“ป๊ามารับเจ้าเอยแล้วใช่ไหมคะ”
ร่างบางเดินคุยโทรศัพท์มาตามโถงทางเดินของโรงพยาบาล สีหน้าคลายความกังวลลงหลังคุยกับหมอเสร็จ เนื่องจากอาการของเจ้าขุนไม่มีอะไรร้ายแรง พักรักษาตัวสองวันก็สามารถกลับบ้านได้แล้ว
[เจ้าเอยอยู่กับป๊าแล้ว ม้ากำลังทำมื้อเย็นเอาใจหลานอยู่ ไม่ต้องห่วงนะ ป๊าม้าจะดูแลให้เอง]
นับฝันเบาใจลง เธอยิ้มออกมาบางเบา ตอนอยู่ฝรั่งเศสเวลาลูกคนใดคนหนึ่งป่วย เธอต้องพาลูกอีกคนมานอนเฝ้าที่โรงพยาบาลด้วยกันทุกครั้ง เพราะไม่สามารถฝากลูกไว้กับใครได้ แต่เมื่ออยู่ที่นี่เธอมีพ่อและแม่ที่พร้อมจะช่วยดูแลหลาน ๆ ให้ ทำให้เธอรู้สึกสบายใจและคลายความกังวลลงเยอะ
“ขอบคุณนะคะ”
[ขอบคุณอะไรกัน ม้าแกตื่นเต้นซะด้วยซ้ำที่ได้เลี้ยงหลานน่ะ แกก็พักผ่อนบ้างนะฝัน เจ้าขุนไม่เป็นอะไรร้ายแรงก็ดีแล้ว ไว้พรุ่งนี้ป๊าจะพาม้ากับเจ้าเอยไปเยี่ยม เดี๋ยวซื้อแอปเปิลไปฝากเจ้าตัวแสบด้วย]
“เข้าใจแล้วค่ะ”
หลังกดวางสาย เสียงข้อความแจ้งเตือนดังขึ้นรัว ๆ นับฝันกดเปิดอ่านขณะเดินเลี้ยวมาทางโถงหน้าห้องพักของเจ้าขุน
.
.
[กลุ่มคนสวยหล่อขั้นเทพ]
ดารากา : หลานเป็นยังไงบ้างฝัน อาการดีขึ้นหรือยัง?
นาวา : ใครเป็นไรอ่ะเจ้? หลานคนไหน? เจ้าแฝดเหรอ?
พิชชา : เห็นเฮียกาลโพสต์รูปเจ้าขุนลงไอจีว่าหายไว ๆ อยู่เมื่อตอนบ่าย แล้วตอนนี้หลานเป็นไงบ้าง?
นาวา : โพสต์ไรอ่ะ?? ไมไม่เห็นเลย??
คชา : วัน ๆ มึงจะเห็นเชี่ยอะไร ส่องแต่นมสาว
นาวา : โหย ไอ้ห่าชาช่า! มึงอย่ามาใส่ร้าย! กูไม่ได้ส่องนมสาว แต่กูไม่ว่างครับท่าน คนมีการมีงานทำเว้ย!
ชาลี : @นาวา เอ๊ะ แต่เมื่อเช้ากูยังเห็นมึงรัวหัวใจให้น้องโซดาโซฮอตอยู่เลยนะ
คชา : (สติ้กเกอร์เบะปากมองบน)
ชาลี : (สติ้กเกอร์หมายิ้ม)
นาวา : (สติ้กเกอร์แมวพ่นไฟ)
นับกาล : กัดอะไรกันอีกแล้วพวกมึง หาสาระไม่เคยได้ แก่ปูนนี้กันแล้ว
นาวา : โอ้โห ผมเพิ่ง 25 หยก ๆ 26 หย่อน ๆ เอาอะไรมาแก่ปูนนี้ก่อนวะเฮีย??
พิชชา : มันใช่เวลามาเถียงกันไหม หลานป่วยอยู่นะ
เพลิงพลอย : จริง เงียบปากไปไอ้ลูกหมาวา
นาวา : เฮ้ย! ทำไมผมผิดคนเดียวง้าาาา!!
ดารากา : @นับกาล แล้วตกลงหลานอาการเป็นไง อยู่ รพ. ไหน? เดี๋ยวจะแวะไปเยี่ยม
นับกาล : เพิ่งคุยกับฝัน เห็นว่าอาการแพ้ไม่ร้ายแรงแล้ว นอน รพ. สองวันก็กลับบ้านได้แล้ว
นาวา : แล้วสรุปหลานคนไหนป่วยอ่ะ ป่วยเป็นไร? อยู่ รพ. ไหน?
นับกาล : เจ้าขุนแพ้อาหารเฉียบพลัน ตอนนี้อยู่ รพ.L อาการไม่ร้ายแรงแล้ว
นับฝัน : เจ้าขุนดีขึ้นแล้ว ไม่ต้องมาเยี่ยมกันหรอก ช่วงนี้ฝนตกด้วย ไปมากันลำบาก เอาไว้ค่อยคอลกลุ่มคุยกับหลานกันแทนก็ได้ ขอบคุณทุกคนมากที่เป็นห่วงนะ
.
.
