บทที่ 1

2155 Words
“หลัวอี๋อิ่ง หลัวอี๋อิ่ง” “คะ... ใครเรียกข้า” เสียงดังในความมืดดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่ถูกเรียกเกิดความสับสน เธอตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงยังได้ยินคนเรียกชื่ออยู่ หรือเธอยังไม่ตาย ความงุนงงเกิดขึ้นในหัวของหญิงสาว “ชีวิตหนึ่งของเจ้าได้ตายไปแล้ว แต่ร่างกายที่เจ้าเข้ามาอาศัยอยู่นั้นยังไม่สิ้นอายุขัย เจ้าคงได้เห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับตอบเรื่องที่นางสงสัย “ข้าเห็นแล้ว แต่ข้าไม่อยากมาอยู่ในร่างของคนโง่ ๆ แบบนี้หรอกนะ คนอะไรเจอเรื่องแค่นี้ก็ฆ่าตัวตาย” หญิงสาวพูดออกไปอย่างไม่คิด แต่นางโมโหที่ตัวเอง ต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ เธอตายแล้วควรจะต้องได้ไปเกิดใหม่ ทำไมต้องมาใช้ชีวิตต่อจากใครก็ไม่รู้ เธอไม่ยอมหรอกนะ “หึหึ หากเจ้าว่าเป็นเรื่องเพียงเท่านั้นก็มิผิด แต่สตรีที่เจ้าดูหมิ่นว่าโง่งมนั้นก็คือเจ้าเอง เห็นทีเจ้าเองก็เป็นสตรีที่โง่งมเช่นกัน” เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ พร้อมกับอธิบายเรื่องราวทั้งหมด “เธอคนนั้นคือข้า จะเป็นไปได้ยังไง” นางยังเอ่ยขึ้นอย่างงุนงง “นางก็คือครึ่งชีวิตของเจ้า เจ้าก็คือครึ่งชีวิตของนาง ทุกการตัดสินใจของนางส่วนหนึ่งล้วนมาจากเจ้า” เขาอธิบายต่อ “จากข้า อย่างนั้นหรือ?”เธอจะตัดสินใจทำแบบนั้นจริงเหรอ “เจ้าอาจจะไม่เชื่อ แต่นั่นคือเรื่องจริง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ “เจ้าต้องอยู่ในร่างนี้ต่อไป นางมิอาจทำใจได้และมิอยากกลับมา แต่ร่างกายนี้ยังมิสิ้นอายุขัย ข้าจึงได้ดึงเจ้าที่เป็นส่วนหนึ่งของนางมาอยู่ในร่างนี้แทน” “ไม่ ข้าอยากไปเกิดใหม่ ข้าอยากใช้ชีวิตของข้า” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างโมโห จะให้เธอมาใช้ชีวิตแบบนี้ เธอทำไม่ได้หรอกนะ คู่หมั้นก็แสนชั่วช้า สาวใช้ก็เลว ถ้าเธอมาอยู่ในร่างนี้ เธอจะทำยังไงต่อไป “เรื่องนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อย่างไรเจ้าก็ต้องอยู่ในร่างนี้ต่อไป จงใช้ชีวิตต่อไปให้ดี” พูดจบเสียงเหล่านั้นก็หายไป พร้อมกับสติของหญิงสาวค่อย ๆ เลือนหายไป พร้อมกับภาพความทรงจำต่าง ๆ ของร่างนี้ไหลเข้ามาในหัวอย่างไม่ขาดสาย หลายชั่วยามผ่านไปหญิงสาวที่สติดับไป ลืมตาขึ้นอย่างลำบากเปลือกตาที่ปิดอยู่ขยับขึ้นอย่างช้า ๆ เสียงเอะอะดังขึ้นอยู่รอบ ๆ ตัวหญิงสาว “อิ่งเอ๋อร์ เจ้าฟื้นแล้ว” หานเจียหนิงเมื่อเห็นบุตรสาวลืมตาขึ้นก็เอ่ยขึ้นอย่างดีใจ “ท่านแม่” หญิงสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ตอนนี้หัวของนางมีแต่ความทรงจำของร่างเดิม “เป็นอย่างไรบ้าง ปวดหัวหรือไม่” มารดาถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง น้ำตาของนางก็ไหลออกมาอย่างช้า ๆ ด้วยความดีใจ หากบุตรสาวนางเป็นอะไรไป นางคงจะทนอยู่ต่อไปไม่ได้ “ข้าไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่อย่าได้กังวล” นางพูดเพื่อให้มารดาคลายกังวล จากนั้นก็ยื่นมือเรียวบางไปเช็ดน้ำตาของมารดาอย่างแผ่วเบา “อย่าให้ตัวเองต้องตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้อีก รู้หรือไม่ เมื่อแม่รู้ว่าเจ้าตกน้ำ หัวใจของแม่แทบแหลกสลาย” พูดจบก็ยื่นมือไปลูบผมของบุตรสาวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “หากเจ้าเป็นอะไรไป แม่คงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้” “ต่อไปลูกจะระวังให้มากกว่านี้” “เอาเถิด เจ้าพักผ่อนให้หายดีก่อน เรื่องอื่นเราค่อยมาพูดกันทีหลัง” นางพูดขึ้น ก่อนจะยกถ้วยยาที่สาวใช้นำเข้ามาส่งให้กับบุตรสาวดื่ม หญิงสาวรับถ้วยยาจากมารดาขึ้นมาดื่ม ไม่นานนักนางก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย หานเจียหนิงนั่งมองบุตรสาวด้วยความเป็นห่วงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่นางจะตัดสินใจเดินออกจากห้องไป เมื่อเดินออกจากเรือนของบุตรสาว นางก็เห็นผู้เป็นสามีและหมอหวังเดินตรงเข้ามาหา หลัวจื่อโจวเมื่อเห็นว่าภรรยา เขาก็รีบเข้ามาสอบถามอาการของบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง “น้องหญิง ลูกของเราเป็นอย่างไรบ้าง” “ข้าให้ลูกดื่มยาตามที่หมอหวังสั่งแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้หลับไปแล้ว” นางเอ่ยบอกผู้เป็นสามีด้วยน้ำเสียงที่เบาใจอยู่หลายส่วน “ดีขอรับ ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยขอเข้าไปตรวจดูคุณหนูอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดูให้แน่ชัดว่าไม่ได้เป็นอะไรแล้ว” “เชิญท่านหมอหวัง” นายท่านของจวนราชครูรีบพูดขึ้น พร้อมกับเดินนำเข้าไปในเรือนของบุตรสาว เพื่อให้ท่านหมอหวังได้ตรวจร่างกายของบุตรสาวอีกครั้ง สองสามีภรรยายืนรอหมอตรวจดูอาการของบุตรสาวด้วยความเป็นห่วงบุตรสาว “เป็นอย่างไรบ้างท่านหมอ” “ฮูหยินอย่างได้กังวล คุณหนูไม่เป็นอันใดมาก เพียงแค่อ่อนเพลียเท่านั้น อีกไม่นานก็จะดีขึ้น” “ขอบคุณท่านหมอหวังมาก” หลัวจื่อโจวเอ่ยขอบคุณท่านหมอ จากนั้นก็หันไปสั่งให้พ่อบ้านมอบสินน้ำใจกับหมอหวัง “ขอบคุณขอรับนายท่าน” เขารับเงินแล้วเดินออกไปทันที “ท่านพี่จะเข้าไปดูอิ่งเอ๋อร์หรือไม่เจ้าคะ” “ไม่เป็นไร ปล่อยให้นางได้พักผ่อนเถิด”ก่อนจะหันไปพูดกับภรรยาของตนด้วยเป็นห่วง “เจ้าเองก็กลับไปพักผ่อนที่เรือนเถิด เดี๋ยวจะล้มป่วยไปด้วยอีกคน ส่วนทางนี้เดี๋ยวให้บ่าวรับใช้คอยดูแลก็แล้วกัน” หลังจากนั้นเขาก็เดินประคองภรรยากลับเรือนไปพักผ่อน ทางด้านหลัวลู่ชิง ที่ตอนนี้กำลังถกเถียงกับมารดาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “เจ้าไม่ได้ทำนางจริง ๆ หรือ?” เล่อเจียวซิน ฮูหยินรองของจวนราชครู เอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะหากบุตรสาวของนางเป็นผู้ทำเรื่องนี้จริง เกรงว่าคงจะพ้นโทษยากเสียแล้ว “เรื่องนี้ข้ามิได้ทำ ท่านแม่อย่ามาใส่ร้ายข้า” หญิงสาวพูดขึ้นด้วยความโมโห เพราะเรื่องที่หลัวอี๋อิงตกน้ำนั้น นางไม่ได้ทำเสียหน่อย ทำไมนางจะต้องยอมรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้ทำด้วยเล่า “ให้มันจริงอย่างที่เจ้าพูดเถิด เพราะหากเป็นเจ้าเป็นผู้ลงมือทำจริง ข้าจะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเจ้าอย่างเด็ดขาด” เล่อเจียวซินพูดขึ้นคล้ายจะข่มขู่บุตรสาว เพราะนางไม่เคยสอนให้บุตรสาวของนาง มีจิตใจที่อิจฉาริษยาหรือโกรธ เกลียด ใครเลยแม้แต่น้อย แต่เหตุใดบุตรสาวของนางถึงได้จ้องแต่จะคิดหาทางชิงดีชิงเด่นกับหลัวอี๋อิงได้ก็มิรู้ “เหตุใดท่านแม่ถึงไม่เคยเชื่อข้าเลย ข้าเป็นบุตรสาวของท่านนะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยความน้อยใจ “เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้าจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวล กลัวว่าเจ้าจะถูกลงโทษ” นางพูดขึ้นอย่างเบาใจ ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “แล้วเมื่อใด เจ้าจะหยุดหาเรื่องกลั่นแกล้งพี่รองของเจ้าเสียที” “ข้าไม่ได้หาเรื่องกลั่นแกล้งนาง แต่เป็นนางเองที่อ่อนแอเกินไป นางไม่เหมาะสมกับตำแหน่งฮูหยินของพี่อีเฟย เพราะตำแหน่งนี้เหมาะกับข้าแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง พี่อีเฟยเป็นของนาง ผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์ “เรื่องนี้มันได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลง” ผู้เป็นแม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนอกอ่อนใจ เพราะนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่นางหนักใจ บุตรสาวของนางนั้นมีใจรักมั่นต่อถางอีเฟย นางก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำเช่นไร บุตรสาวของนางถึงจะยอมตัดใจเสียที หลัวลู่ชิงนั่งฟังมารดาอย่างไม่ใส่ใจ เมื่อเห็นเช่นนั้นเล่อเจียวซินก็พูดต่ออย่างเบื่อหน่าย “ช่างเถิด พรุ่งนี้เจ้าก็เตรียมตัวไปเยี่ยมพี่รองของเจ้ากับข้า” นางสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด หากไม่ทำเช่นนี้ นางเชื่อว่า บุตรของนางคงจะไม่ยอมไปเยี่ยมพี่สาวที่เรือนหนิงเฉิงเป็นแน่ “เจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบรับอย่างไม่เต็มใจ นางน่าจะตาย ๆ ไปซะ จะมาอยู่ขวางทางรักของนางกับพี่อีเฟยทำไม นางได้แต่คิดในใจด้วยความโมโห “อิ่งเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่” หานเจียหนิงเอ่ยถามบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง “ลูกไม่ได้เป็นอันใดแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านแม่ที่เป็นห่วง” หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วเบา พลางส่งยิ้มละมุนให้ผู้เป็นแม่ เพื่อให้ท่านคลายความเป็นห่วงลงไปได้บ้าง อีกอย่างตอนนี้นางเองก็แข็งแรงขึ้นมากแล้ว “ได้ยินเช่นนี้แม่ก็เบาใจ” “แล้วนี้มันเกิดอันใดขึ้น เหตุใดเจ้าถึงได้ตกลงไปในน้ำได้” เมื่อเห็นว่าบุตรสาวไม่ได้เป็นอะไรแล้ว หลัวจื่อโจวจึงได้เอ่ยถามถึงสาเหตุ ที่ทำให้นางตกน้ำ “ข้าไปเดินเล่น แล้วเกิดอาการหน้ามืดทำให้พลัดตกน้ำเจ้าค่ะ” นางเลือกที่จะโกหก เพราะส่วนหนึ่งก็ไม่อยากให้ทุกคนรู้ว่า เจ้าของร่างเดิมนั้น เลือกที่จะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย เพราะรู้สึกอับอายที่คู่หมั้นและสาวใช้ร่วมมือกันหักหลังนาง อีกอย่างหากบอกความจริงไป ก็คงไม่มีใครเชื่อว่าถางอีเฟย นอกใจนาง “เช่นนั้นต่อไปเจ้าก็จงระวังตัวให้มากกว่านี้ เพราะครั้งต่อไป เจ้าอาจจะไม่ได้โชคดีแบบนี้อีก” เขาพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง เพราะบุตรสาวของเขาไม่ค่อยทันคน ซ้ำยังมองโลกในแง่ดีเกินไป “ต่อไปลูกจะระวังให้มากกว่านี้เจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบรับบิดา พลางคิดว่าต่อไปหลัวอี๋อิ่งคนเดิมจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว ต่อแต่นี้ไปนางจะเป็นหลัวอี๋อิ่งคนใหม่ ใครที่ทำอะไรกับนางไว้ ก็เตรียมรับมือเอาไว้เถิด “เจ้าพักผ่อนเถิด พ่อจะเข้าวังเสียหน่อย ช่วงนี้เจ้าก็ทานอาหารอยู่ในเรือน ไม่ต้องออกไปทานที่โถงใหญ่ดอก” เขามองดูบุตรสาวอยู่ครู่หนึ่งด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเดินออกไป “แม่เล็กขอให้อิ่งเอ๋อร์หายเร็ว ๆ สวรรค์คุ้มครองนะลูก” เล่อเจียวซินเอ่ยกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เพราะหลังจากที่ทราบข่าวนางก็เค้นถามบุตรสาวว่าได้กลั่นแกล้งนางหรือเปล่า แต่เมื่อได้รับคำตอบ นางก็เบาใจหลายส่วน แม้จะไม่ใช่บุตรสาว แต่นางก็ช่วยฮูหยินใหญ่เลี้ยงดูอิ่งเอ๋อร์มาตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้นางรักและเอ็นดูเหมือนกับลูกของตัวเอง “ขอบคุณท่านแม่เล็กเจ้าค่ะ” นางเอ่ยขอบคุณออกมาจากใจจริง ในความทรงจำที่มีนั้น แม่เล็กผู้นี้ดีกับนางเสมอ แตกต่างกับบุตรสาวที่คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งนางตลอดเวลา เล่อเจียวซินเห็นว่าบุตรสาวไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา นางก็ส่งสายตากดดันไปให้ ยังดีที่บุตรผู้นี้เชื่อฟังนางอยู่บ้าง หลัวลู่ชิง เมื่อเห็นสายตาของมารดา จึงเอ่ยกับพี่สาวด้วยน้ำเสียงที่ไม่เต็มใจนัก หากไม่ใช่เพราะท่านแม่ขู่บังคับให้มา มีหรือที่นางจะมา “ขอให้พี่รองหายเร็ว ๆ นะเจ้าคะ” “ขอบคุณน้องรอง” หญิงสาวยิ้มน้อย ๆ ให้น้องสาว พร้อมกับมองนางด้วยสายตาครุ่นคิด “เช่นนั้นแม่เล็กกับชิงเอ๋อร์ขอตัวก่อน อิ่งเอ๋อร์ก็พักผ่อนให้มาก” “เจ้าค่ะ” หลังจากสองแม่ลูกเดินออกไปแล้ว หญิงสาวก็หันไปออดอ้อนมารดาที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงของนาง “ท่านแม่เจ้าขา ลูกอยากทานอาหารฝีมือของท่านแม่ ท่านแม่ทำให้ลูกได้หรือไม่เจ้าคะ” “หากเจ้าอยากทาน แม่ก็จะทำให้” เห็นว่าบุตรสาวอาการดีขึ้น นางจึงยอมตามใจ “เช่นนั้นเจ้าก็พักผ่อนเถิด แม่จะไปทำอาหารให้ทาน” “เจ้าค่ะท่านแม่” หญิงสาวตอบรับ ด้วยความสุขใจ เมื่อได้รับความใส่ใจเช่นนี้ นางจึงมีความสุขเป็นอย่างมาก เพราะในชีวิตก่อนมารดาเอาแต่ทำงาน ไม่ค่อยสนใจนาง ใช้แต่เงินเลี้ยงดูทำให้นางเป็นคนที่มีนิสัยเอาแต่ใจ นางไม่เคยสนใจคนรอบข้าง ทำให้คนอื่นล้วนไม่ชอบนาง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD