีให้หลังก็เป็นได้ ใครจะรู้ล่ะ
“อย่าคิดอะไรเพี้ยนๆ คุณแค่เมานะทราย ไม่ได้ตายแล้วเกิดใหม่”
ไม่ได้เกิดบ้าน่ะสิ ฉันไม่ใช่ทรายโว้ย!
“แล้ว...ที่นี่ที่ไหน” เธอยังถามต่อ
“บนเกาะ”
“หา!?”
เขาตวัดดวงตามองมา
“ก็มาด้วยกันเมื่อวาน นี่เมาค้างใช่ไหม”
เขาถามแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
สลิสามึนหนัก เอาล่ะ เธอควรตั้งสตินะ นอกเหนือจากพรหมจรรย์ที่เพิ่งถูกทำลาย เธอควรสำนึกให้ได้ว่าตัวเองไม่ได้ฝัน!
โทรศัพท์ โทรศัพท์อยู่ไหน! เอ๊ะ...ไม่ใช่สิ เมื่อคืนน่ะ เธอจะฆ่าตัวตายไม่ใช่หรือ คนฆ่าตัวตายที่ไหนจะพกมือถือกันเล่า โธ่เอ๊ย แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วผู้ชายคนนั้นทำไมเหมารวมว่าเธอคือคนชื่อทราย ผู้หญิงคนนั้นหน้าเหมือนเธองั้นหรือ
แอ๊ด...
ประตูห้องน้ำเปิดออกอีกแล้ว เขาตัวเปียกปอน หยดน้ำเกาะพราวตัวร่าง มีผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่างหมิ่นเหม่
โอ๊ย...อ่อยแรง!
“อาบน้ำสิ จะได้ไปกินข้าวกัน”
เธอส่ายหน้าดิก ในละครที่เคยดู ถ้าเดินเรื่องมาอีหรอบนี้เธอได้ทำกับข้าวชัวร์!
“ฉันทำกับข้าวไม่เป็น”
“รู้แล้วน่า อยู่ด้วยกันทุกวัน ธามทำเสร็จแล้ว ไปกินเถอะ หรือจะต่ออีกรอบ”
สลิสาเผ่นลงจากเตียงให้ไว ท้องน้อยเจ็บจุกด้วยถูกกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรง เธอฝืนกายลุกไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยบุรุษปริศนาหน้าตาดีให้แต่งตัวอยู่ข้างนอกตามลำพัง
ธามจ้องมองเตียงยับย่นที่หญิงสาวเพิ่งลุกจากไป รอยยิ้มบางๆ เกิดขึ้นที่มุมปาก เขาจัดการดึงผ้าปูเตียงออกเสีย ก่อนจะเปลี่ยนผืนใหม่ที่สะอาดน่าใช้กว่าเดิม