บทที่ 9 เพราะเป็นเธอ… จึงยากจะควบคุม

1618 Words
คืนนั้นแอนนิก้านอนอยู่ในห้องครุ่นคิดเกี่ยวกับของมากมายที่คาลอสให้เธอมา แม้บางอย่างจะเป็นเพียงของที่เหลือจากการให้คนอื่นแล้ว เธอก็รู้สึกว่ามันเป็นของที่มีค่ามากเกินไปสำหรับตัวเองอยู่ดี ตอนนี้มือซ้ายของเธอมีทั้งกำไลราคาแพงและแหวนเพชรเม็ดงาม มันเป็นของที่เธอไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้สวมใส่ ในใจก็นึกชื่นชมความมีน้ำใจและความใจดีของเขาแต่ก็อดนึกไปถึงตอนที่เขาบังคับให้เธอถอดเสื้อผ้าออกต่อหน้าเขาไม่ได้ บทจะดีก็ดีเหลือเกิน บทจะร้ายก็ร้ายซะจนน่ากลัว “นายให้แหวนเพชรเด็กนั่นขนาดนั้น ไม่คิดว่าเธอจะคิดไปไกลหรือไง” หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนแล้ว ดิลลอนกับคาลอสก็พากันออกมาเดินเล่นรับลมในสวนด้านหน้าคฤหาสน์ “ถ้าจะมีใครสักคนคิดอะไร ฉันว่าเชียร่าต้องเป็นคนคนนั้น” คาลอสบอกด้วยความมั่นใจ เขารู้ดีว่าด้วยนิสัยของเชียร่าอีกไม่นานเขาคงได้เห็นเธอถ่ายรูปแหวนเพชรบนนิ้วนางข้างซ้ายลงโซเชียลเป็นแน่ “นี่ ฉันถามนายในฐานะเพื่อนนะ ตกลงนายคิดจะเอายังไงกับแอนนิก้าต่อไป ฉันเห็นนายประเคนนั่นนี่ให้อยู่เรื่อยเลย ดูยังไงก็ไม่ใช่ความรู้สึกธรรมดา ๆ ระหว่างเจ้านายกับแม่บ้าน” ดิลลอนถามทีเล่นทีจริง เพราะตั้งแต่รู้จักคาลอสมา ไม่เคยเห็นว่าเขาจะให้ของขวัญหรือของกำนัลผู้หญิงคนไหนขนาดนี้ แม้กระทั่งกับเชียร่าก็ตาม “ไม่รู้สิ ฉันแค่รู้สึกว่าแอนนิก้าไม่เหมือนผู้หญิงที่ฉันเคยเจอ แล้วฉันก็อยากจะรู้ว่าเธอจะหลงไปกับสิ่งของที่ฉันให้หรือเปล่า” แต่ไหนแต่ไรสิ่งที่คาลอสเกลียดที่สุดคือผู้หญิงที่เป็นพวกวัตถุนิยม เข้าหาเขาเพราะสิ่งของนอกกาย “แล้วถ้าไม่ล่ะ นายจะทำยังไงต่อ” “ก็… ไม่รู้สิ คนอย่างฉันมีสิทธิ์จะพอใจใครก็ได้อยู่แล้ว นายกลับไปได้แล้วไป ฉันรำคาญที่ต้องมานั่งตอบคำถามนายเต็มทีแล้ว” พูดจบคาลอสก็หันหลังเดินกลับเข้าคฤหาสน์ของตนไป ปล่อยให้ดิลลอนยังคงนั่งมองท้องฟ้าอยู่คนเดียวต่อไป เช้าวันรุ่งขึ้น แอนนิก้าทำหน้าที่ของตนแต่เช้าด้วยการเตรียมแซนวิชและยกขึ้นไปที่ห้องนอนของเจ้านาย เธอเคาะประตูสามครั้งและรอห้านาทีตามปกติ จนเมื่อครบห้านาทีแล้ว เธอจึงเดินเข้าไปแต่วันนี้คาลอสนั่งอยู่บนเตียงเหมือนกำลังรอเธออยู่ แอนนิก้าวางถาดอาหารเช้าไว้บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้มุ้งที่คลุมเตียงและเอ่ยถาม “ฉันเปิดมุ้งได้ไหมคะ” เพราะตะกร้าผ้าที่ย้ายมาอยู่ใต้เตียง เธอจึงต้องมุดใต้เตียงเพื่อเอาตะกร้าผ้าออกมาอยู่ทุกวัน “เข้ามาสิ” เสียงทุ้มเอ่ยอนุญาตดังขึ้น เด็กสาวจึงแหวกม่านมุ้งเข้าไปและพบว่าเจ้านายของตนกำลังอ่านหนังสืออยู่ ใบหน้าคมเข้มนั้นกำลังจดจ่อกับหนังสือในมือ ท่อนบนที่เปลือยเปล่าทำให้เขาดูงดงามราวกับรูปปั้นเทพเจ้า กล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนคลื่นเห็นได้ชัด ทำเอาหัวใจดวงน้อยของเด็กสาวแรกรั่นวูบไหว แอนนิก้ารีบเบือนหน้าหนีเพื่อเรียกสติ ก่อนจะก้มลงเอื้อมหยิบตะกร้าผ้าออกมาและตั้งท่าจะเดินจากไป “วันนี้เธออยู่ในห้องฉันเกินหนึ่งนาทีนะ” คาลอสพูดพลางปิดหนังสือลง และเดินช้า ๆ มาหาแม่บ้านสาวที่หยุดยืนอยู่กลางห้อง “ฉ… ฉันขอโทษค่ะ จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก” เด็กสาวยืนตัวแข็ง กลัวว่าจะถูกทำโทษอย่างวันนั้นอีก ถึงจะไม่ใช่การทรมานร่างกายให้เจ็บปวดแต่มันเป็นเรื่องน่าอายที่เธอไม่เคยต้องทำที่ไหนมาก่อน คนตัวใหญ่เดินไม่กี่ก้าวก็มาถึงตัวแม่บ้านสาว เขาคว้าข้อมือเล็กไว้และดึงให้เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ปล่อยให้ตะกร้าผ้าตกลงไปกองกับพื้นอย่างไม่ใยดี ตอนนี้สองร่างชายหญิงเบียดชิดกันจนแทบจะเป็นเนื้อเดียว หากฟังดี ๆ คงจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นอย่างรุนแรงแทบทะลุออกมาจากอก “เธอจงใจจะยั่วฉันใช่ไหมแอนนิก้า…” เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มพูดพลางก้าวเท้าเดิน ทำให้ร่างบางต้องถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนมาถึงที่เตียงใหญ่ “ฉันไม่ได้คิดจะทำนะคะ! หรือต่อให้ฉันคิดจะทำ คุณก็คงไม่ปล่อยให้ฉันได้ทำง่าย ๆ หรอกค่ะ” แม้ในใจจะกำลังกลัว แต่เธอก็ต้องใจดีสู้เสือเข้าไว้ หากอ่อนแอให้เขาเห็นบ่อย ๆ เธอก็จะถูกรังแกอยู่อย่างนี้ไม่รู้จบ “ตกลงยอมรับแล้วใช่ไหมว่าคิดจะทำ?” คาลอสพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ พลางใช้นิ้วมือลูบไล้แก้มนวลของอีกฝ่ายอย่างหยอกเย้า “ฉัน… พูดอย่างนั้นเมื่อไร…” เด็กสาวพยายามจะอธิบายสิ่งที่ตัวเองคิด แต่ก็หยุดไว้เมื่อเห็นว่าร่างสูงใหญ่กำลังโน้มลงมาเรื่อย ๆ จากที่เบียดชิดกันอยู่แล้ว ตอนนี้เธอแทบจะหลอมละลายเป็นส่วนหนึ่งของเขา ใบหน้าคมคายก้มต่ำลงมาเรื่อย ๆ จนเด็กสาวปิดตาลงตามสัญชาตญาณ ฝ่ายคาลอสที่ตั้งใจจะแกล้งแม่บ้านส่วนตัวเฉย ๆ กลับกลายเป็นว่าเขากลับรู้สึกต้องการขึ้นมาจริง ๆ เสียอย่างนั้น เพราะหน้าอกของเธอที่บดเบียดอยู่กับอกกว้างของเขามันปลุกให้แก่นกายแข็งตึงจนปวดร้าวไปหมด ไหนจะดวงหน้าสวยที่กำลังหลับตาพริ้มรอรับรสจูบจากเขานั่นอีก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเธอ… มันทำให้เขาแทบจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกจะหยุดมันไว้เพราะนึกถึงคำพูดของดิลลอนที่เคยบอกเขาเอาไว้ “หลับตาทำไม? กลับออกไปทำงานได้แล้ว” หลังจากผละออกจากเรือนร่างนุ่ม เขาก็แสร้งหันเดินไปทางอื่นเพื่อซ่อนเจ้าน้องชายที่กำลังชี้โด่เด่ “ค่ะ ๆ” เมื่อรู้ว่าตัวเองรอดพ้นจากเงื้อมมือของเจ้านายแล้ว แอนนิก้าก็กุลีกุจอออกจากห้องนอนเจ้านายไปทันที แม้ใจหนึ่งจะดีใจที่เขาไม่ได้ข่มเหงรังแกเธอเหมือนที่มาเฟียคนอื่น ๆ ทำ แต่อีกใจหนึ่งก็นึกเสียใจที่เขาไม่แตะต้องเธอ จะว่าเพราะเธอยังเด็กเกินไปหรือเพราะฐานะเธอมันก็แค่แม่บ้านกันนะ หรืออาจจะเป็นเพราะเขามีคนรักอย่างเชียร่าอยู่แล้ว บ่ายวันเดียวกัน คาลอสเรียกให้ดิลลอนมาพบเป็นการส่วนตัวเพื่อปรึกษาเรื่องบางอย่าง “อะไรนะ? นายบ้าหรือไง” แต่ทันทีที่ดิลลอนได้ยินสิ่งที่คาลอสพูด เขาก็แทบจะสบถออกมา “นายเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรือไงว่าพวกผู้หญิงน่ะไว้ใจยาก จะทำอะไรก็ต้องอย่าเสียเปรียบ” คนเป็นนายขมวดคิ้วยุ่ง ไม่เข้าใจว่าดิลลอนจะโวยวายไปทำไม “ก็ใช่ แต่นี่นายกำลังจะให้ฉันทำสัญญาหลับนอนกับผู้หญิงอยู่นะ! มันมีใครที่ไหนเขาทำกันไอ้สัญญาประเภทนี้” เมื่อหมดความอดทนดิลลอนก็โพล่งออกมา ไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนของเขาจะซื่อขนาดนี้ ทั้งที่เติบโตมาในครอบครัวมาเฟียแท้ ๆ “ฉันนี่แหละจะทำ ไปทำตามที่สั่งมาด้วย ขอภายในพรุ่งนี้” ยิ่งเห็นว่าคาลอสเร่งรีบขนาดนี้ ดิลลอนก็เริ่มปะติดปะต่อทุกอย่างและพอจะเข้าใจแล้วว่าคาลอสจะใช้สัญญานี้กับใคร “แอนนิก้าใช่ไหม… นายคิดจะให้เธอหลับนอนกับนายเพื่อล้างหนี้เหรอคาลอส ทำอย่างนั้นนายจะไปต่างอะไรกับพวกคอสตา” ดิลลอนท้วง เพราะแต่ไหนแต่ไรหนึ่งในเหตุผลตระกูลซานมาริโนได้รับการยอมรับว่าเป็นมาเฟียที่มีคุณธรรมเพราะไม่เคยให้ใครเอาตัวเข้าแลกหนี้ แต่ตอนนี้คาลอสกลับจะทำลายความดีความชอบนั้น “ก็ถ้าแอนนิก้าไม่สมยอม ฉันก็ไม่ทำไง ไม่ได้บังคับเลย และนี่แหละถึงต้องให้เซ็นสัญญา เพราะเธอจะได้เอาเรื่องนี้ไปพูดไม่ได้” คาลอสอธิบายแผนความคิดของตน ดิลลอนที่ไม่รู้จะเถียงอย่างไรต่อก็จนใจรับคำสั่งมา ก่อนจะปลีกตัวไปร่างสัญญาตามคำสั่ง “คุณดิลลอน ฉันทำมาให้ค่ะ” ขณะที่ลงมาจากห้องทำงานคาลอสชั้นบน ดิลลอนก็บังเอิญพบกับแอนนิก้าที่เหมือนจะมาดักรอเจอ เด็กสาวยื่นกระปุกคุกกี้มาให้ด้วยแววตาใสซื่อ “ขอบใจนะ นี่…แอนนิก้า หลังจากนี้ถ้ามีอะไรที่เธอไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำนะ” ดิลลอนที่เห็นแก่ความใสซื่อของแอนนิก้า จึงเอ่ยเตือนแบบอ้อม ๆ “อะไรเหรอคะ” “ก็อย่างเช่น… พวกสัญญาหรืออะไรก็ตามที่เธอไม่เห็นด้วย เธอมีสิทธิ์จะปฏิเสธได้นะ อืม… ช่างฉันเถอะ ฉันทำงานมากไปหน่อยเลยพูดอะไรไม่ค่อยรู้เรื่อง ไปล่ะสาวน้อย” ก่อนไปดิลลอนเอื้อมมือมาโยกศีรษะแอนนิก้าด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเดินออกจากคฤหาสน์ไป ทิ้งให้แอนนิก้ายืนงงอยู่คนเดียว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD