แอนนิก้าเดินไปทั่วห้อง ก้ม ๆ เงย ๆ ทุกที่ที่เธอพอจะเข้าไปได้ แต่ไม่ว่าจะหายังไงก็ไม่เจอเสียที จนในที่สุด…
“นี่เธอ! ไม่รู้กฎการเข้าห้องฉันหรือไง หนึ่งนาทีของเธอทำไมไม่รู้จักใช้ให้ดี หรือเธอตั้งใจจะอยู่ในห้องฉันนาน ๆ ใช่ไหม!?” เสียงตวาดดังขึ้นพร้อม ๆ กับคนตัวใหญ่สะบัดผ้าห่มออกจากตัว สีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างมากมองทางเธอ
“ฉันพยายามแล้วค่ะแต่ว่าหาไม่เจอ แล้วหนึ่งนาทีของคุณมันนิดเดียวเองนะคะ ไม่ใช่ว่าหนึ่งชั่วโมงสักหน่อย อีกอย่างฉันแค่เข้ามาทำหน้าที่ของตัวเอง คุณหลงตัวเองมากไปหรือเปล่าคะ” แอนนิก้าบ่นกระเง้ากระงอด พลางทำท่าจะเดินออกจากห้อง แต่คาลอสที่ตัวใหญ่กว่าก็ลุกพรวดขึ้นและก้าวขาไม่กี่ครั้งก็มาถึงตัวเธอ
“มานี่ งานของเธอยังไม่เสร็จจะออกไปได้ยังไง” เขากระชากข้อมือเล็กให้เดินตามมา มือหนึ่งก็สะบัดม่านสีขาวรอบเตียงให้เปิดออก ก่อนจะผลักให้ร่างเล็กนั่งลงบนเตียง
“คุณจะทำอะไร! บ้าไปแล้วเหรอ พรากผู้เยาว์น่ะผิดกฎหมายนะ” ด้วยความตกใจ แอนนิก้าทั้งดีดดิ้นและสบถออกมา หวังจะให้เขาปล่อยเธอออกไปแต่เหมือนว่าเขาเองก็พยายามจะรั้งให้เธออยู่กับที่
“เงียบซะ!” เขาว่า พลางกดให้เธอนั่งลงกับพื้นขณะที่เขายังยืนจังก้าอยู่แบบนั้น
อ๊ะ อ… ไอ้… ไอ้นั่นของคุณคาลอส อยู่ตรงหน้าฉัน!!!!!
“คุณจะลามกเกินไปแล้วนะ ปล่อยฉัน” แอนนิก้าพยายามจะฝืนแรงคนตัวใหญ่เพื่อลุกขึ้นยืน เพื่อหลีกหนีให้พ้นภาพไอ้จ้อนใต้กางเกงตัวบางที่แกว่งไปมาตรงหน้าเธอ แต่เขาก็ยังใช้มือข้างหนึ่งกดให้เธอนั่งอยู่อย่างนั้น
“แหกตาดูซะ” เขาพูดพลางชี้นิ้วไปยังใต้เตียง คนตัวเล็กมองตามนิ้วที่ชี้และก็พบว่าตะกร้าผ้าที่เธอตามหามันอยู่ตรงนี้นั่นเอง
‘ใต้เตียง? ใครเขาเก็บตะกร้าผ้าไว้ใต้เตียงกัน’
แม้จะยังสงสัยไม่หาย แต่แอนนิก้ารีบคว้ามาถือไว้และยันกายลุกขึ้นให้พ้นจากสถานการณ์ล่อแหลม
“อายุแค่นี้คิดแต่เรื่องแบบนี้ได้ยังไง ดูท่าเธอจะไม่ใช่เด็กสาวใสซื่ออย่างที่ฉันคิดซะแล้วสิ” คาลอสยิ้มเยาะ ก่อนจะถอยออกห่างเด็กสาว
“เป็นใครก็ตกใจทั้งนั้นแหละค่ะ คุณเล่นพาฉันมาที่เตียงแบบนี้จะคิดเป็นอย่างอื่นได้ที่ไหน”
“ได้สิ เหมือนครั้งนี้ที่ฉันพาเธอมาที่เตียงเพราะตามหาตะกร้าผ้ายังไงล่ะ ฉันยังไม่ทันคิดเรื่องอย่างว่าเลยแต่เธอกลับคิดไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้” ยิ่งฟังเขาพูดมากเท่าไรเธอก็ยิ่งรู้สึกกระดากอายมากขึ้นเรื่อย ๆ และต่อให้จะแก้ตัวยังไงก็คงฟังไม่ขึ้นอยู่ดี เธอจึงรีบกลับออกมาโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย
เมื่อกลับมาถึงชั้นล่างก็เจอกับป้าโซเฟียที่กำลังชะเง้อคอมองหาเธออยู่พอดี ป้าโซเฟียรีบถลาเข้ามาหาและสำรวจดูร่างกายของเด็กสาว
“ป้าบอกแล้วใช่ไหมว่ามีเวลาแค่หนึ่งนาที เธอขึ้นไปเกือบสิบนาทีเลยนะแอนนิก้า คุณคาลอสโกรธมากหรือเปล่า เขาทำอะไรเธอไหม” คำถามมากมายพรั่งพรูออกมาจากป้าโซเฟีย จนแอนนิก้าอดซาบซึ้งไม่ได้ที่มีคนเป็นห่วงเธอขนาดนี้
“แต่เหมือนป้าจะลืมบอกฉันนะคะว่าตะกร้าผ้าอยู่ตรงไหน ฉันหาเท่าไรก็ไม่เจอ สุดท้ายคุณคาลอสถึงต้องพาฉันไปที่เตียง…”
“ที่เตียง?!”
“ที่เตียง?!”
สองเสียงประสานกัน เมื่อดิลลอนบังเอิญผ่านมาได้ยินพอดี
“ค่ะ ที่เตียง เพราะคุณคาลอสเอาตะกร้าผ้าไว้ใต้เตียง สงสัยป้าจะลืมบอกฉันว่าคุณคาลอสเป็นคนแปลกถึงขนาดเอาตะกร้าไว้ใต้เตียง แต่ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงก็ขอบคุณป้าโซเฟียมากนะคะ เดี๋ยวฉันรีบไปซักผ้าก่อน” แอนนิก้าพูดพลางยกตะกร้าไปยังส่วนซักล้างเพื่อซักผ้าของคาลอสด้วยตัวเอง
“ทำไมถึงเอาตะกร้าผ้าไปไว้ใต้เตียงล่ะป้า” ดิลลอนเอ่ยถามป้าโซเฟียด้วยความแปลกใจ เพราะปกติเวลาเขาไปที่ห้องของคาลอสก็เห็นตะกร้าผ้าวางอยู่หน้าห้องน้ำเสมอ
“ป้าก็ไม่รู้ ปกติตะกร้าก็อยู่หน้าห้องน้ำเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่ทำไมคราวนี้ไปอยู่ใต้เตียงนะ” เมื่อได้ยินป้าโซเฟียพูด ดิลลอนผู้ฉลาดและรู้ทันเจ้านายก็พอจะมองออกแล้ว เขารีบหันหลังเดินขึ้นไปชั้นสองและเคาะห้องเจ้านาย ครู่หนึ่งคาลอสก็เปิดประตูออกมา
ดิลลอนก้าวเข้าไปในห้องนอนของเจ้านายพลางทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวประจำ และเริ่มพูด
“เธอมาทำงานวันแรก นายก็จะเคลมเธอแล้วเหรอ จะไม่เร็วไปหน่อยเหรอไง” เมื่อได้ยินว่าดิลลอนพูดถึงแอนนิก้า คาลอสก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา และเริ่มอธิบาย
“ฉันก็แค่อยากลองเชิงดูน่ะว่าเด็กนั่นคิดอะไรกับฉันมากไปกว่ามาทำงานเป็นแม่บ้านหรือเปล่า”
“แล้วเป็นยังไง?”
“เด็กนั่นร้องโวยวายจะเป็นจะตายตอนฉันลากมาที่เตียง ทั้งทุบตีทั้งด่าฉัน… ชักน่าสนใจแล้วสิ” ที่ผ่านมาผู้หญิงร้อยทั้งร้อยต่างก็พากันวิ่งหาเข้าพร้อมอ้าขารอ แต่กับแอนนิก้ากลับผลักไสไล่ส่งแถมกล้าต่อว่าเขาขนาดนี้ มีเหรอที่คาลอสจะไม่สนใจ
“นายไม่คิดว่าเป็นมารยาหญิงบ้างเหรอ” ดิลลอนถามย้ำอีกครั้ง ปกติแล้วเวลาอยู่ตามลำพังดิลลอนและคาลอสจะใช้คำพูดปกติในฐานะเพื่อนมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง เพราะทั้งสองคนโตมาด้วยกัน เป็นเพื่อนเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก
“ไม่ นี่ฉันไม่ได้โง่ถึงขนาดมองมารยาผู้หญิงไม่ออกหรอกนะ”
“อ้อ! แต่นายไม่เคยดูเชียร่าออกเลยนี่ แถมวันนี้นายก็มีนัดกับเธออีก คราวนี้เธอจะพานายไปช็อปปิ้งที่ไหนอีกล่ะ เตรียมเงินไปห้าล้านจะพอมั้ย” ดิลลอนเหน็บแนมไปในที เขาไม่ค่อยชอบเชียร่านัก เพราะดูจากดาวอังคารก็รู้ว่าเชียร่ากำลังปอกลอกคาลอสอยู่ ส่วนคาลอสเองถึงจะรู้ว่ากำลังโดนอะไร แต่ก็ยอมง่าย ๆ
“ให้เกียรติเธอหน่อยสิพวก” คาลอสปาผ้าเช็ดผมใส่ดิลลอนอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะเดินไปยังตู้เสื้อผ้าเพื่อแต่งตัว ฝ่ายดิลลอนก็กลับออกมาเตรียมรถให้พร้อมเดินทาง
ไม่นานคาลอสก็เดินลงมาจากชั้นบน แม้สีหน้าจะเรียบสนิทแต่สายตากลับมองหาคนตัวเล็กที่ถูกเขาแกล้งจนหน้าแดง ใจจริงแล้วเขาไม่ได้สนใจอะไรเด็กสาวมากนักหรอก แค่อยากลองใจดูว่าเด็กสาวจะไม่ใช้ภาพลักษณ์ความไร้เดียงสามาเข้าหาเขาทีหลัง แต่ดูจากสีหน้าโกรธและอายจัดที่เขาพูดเรื่องอย่างว่าต่อหน้า เขาก็พอมองออกว่าเด็กสาวไม่ได้คิดเกินเลยกับเขาจริง ๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องดี เขาจะได้ปกครองในฐานะเจ้านายกับลูกน้องได้อย่างสนิทใจ ไม่ต้องคอยระวังว่าอีกฝ่ายจะใช้มารยาท่าไหนมาจับเขา