บทที่ 3

2259 Words
บทที่ 3 “ซือซือ ในตอนนี้ข้าไว้ใจเจ้าที่สุด อีกอย่างข้าไม่สามารถไว้ใจผู้ใดได้นอกจากเจ้าผู้เดียว” หลัวอี๋อิ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ” หญิงสาวถามขึ้นด้วยความสงสัย “เครื่องประดับของข้าหายไปหลายชิ้น ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนเอาไป” นางตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “จริงหรือเจ้าคะ แล้วคุณหนูรู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนเอาไป” หญิงสาวถามขึ้นด้วยความฉงน เพราะที่นี่ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้มาก่อน แล้วใครกันที่เป็นคนเอาไป “ข้าเองก็ไม่รู้ จึงอยากให้เจ้าอยู่เฝ้าเรือน อย่างน้อยมีเจ้าอยู่ข้าก็ยังเบาใจลงได้บ้าง” นางแสร้งบอกหญิงสาว ก่อนจะทำสีหน้าเคร่งเครียด คล้ายกับว่าเรื่องที่นางพูดล้วนเกิดขึ้นจริง ส่วนหนึ่งนางต้องการให้ซือซืออยู่แต่ในเรือน ไม่ต้องออกไปพบเจอใคร โดยเฉพาะถางอีเฟย “แต่ว่า” ซือซือมีท่าทีอึกอักเล็กน้อย เพราะนางไม่ได้อยากอยู่เฝ้าเรือนเสียหน่อย แต่ยังไม่ทันทีนางจะได้ปฏิเสธ หลัวอี๋อิ่งก็รีบพูดขึ้นเสียก่อน “ซือซือ ข้าไม่ไว้ใจผู้ใดได้จริง ๆ มีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้นที่ข้าเชื่อใจและไว้ใจ” “แล้วผู้ใดจะคอยติดตามรับใช้คุณหนูล่ะเจ้าคะ” นางคล้ายจะไม่ยอม เพราะหากอยู่เฝ้าเรือน นางก็คงไม่มีโอกาสได้ออกไปไหน แล้วเรื่องของนางกับถางอีเฟยจะทำอย่างไรเล่า “เรื่องนั้นเจ้ามิต้องเป็นห่วงหรอก ข้าตั้งใจจะไปขอสาวใช้จากท่านแม่มาคอยดูแลแทนแล้ว ส่วนเรื่องเฝ้าเรือนคงต้องขอฝากเจ้าเช่นกัน” นางรีบเอ่ยตัดบท เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายหาเรื่องมาปฏิเสธได้อีก “เจ้าค่ะ” ในที่สุดนางก็ตกปากรับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้จะไม่เต็มใจนักก็ตาม แต่นางสามารถเลือกที่จะไม่ทำตามได้หรือ “ขอบคุณเจ้ามาก” นางเอ่ยขอบคุณอย่างดีใจ ในที่สุดนางก็หาเรื่องกัน ซือซือออกจากถางอีเฟยได้แล้ว แผนการต่อไปคงจะเริ่มได้เสียที เช้าวันต่อมาหญิงสาวที่คาดว่าอาการน่าจะดีขึ้นแล้ว ไม่นานอาการก็ทรุดลงอีกครั้ง ทำให้ทางจวนสกุลหลัวต้องรีบเร่งไปเชิญหมอหวังเข้ามาตรวจดูอาการอีกครั้ง หลังจากที่ตรวจดูร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง หมอหวังก็บอกอาการของคุณหนู “ร่างกายของคุณหนูยังคงอ่อนแอขอรับ ควรจะให้พักผ่อนอยู่แต่ในเรือน อย่าพึ่งให้ต้องลมเย็นในช่วงนี้” ช่างน่าแปลก วันนั้นก็อาการดีขึ้นมาก เหตุใดวันนี้จึงมีอาการแย่ลงเช่นนี้ เขาคิดในใจแต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา “ขอบคุณท่านหมอหวังมาก” “นี่คือเทียบยา ฮูหยินสามารถให้สาวใช้ไปซื้อมาได้เลยขอรับ” พูดจบก็ยื่นเทียบยาให้กับหลัวฮูหยิน “เจ้าค่ะ” นางหันไปสั่งให้สาวใช้ข้างกายมอบสินน้ำใจให้กับหมอหวัง “ขอบคุณขอรับ เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวก่อน” เขาเอ่ยขอบคุณแล้วรับเงินมาจากพ่อบ้าน จากนั้นก็เดินตาม พ่อบ้านเพื่อออกจากจวน หลังจากทั้งสองเดินออกไปแล้ว หานเจียหนิง ฮูหยินใหญ่ก็เดินเข้าไปหาบุตรสาวที่นอนอยู่บนเตียง นางมองบุตรสาวด้วยสายตาห่วงใย “เป็นอย่างไรบ้าง เหตุใดอาการของเจ้าจึงได้แย่ลงเข่นนี้” “คงเพราะข้าต้องลมเย็นเมื่อวาน” นางตอบมารดาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง แต่ความเป็นจริงที่นางไม่สบายขึ้นมาอีกครั้งก็เพราะว่านางนั่งแช่น้ำนานมากกว่าสองชั่วยาม จะให้นางมีอาการดีขึ้นได้อย่างไร เมื่อคิดถึงสาเหตุที่ทำให้อาการแย่ลงเช่นนี้ ก็ได้หัวเราะอยู่ในใจคนเดียว “เช่นนั้นก็พักผ่อนอยู่แต่ในเรือนเถิด อย่าพึ่งออกไปพบผู้ใดเลย แม่จะแจ้งพ่อบ้านไว้” นางกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วง หากออกมาพบผู้ใดแล้วอาการแย่ลงเช่นนี้ ก็อย่าพึ่งออกไปพบผู้ใดเลย “เจ้าค่ะ” “เช่นนั้นเจ้าก็พักผ่อนเถิด” นางพูดขึ้นพร้อมกับลูบผมของบุตรสาวอย่างรักใคร่ แล้วเดินออกจากห้องไป หญิงสาวที่ไม่สบายเมื่อทุกคนออกไปแล้วก็นอนยิ้มอยู่คนเดียวในห้อง ที่เหลือก็เพียงรอคนเท่านั้น ทุกอย่างที่นางวางแผนไว้ก็จะสำเร็จหญิงสาวนอนเล่นได้ไม่นาน สาวใช้ข้างกายของมารดาก็เดินเข้ามาพร้อมกับสตรีสองคน “คุณหนูเจ้าคะ นายท่านผู้เฒ่าสกุลหานส่งสาวใช้มาให้สองคนเจ้าค่ะ” “ขอบคุณเจ้ามาก” นางพูดขึ้นพร้อมกับมอบสินน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับสาวใช้ของมารดา “ขอบคุณคุณหนูเจ้าค่ะ” นางรับเงินมาแล้วเดินออกจากห้องไปทันที เมื่อสาวใช้ของมารดากลับออกไปแล้วหลัวอี๋อิ่งก็ถามชื่อของสาวใช้ทั้งสอง “พวกเจ้าสองคนมีนามว่าอันใด” “บ่าวมีนามว่า ลั่วลั่ว เจ้าค่ะ” “บ่าวมีนามว่า อิงอิง เจ้าค่ะ” ทั้งสองแนะนำตัวกับนายคนใหม่ ต่อจากนี้พวกนางต้องรับหน้าที่ดูแลคุณหนูหลัวผู้นี้ หลัวอี๋อิ่งมองสำรวจสาวใช้อย่างละเอียด ทั้งคู่ดูจะเป็นคนที่เฉลียวฉลาด แต่นิสัยเป็นอย่างไรก็ไม่อาจรู้ได้ แต่สิ่งเดี๋ยวที่รู้ก็คือ นางสามารถไว้ใจทั้งสองคนได้ เพราะทั้งสองคนเป็นคนที่นางขอมาจากท่านตาของนาง ที่มีตำแหน่งเป็นถึงอดีตแม่ทัพใหญ่ และตอนนี้ท่านลุงของนางก็ดำรงตำแหน่งนี้อยู่ ที่สำคัญทั้งสองรักและเอ็นดูนางมาก เพราะมีนางเป็นหลานสาวเพียงคนเดียว นางได้ส่งจดหมายไปขอสาวใช้ที่สามารถปกป้องดูแลนางได้ เพราะเกิดเหตุการณ์ที่ตัวเองได้ผลัดตกน้ำในครั้งนั้น ท่านตาจึงยอมตกลงส่งสาวใช้ที่สามารถไว้ใจได้ มาดูแลนางถึงสองคน “ข้าจะให้หนึ่งในพวกเจ้าติดตามรับใช้ข้า และอีกคนให้เฝ้าเรือน พวกเจ้าก็เลือกเอาเถิดว่าผู้ใดเหมาะกับหน้าที่ใด” หญิงสาวบอกตำแหน่งที่ทั้งสองจะต้องได้รับ และให้พวกเขาเลือกกันเองว่าผู้ใดจะรับตำแหน่งใด เพราะนางเองก็ยังไม่รู้ว่าใครถนัดในเรื่องใด ทั้งสองมองหน้ากันครู่หนึ่ง ก่อนที่อิงอิงจะเอ่ยขึ้น “บ่าวเป็นผู้ติดตามคุณหนูเองเจ้าค่ะ” “ส่วนบ่าวรับหน้าที่เฝ้าเรือนเองเจ้าค่ะ” ลั่วลั่วก็เอ่ยตอบ “เช่นนั้นก็เอาตามนี้ แต่พวกเจ้าต้องระวังตัวเอาไว้ให้มาก เพราะในเรือนนี้ไม่สามารถไว้ใจใครได้” ในขณะที่พูดก็ส่งสัญญาณสั่งอิงอิงไปหยิบกระดาษและพู่กันมา อิงอิงก็ลุกขึ้นไปเอากระดาษและพู่กันมาส่งให้และกลับมานั่งลงข้าง ๆ ลั่วลั่ว “เช่นนั้นพวกเจ้าก็กลับไปพักผ่อนเถิด” ในขณะที่กำลังพูด มือของนางก็ทำการเขียนตัวหนังสือลงกระดาษ เมื่อเขียนเสร็จแล้วก็ยื่นกระดาษให้กับสาวใช้ทั้งสองได้อ่าน ‘จับตาดูซือซือ’ เมื่อทั้งสองอ่านจบ ก็รู้ทันทีว่าคุณหนูต้องการให้ทำอะไร “เจ้าค่ะ” ทั้งสองตอบรับแล้วเดินออกจากห้องไปพักผ่อนคนที่นางต้องการมาครบแล้ว ที่เหลือก็แค่รอให้ร่างกายนี้แข็งแรง สิ่งที่นางได้ตั้งใจไว้ก็จะสำเร็จเสียที หลัวอี๋อิ่งพักผ่อนอยู่ในเรือนได้เพียงแค่วันเดียวอาการก็ดีขึ้น นางจึงเรียกลั่วลั่วเข้ามาพบ แล้วให้อิงอิงออกไปเฝ้าที่ประตูห้องของนางแทน “วันนี้ข้าจะออกไปข้างนอก แต่ไม่ต้องการให้ผู้ใดรู้ หากมีคนต้องการพบข้า ก็บอกไปว่าข้าต้องการพักผ่อน ไม่สะดวกรับแขก เข้าใจหรือไม่” “บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบรับอย่างเข้าใจ แม้จะสงสัยอยู่บ้าง เพราะเท่าที่ได้ยินมาคุณหนูหลัวเป็นคนที่สุภาพและอ่อนโยน แต่ไฉนจึงได้หาทางลอบออกไปเที่ยวเล่นนอกจวนได้เล่า “อืม... ดีมาก เช่นนั้นก็ออกไปเถิด แล้วอย่าลืมเรื่องที่ข้าเคยบอกเอาไว้เล่า” นางย้ำอีกครั้ง เพราะกลัวว่าลั่วลั่วจะลืมสิ่งที่นางเคยบอก “บ่าวไม่ลืมเจ้าค่ะ” เรื่องสำคัญเช่นนี้นางไม่มีวันลืม ไม่แน่ซือซือผู้นี้อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณหนูตกน้ำก็ได้ “ออกไปเถิด ตามอิงอิงเข้ามาด้วย” นางสั่ง จากนั้นก็เดินไปหาชุดเพื่อเตรียมออกไปข้างนอก นางหยุดมองอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่มีชุดที่สามารถใส่ออกไปด้านนอกได้ “คุณหนูเจ้าคะ” ในขณะที่กำลังตัดสินใจอยู่นั้น อิงอิงสาวใช้ข้างกายคนใหม่ก็เดินเข้ามา นางจึงหันไปมองสำรวจหญิงสาว คิดออกแล้วว่าจะใส่ชุดอะไรออกไป “อิงอิง เจ้าไปนำชุดของเจ้ามาให้ข้าชุดหนึ่ง วันนี้เราจะออกไปข้างนอกกัน” นางพูดขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เห็นทีจะต้องเรียกช่างมาตัดชุดใหม่จริง ๆ เสียแล้ว “เจ้าค่ะ” อิงอิงตอบรับอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นางคิดผิดหรือไม่ที่ต้องมาดูแลคุณหนูผู้นี้ เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลัวอี๋อิ่งก็เดินไปรอที่เตียงอย่างสบายอารมณ์ ในที่สุดนางก็ได้ออกไปชมตลาดเสียที อยากจะรู้ว่ามันจะเหมือนในซีรีส์ที่นางเคยดูหรือไม่ เพียงแค่คิดก็อดตื่นเต้นไม่ได้แล้ว เมื่อแต่งตัวด้วยชุดของอิงอิงเรียบร้อยแล้วก็หาทางลอบออกจากจวน แต่ก็ไม่มีหนทางที่จะออกไปได้เลย เช่นนั้นคงเหลือวิธีเดียว นั้นคือการปีนกำแพงจวนออกไป “พวกเราจะปีนกำแพงออกไป” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างหมายมั่น หากไม่ปีนออกไปคงจะไม่มีวิธีอื่นแล้ว “คุณหนูจะปีนจริง ๆ หรือเจ้าคะ” อิงอิงถามขึ้นอย่างแปลกใจ คุณหนูผู้นี้ช่างแตกต่างจากคำร่ำลือจริง ๆ ในตอนแรกนางคิดว่าตนเองเข้าใจผิดไป “จริงสิ ว่าแต่เจ้าปีนกำแพงได้หรือไม่” กำแพงนี้สูงเกินไป นางไม่สามารถปีนมันได้ คงจะต้องพึ่งอิงอิงเสียแล้ว “บ่าวปีนได้เจ้าค่ะ” “ดี เช่นนั้นเจ้าก็ช่วยข้า ข้าจะปีนขึ้นไปก่อน เจ้าค่อยปีนตามข้าไป” นางพูดขึ้นอย่างรื่นเริง “เจ้าค่ะ” หลัวอี๋อิ่งปีนขึ้นไปนั่งบนกำแพงอย่างทุลักทุเล โดยมีอิงอิงเป็นฐานให้นางเหยียบขึ้นไป “อิงอิงยืนนิ่ง ๆ สิ” “บ่าวก็ยืนนิ่งแล้วนะเจ้าคะ คุณหนูก็รีบ ๆ ปีนขึ้นไปสิเจ้าคะ เดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้า” พวกนางอยู่ในท่านี้มาหนึ่งก้านธูปแล้ว แต่คุณหนูก็ยังไม่สามารถปีนขึ้นไปได้เลย ดีที่ตรงนี้เป็นด้านหลังจวนไม่คนผ่านไปผ่านมา “เจ้าก็ยืนนิ่ง ๆ สิ เช่นนั้นข้าจะปีนขึ้นไปได้อย่างไร” หลัวอี๋อิ่งเถียงออกมาอย่างไม่ยอม “เจ้าค่ะ ๆ” พูดจบก็พยายามดันตัวเองให้สูงขึ้น เพื่อที่หญิงสาวที่เหยียบบนไหล่ของนางอยู่สามารถปีขึ้นไปนั่งบนกำแพงได้ หญิงสาวออกแรงดันให้เจ้านายให้ไปอยู่บนกำแพงได้สำเร็จ “ได้แล้ว ๆ” นางตะโกนออกมาอย่างดีใจ “คุณหนูจับกำแพงไว้แน่น ๆ นะเจ้าคะ” นางตะโกนบอกหญิงสาวที่นั่งอยู่บนกำแพง จากนั้นก็ไปหาของมาเหยียบเพื่อเตรียมปีนออกไปตามเจ้านาย หลัวอี๋อิ่งที่นั่งอยู่บนกำแพงด้วยท่าทางที่ไม่สุภาพนัก ก็เห็นรถม้าแล่นมาจอดที่ประตูท้ายจวนก็นั่งมองด้วยความสงสัย ผู้ใดกันเหตุใดจึงไม่เข้าทางประตูหน้า “นี่ท่าน!!” หญิงสาวตัดสินใจตะโกนเรียกบุรุษผู้นั้น แต่เมื่อเห็นว่าเขาจะไม่รู้ตัวจึงได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ท่านนั่นแหละ” องค์รัชทายาท เซี่ยเจี้ยนจื้อ เมื่อได้ยินเสียงก็หันไปยังต้นเสียง ก็พบกับสตรีในชุดสาวใช้ที่นั่งอยู่บนกำแพงด้วยท่าทีที่ดูไม่ได้ เขามองนางด้วยสายตาเย็นชา ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมาจึงได้กล่าวต่อไป “ท่านช่วยพาข้าลงไปได้หรือไม่ ข้ารับรองจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม” นางพยายามขอความช่วยเหลือ แต่นางก็หารู้ไม่ว่า บุรุษที่นางกำลังขอความช่วยเหลืออยู่นั้นเป็นถึงองค์รัชทายาทของแคว้น ชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าไม่ได้มีเรื่องสำคัญอะไรก็กำลังจะเดินเข้าไปในจวน แต่ก็ต้องหยุดลงเพราะเสียงของสตรีคนเดิม เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะเดินเข้าจวนโดยไม่คิดที่จะช่วยเหลือก็ตะโกนออกมาอีกครั้ง “ท่านจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น! ท่านจะต้องมาช่วยข้าก่อน” เมื่อเห็นว่าเขาไม่สนใจ นางจึงใช้น้ำเสียงที่ออกคำสั่ง เพราะดูจากรถม้าและการแต่งตัวแล้ว คงไม่ใช่ขุนนางคนสำคัญอันใด เพียงแค่เอ่ยชื่อบิดาของนางขึ้นมาข่มขู่ เขาก็คงจะรีบมาช่วยนางโดยเร็ว การเป็นบุตรของผู้มีอำนาจมันดีอย่างนี้ล่ะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD