บทที่ 4 ที่เกิดเหตุฆาตกรรม

1924 Words
พี่เยว่เพิ่งจะอ้าปากตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าเสียงริงโทนโทรศัพท์ของเหอเยว่กลับดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน เป็นสายจากเจียงเส้าหมิง... ทั้งสองคนตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง พี่เยว่คิดไม่ถึงเลยว่าเจียงเส้าหมิงจะยังจำเบอร์โทรศัพท์นี้ได้ เธอมองดูเหอเยว่กดตัดสาย แต่แล้วปลายทางก็โทรกลับมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งในที่สุดเสียงโทรศัพท์ก็เงียบลง ตอนแรกนึกว่าเจียงเส้าหมิงจะยอมถอดใจไปแล้ว ทว่าวินาทีต่อมา เสียงแจ้งเตือนข้อความกลับดังขึ้นแทน พี่เยว่ตั้งใจจะห้ามปราม "เหอ..." แต่ไม่ทันเสียแล้ว เหอเยว่กดเปิดข้อความนั้นดูไปเรียบร้อยแล้ว มันคือคลิปวิดีโอเก่าที่มีอายุหลายปี ในค่ำคืนที่สายฝนโปรยปราย ทุกสิ่งทุกอย่างจมดิ่งสู่ความมืดมิด มีเพียงแสงไฟสลัวชวนหดหู่จากเสาไฟริมทางที่ส่องสว่างท่ามกลางลมพายุ ภาพในคลิปเต็มไปด้วยสัญญาณรบกวน แต่เหอเยว่จำสารรูปอันน่าเวทนาของตัวเองในวิดีโอนั้นได้ในทันที เหอเยว่ในวัย 18 ปีมีใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ เธอตัวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลมฝนที่หนาวเหน็บ หรือเป็นเพราะร่างไร้วิญญาณที่นอนแน่นิ่งอยู่แทบเท้าของเธอกันแน่ มีเสียงของเจียงเส้าหมิงที่ตื่นตระหนกตกใจสุดขีดดังแทรกเข้ามาในคลิป เขาซ่อนตัวอยู่หลังกล้องพลางตะโกน "เขาตายแล้ว!" เพราะความกลัว น้ำเสียงของเขาจึงแหลมสูง ภาพในวิดีโอสั่นไหวอย่างรุนแรง ซึ่งบ่งบอกถึงความลนลานของเจียงเส้าหมิงได้เป็นอย่างดี เขาเอ่ยถามเหอเยว่ "ตอนที่เราเข้ามาเมื่อกี้ เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งสวนออกไปไหม?" เจียงเส้าหมิงผลักเธอทีหนึ่ง เหอเยว่ไม่ทันตั้งตัวจึงล้มคะมำลงไปนั่งจมกองโคลน หยาดโคลนกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าขาวซีด เธอใช้มือทั้งสองข้างกำดินโคลนบนพื้นไว้แน่น ไม่ยอมปริปากพูดอะไรสักคำ ราวกับคนที่ช็อกจนสติหลุดไปแล้ว "เหอเยว่! นั่นเพื่อนของเธอใช่ไหม! หลินเซี่ยหนิงใช่ไหม!" เจียงเส้าหมิงคาดคั้น "หุบปากนะ!" พอได้ยินชื่อของหลินเซี่ยหนิง เหอเยว่ก็ลุกพรวดขึ้นมาจากพื้นตามสัญชาตญาณ เธอปาดินโคลนที่กำอยู่ในมือขวาเข้าใส่หน้าของเจียงเส้าหมิงเต็มแรง เจียงเส้าหมิงไม่คาดคิดว่าเหอเยว่ที่ปกติเป็นคนเรียบร้อยนุ่มนวลจะฟิวส์ขาดขึ้นมาดื้อๆ เขาไม่ได้ระวังตัวจึงโดนโคลนป้ายเต็มหน้า โทรศัพท์มือถือร่วงหล่นลงพื้น และหน้าจอก็จับภาพไปที่ดวงตาของเฉินซงซึ่งนอนตายตาไม่หลับพอดี โดยมีเสียงพื้นหลังเป็นเจียงเส้าหมิงที่ตะคอกอย่างเดือดดาล สลับกับเสียงสะอื้นไห้ของเหอเยว่ "เธอจำได้! ยัยนั่นคือหลินเซี่ยหนิง!" "เพื่อนของเธอเป็นฆาตกร!" "นี่ยังคิดจะช่วยยัยนั่นปฏิเสธอีกเหรอ? ถ้าอย่างนั้นเธอก็เป็นสมรู้ร่วมคิดด้วยเหมือนกัน!" วิดีโอตัดจบลงเพียงเท่านี้ ทว่าในสมองของเหอเยว่กลับยังคงมีเสียงอื้ออึงดังสะท้อนไม่หยุด เจียงเส้าหมิงเข้าใจผิดมาตลอดว่าคนที่ลงมือฆ่าในคืนนั้นคือหลินเซี่ยหนิง แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าที่เหอเยว่นั่งลงบนพื้นในตอนนั้น... เธอจงใจ ในมือซ้ายที่เธอกำแน่นมาโดยตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ คือกิ๊บติดผมชิ้นหนึ่ง... มันคือกิ๊บติดผมของลั่วอี้หลาน เพราะฉะนั้นในค่ำคืนนั้น ณ ที่เกิดเหตุฆาตกรรม คนที่เจอเฉินซงจึงไม่ได้มีแค่หลินเซี่ยหนิง แต่ยังมีลั่วอี้หลาน ผู้หญิงที่ถูกเขาแทงจนตาบอดไปข้างหนึ่งด้วย แม้แต่ตัวเหอเยว่เองก็ยังไม่รู้ว่าใครคือฆาตกรตัวจริงกันแน่ แต่เธอคิดว่าคนอย่างเฉินซงน่ะ สมควรตายแล้ว เธอจะไม่ยอมให้เจียงเส้าหมิงเอาคลิปนี้ไปเผยแพร่เด็ดขาด! พี่เยว่หน้าถอดสี เธอพยายามจะแย่งโทรศัพท์ไป ทว่าวินาทีต่อมาเหอเยว่กลับเป็นฝ่ายต่อสายโทรออกเสียเอง "ฮัลโหล" เสียงทุ้มต่ำดูเจ้าเล่ห์ของเจียงเส้าหมิงดังมาจากปลายสาย "ฉันนึกว่าเธอจะไม่ยอมรับสายของฉันซะแล้ว" เหอเยว่พูดไม่ออก ผู้ชายคนนี้ทำตัวราวกับตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำอย่างนั้นแหละ มันหมายความว่ายังไงกัน? "เป็นไง ฝีมือการถ่ายคลิปของฉันดูสมจริงเข้าถึงอารมณ์ดีใช่ไหมล่ะ" "เจียงเส้าหมิง!" เหอเยว่กัดฟันกรอดเรียกชื่อเขา เธอนึกว่าคลิปนี้มันจะหายสาบสูญไปพร้อมกับคืนฝนตกครั้งนั้นตั้งนานแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าเจียงเส้าหมิงจะย้อนกลับไปเก็บโทรศัพท์ และเก็บรักษามันเอาไว้จนถึงตอนนี้! สารเลวชะมัด! "เหอเยว่ ฉันแค่หวังดีอยากจะเตือนเธอเฉยๆ นะ อย่าลืมสิว่าเมื่อ 10 ปีก่อนเธอตามฉันมาที่ปักกิ่งเพราะเรื่องอะไร" น้ำเสียงกระหยิ่มยิ้มย่องของเจียงเส้าหมิงลอยออกมาจากโทรศัพท์ ส่วนพี่เยว่นั้นหน้าเขียวคล้ำไปนานแล้ว เธอบอกว่า "เหอเยว่ วางสายซะ" พี่เยว่ยื่นมือไปหมายจะแย่ง แต่เหอเยว่เบี่ยงตัวหลบได้ทัน "แต่ไหนแต่ไรมาฉันเป็นคนชอบอะไรที่สมยอมทั้งสองฝ่าย เพราะงั้นตอนนี้ฉันเลยอยากจะถามความเห็นของเธอหน่อย คุณเหอเยว่ครับ เธอเต็มใจจะมาเป็นชู้รักของฉันไหม?" น้ำเสียงของเจียงเส้าหมิงกวนประสาทสุดขีด แต่เหอเยว่ไม่มีปัญญาจะโต้แย้งอะไรได้เลย เธอทำได้เพียงกำโทรศัพท์แน่นจนมือสั่น และเม้มริมฝีปากจนไร้สีเลือด "ฉันให้เวลาเธอสามวัน" เจียงเส้าหมิงพูด "ภายในสามวันจัดการผู้หญิงคนนั้นซะ แล้วกลับมาหาฉัน" สายถูกตัดไป เหอเยว่ทรุดตัวพิงกำแพงอย่างหมดสภาพราวกับคนจิตวิญญาณหลุดลอย เธอดูเหมือนจะไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดใดๆ เธอพยายามประคองสติที่กระจัดกระจาย แล้วเดินตรงไปยังประตูบ้านอย่างหุ่นยนต์ พี่เยว่รีบวิ่งตามไปติดๆ เธอพยายามจะคว้าตัวเหอเยว่เอาไว้ แต่ก็ถูกเหอเยว่สะบัดออก ค่ำคืนล่วงเลยมาจนดึกสงัด ตลอดเส้นทางแทบจะไม่มีคนเดินผ่านไปมาเลย แม้แต่บนถนนที่มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์อู๋ถงก็ยังแทบจะไม่เจอไฟแดงเลยสักดวง เหอเยว่เดินทอดน่องไปข้างหน้า โดยไม่สนใจเสียงทัดทานของพี่เยว่เลยแม้แต่น้อย "เหอเยว่ เธอตั้งสติหน่อยสิ!" บนสะพานข้ามแม่น้ำขนาดใหญ่ เหอเยว่สะบัดมือของพี่เยว่ออกอย่างแรง เธอตาแดงก่ำ พลางเอ่ยปากคาดคั้นตัวเองในเวอร์ชันอนาคต "พี่เยว่ ถ้าในตอนนั้นคุณเลือกที่จะยอมสยบเหมือนกัน แล้วครั้งนี้คุณมีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน?!" "เหอเยว่!" พี่เยว่คว้าไหล่ของเหอเยว่ไว้แน่น "เธออยากจะติดอยู่ในวังวนที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี่ แล้วต้องทนทุกข์ทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อย่างนี้จริงๆ เหรอ?" ขอบตาของพี่เยว่เริ่มแดงระเรื่อขึ้นมา "เธอรู้ไหมว่ากว่าฉันจะกลับมาหาเธอได้ ฉันต้องลำบากแค่ไหน?" "คุณไม่มีสิทธิ์มาสอนฉัน!" เหอเยว่สะบัดตัวหลุดจากพี่เยว่อีกครั้ง เธอมองดูพี่เยว่ล้มทรุดลงไปกองกับพื้น ก่อนจะเดินเข้าไปยืนค้ำหัวมองลงมา "คุณมันก็แค่คนขี้ขลาด คนขี้ขลาดมีสิทธิ์อะไรมาสอนอีกคนให้เติบโตกันล่ะ?" เหอเยว่หันหลังแล้วรีบสาวเท้าเดินจากไป ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของพี่เยว่ดังไล่หลังมา "เหอเยว่ เธอไม่อยากรู้เรื่องอนาคตของตัวเองบ้างเหรอ?" ฝีเท้าของเหอเยว่ชะงักกึก เธอยืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองอย่างเชื่องช้า พี่เยว่พยุงตัวลุกขึ้นมาจากพื้นอย่างทุลักทุเล ส้นรองเท้าส้นสูงของเธอหักไปข้างหนึ่ง ทำให้เธอยืนทรงตัวไม่มั่นคงเอาเสียเลย ทว่าในเวลานี้เธอไม่มีกะจิตกะใจจะไปสนเรื่องนั้นแล้ว "ถ้าเธอเดินกลับไปตอนนี้ เจียงเส้าหมิงจะยิ่งได้ใจและทำรุนแรงกับเธอมากขึ้น" เธอเดินกะเผลกเข้ามาหาเหอเยว่ เหอเยว่เห็นหยาดน้ำตาเอ่อคลออยู่ในดวงตาของอีกฝ่าย จนพลอยทำให้ตัวเองรู้สึกจุกแน่นในอกตามไปด้วย "อีกหนึ่งเดือนหลังจากนี้ เจียงเส้าหมิงจะแต่งงานกับฉู่เหย่าเหย่า ความสัมพันธ์ของพวกเธอจะปิดบังไว้ได้ไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ นับจากนี้ไปเธอจะไม่ใช่แค่ของเล่นระบายอารมณ์ของเจียงเส้าหมิงคนเดียวอีกต่อไป ฉู่เหย่าเหย่าน่ะ น่ากลัวกว่าเจียงเส้าหมิงเยอะเลย" คำพูดประโยคนั้นทำให้เหอเยว่ถึงกับอึ้งไป... เธอไม่ใช่สิ่งของหรือของเล่นของใครนะ ทำไมคนพวกนั้นถึงต้องเอาความทุกข์ทั้งหมดมาลงที่เธอคนเดียวด้วย? เมื่อคิดได้เช่นนั้น เหอเยว่ก็รู้สึกเหมือนรอยแผลเป็นที่ข้อมือจะเริ่มกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง มันเจ็บปวดรวดร้าวเสียจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก ในขณะเดียวกัน พี่เยว่กลับเลิกชายเสื้อของตัวเองขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวตรงบริเวณหน้าท้อง ซึ่งดูอย่างต่ำก็น่าจะเย็บไปไม่ต่ำกว่าสิบเข็ม เหอเยว่รีบยกมือขึ้นอุดปากด้วยความตกตะลึง หยาดน้ำตาที่พี่เยว่กลั้นไว้ไม่อยู่ไหลพรากลงมาตามแก้มในที่สุด "เหอเยว่ ฉันคิดว่าการที่ฉันสามารถมาอยู่ตรงนี้ได้... ฉันไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาวหรอกนะ" ในที่สุดเหอเยว่ก็หมดแรง ทรุดตัวลงไปนั่งร้องไห้กับพื้น เธอเอ่ยปากกับพี่เยว่ "ฉันขอโทษ... นี่มันเป็นทางตันชัดๆ" เดินไปข้างหน้าก็ตาย ไม่เดินก็ตายอยู่ดี หากเลือกที่จะเดินไปข้างหน้า ก็เท่ากับว่าต้องเดินกลับไปสู่นรกขุมนั้น สิ่งที่เธอต้องทนนอกจากความเจ็บปวดทางร่างกายแล้ว ยังต้องยอมให้เจียงเส้าหมิงกับฉู่เหย่าเหย่าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนโดนแล่เนื้อสดๆ แต่ถ้าเธอไม่ฟังคำสั่งของเจียงเส้าหมิง เชื่อเลยว่าคนบ้าอย่างมันจะต้องเอาคลิปวิดีโอนี้ไปแฉแน่ๆ ตระกูลเขามีทั้งเงินทั้งอำนาจล้นฟ้า ข้อหาขัดขวางกระบวนการยุติธรรมอะไรนั่นน่ะ สำหรับเขาแล้วคงสะบัดหลุดได้สบายๆ แล้วเธอล่ะ? ลั่วอี้หลานกับหลินเซี่ยหนิงล่ะจะทำยังไง? อุตส่าห์อดทนมาตั้ง 10 ปีแล้ว นี่จะต้องมาพังพินาศลงตรงนี้งั้นเหรอ? พี่เยว่ค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยองๆ ก่อนจะดึงตัวเหอเยว่เข้ามาโอบกอดไว้เบาๆ อย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังปลอบประโลมเด็กน้อยที่กำลังหลงทาง "มันต้องมีทางออกสิ" เหอเยว่ไม่มีโอกาสได้เห็นเลยว่า ในวินาทีที่พี่เยว่กลั้นน้ำตาเอาไว้ได้สำเร็จ ดวงตาคู่รั้นนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและไร้ความรู้สึกขึ้นมาทันที "เหอเยว่ กลับฉวีเฉิงกันเถอะ ลั่วอี้หลานกำลังจะแต่งงานแล้วนะ"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD