2
ทะเลาะอย่างนี้ทุกที
หลายสัปดาห์แล้วที่นราธรไม่ได้กลับมาหาภรรยากับลูกสาวของเธอ และทุกวันลูกสาวตัวน้อยก็มักจะถามหาผู้เป็นพ่อกับแม่จนคนเป็นแม่อย่างธัญยกรรู้สึกสงสารลูกสาวของเธอจึงตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าไปหาสามีที่ต่างจังหวัด
“ต้นเตยขาวันนี้มามี๊จะพาหนูไปหาแด๊ดดี๊ หนูดีใจมั้ยคะ” ธัญยกรที่กลับมาจากสอนหนังสือเธอก็บอกข่าวดีกับลูกสาวของเธอในทันที ลำพังแค่ตัวของเธอที่สามีไม่กลับบ้านในวันหยุดเธอเริ่มชินและชาขึ้นมาบ้างแล้วแต่เธอไม่ชอบเห็นเวลาที่ลูกสาวของเธอคิดถึงพ่อแล้วไม่ยอมกินข้าว เธอรู้สึกสงสารลูกสาวของเธอจับใจ
“ดีใจสิคะ หนูดีใจที่สุดเลย แด๊ดดี๊ต้องใจดีพาหนูไปซื้อของเล่นแน่นอนเลย” ต้นเตยพูดขึ้นมาพร้อมกับกอดแม่ของเธอแน่นด้วยความดีใจที่จะได้ไปหาพ่อสุดที่รักของเธอ
“พี่ยิ้มเก็บกระเป๋าเสร็จหรือยังคะ อีกหนึ่งชั่วโมงเราต้องไปถึงสนามบินเราจะบินกันวันนี้เลย” ธัญยกรเอ่ยถามพี่เลี้ยงของลูกสาวเพราะเธอต้องให้พี่เลี้ยงไปด้วยไม่อย่างนั้นก็ต้องเกิดเรื่องอีกเพราะต้นเตยค่อนข้างติดพี่เลี้ยงพอสมควรถ้าไม่เห็นบางทีก็ร้องไห้หนักเลยทีเดียว
“เก็บเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ทั้งของคุณแล้วก็ของน้องเตยค่ะ” ยิ้มพูดขึ้นพลางพาต้นเตยไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะทั้งสามต้องเดินทางกันแล้ว
เมื่อธัญยกรกับลูกสาวของเธอบินมาถึง เธอโทรหาสามีของเธอเพื่อที่จะให้เขามารับที่สนามบินแต่เขากลับบอกกับเธอว่าเขาติดงานไปรับไม่ได้ให้เธอหารถมาเอง
ธัญยกรก็เข้าใจว่าเขาติดงานด่วนจริง ๆ เธอก็ไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไรเพราะหน้าที่การงานของเขาก็สำคัญไม่น้อย
“แด๊ดดี๊ไม่ได้มารับเรานะคะ ต้นเตย” ธัญยกรบอกกับลูกสาวของเธออย่างอ่อนโยนที่สุดเพราะสาวน้อยคาดหวังมาก ๆ ว่าจะได้เจอพ่อในตอนนี้
“ทำไมแด๊ดดี๊ไม่มารับเรา แด๊ดดี๊ไม่รักเราแล้วหรอคะ” คำพูดของลูกสาวคำนี้ทำให้เธอแทบน้ำตาร่วงเพราะเธอไม่รู้ว่าลูกสาวจะเสียใจแค่ไหนถึงได้เอ่ยคำนี้ออกมา
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกนะคะ แด๊ดดี๊ของหนูเป็นฮีโร่ตอนนี้พ่อคงยังจับผู้ร้ายอยู่เลยทำให้มารับหนูไม่ได้แต่ไม่เป็นไรนะคะ อีกหน่อยเราก็ได้เจอแด๊ดดี๊แน่นอนค่ะ” ธัญยกรพยายามพูดอธิบายให้เด็กน้อยวัยสี่ขวยเข้าใจให้มากที่สุด
ธัญยกรพาลูกสาวของเธอนั่งรถมาที่บ้านพักของสามี ครั้งนี้คือครั้งที่สองที่เธอเคยมา เธอเคยมาตั้งแต่ลูกสาวของเธอตัวเล็ก ๆ แล้วก็ไม่ได้มาอีกเลย
“เราเข้าไปกันดีกว่านะคะมามี๊ แด๊ดดี๊ต้องรอหนูอยู่ข้างในแน่ ๆ เลยค่ะ” เสียงของเด็กน้อยดังขึ้นมาเจื้อยแจ้วเพราะอยากเข้าไปในบ้านโดยมีความคิดว่าพ่อของเธอจะอยู่ข้างในบ้าน
“แด๊ดดี๊ไม่ได้อยู่ข้างในหรอกนะคะ” ธัญยกรพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่นิ่ง ๆ แต่ในใจของเธอตอนนี้สุดจะทนจริง ๆ ที่เธอพาลูกมาแต่เขากลับไม่มีเวลาให้เธอกับลูกเลย
“ถ้าอย่างนั้นเราก็เข้าไปไม่ได้สิคะ” ยิ้มพูดขึ้นมา ธัญยกรจึงตอบคำถามที่เธอสงสัย
“เข้าได้เพราะพี่มีกุญแจที่พี่นายน์เคยให้ไว้เมื่อหลายปีก่อนแต่กก็ไม่รู้ว่าจะยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า
ธัญยกรไขกุญแจเข้ามาในบ้านของนราธรแล้วก็ตรงไปที่ห้องนอนของเขาทันทีเพื่อตรวจสอบความผิดปกติแต่ก็ไม่มีอะไรที่ผิดปกติเพราะตอนนี้เขาอยู่กับผู้หญิงอีกคนที่โรงแรม ที่เขาบอกว่าติดงาน งานที่ว่าก็คือการนอนกอดสาวคนใหม่ของเขา ที่ตอนนี้เขากำลังหลงหัวปักหัวปรำจนไม่ยอมกลับบ้านมาหลายสัปดาห์ จนภรรยาต้องได้พาลูกสาวมาหาถึงที่นี่
ธัญยกรกับต้นเตยนั่งรอสามีของเธอจนดึกก็ยังไม่เห็นวี่แววของเขาจนต้นเตยนอนหลับไป ยิ้มจึงต้องพาไปนอนข้างบนห้อง
ธัญยกรที่ขึ้นไปดูลูกสาวแล้วก็กลับลงมารอสามีของเธออีกครั้งจนตอนนี้เที่ยงคืนนิด ๆ สามีของเธอก็กลับมาถึงที่บ้านพักด้วยอาการมึนเมาเพราะไปดื่มมาอย่างหนัก
“อ้าว!!! นึกว่าโจรเข้ามาในบ้านนี่เมียเองหรอกหรอ มาแล้วหรอแล้วลูกสาวของพี่ล่ะ” นราธรพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่งัวเงียเพราะความมึนเมาแล้วก็ถามหาลูกสาวของเขาในทันที
“พี่อย่ามาถามหาลูกตอนที่เมาอย่างนี้ได้มั้ย ตาลไม่อยากให้ลูกเห็นพ่อของเค้าในสภาพเมาเละเทะอย่างนี้” ธัญยกรพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งมาก ๆ แต่ในใจของเธอตอนนี้สั่นเทาทั้งโกรธทั้งโมโหหลายอารมณ์ปะปนกันไปหมด เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าสามีของเธอจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้
“นี่จะมาห้ามไม่ให้ถามถึงลูกได้ยังไง ต้นเตยมันก็ลูกของพี่นะ” นราธรที่ไม่มีสติเลยแม้แต่นิดเขาตะคอกเธอเสียงดัง จนธัญยกรกลัวว่าลูกจะได้ยินและตื่นขึ้นมาเห็นพ่อของเขาในสภาพอย่างนี้
“พี่อย่าพูดเสียงดังได้มั้ยเดี๋ยวลูกก็ตื่นหรอก” ธัญยกรเตือนที่เขาพูดเสียงดังจนเกินไปแต่นั่นกลับทำให้เขาไม่พอใจที่เธอมาเตือนเขาอย่างนั้น
“ทำไมต้องกลัวลูกตื่นด้วย ลูกสาวที่น่ารักของพี่คิดถึงพี่มากก็ต้องอยากเจอพี่อยู่แล้ว ใช่มั้ยคะต้นเตย” เขาพูดขึ้นมาเสียงดังพร้อมกับเรียกชื่อของต้นเตยขึ้นมาอีกด้วย แต่โชคดีที่สาวน้อยนอนหลับสนิทไม่ได้ยินเสียงของคนเป็นพ่อ
“นี่พี่พอได้แล้วไม่ได้ยินหรือไงว่าลูกนอนแล้ว” ธัญยกรพูดขึ้นมาพร้อมกับพยายามให้เขาหยุดพูด
“นี่เธอเป็นบ้าอะไรตาล” เขาตะคอกเธอเสียงดังพร้อมกับผลักเธออย่างแรงจนเธอล้มลงบนพื้นอย่างแรง
“พี่กล้าทำอย่างนี้กับตาลเลยหรอ ตาลเสียใจจริง ๆ ที่อุตส่าห์ตั้งใจมาหาพี่แต่พี่กลับทำนิสัยแย่ ๆ อย่างนี้กับตาล” ธัญยกรพูดออกมาทั้งน้ำตา ยิ้มที่ได้ยินทุกอย่างเธอพยามยามทำทุกอย่างที่จะไม่ให้เด็กตัวน้อยตื่นขึ้นมาได้ยิน
“ทีหลังถ้ามันลำบากมากก็อย่ามาเลย น่าเบื่อ” นราธรพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเขารำคาญเธอมาก เขาไม่ได้กลับขึ้นไปบนบ้านแต่เขาขับรถออกไปจากบ้านโดยที่คนเป็นภรรยานั่งร้องไห้อยู่คนเดียวจนเกือบเช้า
ธัญยกรนอนหลับไปที่โซฟาเพราะเธอร้องไห้จนเพลียแล้วก็หลับไปเมื่อตอนเช้าตรู่ เธอรู้สึกตัวอีกทีเมื่อได้ยินเสียงของลูกสาวตัวน้อย ๆ ของเธอดังขึ้นมาจากบนบ้าน