1
ความสุขที่เป็นแค่อดีต
ธัญยกรที่กลับจากที่ทำงานเธอก็กลับมาที่บ้านทันทีเพราะเธอต้องกลับมาหาลูกสาวของเธอ
ธัญยกรนั่งเล่นกับลูกสาววัย 4 ขวบของเธอพลางอ่านนิทานให้ลูกสาวของเธอฟัง พูดคุยนั่งเล่นกับลูกสาวของเธอ และนี่คือสิ่งที่เธอต้องทำทุกวัน ลูกสาวของเธอชื่อว่าน้องต้นเตย เป็นเด็กที่น่ารัก เลี้ยงง่าย ไม่ค่อยงอแง
สามีของเธอเป็นนายตำรวจที่มีตำแหน่งเป็นร้อยตำรวจตรี เขากลับมาที่บ้านสัปดาห์ละหนึ่งครั้งเพราะเขาประจำการอยู่ต่างจังหวัดทำให้ต้องไปพักที่นั่น แรก ๆ ที่เขาไปก็กลับมาสัปดาห์ละครั้งแต่หลัง ๆ เขามาแค่เดือนละครั้งเท่านั้น พอเธอถาม เขาก็หาว่าเธอคิดมากระแวงไม่เข้าเรื่องทั้ง ๆ ที่เธอยังไม่ได้ว่าอะไรเขาเลย
ธัญยกรนั่งมองหน้าลูกสาว ความคิดของเธอก็คิดไปถึงตอนที่เธอกับสามีแต่งงานกันใหม่ ๆ
เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา
งานแต่งงานของธัญยกรกับนราธรถูกจัดขึ้นที่โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง แขกเหรื่อมากมายมาร่วมยินดีกับเธอ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทั้งสองคนเหมาะสมกันมาก ๆ
งานแต่งงานครั้งนั้นทำให้เธอมีความสุขมาก ๆ เพราะเธออยากใช้ชีวิตไปพร้อม ๆ กับชายหนุ่มที่เธอรัก เธอหวังที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับเขาไปตลอดชีวิต
เมื่อถึงเวลาเข้าเรือนหอ เธอก็ยอมเป็นของเขาอย่างง่ายดายเพราะมันถึงเวลาสมควรแล้วเพราะก่อนหน้านี้ที่ทั้งสองคบหากันนั้นเธอไม่ยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัวเธอเลย ไม่ว่าเขาจะขอร้องอ้อนวอนแค่ไหนก็ตามเธอก็ไม่ยอมแต่มาวันนี้เขาไม่ต้องเอ่ยปากขอเธอเลยสักคำ เธอก็พร้อมเป็นของเขาในทันที
และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ต้นเตยได้เกิดขึ้นมาและโตมาจนอายุ 4 ขวบแล้ว
“มามี๊ขา วันนี้วันอะไรคะ” สาวน้อยเอ่ยถามแม่ของเธอด้วยเสียงเจื้อยแจ้วอย่างน่าเอ็นดู
“วันนี้วันศุกร์ค่ะ” ธัญยกรบอกกับลูกสาวของเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานพร้อมกับยิ้ม ๆ ให้ลูกสาวตัวน้อย ๆ ของเธออย่างอ่อนโยน
“วันนี้วันศุกร์แด๊ดดี้ก็ต้องกลับมาหาเราสิคะ” ต้นเตยเอ่ยขึ้นมาอย่างนั้นทำให้คนที่เป็นแม่ถึงกับทำหน้าไม่ถูกเพราะเมื่อตอนกลางวันสามีของเธอส่งข้อความมาบอกว่าวันนี้เขาไม่ได้กลับบ้านเพราะติดงานด่วนกลับไม่ได้
“วันนี้แด๊ดดี้ไม่ได้กลับมาหาหนูนะคะ แด๊ดดี๊โทรมาบอกว่าติดงานด่วนสัปดาห์นี้ไม่ได้กลับมาหาหนู แต่แด๊ดดี๊ก็ฝากมาบอกนะคะว่าแด๊ดดี๊คิดถึงหนูมาก ๆ เลยนะ” ธัญยกรพูดกับลูกสาวของเธอยิ้ม ๆ แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ลูกสาวของเธอจะงอแงไม่ยอมฟังในสิ่งที่คนเป็นแม่พูดอธิบายให้เธอเข้าใจอาจจะเพราะความเป็นเด็กทำให้ไม่เข้าใจที่แม่ของเธอพูด
“ไม่ยอม ๆ ๆ หนูจะไปหาแด๊ดดี๊ ฮือ ๆ ๆ ๆ” ต้นเตยที่ไม่เคยงอแงอยู่ ๆ ก็งอแงขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็น
“ไม่ได้นะคะ แด๊ดดี๊อยู่ไกลจากเรามาก ๆ เลยนะคะ กว่าเราจะไปถึงแด๊ดดี๊ก็มาหาเราที่นี่แล้วตอนนั้นแด๊ดดี๊ก็จะไม่เจอเราสองคนถ้าเป็นอย่างนั้นแด๊ดดี๊ต้องคิดถึงเรามากแน่ ๆ เลยค่ะ” ธัญยกรพยายามพูดหลอกล่อให้ลูกสาวของเธอเลิกงอแงแล้วก็หาอย่างอื่นให้ลูกสาวของเธอทำแทน
“ถ้าหนูหยุดร้องไห้มามี๊จะพาหนูไปกินไอติมโอเคมั้ยคะ” ธัญยกรพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของลูกสาวแล้วก็ยิ้ม ๆ และในที่สุดลูกสาวตัวน้อยของเธอก็หายงอแงเพราะอยากไปกินไอศกรีม
ธัญยกรใช้ชีวิตอย่างนี้มานานหลายปีตั้งแต่ลูกสาวของเธออายุได้หนึ่งขวบสามีของเธอก็ย้ายไปทำงานที่อื่น ทำให้เธอกับลูกสาวตัวน้อย ๆ ของเธอต้องอยู่กันสองแม่ลูกโชคดีหน่อยที่มีพี่เลี้ยงคอยอยู่เป็นเพื่อนอีกคน
แม้ว่าเด็กน้อยจะไม่ค่อยได้อยู่กับพ่อของเธอแต่ทุกครั้งที่พ่อของเธอมาหาก็จะมีขนมของเล่น ตุ๊กตามาให้ทำให้เธอรู้สึกสนิทคุ้นเคยกับพ่อของเธอได้อย่างง่ายดายเพราะเขาเป็นคนที่ตามใจลูกสาวและใจดีกับลูกสาวของเขา
หลังจากที่เธอได้พาลูกสาวออกไปกินไอศกรีมตามสัญญาเธอก็พาลูกสาวของเธอกลับบ้าน ในระหว่างนั่งรถกลับบ้านเด็กสาวตัวน้อย ๆ ก็พูดไม่หยุดแล้วก็หลับไปด้วยความเหนื่อยเพราะเธอไปเล่นที่บ้านบอลมาอย่างสนุกสนาน
เมื่อมาถึงบ้านเธอก็พาลูกสาวของเธอขึ้นห้องนอนทันที เธอนอนมองหน้าของลูกสาวอยู่ ๆ น้ำตาของเธอก็ไหลออกมาเพราะเธอรู้ว่าชีวิตครอบครัวของเธอตอนนี้มันกำลังเป็นไปในทางที่ไม่ดีเท่าไร
“มามี๊จะดูแลหนูให้ดีที่สุดด้วยตัวของแม่คนนี้ มามี๊ไม่เคยอยากให้หนูต้องเป็นทุกข์เลยนะลูก แม่สัญญาว่าแม่จะอดทนให้มากที่สุดเพื่อชีวิตที่สมบูรณ์แบบของหนูนะ” ธัญยกรพูดขึ้นมาพร้อมกับจูบที่หน้าผากของลูกสาวของเธอหนึ่งที
“แม่รักหนูนะคะ สาวน้อยของแม่” ธัญยกรนอนลงข้าง ๆ ลูกสาวของเธอแล้วปล่อยน้ำตาให้มันไหลออกมาจนเธอเผลอหลับไปพร้อมกับกอดลูกสาวของเธอไว้แน่น