สลิสาเผ่นลงจากเตียงให้ไว ท้องน้อยเจ็บจุกด้วยถูกกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรง เธอฝืนกายลุกไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยบุรุษปริศนาหน้าตาดีให้แต่งตัวอยู่ข้างนอกตามลำพัง
ธามจ้องมองเตียงยับย่นที่หญิงสาวเพิ่งลุกจากไป รอยยิ้มบางๆ เกิดขึ้นที่มุมปาก เขาจัดการดึงผ้าปูเตียงออกเสีย ก่อนจะเปลี่ยนผืนใหม่ที่สะอาดน่าใช้กว่าเดิม
__________
สลิสาสวมเสื้อผ้าที่มีในตู้ ไม่ใช่แนวเธอเลย แต่ดีกว่าใส่ชุดวันเกิด สมองของเธอเริ่มเข้าที่มากขึ้นหลังจากถูกน้ำเย็นๆ ราดรดร่างกาย ดีที่มีชุดชั้นในใหม่ในตู้ด้วย ไม่อย่างนั้นคงลำบากใจที่ต้องสวมใส่ของของคนอื่น
เธอเดินออกมาจากห้องนอน บ้านหลังนี้ใหญ่เชียวล่ะ บ้านสองชั้น เหมือนจะมีห้องใต้หลังคาด้วย ด้านล่างกว้างขวางโอ่อ่า มีโต๊ะอาหารที่มีเก้าอี้ถึงสิบตัวเชียวนะ แต่เธอไม่เห็นคนอื่นในบ้านเลย
“มองหาใครฮึ ไม่มีคนอยู่หรอก คนงานจะไม่อยู่ตอนที่เรามา ลืมแล้วเหรอ”
สลิสาพยักหน้ารับ เหมือนว่าเขาจะคอยอธิบายให้เธอเข้าใจโดยที่เธอไม่ต้องถาม ก็ดีเหมือนกัน ตอนนี้เธอยังไม่รู้ว่ากำลังฝันอยู่หรือว่าตายแล้วมาอยู่ในร่างของทรายกันแน่ แต่หน้าตาเธอไม่ได้เปลี่ยนเลยนะ ส่วนสูงก็เหมือนเดิม จะไม่เหมือนเดิมก็ตรงโดนเปิดซิงจากผู้ชายตรงหน้านี่แหละ
โอ๊ย...คิดๆ แล้วมันน่าเสียดาย อุตส่าห์ถนอมไว้ตั้งนาน ดันมาเสียให้กับคนแปลกหน้า
แต่ไม่เป็นไร ช่างแม่ง! ตายไปจะได้ไม่เสียชาติเกิด
อาหารเช้าแบบในหนังฝรั่ง ถูกวางลงตรงหน้า ขนมปังปิ้ง ไข่ดาวเยิ้มๆ แบบไม่สุก แฮมบางๆ สองชิ้นกับไส้กรอกโง่ๆ หนึ่งอัน...มีแค่นี้เหรอ? คุณพระช่วย! ไม่อิ่ม!
“เยอะไปเหรอ วันนี้กินเยอะๆ หน่อย เมื่อเช้าใช้พลังงานไปเยอะ” เขาว่าแล้ววางแก้วน้ำส้มลงข้างจานของหล่อน
สลิสามองค้อน หยิบขนมปังปิ้งมากัดกินคำโตๆ
“มี...โทรศัพท์ไหม”
“ไม่มีสัญญาณ” นั่นคือสิ่งที่เขาตอบ “อยากขึ้นฝั่งเหรอ รออีกสามสี่วันเถอะ ถ้าทนไม่ไหวคงต้องเดินอ้อมเกาะไปที่บ้านพักคนงาน แต่อย่าไปเลย เดินเหนื่อย รออีกสามสี่วันแล้วกัน”
เขาบอกแล้วหยิบแก้วน้ำส้มของตัวเองมาวางก่อนจะเริ่มรับประทานอาหารบ้าง
สลิสาลอบมองธาม เขาเป็นผู้ชายตัวสูง ผิวขาวราวกับไม่เคยออกแดด หน้าตาเขาหล่อเหลาไม่น้อย หล่อกว่าอดีตแฟนของเธอเสียอีก
“ธามหล่อเหรอ มองไม่หยุดเลย”
สลิลาทำตาโตเมื่อเขารู้ทัน เวลาที่เขาแทนตัวเองด้วยชื่อนี่ช่างน่าเอ็นดู คนอะไรหน้าหล่อแล้วชื่อยังหล่อได้อีก
“เชอะ...แค่เมาค้างน่ะ” เธอแก้ต่าง
เขายิ้มนิดๆ มองคนที่อยู่ในชุดเดรสน่ารักแล้วสบายใจบอกไม่ถูก
“เราสองคน...”
“เป็นแฟนกัน” เขาช่วยต่อท้ายประโยคนั้นให้
สลิสาอยากตีอกชกหัวเผื่อว่าตัวเองจะตื่นขึ้น แต่ไม่เลย เธอทำได้แค่มองเขาอย่างงงๆ แล้วส่งขนมปังเข้าปากอีกคำ
“แต่งงานกันแล้ว?”
เขามุ่นคิ้วเมื่อเธอเอ่ยคำถามนั้น
“เป็นอะไรไปเนี่ย วันนี้แปลกๆ นะ เรายังไม่ได้แต่งงานกันหรอก แต่ถ้าทรายอยากแต่งละก็ จบทริปนี้เข้าโบสถ์เลยก็ได้” เอ่ยอย่างหนักแน่น มิได้มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย
สลิสาโบกมือไหวๆ
“ทำไมล่ะ ไม่อยากแต่งเหรอ”
“ปะ...เปล่า เรื่องนั้น...เอาไว้ก่อนเถอะ ว่าแต่...เราจะกลับกรุงเทพฯ เมื่อไหร่ดี” ถามเขาแล้วภาวนาให้บ้านเขาอยู่กรุงเทพฯ ทีเถอะ
“จนกว่าเรือจะมารับโน่นแหละ บอกแล้วว่าอีกสามสี่วัน”
“แล้วเราจะทำอะไรกันดีระหว่างอยู่ที่นี่”
“ธามก็...ทำอะไรไปเรื่อย” เขาชี้ไปยังอีกฝั่งของตัวบ้าน ผ้าใบผืนหนาถูกขึงกางไว้ มีภาพวาดสีน้ำระบายอยู่
สลิสามองตาม เขา...เป็นศิลปินสินะ
“ทรายชอบทะเลนี่ อยากไปดำน้ำไหม ฝั่งซ้ายของเกาะ เดินไปไม่ไกล ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรหรอก น้ำใสมาก” เขาแนะราวหวังดี
สลิสาลอบพ่นลมออกจากปาก อันที่จริงเธออยากนอนจมเตียง ร้องห่มร้องไห้ให้กับความเจ็บปวดที่แฟนเก่าทำไว้ เธอไม่มีกะจิตกะใจจะไปดำน้ำหรอก ที่สำคัญน่ะ เธอว่ายน้ำไม่เป็น!
“ฉันจะเดินเล่นเก็บเปลือกหอย”
“ก็ดี เอาไว้คืนนี้นอนดูดาวกันนะ เราจะได้ซ้อมไปด้วยไง”
คราวนี้สลิสาเป็นงง
“ซ้อมอะไร”
“ซ้อม...ฮันนีมูน”
“หา!?” ร้องออกไปอย่างนั้นแล้วนึกถึงเรื่องบนเตียง ให้ตายเถอะ ยังเจ็บอยู่เลย นี่จะซ้อมกันอีกแล้วเหรอ ไม่เอาหรอก ยับเยินกันพอดี
ชายหนุ่มยิ้มขันกับท่าทีขัดเขินนั้น พวงแก้มของหล่อนขึ้นสีแดงระเรื่อช่างน่าเอ็นดู หล่อนไม่ใช่ผู้หญิงที่มีเสน่ห์ล้นเหลือ แต่เขาไม่อาจละสายตาไปได้ วงหน้ารูปไข่พอดิบพอดี ดวงตากลมโตน่ารัก ยิ่งริมฝีปากรูปกระจับกับปลายจมูกเชิดรั้นนั่นชวนให้มองได้บ่อยๆ เพลินตาดี
“เอ่อ...เหมือนว่า...ฉันจะความจำเสื่อมชั่วขณะน่ะ” เธอตัดสินใจเอ่ยออกไป
“หือ? หมายความว่าไง”
สลิสาเป็นงงเมื่อเขาแทบจะกระโดดข้ามโต๊ะมาหา เขานั่งลงบนพื้น ข้างเก้าอี้เธอ ใช้สองมือประคองแก้มเธอไว้ ใช้ดวงตาแห่งความห่วงใยทอทอดมองมา
“เจ็บหัวเหรอ มีอะไรกระแทกหรือเปล่า ก็แค่เมานี่นา โธ่เอ๊ย ต้องรอเรือมาอีกตั้งหลายวัน จะเป็นอะไรไหมนะ”
จู่ๆ สลิสาก็รู้สึกผิด เขาคงเป็นห่วงผู้หญิงคนนี้มาก เธอไม่น่าพูดแบบนั้นเลย
“ไม่...ไม่เป็นไรหรอก ฉันแค่รู้สึกเหมือนว่าความทรงจำบางส่วนมันหายไปดื้อๆ บางที...”
เขาโบกมือไหวๆ
“พอเลย จำไม่ได้ก็ไม่ต้องจำนะ ลืมมันไปให้หมด ไม่ต้องนึกให้ปวดหัวรู้ไหม”
เขาบอกตอนที่ปลายนิ้วไล้อยู่ที่ริมฝีปากของเธอ เธอได้แต่พยักหน้ารับ มองเขาอย่างพิจารณา ดวงตาแสนอ่อนโยนมาพร้อมฝ่ามืออุ่นที่แตะต้องร่างเธอ ทุกสัมผัสทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายไป
ผู้ชายคนนี้...อบอุ่น...ดีจัง
“บางทีอาจกินเหล้าเยอะไปหน่อย”
“นั่นสิ บอกแล้วว่ากินเยอะ แถมกินแล้วยังไปเล่นน้ำทะเลอีก หัวกระแทกหินใต้น้ำหรือเปล่าก็ไม่รู้ เข้าฝั่งเมื่อไหร่ต้องไปโรงพยาบาลนะรู้ไหม”
เธอพยักหน้าอีก
“ทราย”
“หือ...”
“อย่าเป็นอะไรไปนะ ชอบทำอะไรไม่คิด มันอันตรายไม่รู้เหรอ”
คำพูดนั้นราวกับเขาล่วงรู้ในสิ่งที่เธอเผชิญ ในความคิดเขา ทรายคงประมาทเกินไป กินเหล้าแล้วยังลงเล่นน้ำ แต่ในความเป็นจริง เธอตั้งใจต่างหาก เธออยากจบชีวิต เธออยากทำสิ่งโง่ๆ ที่ตอนนั้นมันผุดขึ้นมาในหัว เหมือนว่าเขากำลังเอาความห่วงใยมาโยนใส่หัวใจเธออย่างไรอย่างนั้น