นับฝันพิมพ์ตอบกลับทุกคนในแชทรวมกลุ่มพี่น้องหลังจากไล่อ่านข้อความย้อนหลังจนจบ ทุกคนพิมพ์แชทให้กำลังใจกันอีกคนละนิดละหน่อย เธอเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเงยหน้าขึ้นเมื่อเดินมาถึงหน้าประตูห้องพักของเจ้าขุน ทว่าสายตากลับหยุดลงตรงแผ่นหลังกว้างของใครคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินห่างไปอีกทาง เธอมองตามร่างนั้นด้วยความรู้สึกคุ้นตา จนเขาเดินหายเข้าไปทางบันไดหนีไฟ
นับฝันหยุดยืนมองชั่วครู่ จู่ ๆ ก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา เปิดประตูเข้ามาในห้องก็เห็นว่าเจ้าขุนกำลังนั่งเล่นของเล่นอยู่บนเตียงผู้ป่วย เธอหลุบตามองของเล่นแปลกตานั่น มันไม่ใช่ของเล่นของเจ้าขุน แถมบนที่นอนข้างกันยังมีถุงที่เพิ่งแกะใหม่วางอยู่ด้วย
“ลูกเอาของเล่นมาจากไหน?”
“อ๊ะ หม่าม้ามาแล้วเหรอฮะ” เจ้าขุนเงยหน้ายิ้มแป้นพลางชูของเล่นในมืออวด “คุณลุงให้มาฮะ คุณลุงใจดีมากเลยหม่าม้า คุณลุงกลัวขุนขุนเบื่อก็เลยซื้อของเล่นมาฝากด้วยฮะ”
“คุณลุง… คุณลุงคนไหน?” หัวใจนับฝันเต้นระรัว หวังเหลือเกินว่าไม่ให้เป็นอย่างที่คิด
“คุณลุงคนนั้นไงฮะหม่าม้า คุณลุงคนที่หล่อ ๆ ที่ฉีดยาให้ขุนขุนแล้วอุ้มขุนขุนมาหาหมอไงฮะ”
ทว่า… ความหวังกลับพังทลาย
ผู้ชายคนนั้นมาที่นี่งั้นเหรอ… หรือว่า…
“อ๊ะ หม่าม้าจะไปไหนฮะ?”
ร่างบางชะงักมือที่จับลูกบิดประตู เธอหันกลับมายิ้มตอบลูกชายน้ำเสียงเบา พยายามคุมสีหน้าให้เป็นปกติ
“เดี๋ยวม้ามานะ ขุนขุนเล่นของเล่นไปก่อนนะครับ”
“ฮะหม่าม้า”
นับฝันเดินออกมาจากห้อง สองเท้ามุ่งตรงไปทางบันไดหนีไฟ เธอมั่นใจ ร่างสูงคุ้นตาที่เห็นเมื่อครู่นี้ต้องเป็นผู้ชายคนนั้นแน่ ๆ เธอคลาดกับเขาแค่เสี้ยววินาทีเดียวเอง
ไม่รู้หรอกนะว่าเพลิงศูรย์ต้องการอะไร ทำไมเขาถึงมาหาเจ้าขุน แถมยังซื้อของเล่นมาให้ด้วย แต่ไม่ว่าเขาคิดจะทำอะไร เธอไม่มีทางยอมให้เขาทำตามใจง่าย ๆ แน่ ก่อนที่เรื่องมันจะบานปลายไปมากกว่านี้ เธอจะต้องหยุดเขาให้ได้
ปึง
เสียงประตูหนีไฟปิดดังลั่นเมื่อนับฝันเดินเข้ามาด้านใน กลิ่นบุหรี่ลอยคละคลุ้งในอากาศ ควันสีขาวยังคงอบอวลเจือจาง เธอรู้สึกเวียนหัวจนต้องยกมือขึ้นปิดจมูก หยิบแมสขึ้นมาสวมเพื่อป้องกันควันบุหรี่
ร่างกายของนับฝันไม่สมบูรณ์เหมือนคนปกติทั่วไป เธอไม่สามารถเผชิญหน้ากับควันทุกชนิดโดยตรงเป็นเวลานานได้ เธอควรจะอยู่ในที่ที่อากาศบริสุทธิ์ไม่เป็นมลพิษ เพราะอย่างนั้นเธอจึงเลือกย้ายไปอยู่ที่กอลมาร์ สถานที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แต่หลังจากกลับมาเมืองไทย เธอไม่สามารถหลบเลี่ยงมลพิษทางอากาศเหล่านี้ได้ตลอด จึงจำเป็นต้องพกหน้ากากผ้าสำหรับกรองอากาศเอาไว้เสมอ เอาไว้สวมยามฉุกเฉินอย่างเช่นตอนนี้
สายตากวาดมองหาต้นตอของควันบุหรี่ก่อนเดินตามทางนั้นไป และที่ตรงนั้นเธอก็ได้พบกับร่างสูงของใครคนหนึ่งกำลังยืนโค้งตัวเท้าแขนกับราวระเบียง มือข้างหนึ่งอัดบุหรี่สูบ มืออีกข้างถือโทรศัพท์
เขายังอยู่… ยังอยู่ตรงนี้จริง ๆ ด้วย
“…”
ใบหน้าหล่อเหลาแสนเย็นชาเบี่ยงกลับมา แววตาลุ่มลึกยากจะคาดเดาอารมณ์มองตรงเข้ามาในตาของเธอ เขาโยนบุหรี่ในมือทิ้งแล้วหันมาหา นับฝันรับรู้ถึงความอันตรายบางอย่างแผ่กระจายรอบตัวเขา เธอเผลอก้าวถอยหลังด้วยความลืมตัว ทว่ายังไม่ทันได้ถอยหนีก็ถูกเขาคนนั้นพุ่งเข้ามากักกันกับผนังเอาไว้เสียก่อน
“ตามมาจริง ๆ ด้วยสินะ ฮึ”