บทที่ 2

2020 Words
ในขณะที่หญิงสาวกำลังพักผ่อน ซือซือสาวใช้ก็เดินเข้ามารายงานการมาของถางอีเฟย “คุณหนูเจ้าคะ คุณชายถางมาของพบเจ้าค่ะ” แม้นางจะไม่อยากมารายงานเรื่องนี้เท่าใดนัก แต่นางก็จำใจต้องทำ เพราะนางไม่สามารถทำตามใจตนเองได้ “อืม... ให้พี่อีเฟยไปรอที่ศาลาชิงเหลียง” หญิงสาวบอก ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “เจ้าค่ะ” ซือซือตอบรับแล้วเดินออกไปทันที หญิงสาวมองสาวใช้ข้างกายเดินออกไปด้วยสายตานิ่งลึก ดูผ่าน ๆ ก็ดูเป็นคนที่เรียบร้อย แต่แท้จริงกับเป็นสตรีที่ไร้ยางอาย แย่งแม้กระทั่งคู่หมั้นของคนที่เคยช่วยชีวิต หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงเดินออกไปศาลาที่มีคู่หมั้น และสาวใช้ข้างกายรออยู่ ในวันนี้นางเลือกที่จะใสชุดสีฟ้าที่มีเพียงตัวเดียวของชุดทั้งหมด หลัวอี๋อิ่งคนก่อนชอบใส่ชุดสีขาวที่ราวกับคนป่วย และแต่ละชุดของนาง การตัดเย็บก็ช่างไม่ทันสมัยเอาเสียเลย เห็นทีนางต้องตัดชุดใหม่เสียแล้ว ทันทีที่หญิงสาวปรากฏตัว ถางอีเฟยก็มองหญิงสาวด้วยความตกตะลึง วันนี้นางช่างดูแปลกไปกว่าทุกวัน ดูมีชีวิตชีวากว่าเดิม เขายอมรับว่าที่ยอมหมั้นกับนางก็เพราะครอบครัวบังคับ นางทั้งอ่อนโยนและเรียบร้อยเกินไป ไม่มีความร่าเริงเช่นที่หญิงสาวควรจะมีแม้แต่น้อย แต่เรื่องนี้ก็ทำให้เขาได้มาพบกับหญิงสาวที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข เขาไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือไม่ เพราะหญิงสาวที่เราหลงรักนั้นกับกลายเป็นสาวใช้ข้างกายของนาง ในตอนแรกเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร แต่เมื่อยิ่งเขาเข้าใกล้นาง เขาก็ไม่อาจหักห้ามใจ จนวันหนึ่งเขาได้บังเอิญรู้ว่านางเองก็มีใจให้เขาเช่นกัน ตอนที่รู้เขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่านางจะรู้สึกเหมือนกันกับเขา แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มาก ทำได้เพียงลอบพบกันยามที่คู่หมั้นของเขาไม่อยู่เท่านั้น แต่ในตอนนี้เขาตัดสินใจได้แล้ว ว่าหลังจากที่เขาแต่งงานกับหลัวอี๋อิ่ง เขาจะขอนางจากหลัวอี๋อิ่งเพื่อมาเป็น อนุภรรยา เขาสามารถทำได้มากที่สุดเพียงเท่านี้ เพราะบิดาของเขาคงไม่ยอมให้นางได้เป็นฮูหยินรองอย่างแน่นอน เขาได้บอกเรื่องนี้กับนางไปแล้ว และนางก็ยอมตกลง นางขอเพียงแค่ได้อยู่กับเขา นางก็ดีใจแล้ว หลัวอี๋อิ่งเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเอาแต่จ้องมองมาที่นาง ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา หญิงสาวจึงเรียกชายหนุ่มเพื่อให้รู้สึกตัว “พี่อีเฟยเจ้าคะ” เมื่อได้สติ ถางอีเฟยก็ส่งยิ้มไปให้หญิงสาวที่เป็นคู่หมั้น “อิ่งเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง พี่เป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใย “ข้าไม่เป็นอันใดแล้วเจ้าค่ะ” นางตอบด้วยท่าทีสุภาพอ่อนโยน พยายามที่จะรักษาภาพลักษณ์ ของหลัวอี๋อิ่งคนเดิมเอาไว้ แต่ไม่รู้ว่านางจะทำได้นานเพียงใด “ดียิ่ง วันนี้พี่เอาสมุนไพรมาให้เจ้าด้วย ให้เจ้าบำรุงร่างกาย” “ขอบคุณเจ้าค่ะ” หญิงสาวยิ้มให้อย่างเขินอาย ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนิทสนมโดยที่ไม่รู้เลยว่าได้มีหญิงสาวนางหนึ่งยืนมองด้วยความเคียดแค้นสองมือกำเข้าหากันแน่น ยังจะมาขัดขว้างความรักของนางและชายคนรักอีก หากไม่มีมัน ทุกอย่างคงจะง่ายกว่านี้ แต่ไม่เป็นไร อย่างไรเมื่อมันได้แต่งเข้าจวนสกุลถาง นางก็จะหลุดพ้นจากฐานะสาวใช้นี้เสียที หลัวอี๋อิงเมื่อเห็นซือซือยืนมองอยู่ ก็คิดแผนการขึ้นได้ในใจ จึงได้คีบขนมไปวางไว้บนจานของถางอีเฟย “พี่อีเฟยลองชิมขนมนี้เจ้าคะ หากชอบข้าจะได้ฝึกทำเอาไว้” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างเขินอาย ก่อนจะส่งรอยยิ้มอ่อนหวานส่งไปให้ชายหนุ่ม แม้จะฝืนใจอยู่บ้าง แต่การตีสองหน้าเช่นนี้สำหรับนางนั้นช่างง่ายดายนัก “ขอบคุณอิ่งเอ๋อร์ที่ใส่ใจพี่” เขาขอบคุณออกมาจากใจจริง ที่ผ่านมานางก็ใส่ใจเขาเช่นนี้เสมอมา แต่เขาก็มองนางเป็นได้เพียงแค่น้องสาวเท่านั้น เขาคีบขนมเข้าปาก พร้อมกับชำเลืองมองหญิงสาวที่เขารักด้วยสายตาหนักใจ เขาไม่อาจหักหน้าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าได้ แต่ก็ไม่สามารถทำตามหัวใจของตนเองได้เช่นกัน “อร่อยยิ่งนัก” เขาเลือกที่จะโกหกออกไป เพราะเขาไม่สามารถรับรู้รสชาติของขนมได้เลย เมื่อเห็นสายตาที่เจ็บปวดของหญิงสาวคนที่เขารัก “ถ้าอร่อยเช่นนั้นก็ทานเยอะ ๆ นะเจ้าคะ” แต่เมื่อนึกอะไรขึ้นได้ จึงเอ่ยขึ้น “ใช่แล้ว ขนมนี้น้องสามเป็นผู้ทำ ข้าคงจะต้องให้นางสอน ไม่รู้ว่านางมีเคล็ดลับอันใด ถึงทำให้พี่อีเฟยชอบได้ถึงเพียงนี้” จากนั้นจึงหันไปสั่งสาวใช้ข้างกายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ซือซือ ไปตามน้องรองของข้ามาหน่อย” “เจ้าค่ะ” หญิงสาวเดินออกไปด้วยความแค้นใจ ดูเหมือนคุณหนูของนางผู้นี้จะมีอะไรแปลกไป แต่ก็ไม่รู้ว่าแปลกไปตรงไหน หรือจะเป็นนางเองที่คิดมากไป เมื่อมาถึงเรือนกุ้ยเหมย ซือซือก็บอกถึงจุดประสงค์การมานี้ในครั้ง กับสาวใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเรือน “ข้ามาขอพบคุณหนูลู่ชิง” “รอสักครู่” หลัวลู่ชิงที่กำลังพักผ่อนอยู่ เมื่อรู้ว่าสาวใช้ข้างกายของพี่สาวมาขอพบก็เกิดอาการไม่พอใจเป็นอย่างมาก “ให้นางเข้ามา” “เจ้าค่ะ” รอได้ไม่นานซือซือก็เดินเข้ามาในห้อง “มีอันใด” นางถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ นางไม่จำเป็นต้องเก็บอาการกับสาวใช้ผู้นี้ นางไม่ชอบท่าทีของสาวใช้ผู้นี้ของพี่สาวเลยสักนิด ชอบแสร้งทำท่าทีเรียบร้อยน่าสงสาร ช่างเสแสร้งเสียจริง “คุณหนูรองให้มาตาม คุณหนูสามไปพบที่ศาลาชิงเหลียงเจ้าค่ะ” “เหตุใดข้าต้องไป” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างไม่ยอม นางไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งผู้ใด “คุณหนูรองต้องการ เรียนทำขนมที่คุณหนูสามทำในวันนี้ เพื่อเอาใจคุณชายถางเจ้าค่ะ” นางเลือกที่จะบอกความจริงกับหลัวลู่ชิง เพราะผู้ใดก็รู้ว่าคุณหนูสามผู้นี้มีใจให้กับทางอีเฟย เมื่อนางมีโอกาสที่จะทำให้สองพี่น้องผิดใจกัน เหตุใดนางจะไม่ทำ เดิมทีสองพี่น้องสกุลหลัวก็รักใคร่กันดี แต่พอมีถางอีเฟยเข้ามา คุณหนูสามกับมีรักปักใจให้กับคุณชายถาง แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อคู่หมั้นคู่หมายที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นพี่สาวของตัวเอง นางจึงเสียใจเป็นอย่างมาก ถึงขั้นเกลียดพี่สาวของตนเอง หึ! ช่างสะใจเสียจริง “พี่อีเฟยมาหรือ เหตุใดข้าจึงไม่รู้” นางพูดด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจ เหตุใดจึงไม่มีผู้ใดมาแจ้งเรื่องนี้ให้นางรู้ “คุณชายถางมาถึง ก็ตรงไปหาคุณหนูเลยเจ้าคะ" ช่างน่าสมเพชเสียจริง เกลียดพี่สาวเพราะบุรุษผู้เดียว ซือซือได้แต่คิดในใจ “เดี๋ยวข้าตามไป” หญิงสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงรีบร้อน นางจะต้องรีบไปแต่งตัว นางจะไม่ยอมให้พี่อีเฟย เห็นนางในสภาพเช่นนี้เด็ดขาด “เจ้าค่ะ” เมื่อซือซือเดินมาถึงศาลาชิงเหลียง ก็ต้องพบกับภาพที่ทำให้นางต้องปวดใจ ชายคนรักของนาง กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้า ที่นางปักให้ ไปเช็ดหน้าให้กับสตรีที่นางเกลียด แต่นางก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงเดินเข้าไปรายงาน “เดี๋ยวคุณหนูสามตามมาเจ้าค่ะ” “ขอบใจเจ้ามาก วันนี้ก็เหนื่อยมามากแล้วไปพักผ่อนเถิด” นางมองเห็นแววตาของความเจ็บปวด ที่ซือซือมองมา ก็รู้สึกมีความสุขยิ่งนัก แม้จะอยากหัวเราะออกมา แต่ก็คงยังต้องสวมบทบาทคนดีต่อไป “ให้บ่าวอยู่รับใช้คุณหนูเถิดเจ้าค่ะ”นางทำทีว่าเป็นสาวใช้ที่ดี แต่แท้จริงแล้วนางเพียงแค่อยากดูสองพี่น้องผิดใจกันเท่านั้น มันคงจะสนุกดีอยู่ไม่น้อย “เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า” นางทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่ภายในใจกับมีแผนร้าย รับรองว่าจะต้องเจ็บปวดแทบขาดใจอย่างแน่นอน ถางอีเฟยได้แต่นั่งเงียบ เพราะเขาเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ความจริงแล้วเขาไม่มีความกล้ามากพอที่ลุกขึ้นไปปลอบใจนางได้ ทำได้เพียงแค่ส่งสายตาเสียใจไม่ต่างจากคนรัก เวลาผ่านไปไม่นานนัก คนที่นางกำลังรอก็เดินเข้ามาในศาลา พร้อมกับเผยรอยยิ้มหวานมาแต่ไกล หญิงสาวมองชายหนุ่มที่ตัวเองรักด้วยสายตาหวานซึ้ง ก่อนที่นางจะย่อกายทำความเคารพชายหนุ่มด้วยท่าทางที่อ่อนช้อยและงดงาม หลัวอี๋อิ่งที่เห็นเช่นนั้นก็พยายามกลั้นขำอย่างหนัก เพียงแค่แวบเดียวก็รีบปรับอารมณ์ให้กับมาเป็นปกติ “คารวะพี่อีเฟยเจ้าค่ะ” ถางอีเฟยพยักหน้าตอบรับพร้อมกับยิ้มส่งไปให้นาง หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้น ก็รีบเอ่ยเชื้อเชิญให้น้องสาวมานั่ง “น้องสามเจ้ามานั่งนี้เถิด พี่อีเฟยชอบขนมของเจ้ามาก วันหลังเจ้าก็ทำขนมส่งไปที่จวนสกุลถางสักหลาย ๆ อย่างหน่อยนะ”หลัวอี๋อิ่งที่รู้ว่าน้องสาวของตนหลงรักคู่หมั้นของพี่สาว ก็ไม่คิดที่จะหวงห้ามแต่อย่างไร “จะดีหรือเจ้าคะ” หลัวลู่ชิงถามขึ้นอย่างเขินอาย ไม่คิดว่าพี่อีเฟยจะชอบขนมที่นางทำถึงเพียงนี้ จนลืมไปเลยว่า คนที่ทำให้นางมีความสุขได้มากขนาดนี้ ก็คือคู่หมั้นของพี่สาว “จริงสิ พี่จะโกหกน้องสามไปทำไมกัน ใช่หรือไม่เจ้าคะพี่อีเฟย” นางหันไปถามชายหนุ่มที่เอาแต่นั่งนิ่ง ไม่เอ่ยอะไร “อืม พี่ชอบมาก” เขาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ในใจกับว้าวุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เอาแต่แอบมองไปที่หญิงคนรัก กลัวว่าหากทำอะไรผิดพลาดไป นางอาจจะเสียใจไปมากกว่านี้ “หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะทำขนมส่งไปให้พี่อีเฟยที่จวนทุกวันนะเจ้าคะ” หญิงสาวพูดขึ้นด้วยความดีใจ เพราะหากนางได้หัวใจของเขามาครอบครองคงจะดีไม่น้อย ตอนนี้นางเริ่มรู้แล้วว่าพวกเขาไม่ได้รักกัน ที่ทำไปเพราะครอบครัวเป็นคนกำหนด นางรู้จักนิสัยของพี่สาวดี และรู้ด้วยว่าพี่สาวของนางเพียงแค่ทำตามคำสั่งของบิดาเท่านั้น ที่ผ่านมานางอคติไปเอง พอคิดมาถึงตรงนี้ นางก็เริ่มมองพี่สาวดีขึ้น “ขอบใจชิงเอ๋อร์มาก” ชายหนุ่มยิ้มอย่างเป็นมิตร เมื่อหลัวลู่ชิงได้รับรอยยิ้มนั้นก็เก็บอาการเขินอายเอาไว้ไม่อยู่ ใบหน้าที่ขึ้นสีทำให้นางดูน่าทะนุถนอมยิ่งนัก ซือซือได้แต่ยืนมองทั้งสามพูดคุยกันอย่างมีความสุขด้วยความเคียดแค้น ในตอนแรกเขาก็ดูจะกลัวว่านางจะเสียใจ แต่เมื่อพูดคุยกันไปได้สักพักกับไม่หันมามองนางสักนิด ช่างน่าเจ็บใจยิ่งนัก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD