บทที่ 5

2026 Words
บทที่ 5 ท้ายที่สุดหลัวอี๋อิ่งก็ต้องจำใจขึ้นมานั่งรถม้าคันเดียวกับบุรุษที่นางไม่ชอบหน้า เพราะหากจะให้นางเดินไปตลาดเอง นางก็ไม่สามารถเดินต่อไปได้ บนรถม้าไม่มีใครเอ่ยหรือพูดอะไรออกมาสักคำ บรรยากาศภายในรถม้าก็พร้อมจะปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ ในที่สุดรถม้าก็แล่นมาถึงตลาด โดยไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น หลัวอี๋อิ่งและสาวใช้ข้างกายลงจากรถม้า และก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณชายหนุ่มที่ให้ติดรถม้ามาด้วย “ขอบคุณท่านมากที่ให้ข้าและสาวใช้เดินทางมาด้วย” แม้นางจะไม่ชอบหน้าเขาเท่าไหร่แต่ก็ไม่ลืมมารยาทที่ควรมี เขาให้ติดรถมาด้วย นางก็ต้องขอบคุณ เป็นมารยาทที่ทุกคนควรปฏิบัติ “ไม่เป็นไร” น้ำเสียงเรียบนิ่งถูกเปล่งออกมา จากนั้นรถม้าก็เคลื่อนตัวออกไปช้า ๆ “บ่าวคิดว่าเราจะไม่ถึงตลาดแล้วเจ้าค่ะ” เมื่อมาถึงจุดมุ่งหมายอิงอิงก็พูดขึ้น หากไม่มีรถม้าของคุณชายผู้นั้นพวกนางคงมาไม่ถึงตลาด จะว่าไปหน้าของคุณชายผู้นั้นเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่นางก็คิดไม่ออก “ในเมื่อเรามาถึงแล้ว เราก็ไปเดินซื้อของกันเถิด” ดีที่นางเกิดในตระกูลร่ำรวย นางอยากได้อะไรนางก็จะซื้อให้หมด “บ่าวว่าเราไปเช่ารถม้ากันก่อนเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวเราจะไม่มีรถม้ากลับจวนกันนะเจ้าคะ” “ไป ๆ หากไม่มีรถม้า ข้าคงไม่ได้กลับจวนเป็นแน่” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างรีบร้อน นางไม่อยากจะต้องเดินกลับจวน “เช่นนั้นเราไปกันเถิดเจ้าค่ะ” ทั้งสองก็พากันเดินไปเช่ารถม้า แล้วซื้อของอีกมากมาย จนนึกขึ้นได้ว่านางต้องการที่จะตัดชุดใหม่ จึงได้หันไปพูดกับสาวใช้ที่เดินอยู่ข้างหลัง “อิงอิง ข้าอยากตัดชุดใหม่ ตอนนี้ร้านใดกำลังเป็นที่นิยมหรือ” นางไม่รู้เรื่องนี้เลย เพราะตลอดเวลามารดาจะเป็นคอยจัดการให้ตลอด เพราะนางไม่ชมชอบเรื่องพวกนี้สักเท่าใด ขอเป็นเพียงสีขาวก็ใช้ได้แล้ว “ตอนนี้ร้านที่กำลังเป็นที่นิยมก็คือร้านเหมยฮวา ที่อยู่ถัดไปนี่เองเจ้าค่ะ” เรื่องพวกนี้นางถูกสั่งสอนมาเป็นอย่างดี แม้จะเป็นคนของจวนแม่ทัพ นางต้องเก่งในทุก ๆ ด้าน และดูเหมือนว่านางจะถูกสั่งสอนมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ “เช่นนั้นเราไปดูกันเถิด ข้ากำลังอยากได้ชุดใหม่อยู่พอดี” พูดจบก็ตรงไปร้านตัดชุดทันที เมื่อมาถึงร้านก็มีเสี่ยวเอ้อออกมาต้อนรับทันที “คุณหนูเชิญขอรับ” “ข้าต้องการตัดชุด มีแบบให้ข้าเลือกหรือไม่” นางบอกความต้องการออกไป นางไม่อยากเสียเวลามากนัก “มีขอรับ เชิญตามข้าน้อยมาทางนี้เลยขอรับ” เสี่ยวเอ้อพาทั้งสองไปยังห้องรับรอง ร้านนี้เป็นร้านที่ใหญ่และมีชื่อเสียงเป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองหลวง จึงมีผู้คนแวะเวียนเข้ามาซื้อของอย่างไม่ขาดสาย “นี่เป็นแบบที่ร้านของเรามีในตอนนี้ขอรับ” เขานำแบบที่มีทั้งหมดมาให้นำคุณหนูผู้นี้ได้ดู “ถูกใจหรือไม่ขอรับ” เขาถามขึ้น เพราะท่าทีของคุณหนูไม่ได้มีท่าทีสนใจแบบที่เขาเอาให้ดูเลยสักนิด “อืม” นางตอบเพียงแค่นั้นก็ทำการเลือกชุดต่อ นางเลือกตัดไปสิบกว่าชุด โดยให้ทางร้านนำไปส่งให้ที่จวนสกุลหลัว จากนั้นทั้งสองก็ตรงไปยังร้านเครื่องประทินโฉมทันที เพราะที่เรือนของนางนั้นไม่มีเครื่องประทินโฉมอะไรสักอย่าง นางหนักใจจริง ๆ ไม่รู้ว่าหลัวอี๋อิ่งมีชีวิตอยู่เช่นไร ไม่มีความสนใจอะไรเลยทำตามคำสั่งของบิดามารดา ชีวิตช่างไม่มีอะไรน่าสนใจเอาเสียเลย “เจ้าว่าสิ่งนี้ดีหรือไม่” นางถามอิงอิงที่ยื่นอยู่ด้านหลัง เพราะนางไม่รู้จักสิ่งของพวกนี้มากนัก “ดีเจ้าค่ะ บ่าวว่าเหมาะกับคุณหนูมาก” “จริงหรือ เช่นนั้นข้าเอา” นางเลือกซื้ออย่างสนุกสนาน โดยไม่ได้สนใจเวลาเลยสักนิด “คุณหนู เราออกมานานแล้วนะเจ้าค่ะ” อิงอิงเอ่ยเตือนสตินายสาว พวกนางใช้เวลาอยู่ในร้านเครื่องประทินโฉมนานแล้ว “ข้ายังสนุกอยู่เลย” นางพูดขึ้นอย่างเสียดาย เพราะรู้สึกว่านางยังอยากสนุกอยู่เลย “วันหลังเราค่อยมาใหม่นะเจ้าคะ” นางพยายามหว่านล้อม ลอบออกมาจากจวนก็มีความผิดมากแล้ว หากกลับไปแล้วโดนจับได้นางจะไม่แย่เอาหรือ เข้าจวนมาได้วันเดียว วันต่อมาก็พาคุณหนูของจวนหนีออกจากบ้านเสียแล้ว “เช่นนั้นก็ได้ เจ้าเอาของพวกนี้ไปคิดเงินเถิด” ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน สตรีก็ชมชอบเรื่องเช่นนี้เสมอ “เจ้าค่ะ” ทั้งสองคิดเงินเสร็จก็ตรงกลับจวนทันทีโดยไม่ได้แวะเข้าร้านไหนอีก เมื่อเข้ามาในจวนได้แล้ว ทั้งคู่ก็ตรงไปยังเรือนหนิงเฉิงทันที และแน่นอนว่าการเข้าจวนของนางนั้นก็ต้องปีนกำแพงกลับเข้ามาเช่นเดิม แต่มันก็ไม่ได้ทุลักทุเลเช่นตอนออกไป เพราะทั้งสองเตรียมตัวมาอย่างดีในครั้งนี้ นางได้เตรียมบันไดไม้มาอย่างดี จึงไม่เป็นปัญหามากนัก “มีใครมาขอพบข้าหรือไม่” หลัวอี๋อิ่งถามลั่วลั่วทันทีเมื่อเข้ามาในเรือนแล้ว “ไม่มีเจ้าค่ะ” “อืม ป่วยเช่นนี้ก็ดี จะได้ไม่ต้องมีคนมาวุ่นวายที่เรือน เจ้าว่าข้าแกล้งป่วยต่อไปเช่นนี้ดีหรือไม่” นางไม่อยากจะแสร้งทำตัวเรียบร้อยต่อหน้าผู้อื่นอีกแล้ว “จะดีหรือเจ้าคะ อย่างไรนายท่านและฮูหยินก็ต้องเชิญท่านหมอมาตรวจอยู่ดี หากเป็นเช่นนั้นแล้วคุณหนูจะแก้ตัวว่าอย่างไร” ลั่วลั่วเอ่ยค้านอย่างมีเหตุผล เมื่อได้ฟังเหตุผลของสาวใช้แล้วนางก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน หากจะใช้วิธีเดิม เกรงว่านางคงจะต้องตายลงจริง ๆ “หากข้าต้องการที่จะถอนหมั้นเล่า พวกเจ้ามีวิธีที่ดีหรือไม่” เมื่อป่วยเพื่อหลบหลีกไม่ได้ นางคงจะต้องหาวิธีอื่น เมื่อทั้งสองได้ยินเช่นนั้นก็พากันตกใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่เคยมีสตรีคนใดพูดถึงเรื่องการถอนหมั้นหรือการถูกถอนหมั้นได้หน้าตายเช่นนี้ เห็นที่พวกนางคงต้องมองคุณหนูผู้นี้ใหม่แล้วจริง ๆ เจอกันเพียงแค่วันเดียวก็พาพวกนางทำที่เรื่องเสี่ยงตายเช่นนี้แล้ว แล้วนี่ยังจะให้พวกนางหาทางช่วยเหลือเรื่องการถอนหมั้นอีก เห็นทีคงจะไม่อยากให้นางมีชีวิตอยู่ต่อจริง ๆ หากนายท่านหานรู้เรื่องเข้า พวกนางจะไม่ถูกโบหลังขาดหรอกหรือ “คุณหนูอย่าล้อเล่นเช่นนี้สิเจ้าคะ” ลั่วลั่วขูดขึ้นอย่างขบขัน แต่ในใจกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย “ข้าไม่ได้ล้อเล่น ข้าพูดความจริง” นางยังคงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เรื่องเช่นนี้จะมาล้อเล่นได้อย่างไร “แต่ไม่เคยมีสตรีคนไหนพูดถึงเรื่องถอนหมั้นเลยนะเจ้าคะ” อิงอิงอธิบายต่อ หรือว่าคุณหนูของนางจะป่วยจนสติเลอะเลือนไปแล้ว “ข้าไงจะเป็นคนแรก แต่คงต้องหาเหตุผลที่ดีหน่อย พวกเจ้าเห็นว่าเป็นเช่นไร” นางยังคงครุ่นคิดต่อว่าจะใช้แผนใด ก่อนจะกล่าวต่อเมื่อคิดแผนการที่ดีได้ “ร่างกายไม่แข็งแรง ไม่สามารถมีบุตรได้ พวกเจ้าว่าดีหรือไม่” “จะดีหรือเจ้าคะ หากคุณหนูใช้แผนการนี้ ในวันข้างหน้าคุณหนูจะไม่สามารถแต่งให้ผู้ใดได้เลยนะเจ้าคะ” อิงอิงยังหาเหตุผลเพื่อให้ผู้เป็นนายหยุดคิดเรื่องนี้ “ดี เป็นเช่นนั้นได้ยิ่งดีมาก” ในยุคที่บุรุษสามารถมีฮูหยินได้หลายเช่นนี้ นางขออยู่คนเดียวเช่นนี้ ดีกว่าจะต้องไปแย่งชิงความรักของสามีจากสตรีอื่น “คุณหนูจะกล่าวเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ จะอย่างไรคุณหนูก็หมั้นหมายกับคุณชายถางไปแล้ว หากจะถอนหมั้นคงจะไม่ใช่เรื่องง่าย” ลั่วลั่วเอ่ย คู่หมั้นของคุณหนูก็ออกจะดีปานนั้น เหตุใดคุณหนูจึงอยากจะถอนหมั้นกับเขากัน “เจ้าจะให้ข้าแต่งกับคนที่ลอบคบหากับสาวใช้ข้างกายของข้าอย่างนั้นหรือ” หญิงสาวกระซิบให้ได้ยินกันเพียงสามคน แม้จะรู้ว่าบริเวณนี้ไม่มีคนอยู่ “คุณหนูพูดจริงหรือเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าเจ้านายพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบนางก็พูดด้วยเช่นกัน แม้จะมั่นใจว่าบริเวณนี้ไม่มีคนแอบซุ่มหรืออยู่ใกล้ ๆ เพราะพวกนางถูกฝึกมาตั้งแต่ยังเล็ก “ข้าจะโกหกไปทำไมเล่า ข้าเห็นและได้ยินด้วยตัวของข้าเอง” นางยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเช่นเดิม สาวใช้ทั้งสองคนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ตากันตกตะลึงเป็นอย่างมาก คุณชายถางไม่น่าจะเป็นคนเช่นนั้นเลย เหตุใดเรื่องราวจึงกลับตาลปัตรเช่นนั้นได้เล่า “คุณหนูรู้เรื่องเมื่อใดหรือเจ้าคะ” ลั่วลั่วถามเพื่อความแน่ใจ คงจะไม่ใช้เช่นที่นางคิดเอาไว้หรอกนะ “ก็วันที่ข้าตกน้ำอย่างไรเล่า ข้าเดินไปพบพวกเขาสองคนกำลังพลอดรักกันอยู่ จึงเดินหนีแล้วตกลงไปในน้ำ” นางเลือกที่จะโกหกเรื่องที่เจ้าของร่างนี้คิดจะฆ่าตัวตาย “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” อิงอิงพึมพำออกมาอย่างเข้าใจ เรื่องที่ทุกคนสงสัยก็ถูกเปิดเผยแล้ว ว่าที่คุณหนูตกน้ำเกิดจากสาเหตุอะไร “เจ้ารู้หรือไม่ พวกเขาบอกว่าหากข้าแต่งเข้าจวนสกุลถางแล้ว เขาจะเอ่ยปากขอซือซือจากข้า เพื่อไปเป็นอนุ เจ้าว่าข้าจะสามารถทนใช้สามีร่วมกับสาวใช้ที่โตมาด้วยกันได้หรือ” นางอธิบายต่ออย่างยืดยาว เพื่อให้สาวใช้ทั้งสองเห็นใจ และช่วยนางหาทางถอนหมั้นครั้งนี้ “เราแค่ไปบอกกับนายท่านผู้เฒ่าหานไม่ดีกว่าหรือ บ่าวเชื่อว่านายท่านต้องช่วยคุณหนูได้” อิงอิงเสนอหนทางที่ดีที่สุด ที่แท้ก็เพราะแบบนี้เอง คุณหนูที่เคยเรียบร้อยจึงเปลี่ยนไปได้มากมายเช่นนี้ นางคงจะเสียใจเป็นอย่างมาก “อย่าเลย ข้าไม่อยากจะรบกวนท่านตา” นางแสร้งบอก แต่ความจริงแล้วนางมีแผนเอาไว้ในหัวอยู่แล้ว ขาดก็เพียงแค่ผู้รวมกระบวนการเท่านั้น ตกมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ หาอะไรทำให้คลายเบื่อคงจะดีไม่น้อย นางจะส่งน้องสาวที่ชอบกลั่นแกล้งนางแต่งไปแทน หากเป็นเช่นที่นางคิดเอาไว้ จวนสกุลถางคงจะมีแต่เรื่องวุ่นวายทุกวันเป็นแน่ เพียงแค่คิดก็สนุกแล้ว นางไม่อยากจะต้องไม่นั่งแก้แค้นอะไรให้มาก แค่ขอเอาคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้พวกเขาไม่อาจมีชีวิตที่เป็นสุข แค่นี้นางก็พอใจแล้ว “แล้วคุณหนูจะทำเช่นไรเจ้าคะ” นางถามขึ้นอย่างเป็นห่วง คุณหนูสติเลอะเลือนถึงขั้นนี้ จะไม่ให้บอกนายท่านสกุลหานจริงหรือ “ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง ขอแค่พวกเจ้าช่วยเหลือข้าก็พอแล้ว” นางพูดพร้อมกับยิ้มเย้ยในใจ โดยหารู้ไม่ว่าสาวใช้ต่างก็ที่มองนางด้วยสายตาเป็นห่วง เห็นทีเรื่องนี้จะเก็บไว้ไม่ได้ ต้องรายงานนายท่านสกุลหานเสียแล้ว คุณหนูวิปลาสไปเช่นนี้คงจะนิ่งนอนใจไม่ได้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD