Ep.11 โรงเรียนและเพื่อนใหม่(1)

1097 Words
หลังจากที่นภพเอ่ยปากขอไปเช่นนั้น เพียงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ทั้งเรื่องการสมัครเรียน ทั้งเรื่องตระเตรียมของที่จำเป็นก็เสร็จอย่างทันท่วงที กว่าที่ตัวเด็กชายจะรู้เรื่องนี้ก็เป็นตอนที่รู้ว่าตนต้องไปโรงเรียนพรุ่งนี้เช้า นภพตื่นเต้นมาก ตื่นเต้นเสียจนนอนไม่หลับ และถึงจะหลับแล้วเขาก็ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนที่จะถูกเหมันต์ปลุกเพื่อที่จะจัดการตัวเองให้เรียบร้อย นภพยืนอยู่หน้ากระจกตั้งแต่ 7 โมงเช้า บิดซ้ายบิดขวาอยู่ตลอดเวลา มือเล็กๆ จัดทรงเครื่องแบบนักเรียนที่เพิ่งได้รับมาใหม่แทบจะเกือบทุกสิบวินาที กระดุมเสื้อตรงคอถูกติดถึงคอ และแกะใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่มั่นใจ เข็มขัดเส้นเล็กที่พาดอยู่ตรงเอวถูกเด็กชายดึงรัดแน่นจนเกินพอดีด้วยความกังวลว่าชายเสื้อและกางเกงจะหลุดออกมา ถึงแม้จะอึดอัดอยู่บ้างแต่นั่นก็ยังคงทำให้แววตาของเด็กชายเปล่งประกายระยิบระยับอย่างมีความสุขไม่คลาย เหมันต์ที่สังเกตเห็นการกระทำเหล่านี้ของนภพเพียงแต่ยิ้มอ่อน เขาไม่เคยเห็นเด็กชายคนนี้กระตือรือร้นขนาดนี้มาก่อน ใจหนึ่งก็รู้สึกดีที่ตนจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในชีวิตของเด็กชาย แต่ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกไม่ยินดีเลยสักนิด เขาไม่อยากปล่อยให้นภพเผชิญหน้ากับโลกภายนอก เพราะโลกภายนอกนั้นมีคนโรคจิตอยู่มากมาย เหมันต์กลัวว่านภพที่มีสายเลือดที่ดีจะถูกลักพาตัวไปทำมิดีมิร้าย แต่เขาก็ไม่ได้หักห้ามความต้องการของเด็กชายแต่อย่างใด เพราะเชื่อมั่นว่าไม่นานนักหรอกเด็กชายก็จะกลับมาหาเขาเหมือนดังเดิม เหมันต์ขับรถพานภพไปส่งที่โรงเรียนด้วยตนเอง โดยมีรถของบอดี้การ์ดตามมาอีก 2-3 คัน และเมื่อไปถึงที่หมาย ชายหนุ่มจอดรถหน้าอาคารเรียน ปล่อยให้เด็กชายลงไปตามลำพัง นภพมองไปยังประตูโรงเรียนที่เปิดกว้าง ความรู้สึกตื่นเต้นเปลี่ยนเป็นความกลัวเล็ก ๆ ในใจ เมื่อมองเห็นเหล่าเด็กน้อยที่เดินผ่านไปมาพร้อมกับมีเพื่อนเล่นกันเป็นกลุ่ม เขารู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้าในสถานที่นี้ แต่เมื่อหันกลับไปมองเหมันต์ที่นั่งอยู่ในรถและส่งยิ้มให้กำลังใจ นภพก็ตัดสินใจที่จะก้าวเท้าก้าวแรกเข้าสู่โลกใหม่ที่เขายังไม่รู้จัก ครูประจำชั้นที่รอต้อนรับนภพอยู่แล้วพาเขาไปยังห้องเรียนของชั้นอนุบาลสาม เด็ก ๆ ในห้องเริ่มหันมามองเด็กใหม่ที่เข้ามากลางเทอมอย่างสนใจ เมื่อมาถึงห้องเรียน ครูให้โอกาสนภพแนะนำตัวเอง นภพที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและประหม่าจึงเริ่มพูดแนะนำตัวด้วยเสียงเล็ก ๆ แต่ด้วยความที่ตื่นเต้นเกินไปทำให้เขากัดลิ้นของตัวเองตั้งแต่กลางประโยค เสียงหัวเราะเบาคึกคักดังขึ้นจากกลุ่มเด็กที่นั่งอยู่ในห้อง ความเจ็บปวดจากการกัดลิ้นไม่ได้ทำให้นภพรู้สึกเท่ากับความอับอายที่พุ่งเข้ามาแทนที่ นภพหยุดพูดกลางคัน เขาพยายามบังคับตัวเองไม่ให้ร้องไห้ต่อหน้าทุกคน แต่ความรู้สึกที่ถูกหัวเราะเยาะทำให้เขาไม่สามารถสานต่อการแนะนำตัวได้ “เขาพูดไม่ได้หรือไง?” เด็กชายคนหนึ่งพูดพลางหัวเราะในขณะที่เพื่อนข้าง ๆ ก็ตีมือกันอย่างสนุกสนานตักเตือนว่าไม่ควรพูดแทรกคนอื่น “ทำไมพูดตลกจัง” อีกคนเสริมพลางหัวเราะเหมือนเป็นเรื่องขำขัน นภพก้มหน้าลง น้ำตาคลอในดวงตา แต่เขาพยายามกลั้นไว้ ไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอของเขา เด็ก ๆ เริ่มซุบซิบกันไปมา พูดถึงนภพอย่างเงียบๆ แต่เสียงที่ดังพอให้เด็กชายได้ยินว่าตนเป็นคนแปลกประหลาด มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดมากกว่าการถูกทำร้ายทางร่างกายใด ๆ ที่เขาเคยเจอมาก่อน นภพพยายามตั้งใจเรียน แต่ก็พบว่ามันยากกว่าที่คิดไว้มาก ไม่ใช่แค่เนื้อหาที่เขาต้องทำความเข้าใจใหม่ทั้งหมด แต่ยังมีเรื่องของการปรับตัวให้เข้ากับสังคมใหม่ที่ยากยิ่งกว่า อาจเนื่องด้วยตอนนี้นับว่าเป็นกลางเทอม ผนวกกับเพื่อน ๆ เกาะกลุ่มอยู่ด้วยกันตั้งแต่ชั้นอนุบาลหนึ่ง ตัวนภพที่จู่ ๆ ก็โผล่พรวดเข้ามาย่อมไม่เป็นที่ต้อนรับของกลุ่ม ในช่วงพักกลางวัน นภพนั่งคนเดียวที่มุมหนึ่งของสนามหญ้า เขาพยายามมองหากลุ่มเพื่อนที่จะเล่นด้วย แต่ไม่มีใครสนใจ เขาเคยได้ยินพ่อบ้านบอกว่าการเรียนรู้ที่จะเข้าสังคมเป็นสิ่งสำคัญ แต่มันกลับเป็นเรื่องยากเย็นสำหรับเขา “เธอชื่ออะไรนะ?” เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม “นภพ...” เด็กชายตอบกลับด้วยความตื่นเต้น แต่เสียงของเขาไม่ดังพอที่จะให้คนอื่นได้ยินชัดเจน “อะไรนะ? นกเหรอ? พูดให้ดัง ๆ หน่อยสิ” เด็กผู้หญิงทำหน้าแปลกใจ “นะ..นภพ...” เขาพูดซ้ำอีกครั้ง แต่ความประหม่าและความกลัวทำให้เสียงสั่นไหว เด็กคนอื่นที่อยู่ใกล้ ๆ เริ่มหัวเราะ “เขาพูดไม่ชัดด้วยแหละ!” เด็กชายคนหนึ่งตะโกนออกมา ทำให้เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง นภพรู้สึกเหมือนถูกแยกออกจากโลกของเด็ก ๆ เขาพยายามสื่อสาร แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเข้าใจ มันทำให้เขานึกถึงอดีตที่เคยอยู่กับแม่ที่ไม่สนใจเขานัก ไม่ว่าความพยายามจะมากแค่ไหน เขาก็รู้สึกว่าเขาไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ได้ “ดูสิดูเขา นั่งคนเดียวด้วย!” เด็กอีกคนพูดเสียงดัง ทำให้กลุ่มเด็ก ๆ หัวเราะล้อเลียน นภพไม่รู้จะทำอย่างไร เขาอยากจะหายตัวไปจากสถานที่นี้ เขาอยากกลับไปที่บ้านที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย กลับไปหาเหมันต์ที่กอดเขาอย่างไร้เงื่อนไข แม้ว่าจะมีความสุขในตอนแรกที่เหยียบย่างเข้ามาในรั้วโรงเรียน แต่ความจริงที่เผชิญหน้าทำให้เขารู้สึกว่าการอยู่ที่โรงเรียนอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีอย่างที่ตนเคยเฝ้าฝันไว้ นภพก้มหน้าลง มองดูมือเล็ก ๆ ของตัวเองที่สั่นไหวเล็กน้อย เขาหวังว่าความผิดพลาดและความอับอายนี้จะได้รับการให้อภัย และหวังว่าในวันหนึ่ง เขาจะสามารถพูดคุยกับเพื่อนได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกหัวเราะเยาะอีก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD